คุยกับเด็กมหา'ลัย 3 คน ที่ตัดสินใจลาออกจากคณะที่ชอบ เพราะเจอสังคมที่ "ไม่ใช่" []

วิว
Big Story ที่จะหาคำตอบกับเรื่องนี้
- ไปคุยกับเด็กมหา'ลัย 3 คน พวกเขาเจออะไรถึงลาออก ?
- สังคมมหาวิทยาลัย คือสิ่งที่ระเบียบการไม่มีบอก
- การลาออก คือทางออก หรือหนีปัญหา ?
คุยกับเด็กมหา'ลัย 3 คน ที่ตัดสินใจลาออกจากคณะที่ชอบ เพราะเจอสังคมที่ "ไม่ใช่"

           ในระเบียบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะมีกำหนดไว้ครบว่า หากสอบติดคณะนี้จะได้เรียนวิชาอะไร ค่าเทอมเท่าไหร่ และตัดเกรดแบบไหน ? แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีบอก คนที่สอบติดต้องมาสัมผัสหน้างานด้วยตัวเองนั้นคือ "สังคมความเป็นอยู่" วันนี้ #dekdBigStory เรามีโอกาสได้คุยกับนักศึกษามหาวิทยาลัย 3 คน ที่ตัดสินใจลาออกจากคณะที่ชอบ เพราะทนกับสังคมในนั้นไม่ไหว พวกเขาเจอกับอะไร และมันใหญ่จนสามารถแลกกับคณะที่ใฝ่ฝันมาตลอดได้เลยหรือ ? มาติดตามกันครับ

คนที่ 1 "ตอนนั้นพี่โดนหนักกว่านี้อีกนะ ยังอยู่ได้เลย"
            
น้องเอ (นามสมมติ) ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง เพราะที่คณะมีกฏบังคับจากรุ่นพี่ ที่ไร้เหตุผลจนเกินไป "ที่คณะจะมีกฏการแต่งกายที่หนูคิดว่าเกินไป เช่น เสื้อต้องตัวใหญ่ กระโปรงต้องยาว ซึ่งไม่ตรงกับกฏของมหาวิทยาลัย คือตอนที่เข้าไปหนูซื้อตามระเบียบของมหาวิทยาลัย แต่พอรับน้องหนูต้องไปซื้อใหม่หมดเลยให้ตรงตามคณะ ที่กำหนดว่ากระโปรงยาวถึงตาตุ่ม นอกจากนั้นมีกฏห้ามแต่งหน้า แล้วนักศึกษาหญิงบางคนไม่มีคิ้ว พอขอแต่งเบาๆ ไปจะโดนตำหนิ ต้องมัดผมเก็บให้เรียบร้อย หลุดออกมา 1 เส้นก็ไม่ได้ อย่างเด็กหอทุกคน จะต้องจำชื่อนามสกุล ชื่อเล่น รหัสนักศึกษา เลขห้องของเพื่อนที่อยู่หอในให้ได้ทุกคน รุ่นพี่จะถาม ถ้าตอบไม่ได้จะโดนทำโทษ มีคนเจ็บตัวจากการทำโทษนี้เยอะมากๆ

           
อย่างกิจกรรมรับน้อง รุ่นพี่ดูเกินไปมากๆ เคยถูกสั่งให้คลานกับพื้นดินเหนียวแข็งๆ กลางแดดร้อน แล้วเอาน้ำผสมเม็ดแมงลักมาราดหัว การคลานกับพื้นแข็งๆ แดดร้อนๆ มันแสบมาก เม็ดแมงลักก็ล้างออกยากมาก แถมเป็นน้ำสี เข้าตาโดนคอนแทคเลนส์อีก รุ่นพี่พยายามสอนน้องๆ ว่าใครไม่ช่วยทำกิจกรรม ไม่ให้ความร่วมมือเป็นคนที่แย่และเห็นแก่ตัว ซึ่งแน่นอนในรุ่นก็จะมีทั้งคนเข้าและไม่เข้า คราวนี้เพื่อนในรุ่นก็จะมา bully กันเอง กลายเป็นสังคมที่ไม่มีความสุขเลย เคยแจ้งปัญหาไปกับทางมหาวิทยาลัยหลายครั้งมาก ทางนั้นก็ตอบกลับมาว่าปัญหามีมาตลอด ห้ามทุกปี แต่ก็ห้ามไม่ได้ เพราะรุ่นพี่อยากทำ เหมือนแบบว่าตัวเองโดนมา และจะต้องสืบต่อกันรุ่นต่อไป รุ่นพี่ชอบบอกว่า "ตอนนั้นพี่โดนหนักกว่านี้อีกนะ ยังอยู่ได้เลย" ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงกลายเป็นเรียนไม่รู้เรื่องเลย ทั้งๆ ที่เป็นคณะที่ชอบมากๆ เพราะแต่ละวันหัวจะคิดตลอดว่าวันนี้ต้องทำยังไง เอาไงดีกับกิจกรรม เข้าก็เครียด ไม่เข้าก็เครียด เพื่อนที่มหา'ลัยอื่นก็มีกิจกรรมรับน้องนะ แต่ไม่เป็นแบบนี้เลย เขาดูน่าสนุก อบอุ่น เลยปรึกษาพ่อแม่ ขอท่านลาออกเลย"


คนที่ 2 "ความปลอดภัยในมหาวิทยาลัยเท่ากับ 0"
           
น้องหญิง (นามสมมติ) เธอตัดสินใจลาออก เพราะความปลอดภัยในมหาวิทยาลัยเท่ากับ 0 เธอเล่าว่า "มหาวิทยาลัยเราพื้นที่มันกว้างมาก และการดูแลเรื่องความปลอดภัยไม่ค่อยเป็นระเบียบเลย อย่างเช่น หอในของนักศึกษาหญิง มีผู้ชายจากข้างนอกปีนหอขึ้นไปเฉยเลย ดีที่มีนักศึกษาเห็น และหนีรอดมาได้ ยิ่งกว่านั้นคือมหาวิทยาลัยปิดข่าว ไม่ออกมาตรการเตือนนักศึกษาเลย สิ่งที่ทำคือเปลี่ยนยามทุกหอ ช่วงวันที่เกิดเหตุก็มีตำรวจมา มีนักศึกษาก็ไม่พอใจหลายคนว่าทำไมต้องมาอยู่สังคมที่ไม่ปลอดภัยแบบนี้ด้วย มันทั้งแย่ และระแวง คือมหาวิทยาลัยของเรากำหนดว่าจะต้องอยู่หอใน เลยไม่สามารถทำไรได้มากกว่านี้ เพื่อนๆ หลายคนเริ่มคุยกันแล้วว่าจะซิ่วกันไหม หรืออดทนเรียนไปเพราะอุตส่าห์สอบติดมาแล้ว แต่พอมาเจอปัญหานี้จริงๆ คืออยู่ลำบากมาก"

 
คุยกับเด็กมหา'ลัย 3 คน ที่ตัดสินใจลาออกจากคณะที่ชอบ เพราะเจอสังคมที่ "ไม่ใช่"

เคสที่ 3 "ปัญหาจากรุ่นพี่ ที่มหา'ลัยก็ช่วยปกป้องเธอไม่ได้"
           
น้องส้ม (นามสมมติ) เธอลาออกทันที เพราะรุ่นพี่ ที่แม้มหาวิทยาลัยก็ช่วยเธอไม่ได้ "ลาออกแล้วค่ะ สาเหตุเกิดจากสังคมรอบๆ ตัว อย่างในช่วงรับน้อง คือรู้สึกว่ามันแรง แถมเจอรุ่นพี่สั่งให้ทำอะไรแปลกๆ ถึงแม้ว่าจะมีกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยห้ามแล้วก็ตาม เช่น กินลูกอมต่อๆ กัน เอามดใส่กางเกงเพื่อนและมัดขากางเกงไว้ ให้ลงไปนอนกลิ้งๆ คลุกดิน คลุกฝุ่น ทำท่าขบเฟืองแล้วหมุนตัวไปตามพื้น มันอันตรายมากนะ เอานมข้นราดตัวแล้วให้อีกคนมาเลีย และอีกอย่างหนึ่งที่รับไม่ได้คือ มีแต่คนมาขอลอกการบ้าน เราต้องนั่งทำคนเดียวดึกๆ ดื่นๆ เช้ามาก็มีแต่คนมาขอลอก ไม่ให้ลอกก็ไม่ได้ แถมไม่ใช่แค่เพื่อนในสาขา คือมันจะมีวิชาเรียนรวมที่เรียนกับคณะอื่นด้วย ก็จะโดนขอลอกตลอด และคือจะมีรุ่นพี่แบบปี 3-4 ที่ยังไม่ผ่านวิชานั้นสักที ก็จะมาขอลอกการบ้านทุกวัน ด้วยความที่ตอนนั้นก็ไม่กล้าขัดอะไรใคร ก็ให้ลอก นานๆ ไปก็ไม่ไหวอะ จริงๆ เคยบอกอาจารย์นะ อาจารย์ก็เข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ได้ผลอะไรมาก เพราะเขาไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา

           
ตอนที่จะตัดสินใจลาออก คือไม่คิดมากเลย เพราะก่อนหน้านี้เคยลังเลว่าจะเรียนอะไรดี อันที่เรียนอยู่สายวิทย์ อีกอันคือสายศิลป์ ก็เลยยิ่งตัดสินใจง่าย ซิ่วเลย ก็ไปเดินเรื่องเอกสารเรียบร้อย อย่างวันที่จะลาออก ก็ไม่ได้บอกใคร เพื่อนๆ รูมเมทชวนไปกินข้าว ก็บอกว่าไม่ไป แล้วก็เก็บของกลับบ้าน เพื่อนกลับมาก็ไม่เจอตัวแล้ว จนพอมาที่ใหม่ อะไรหลายๆ อย่างก็ดีขึ้น สังคมอีกแบบหนึ่งเลย อย่างเรื่องรับน้องก็ซอฟท์ลง รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น ไม่ได้กดดันมาก หรือรับน้องรุนแรง หรือมีสั่งซ่อมบ่อยๆ เหมือนที่เก่า คือเหมือนอยู่ในสายตาอาจารย์อยู่ตลอด คอยมาซัพพอร์ตตลอด รู้สึกสบายใจขึ้นมาก

 
คุยกับเด็กมหา'ลัย 3 คน ที่ตัดสินใจลาออกจากคณะที่ชอบ เพราะเจอสังคมที่ "ไม่ใช่"

             จาก 3 เรื่องราวทาง #dekdBigStory ขอสรุปเป็นข้อคิดว่า 1.สังคมในมหาวิทยาลัย เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่สำคัญมาก ที่ควรจะต้องรู้ก่อนตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัยนั้นๆ 2.สังคมดีหรือแย่ ไม่ได้อยู่ที่ตัวมหาวิทยาลัย แต่อยู่ที่บุคคล 3.การซิ่ว บางครั้งไม่ได้หมายถึงไม่เก่ง หรือไม่อดทน และ 4.กฏทางสังคมในบางคณะที่รุ่นพี่สร้างขึ้นมา บางครั้งก็โหดร้ายเกินสังคมจริง
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=latae

พี่ลาเต้ - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เด็กซิ่ว #สังคมมหาวิทยาลัย #ซิ่ว #รับน้อง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ทุกวันนี้ก็เป็นแบบนั้นนะ โดนตอนปีหนึ่ง ตอนนี้ปีสองแล้ว ก็ยังต้องอดทนเจออะไรแบบนี้อีก ถ้าไม่ทำน้องเราก็โดน เราทำน้องเราก็โดนพวกมันทำอีก หลายๆข้อหาที่พวกมันจะใช้มาอ้าง (เมื่อก่อนเจ็บตัวทุกวันชํ้าทุกวัน)


    ถามว่ามหาลัยช่วยได้มั้ย? "ไม่" มันออกไปแล้วมันก็กลับมาได้ รุ่นพี่ที่จบๆไปแล้วไม่พอใจก็ลงมาบลีฟน้อง นี่แหละปัญหาว่าทำไม-ระบบพวกนี้ไม่หายไปซักที


    ถามว่าทำไมไม่ซิ่ว


    ตอบค่ะ เพราะที่บ้านให้อดทนเรียนจนกว่าจะจบ


    แต่ประเด็นคือเราทนจนเรากลายเป็นโรคชัก มีปัญหากับการเข้าสังคมไปเลยจากกลายที่เมื่อก่อนเป็นคนร่าเริง ปัจจุบันเกลียดการไปมหาลัยมากแต่ก็ต้องทน เกลียดไปหมดทุกอย่างแม้แต่การเรียน อยากไปที่ใหม่ แต่ทำไม่ได้ "เพราะต้องทน" ทนเพียงเพราะผู้ใหญ่บอกว่ามันเป็นที่ตัวเรา อดทนแค่นี้อดทนไม่ได้แล้วจะไปทำงานที่ไหนได้


    และที่สำคัญนะเราจะโดน Bully ไงและผู้ใหญ่ก็ไม่เข้าใจว่า จะกลัวทำไมกับการไม่มีเพื่อน อืม....คือเราไม่ได้กลัวไม่มีเพื่อน แต่การโดนจนอยู่ไม่ได้นี่แหละที่น่ากลัว


    อาจารย์ช่วยได้มั้ย? " ไม่ " ช่วยไม่ได้และยังบอกด้วยว่า "พวกหนูเลือกเอง" และอาจารย์ที่นี่ขโมยผลงานเด็กนาจาาาาาา


    บอกไว้เลยจะเรียนที่ไหนต้องดูสังคมที่นั่นด้วย

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เราเป็น 1 คนที่ไม่ค่อยชอบกิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัย คือเห็นรูปแบบกิจกรรมแล้วมันไม่ใช่ เราก็ไม่เข้าเลย (ยกเว้นว่ากิจกรรมรับน้องของเค้าจะสร้างสรรค์และไม่ทรมานรุ่นน้องจนเกินไป...เอาใจน้องมาใส่ใจเรา :P) .

    .

    .

    ซึ่งตั้งแต่ปี 1 ยันปี 4 ผมเข้าแค่ครั้งเดียวคือของปี 4 (แล้วของคณะอื่น และไม่ใช่ของตัวเองด้วย 555) .

    .

    หลังจากนั้นถ้าถามว่ามีรุ่นมั้ยก็มีมั้ย มีครับมันเป็นแค่คำขู่แค่นั้น เค้าไม่มีอำนาจขนาดนั้น ถ้าถามว่ามีสังคมมั้ย ก็มีนะแต่อาจจะไม่ได้รู้จักกันเยอะแบบคนอื่นๆในคณะ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    หมีมอยยายมี
    Guest IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    รุ่นพี่ควรลาออกเข้าศรีธัญญาไปรักษาสภาพจิตตัวเองก่อนมั้ย มหาลัยนี่ก็นะ ปล่อยให้คนบ้าจิตไม่สมประกอบเข้ามาเรียนจนเป็นรุ่นพี่ได้ไง อยากได้เงินขนาดนั้นเลยหรอ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    BemineCN
    Guest IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เราก็เคยเป็นแบบนี้ จนเราลาออกจากมหาวิทยาลัยค่ะ และคิดว่าเลือกถูกแล้วด้วย เรื่องรับน้อง เรื่องรุ่นพี่ เรื่องเอารุ่น ถ้าไม่เอารุ่นก็จะโดนมองเป็นตัวประหลาด บอกว่าไม่รักรุ่นรักเพื่อน ทั้งๆที่คนละเรื่องกันเลย หรือว่าเราอาจจะเป็นคนเดียวที่รับกฎแบบนี้ไม่ได้

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ถ้าต้องเจอแบบที่น้องเขาเล่า เป็นเราก็ซิ่ว และรู้สึกว่ารับน้องของมหาวิทยาลัยที่จบมาดีเลิศขึ้นทันควัน

    ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      หมีมอยยายมี
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      รุ่นพี่ควรลาออกเข้าศรีธัญญาไปรักษาสภาพจิตตัวเองก่อนมั้ย มหาลัยนี่ก็นะ ปล่อยให้คนบ้าจิตไม่สมประกอบเข้ามาเรียนจนเป็นรุ่นพี่ได้ไง อยากได้เงินขนาดนั้นเลยหรอ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      BemineCN
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็เคยเป็นแบบนี้ จนเราลาออกจากมหาวิทยาลัยค่ะ และคิดว่าเลือกถูกแล้วด้วย เรื่องรับน้อง เรื่องรุ่นพี่ เรื่องเอารุ่น ถ้าไม่เอารุ่นก็จะโดนมองเป็นตัวประหลาด บอกว่าไม่รักรุ่นรักเพื่อน ทั้งๆที่คนละเรื่องกันเลย หรือว่าเราอาจจะเป็นคนเดียวที่รับกฎแบบนี้ไม่ได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าต้องเจอแบบที่น้องเขาเล่า เป็นเราก็ซิ่ว และรู้สึกว่ารับน้องของมหาวิทยาลัยที่จบมาดีเลิศขึ้นทันควัน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเป็น 1 คนที่ไม่ค่อยชอบกิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัย คือเห็นรูปแบบกิจกรรมแล้วมันไม่ใช่ เราก็ไม่เข้าเลย (ยกเว้นว่ากิจกรรมรับน้องของเค้าจะสร้างสรรค์และไม่ทรมานรุ่นน้องจนเกินไป...เอาใจน้องมาใส่ใจเรา :P) .

      .

      .

      ซึ่งตั้งแต่ปี 1 ยันปี 4 ผมเข้าแค่ครั้งเดียวคือของปี 4 (แล้วของคณะอื่น และไม่ใช่ของตัวเองด้วย 555) .

      .

      หลังจากนั้นถ้าถามว่ามีรุ่นมั้ยก็มีมั้ย มีครับมันเป็นแค่คำขู่แค่นั้น เค้าไม่มีอำนาจขนาดนั้น ถ้าถามว่ามีสังคมมั้ย ก็มีนะแต่อาจจะไม่ได้รู้จักกันเยอะแบบคนอื่นๆในคณะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ทุกวันนี้ก็เป็นแบบนั้นนะ โดนตอนปีหนึ่ง ตอนนี้ปีสองแล้ว ก็ยังต้องอดทนเจออะไรแบบนี้อีก ถ้าไม่ทำน้องเราก็โดน เราทำน้องเราก็โดนพวกมันทำอีก หลายๆข้อหาที่พวกมันจะใช้มาอ้าง (เมื่อก่อนเจ็บตัวทุกวันชํ้าทุกวัน)


      ถามว่ามหาลัยช่วยได้มั้ย? "ไม่" มันออกไปแล้วมันก็กลับมาได้ รุ่นพี่ที่จบๆไปแล้วไม่พอใจก็ลงมาบลีฟน้อง นี่แหละปัญหาว่าทำไม-ระบบพวกนี้ไม่หายไปซักที


      ถามว่าทำไมไม่ซิ่ว


      ตอบค่ะ เพราะที่บ้านให้อดทนเรียนจนกว่าจะจบ


      แต่ประเด็นคือเราทนจนเรากลายเป็นโรคชัก มีปัญหากับการเข้าสังคมไปเลยจากกลายที่เมื่อก่อนเป็นคนร่าเริง ปัจจุบันเกลียดการไปมหาลัยมากแต่ก็ต้องทน เกลียดไปหมดทุกอย่างแม้แต่การเรียน อยากไปที่ใหม่ แต่ทำไม่ได้ "เพราะต้องทน" ทนเพียงเพราะผู้ใหญ่บอกว่ามันเป็นที่ตัวเรา อดทนแค่นี้อดทนไม่ได้แล้วจะไปทำงานที่ไหนได้


      และที่สำคัญนะเราจะโดน Bully ไงและผู้ใหญ่ก็ไม่เข้าใจว่า จะกลัวทำไมกับการไม่มีเพื่อน อืม....คือเราไม่ได้กลัวไม่มีเพื่อน แต่การโดนจนอยู่ไม่ได้นี่แหละที่น่ากลัว


      อาจารย์ช่วยได้มั้ย? " ไม่ " ช่วยไม่ได้และยังบอกด้วยว่า "พวกหนูเลือกเอง" และอาจารย์ที่นี่ขโมยผลงานเด็กนาจาาาาาา


      บอกไว้เลยจะเรียนที่ไหนต้องดูสังคมที่นั่นด้วย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ใครจะสอบเข้ามหาลัย อย่าเลือกแค่เพื่อให้มีที่เรียนนะ

      เรื่องสังคมในมหาลัยนี่สำคัญจริงๆนะน้อง

      ถ้าจะให้ดี หาเวลาว่างไป openhouse ไปดูมหาลัยด้วยตาตัวเองเลยจะดีที่สุด

      เพราะด้านแย่ๆของมหาลัย ส่วนใหญ่จะไม่มีใครเอามาโพสต์บอกน้องกันหรอก

      ไม่ใช่ว่ามหาลัยมันไม่มีด้านไม่ดีนะ

      แต่เด็กหลายคนเขาต้องทนปิดปากเงียบกันไว้เพราะกลัวโดนไล่ออก

      อีกอย่างคือบางทีเห็นๆกันอยู่ว่ารุ่นพี่ทำเกินกว่าเหตุแต่มหาลัยก็พยายามปิดข่าว ไม่ให้คนนอกรู้อยู่ดี

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เหนื่อยใจกับคณะนี้จริงๆ
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขออนุญาตเอาความจริงที่ openhouse ไม่ได้บอกน้องมาแชร์ให้น้องๆรู้นะคะ


      เราผมยาวเกินกลางหลัง

      แต่ตอนรวบผมเข้าเน็ตมันก็รวบได้ไม่มีหลุด

      แต่ว่า แต่ว่า แต่ว่า...

      คุณอาจารย์มาโวยวายกับเราว่า

      ผมยาวเกินกลางหลังมันทุเรศ

      มันจะรวบผมไม่ได้ มันจะไม่มีระเบียบ

      พอเรารวบให้ดูต่อหน้าว่ามันรวบได้

      จารย์ก็แถต่อไปว่า

      มันเป็นกฏ กฏของพยาบาลคือผมต้องยาวกว่าประบ่า และต้องยาวไม่เกินกลางหลัง

      แต่ว่า แต่ว่า แต่ว่า

      ในคณะมีเพื่อนคนหนึ่งที่ผมยาวไม่ถึงประบ่า แต่นางมาจาก จ.ร้อยเอ็ดเหมือนอาจารย์อ่ะ

      นางกลับไม่ถูกด่าเหมือนเรา

      เออ...คนเราเนอะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเป็นปี 1 เราเข้าร่วมไม่ครบทุกกิจกรรม เราไม่ชอบกิจกรรมบังคับ ถ้าอันไหนรู้สึกว่าไม่โอเค เราก็ไม่เข้า

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      บอกไว้ก่อนเลยละกันค่ะ จากที่เคยเขียนกระทู้รับน้องมาสามสี่สถาบัน แล้วที่คุยๆกับคนที่เจอเรื่องแบบนี้มาส่วนมากมักจะเป็นสถาบันชื่อรองๆอย่างเช่น มหาวิทยาลัยราชภัฎ... กับ มหาวิทยาลัยราชมงคล...ค่ะ ที่เป็นแบบนี้เพราะชอบมีนโยบายตกลงอะไรร่วมกัน อย่างเช่นการบังคับเข้ารับน้อง หรือมากำหนดระเบียบแต่งกายจนมีการแต่งพร๊อพ เข้าระเบียบ ฝึกบ้าคลั่งเยี่ยงทหารตามมาค่ะ

      ากกว่าที่บอกไปมันไม่ใช่แค่ ราชภัฎ กับ ราชมงคลหรอกนะ มหาลัยเก่าแก่5อันดับของไทยก็มีค่ะ เช่น ศิลปากร, มศว ก็มีระบบแปลกๆที่ริดรอนสิทธิ์กับเสรีภาพของเฟรชชี่ด้วย มหาลัยท้อปสุดๆอย่าง มหิดล , ธรรมศาสตร์ ในบางคณะดังๆกลับมีเรื่องล้าหลังสวนทางกับชื่อเสียงมหาลัยก็มีนะคะ

      สรุป สถาบันชื่อรองๆที่สังกัดรัฐบาล มีรับน้องแน่นอน ใครไม่มีทางเลือกมากนักเรียนราม มสธ. เอกชนเถอะค่ะ ส่วนสถาบันชื่อดังๆของรัฐไม่ได้รับประกันค่ะว่าจะไม่มีเรื่องการรับน้องโหด เผลอๆปิดข่าวรับน้องโหดเก่งกว่าใครอีกซะด้วยซ้ำ

      วิธีแก้ ค้นหาข้อมูลของสังคม ระบบรุ่นพี่-น้องในหลักสูตรนั้นๆให้ดีๆค่ะว่ามีเยอะน้อยแค่ไหน ถ้าข้อมูลน้อยมากเค้าอาจจะปิดบังไม่ให้ข้อมูลหลุดไปโลกออนไลน์ก็ได้ ตอนแอดติดและเข้าเรียนแล้วยิ่งเจออะไรไม่ชอบมาพากลแนะนำอย่าเพิ่งจ่ายค่าเทอมค่ะ ยอมติดหนี้ไปเพื่อให้รู้ว่ารับน้องโหดหรือไม่ดีกว่าเสียเงินแล้วเสียความรู้สึก แล้วเสียค่าเทอมไปแพงๆพร้อมค่าปรับแค่ปีเดียวดีกว่ามาเสียดายเงินกับรุ่นพี่ห่วยๆ สังคมเฮงซวยในภายหลัง

      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากถูกลบโดยทีมงาน

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากถูกลบโดยทีมงาน
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สล็อท บาคาร่า เกมส์ยิงปลา แทงบอล เล่นไพ่

      http://www.gbet.club/

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อ่านเรื่องแบบนี้แล้วรู้สึกดีใจมากอ่่ะที่ไม่เจอแบบนี้ คณะเราเมื่อก่อนก็แบบรับห้องโหดนะ จากคำเล่าปากแต่ปาก แต่ว่าก็เหมือนจะพึ่งมาเปลี่ยนปีนี้ ซึ่งเราก็โอเคกับมันมากเพราะเป็นการรับน้องที่สร้างสรรค์อ่ะ อย่างกิจกรรมแรกก็คือเดินฐานพาน้องไปรู้จักสถานที่เรียน กิจกรรมรับน้องอื่นๆก็จะเป็นการเล่นตามฐานแบบอื่นๆ อย่างในห้องเชียร์คือพี่เขาไม่ว้าก แค่ทำตัวเคร่ง ร้องเพลง ออกจากห้องเชียร์ก็มีพี่มายื่่นข้าวกล่อง เขียนข้อความเล็กๆน้อยๆเป็นกำลังใจให้ สิ่งที่อยากบอกก็คือเรื่องรับน้องอ่ะ ถ้าคิดจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนกันได้แหละ ถ้าทุกคนมองในแบบเดียวกันอ่ะ แฮปปี้ทุกฝ่ายด้วย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราไม่โดนตอนมหาลัยนะ​ เคยตอนมัธยม​ เราเป็นไม่ได้อะไรกับเกรดอ่ะ​ เพราะเกรดของเราจะขึ้นอู่กับสภาพแวดล้อม​ที่​อยู่​รอบๆ​ตัวเรา​ มาตอน.4เกรดเราทรุดถึงขั้นสอบตก​ เอาจริงๆตอนนั้นไม่รุสึกแย่แต่มันรุสึกดีสะอีก​ เพราะสังคมตอนนั้นมันเป็นสังคมที่เราไม่เคยเจอ​ ทุกคนในห้องแก่งแย่งชิงดีกันไม่มีการลอกใช่มันดีแต่ที่ไม่ดีคือทุกคนเห็นแก่ตัวเราเลยเลือกไม่ไปเรียนไม่ส่งงานจนสอบตกตามที่หวัง​ เพราะตอนนั้นขอแม่ย้ายออกแล้วแม่ไม่ให้เนื่องจากพึ่งย้ายเข้ามา​ พอย้ายห้องรู้สึกโอเคขึ้น​ ใครจะบอกว่าหนีปัญหาก็คงได้​ แต่อย่าลืมมนุษย์​ทุกคนรับแรงกดดัน​ได้ไม่เท่่ากันหรอก

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IamIR
      Guest IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ทำไมเราถึงโชคดี คณะเรา(เฉพาะภาคเรา)เป็นหนึ่งในสามคณะสายศิลป์ที่คะแนนสูงสุด

      สงสัยจะเป็นคณะเด็กเรียนละมั้ง ก็เลยไม่ได้วุ่นวายเรื่องรับน้อง และ ผญ เยอะด้วย

      ถึงแม้จะอ้างว่าเข้มงวดเรื่อง SOTUS แต่เราเห็นหนักๆ แค่ต้องยกมือไหว้รุ่นพี่ก็แค่นั้น 55

      อื่นๆ ก็เข้าห้องเชียร์ปกติ พี่ก็มาว้ากๆๆ แต่เราก็ทนๆ ไป ก้มหน้าก้มตาเหมือนเศร้า (จริงๆ ง่วง)

      ตอนเขารับน้องก่อนเปิดเทอมก็ไม่มา ก็อยู่บ้าน ตจว อ่ะ พอมาเขาก็ถามก็ตอบไปว่าอยู่ ตจว

      (ความจริงคือบ้านที่กรุงเทพฯ ก็มีมาตั้งแต่มัธยม แต่ปิดเทอมก็อยากอยู่บ้านนี่หว่า)

      เหมือนจะมีแต่เรื่องเรียนจริงๆ เพื่อนมหาลัยก็คบไปเลือนๆ ทุกวันนี้คบแต่เพื่อนมัธยม

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      รุ่นพี่ไม่ใช่พระเจ้า ถ้าแม่งบอกว่าทำงานจะไปทนไหวได้ไง ที่ทำงานไม่มีใครว้ากหรือมาทำโทษหรือราดเม็ดแมงลัก หรือจำชื่อคนทั้งบริษัทหรอก ต่างคนต่างทำหน้าที่ตัวเองทั้งั้นสมัยนี้

      คอนเนคชั่นอะไรโกหก

      เรามีบริษัทมาติดต่อห้าที่ให้ไปสัมภาษณ์งาน ยังเรียนไม่จบปีสี่เทอมหนึ่ง มีผลงานของตัวเอง

      ไม่มีคอนเนคชั่นเลย บริษัทดีๆ ทั้งนั้น

      อาศัยตนเป็นที่พึ่งแห่งตนล้วนๆ



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเรียน ม.ราม ค่ะ แต่เป็นสาขาวิทยบริการต่างจังหวัดค่ะ

      ถาม "มีรับน้องไหม" ตอบ "มีค่ะ" แต่เป็นการรับน้องที่มีจุดประสงค์เพื่อให้คนในรุ่นรู้จักกันได้จับกลุ่มช่วยกันเรียน เราจะใช้เวลาแค่ครึ่งวันเองค่ะ

      เราถือว่าตัวเราโชคดีมากค่ะ ที่ไม่เจอการรับน้องโหด หรือการBullyเลย มีแต่จะจับกลุ่มช่วยกันติวช่วยกันเตือนเรื่องการบรรยายของแต่ล่ะวิชา โชคดีจริงๆ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        เด็กรามคนนึง
        Guest IP
        #15-1

        ม.ราม สาขา ตจว. มันมีเป็นปกตินะครับ เอาจริงๆแล้วส่วนกลางก็มีครับ แต่เรื่องการบังคับนี่ไม่น่ามีในสถาบัน(ในคณะปิดอันนี้ไม่แน่ใจนะ) ส่วนเรื่องBullyนี่แล้วแต่คนละมั้งครับ บางคนถ้านิสัยเสียจริงๆคงเจอ แต่ยากมากๆครับ เพราะรามมันเปิดรับคนตั้งสองรอบ(เทอม1 และ เทอม2) การคบเพื่อนนี่เรามีทางเลือกที่เยอะมากๆ คบเพื่อนต่างคณะก็ได้ไม่เห็นเป็นไร ในรามคำแหง ใครทำตัวอันธพาลจะอยู่ยากครับ อยู่ๆไปกลั่นแกล้งคนอื่นก่อนไม่ใช่แค่สังคมในรามที่จะรุมประนามนะครับ สังคมภายนอกไม่ไว้หน้าด้วยเหมือนกัน ด้วยมหาลัยนี้มันเหมือนสถานที่สาธารณะรูปแบบนึงจริงๆ ใครจะเข้ามาเรียนก็ได้ ไม่เป็นนักเรียนก็เข้ามาในห้องเรียนได้ ขอแค่ไม่ทำความเดือดร้อนใส่ใครคือดีงามครับ ส่วนค่าเทอมนั้นเห็นแล้วอยากให้มหาลัยทั่วไทย ป.ตรี เรทราคานี้มาก

        ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของ

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของ
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ประเทศนี้ มีขนบธรรมเนียมใหม่อยู่ 3 ข้อ คือ ปล้น ฆาตกรรม และ การประทุษร้าย ซึ่งเหยื่อ 99.99% ล้วนเป็นเด็ก สตรี และ คนชรา ที่ถูกกระทำจากพวกสวะสังคมที่ชั่วช้า ที่คิดเพียงว่า ผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องสนองตัณหาเท่านั้น หลายต่อหลายครั้ง เกิดคดีฆาตกรรมขึ้น แล้วไม่อาจลงโทษผู้กระทำผิดได้ และ คำพูดที่ติดปากเป็นประจำก็คือ เหยื่อสมยอมเอง คำว่า ดูไว้อุทาหรณ์ก็มีเป็นหมื่นเป็นพันแล้ว เกิดเป็นผู้หญิงไม่ใช่ไม่ดี แต่ อยู่ในประเทศที่กฏหมายเป็นแค่เศษกระดาษอย่าว่าแต่คุณครู ผอ. หรือ สมาคมอะไรเลย แม้แต่ตำรวจก็เมินเฉย ทุกครั้งที่ดูข่าว รู้สึกเจ็บปวดและหดหู่แทน ทำไมน่ะหรอ เพราะคิดอยู่เสมอว่าถ้าคนๆนั้นเป็นเรา เป็นน้องสาวเรา เป็นญาติเรา หรือเป็นเพื่อนเรา เราจะยิ้มออกมั๊ย เราจะหัวเราะออกมั๊ย เราจะพูดว่า เฮ้ย มันโดนก็เรื่องของมันไม่เกี่ยวกับเราซะหน่อยรึป่าว? ถ้าจะให้ปลอดภัยมีอยู่ทางนึง คือ สวมเครื่องป้องกัน หรือก็คือ สวมชั้นในทำจากวัสดุไฟเบอร์ชนิดพิเศษ แข็งแรงทนทาน ยากแก่การลุกล้ำ (กรณีป้องกันตนเอง) และมีรหัสล๊อคชุดชั้นใน เจ็ดหมื่นเก้าล้านรหัสที่จะเปลี่ยนทุกครั้ง จึงจะป้องกันการถูกล่วงละเมิดได้ / ส่วนเรื่องบทลงโทษผู้กระทำผิดนั้น ถ้าทำผิดแม้แต่ครั้งเดียว ครั้งเดียวเท่านั้นไม่ต้องรอให้ทำชั่วครั้งที่สองก่อนจึงลงโทษก็คือ จับโยนลงบ่อจระเข้ให้ไปนอนเล่นกับฝูงจระเข้สัก 3 วัน 3 คืน แล้วค่อยจำคุกมืดอีก 300 ปี ไม่มีประกัน ไม่มีลดโทษ ถ้ากลัวจระเข้ก็ง่ายๆ ไปนอนบนรางรถไฟ ให้รถไฟทับซักทีสองที แล้วค่อยจำคุก สุดท้าย จงท่องจำเอาไว้ว่า พวกผู้ชายน่ะมันไว้ใจได้ซะที่ไหน ถ้าไม่ท่อง บอกเลยว่า...

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรื่องใช้อำนาจของรุ่นพี่เราเองก็เคยประสบกับตัวค่ะ เขาให้พวกเราไปรวมทำท่าประหลาดบ้างอะไรบ้าง อันนั้นเราไม่ซีเรียสคิดเสียว่าร่วมมือเพื่อความสนุก แต่รุ่นพี่ชอบล้อเลียนเพื่อนบางคนเอาปมด้อยเพื่อนมาพูดอันนี้เราไม่ตลกด้วยจริงๆ บางทีสั่งลงโทษให้สก็อตจั๊มป์100ที เราว่ามันไม่โอเค และใช้เพื่อนเป็นตัวประกันคู่ว่าจะทำโทษคนอื่นหากมากันไม่ครบ

      เราเองก็ทนไม่ไหวเพราะกิจกรรมรับน้องกินเวลาในชีวิตเราไปเยอะมาก ไหนจะทำงานพิเศษ ไหนจะการบ้าน รายงาน บางครั้งให้ทำอะไนบ้าบอจนดึกดื่นอ้างสานสัมพันธ์ ไม่มีสาระเอาแต่ตะโกนด่าว่า แล้วบอกว่าเพื่อระเบียบ เราไม่เห็นประโยชน์กับการเรียนตรงไหน และสภาพจิตใจก็แย่เราเลยบอกไปว่าคงรับน้องไม่ได้อีก

      ก็โดนรุ่นพี่กลั่นแกล้ง มีการด่าประจานเราและเอาเราไปด่าในเพจเฟสด้วย ใช้การลงโทษเพื่อนมาบอกว่าเป็นเพราะเราแข็งข้ออีกต่างหาก

      เราทนไม่ไหวก็เลยเดินเข้าไปพูดต่อหน้าเลยว่าหนูรายงานเรื่องที่พี่ทำให้ผู้ปกครองฟังหมดแล้ว และพ่อแม่ต้องการคุยกับพวกพี่ พร้อมทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย

      เราก็โดนว่าขี้ฟ้อง แต่เราก็ไม่แคร์แล้วบอกว่าจะไม่รับรุ่นอะไรก็ตามสบาย แต่พ่อกับแม่ต้องการคุยว่าทำไมถึงมีการรังแกกันในมหาลัย และแม่เราก็ไม่กลัวจะเป็นเรื่องใหญ่ด้วย

      วันต่อมาแม่ก็มาที่คณะคุยกับรุ่นพี่ทุกคนเลย จากนั้นเราก็ไม่มีรุ่นพี่มายุ่งด้วยเพราะโดนแบน ไม่ต้องรับน้องแต่ก็อยู่สบายมากขึ้น การเรียนก็สบายจิตใจก็ดีขึ้น วันนั้นต้องขอบคุณม๊ามากๆที่ยอมมาช่วยคุยให้เรา ทุกวันนี้จบมาก็มีเพื่อนร่วมคณะดีดี ส่วนคำพูดที่ว่าจบไปคุณจะเจอยิ่งกว่านี้...เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า เจ้านายจะสั่งให้เราอมลูกอมต่อกัน กลิ้งหน้าคณะ หรือทำท่าบ้าบอสักที

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      งี้ก็ต้องอดทนใช่ไหมคะ ? อยากรู้จริงๆว่าความอดทนเราจะมีมากได้แค่ไหน จะสู้สิ่งที่เราเจอมาได้บ้างรึเปล่า


      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?