เปิดความลับ! ที่ซ่อนในเนื้อเพลง "เย้ยฟ้า ท้าดิน" เพลงกีฬาสีปลุกใจ และไสยศาสตร์ []

เพลงกีฬาสีที่โรงเรียนไหนก็ชอบใช้ แต่เคยรู้ไหม ว่าที่มา และมีอะไรซ่อนอยู่ในเนื้อเพลง
28,005 1
Big Story ที่จะหาคำตอบกับเรื่องนี้
- เพลงฮิตกีฬาสี เคยสงสัยไหม ทำไมใครก็ใช้เพลงนี้ ?
- เปิดประวัติเพลงนี้ มีที่มาอย่างไร ?
- ฟังมุมนักวิชาการ กับความหมายที่ซ่อนอยู่ แต่หลายคนนึกไม่ถึง
เปิดความลับ! ที่ซ่อนในเนื้อเพลง "เย้ยฟ้า ท้าดิน" เพลงกีฬาสีปลุกใจ และไสยศาสตร์
            "เย้ยฟ้า ท้าดิน ได้ยิน ถึงสวรรค์" ไม่ว่าจะอยู่ ม.1 ม.4 ม.6 หรือเรียนจบมัธยมไปแล้ว เชื่อว่าทุกคนน่าจะคุ้นหูกับประโยคดังกล่าว เพราะนี่คือเนื้อร้องเพลง "เย้ยฟ้าท้าดิน" เพลงเชียร์สุดฮอตที่แต่ละคณะสี นิยมเลือกมาร้องในงานกีฬาสีโรงเรียน แต่ใครจะรู้บ้างว่า เพลงนี้แท้จริงแล้วมีความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่าการเชียร์ การปลุกใจ แต่มีความหมายสื่อไปถึงไสยศาสตร์ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ วันนี้ #dekdBigStory เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ

            น้องเบียร์ นักเรียน ม.ปลาย ที่ดำรงตำแหน่งประธานสีของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เปิดใจกับทีมงาน dekdBigStory ว่า "ที่โรงเรียนจะเลือกใช้เพลงนี้ตลอด เพราะความหมายในเพลงนี้แฝงความน่าเกรงขามไว้ ถ้านำมาเป็นเพลงเปิด จะเป็นการร้องข่มคู่แข่งได้อย่างดี ก็อาจจะทำให้สีต่างๆ เกรงกลัวเราได้ อีกอย่างเนื้อร้องของเพลงนี้ ดูแล้วปลุกใจสุด เป็นเพลงที่แต่ละท่อนร้องแสดงถึงความยิ่งใหญ่ ถึงขั้นปิดนรก เปิดสวรรค์ มีเทวดาลงมาเชียร์"

เด็กมัธยมร้องสืบต่อกันมาจากรุ่นพี่

แต่มหาวิทยาลัย ไม่นิยมเลือกมาร้อง
             น้องเต้ ผู้ที่เคยเป็นประธานเชียร์ทั้งระดับมัธยม และมหาวิทยาลัยเล่าว่า "ไม่ทราบว่าประวัติที่มาเพลงนี้มีมาอย่างไร เพราะได้ยินรุ่นพี่สอนร้องต่อๆ กันมา และตอนมัธยมเพลงนี้จะถือเป็นเพลงหลักของการแข่งขันกองเชียร์ คือทุกสีต้องมี และต้องมีทุกปี แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยด้วยความหมายที่ดูเว่อร์เกินความจริง ประกอบกับการแข่งเชียร์ในมหาวิทยาลัยจะเน้นที่เรื่องราวคอนเซ็ปต์มากขึ้น กรรมการจะให้คะแนนจากความยาก ความสร้างสรรค์มากขึ้น เพลงนี้จึงไม่ค่อยถูกนำมาใช้"
เปิดความลับ! ที่ซ่อนในเนื้อเพลง "เย้ยฟ้า ท้าดิน" เพลงกีฬาสีปลุกใจ และไสยศาสตร์

            ทางทีมงานได้ทำการค้นหาประวัติที่มาของเพลง "เย้ยฟ้าท้าดิน" พบว่าไม่ปรากฎที่มาและชื่อผู้แต่งอย่างชัดเจน แต่พบว่าในวงการเพลงบ้านเรามีเพลงที่ชื่อว่า "เย้ยฟ้าท้าดิน" อีก 1 เพลงที่เป็นเพลงลูกกรุงปลุกใจ บันทึกเสียงครั้งแรกโดยคุณสมสกุล ยงประยูร บันทึกเสียงครั้งที่ 2 โดยคุณสุเทพ วงศ์กำแหง ซึ่งเย้ยฟ้าท้าดินในรูปแบบเพลงลูกกรุง สื่อความหมายถึงการทำความดีโดยไม่เกรงกลัวฟ้าดิน โดยมีท่อนเพลงว่า..
 
ข้าขอลิขิตชีวิตข้าเอง ไม่เกรงดินฟ้า
อีกพื้นพสุธา พญายม พรหมอินทร์ทั่ว
ข้ากระทำ แต่กรรมดี มีหรือจะกลัว
มิใช่ใจชั่ว ลืมตัว หลงลำพอง
            ในประวัติยังพบอีกว่า เพลงนี้เป็นที่ชื่นชอบของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นอย่างมาก เพราะเนื้อหาเพลงกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของคนที่ไม่กลัวฟ้ากลัวดิน ซึ่งตรงกับวิถีชีวิตของจอมพลสฤษดิ์ ที่เพิ่งปฏิวัติยึดอำนาจจาก จอมพล ป. พิบูลสงครามขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี จอมพลสฤษดิ์ได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกในงานเลี้ยงงานหนึ่ง ท่านประทับใจจนขอให้เล่นซ้ำ และให้รางวัลผู้ขับร้องเป็นเงินสูงถึง 1,000 บาทในสมัยนั้น ซึ่งจากการวิเคราะห์ทางด้านเนื้อหาของเพลงเย้ยฟ้าท้าดิน ระหว่างเพลงเชียร์กีฬา และเพลงลูกกรุง พบว่าไม่น่ามีความสัมพันธ์กัน เพราะเนื้อหาสื่อความหมายคนละด้าน และมีบริบทการเล่าของเนื้อเพลงที่ต่างกัน
 
เปิดความลับ! ที่ซ่อนในเนื้อเพลง "เย้ยฟ้า ท้าดิน" เพลงกีฬาสีปลุกใจ และไสยศาสตร์

ฟังมุมนักวิชาการด้านเพลง
ดนตรีเฉียบ เนื้อร้องมีความเชื่อซ่อนอยู่!
            อาจารย์บุญรัตน์ ศิริรัตนพันธ อาจารย์ประจำวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต และเป็นผู้แต่ง 1 ในเพลงประกอบภาพยนตร์ซีซันส์เชนจ์ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเพลงเย้ยฟ้าท้าดินว่า "เพลงนี้สามารถวิเคราะห์ได้เป็น 2 ด้าน คือด้านดนตรี และด้านเนื้อร้อง ในด้านดนตรีนั้น เป็นเพลงที่มีจังหวะดนตรีเฉียบคม เน้นให้เป็นการเปล่งเสียงร้องออกมาดังๆ พร้อมกันตามจังหวะของคำ สะท้อนภาพการแข่งกีฬาสีของน้องๆ ว่าแต่ละสีมีความห้าวหาญที่จะมาประชันกัน เป็นการปลุกใจในการเชียร์กีฬาอย่างหนึ่งว่าต่อให้กีฬายากแค่ไหน สีเราจะต้องเอาชนะให้ได้ ไม่ว่าอะไรก็ขัดขวางเราไม่ได้ เราถึงได้กล้าเย้ยฟ้า ท้าดิน และไม่เกรงกลัวอะไร"

             ในแง่ของดนตรี ไม่ได้มีความลึกลับซับซ้อนอะไร แต่ในแง่เนื้อเพลงนั้น มีความหมายที่ซ่อนอยู่ อาจารย์บุญรัตน์ยังให้ความเห็นอีกว่า "ในแง่ของเนื้อเพลงฟังจนจบแล้วรู้สึกว่าเพลงนี้ เป็นเพลงที่มีลักษณะพิเศษ ที่สะท้อนและแฝงความคิดความเชื่อมาประกอบในเพลงด้วย มีความกึ่งๆ ทำพิธีในเชิงไสยศาสตร์ เหมือนปกติเวลาเราจะทำพิธีอะไร เช่น ไหว้ครู แสดงโขน ละคร ก็จะมีการสวดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อน เพื่อที่ทำกิจการอะไร ก็จะได้สำเร็จลุล่วง กลายเป็นว่าชุดความคิดแบบพุทธ-พราหมณ์ ได้ถูกนำมาใช้ในการกีฬาด้วย ลักษณะนี้คือขอให้คณะกีฬามีชัย อัญเชิญเทวดามาช่วยมาเชียร์ ซึ่งเป็นเพลงที่น่าสนใจมาก เหมือนกับมีรากวัฒนธรรมของบ้านเราอย่างหนึ่งแฝงอยู่ คือเวลาจะทำอะไร ก็จะไหว้ขอเจ้าพ่อเจ้าแม่ไว้ก่อน" 
 
#การศึกษา #เพลงเย้ยฟ้า #เย้ยฟ้าท้าดิน #เพลงเชียร์กีฬา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

1 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?