อ่านหนังสือแล้วมึนหัว แค่เปลี่ยน “ท่านั่ง” หายงง + จำเนื้อหาได้ 80% UP []

วิว
           สวัสดีค่ะน้องๆ ในนี้มีใครชอบนอนอ่านหนังสือไหมคะ พี่เมก้าเป็นคนหนึ่งที่ชอบนอนอ่านหนังสือมากๆ เพราะพอเคลิ้มๆ จะได้เอนหัวลงไปหลับได้เลย (เอ่อ จะดีเหรอ?) บางคนคิดว่าการนอนอ่านหนังสือทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก และสมองแล่น แต่ความจริงเป็นแบบนั้นไหม

อ่านหนังสือแล้วมึนหัว แค่เปลี่ยน “ท่านั่ง” หายงง + จำเนื้อหาได้ 80% UP
 
           วันนี้พี่เมก้ามีความลับเกี่ยวกับ “ท่าอ่านหนังสือ” มาฝากค่ะ น้องๆ คนไหนอ่านหนังสือนานๆ แล้วชอบมึนหัว อ่านไม่รู้เรื่อง ลองนำเทคนิคนี้ไปใช้ดู รับประกันว่าอาการดีขึ้นแน่นอน

แค่อ่านหนังสือก็เครียดแล้ว! 
           ไม่รู้ว่าช่วงเตรียมตัวสอบ น้องๆ เคยสัมผัสกับอาการ Brain Fag Syndrome หรือความเครียดสะสมจากการอ่านหนังสือหนักติดต่อกันจนสมองตื้อ คิดอะไรไม่ออกรึเปล่านะคะ นี่เป็นสัญญาณอันตรายของการเกิดโรคปวดศีรษะจากความเครียด (Tension Typed Headache) ตามมาค่ะ บางคนอาการปวดมาทักทายเป็นระยะๆ ร่วม 2 อาทิตย์ แต่บางคนอยู่กับเรานานสุดอย่างต่ำก็ครึ่งปี! ทำให้ทุกครั้งที่เปิดหนังสือ ไม่สามารถอ่าน ทำความเข้าใจ และจดจำข้อมูลได้เต็มที่

           
แล้วถ้าเป็นแบบนั้นสาเหตุของอาการ Brain Fag Syndrome มาจากอะไร? ก็เริ่มตั้งแต่ความเครียดภายในสู่ร่างกายภายนอกเลยค่ะ ในช่วงที่สมองถูกใช้งานอย่างหนัก น้องๆ กดดันตัวเองให้จดจ่ออยู่กับการนั่งหรือนอนอ่านหนังสือมากเกินไป บางคนไม่ยอมลุกไปไหนเลยทำให้ต้องใช้กล้ามเนื้อในการเพ่งเล็งมาก อาการปวดต่างๆ ก็จะเริ่มตามมา ชาวาบตั้งแต่ปลายเท้า ไล่ขึ้นไปที่หลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ตาพร่า หูอื้อ ขมับตึงๆ จนสมองเบลอในที่สุด

เปลี่ยนท่านั่ง...ชีวิตเปลี่ยน 
           
อย่าเพิ่งนอยด์ว่าการโหมอ่านหนังสือหนักๆ จะทำให้ร่างกายเราฝืนตัวเองจนรับไม่ไหวขนาดนั้น เพราะนักวิชาการชี้มาแล้วว่า ท่าทางการอ่านหนังสือที่ผ่อนคลาย รวมกับระยะเวลาอ่านหนังสือที่เหมาะสม ทำให้เราหายเครียด อ่านหนังสือได้ยาวนาน แถมจดจำเนื้อหาได้ดีขึ้นด้วยค่ะ

อ่านหนังสือแล้วมึนหัว แค่เปลี่ยน “ท่านั่ง” หายงง + จำเนื้อหาได้ 80% UP
 
           ต่อไปนี้อยากให้น้องๆ ลองสำรวจท่าอ่านหนังสือของตัวเอง ว่าที่ผ่านมาเราอ่านกันยังไง บางคนนั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือนะคะ แต่แอบโน้มหัวลงตอนอ่าน บางคนเอียงคอไปด้วย นั่งงอไหล่ หรือนอนคว่ำนอนหงายอ่านหนังสือไปเลย ซึ่งนักวิชาการการันตีมาแล้วว่า ท่าอ่านหนังสือที่เป๊ะเวอร์ที่สุดคือ “การนั่งตัวตรง” โดยคอและหลังไม่โค้งแอ่น ส่วนท่าอื่นๆ ที่ว่ามาล้วนแล้วแต่เป็นตัวการให้เกิดอาการปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย แถมสายตายังต้องปรับระดับมาก ทำให้ลดโฟกัสในการอ่านหนังสือของเราค่ะ

“นั่ง” อ่านหนังสือหัวแล่นกว่า “นอน”
           สมองของคนเราประกอบด้วยเซลล์สมองที่มีรอยหยักอยู่ทั่วไปในกะโหลกศีรษะ ซึ่งสิ่งนี้เป็นอวัยวะที่อยู่จุดบนสุดของร่างกายค่ะ เวลาน้องๆ นั่งตัวตรงอ่านหนังสือ ศีรษะของเราจะตั้งฉากกับพื้นในท่านั่ง ทำให้สมองทำงานได้ดีกว่าท่าที่ขนานกับพื้นหรือท่านอน ซึ่งเป็นท่าที่สมองจะได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ดังนั้น การนั่งตัวตรงอ่านหนังสือให้ระยะห่างจากสายตาประมาณ 1 ฟุต หรือ 1 ไม้บรรทัดยาว ถือว่าอยู่ในระดับสายตาที่ดีที่สุด

           
น้องๆ ที่ชอบเอียงคออ่านตามตัวอักษรก็ควรเลิกนะคะ เพราะการวางสายตาให้อยู่ระดับกึ่งกลางหน้ากระดาษ เพื่อกรอกตาจากซ้ายไปขวาและบนลงล่างได้สะดวก คือระยะที่สายตามองหนังสือได้สบายที่สุด

ทริคอ่านนาน สติไม่หลุด
           บางคนพอได้ท่าอ่านหนังสือที่ถูกใจแล้วก็ตั้งใจจะลุยเลย แต่อะไรที่มากเกินไป ก็มักจะส่งผลตรงกันข้ามค่ะ ข้อควรรู้คือ “นั่งนานไป = หัวช้า” การนั่งอ่านหนังสืออย่างเดียว โดยไม่ลุกขยับตัวไปไหนเลยคือการทรมานตัวเองอย่างหนึ่ง ร่างกายของน้องๆ จะไม่มีเลือดไหลเวียนผ่านสมอง ยิ่งทำให้สมองตึงเครียด หัวช้าหนักกว่าเดิม!
           ดังนั้น ถ้าอยากอ่านหนังสือให้ได้นานๆ โดยสติไม่หลุด ลองคำนวณระยะเวลาอ่านหนังสือที่สมองสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เหนื่อยล้าดูค่ะ อาจจะใช้วิธี “อ่านติดต่อกันเป็นรอบๆ เซ็ตละ 50 นาที” กำลังดี พอครบเซ็ตแล้วก็ลุกไปยืดเส้นยืดสาย ล้างหน้าล้างตา เดินหาของกิน หรือทำกิจกรรมที่ชอบ แล้วค่อยกลับมานั่งอ่านต่อ แบบนี้จะทำให้เรารีแลกซ์มากกว่า สมองตื่นตัว ไม่ง่วงด้วยค่ะ 

           การฝืนนั่งอ่านหนังสือติดต่อกัน 2 - 3 ชั่วโมงแบบความรู้ไม่เข้าหัว เท่ากับว่าการอ่านนั้นเป็น 0 แต่ถ้าเราอ่าน 50 นาที พัก 10 นาที เป็นเซ็ตๆ น้องจะอ่านหนังสือได้นานขึ้น เก็บเนื้อหาได้เยอะขึ้นด้วย  

           นักวิชาการยังบอกอีกนะคะว่า ถ้าน้องๆ อ่านหนังสือตามเป้าของแต่ละวัน แล้ว “นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง” เมื่อตื่นมาทบทวนเนื้อหาอีกครั้งจะ
“จดจำข้อมูลได้มากถึง 80% ขึ้นไป” ของเนื้อหาที่อ่าน การทบทวนยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราไม่ลืมความรู้นั้นด้วย ส่วนตัวแล้วพี่เมก้าใช้วิธีนี้บ่อยๆ ได้ผลจริงค่ะ ยังไงลองนำไปทำตามกันดูนะคะ                      
                       
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#อ่านหนังสือ #มึนหัว #ปวดหัว #ท่าอ่านหนังสือ #สมอง #ความจำ #ความจำ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?