"ครูอย่าสอนให้ลูกผมเป็นตุ๊ด!" คุยกับ "ครูข้ามเพศ" กับวงจร Bully ที่ซ่อนในโรงเรียนไทย []

วิว
Big Story ที่จะหาคำตอบกับเรื่องนี้
- ไปคุยกับบุคคลข้ามเพศ ที่ถูกคนรอบข้าง Bully ตั้งแต่เด็กจนโต
- เมื่อเขาเป็นเด็กได้ถูกครู Bully แต่เมื่อโตมาเป็นครูก็ถูกเด็ก Bully
- วิธีการแก้ปัญหาของเขาเมื่อถูก Bully
"ครูอย่าสอนให้ลูกผมเป็นตุ๊ด!" คุยกับ "ครูข้ามเพศ" กับวงจร Bully ที่ซ่อนในโรงเรียนไทย

            สวัสดีค่ะ จากสถิติกลุ่มบุคคลที่ถูก Bully มากที่สุด หนึ่งในนั้นคือ "กลุ่มคนข้ามเพศ" วันนี้ #dekdBigStory จะพาไปคุยกับครูข้ามเพศท่านหนึ่ง ครูท่านนี้เมื่อตอนเป็นเด็กเคยถูกทั้งครูและเพื่อนร่วมชั้น Bully ทำร้ายจิตใจ เพียงเพราะไม่แมนอย่างที่ทุกคนหวัง จนกระทั่งโตขึ้นมาประกอบอาชีพครู เหตุการณ์ Bully ยังคงกลับมา เพราะถูกนักเรียนที่ตนเองสอนและผู้ปกครองซ้ำเติมว่าเป็น "คนข้ามเพศ" จะมาเป็นครูได้อย่างไร ? ไปติดตามเรื่องราวของเขากันค่ะ

ตอน ป.3 ไม่กลัวพ่อแม่อายบ้างเหรอมีลูกแบบนี้
            เหตุการณ์ที่โดน Bully ตอนเด็ก เกิดขึ้นตอนอยู่ชั้น ป.3 เป็นช่วงที่เกิดขึ้นหลังจากงานกีฬาสีจบ ผมกับเพื่อนเป็นเด็กกิจกรรมอยู่แล้ว ชอบรวมตัวกันไปเต้นหลังโรงเรียน ชอบอยู่กับผู้หญิงมากกว่ากลุ่มเพื่อนผู้ชาย ผู้ชายไปเตะบอล แต่เราชอบไปเต้น ชอบกระโดดยางกับผู้หญิงมากกว่า ซึ่งมันเป็นกิจกรรมเบาๆ ที่ส่วนใหญ่ผู้หญิงชอบทำกัน คราวนี้ครูประจำชั้นรู้เรื่องก็ไม่ค่อยชอบใจ เอาจุดนี้มาเป็นปมด้อยคอยว่าในทุกเรื่องที่เราทำผิด

             อย่างวันที่ครูโมโหมาก คือผมไปแอบเต้นกับเพื่อนแล้วกลับมาเข้าห้องเรียนไม่ทัน ครูก็เรียกมาคุยแล้วหลุดปากว่าผมเป็นพวกสังคมรังเกียจ เป็นแบบนี้มันไม่ดี สังคมไม่ชอบ ไม่กลัวพ่อแม่อายบ้างเหรอมีลูกแบบนี้ หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์แบบนี้เรื่อยๆ อาทิตย์ละครั้งสองครั้ง แต่ครั้งที่หนักสุดคือเรียกชื่อผมออกไปหน้าห้อง แล้วต่อว่าผมเสียงดังมากต่อหน้าเพื่อนๆ ทั้งห้องประมาณ 30-40 คน ว่าเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม พูดแต่ประโยคเดิมๆ จนอาจารย์ห้องข้างๆ ได้ยินเลยเข้ามาห้าม


ม.2 คราวหลังอย่าใส่เสื้อในมาโรงเรียนนะ
              ตอน ม.1 โดนเพื่อนล้อว่าเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ ม.2 จะหนักหน่อยเพราะเพื่อนแกล้งโดยการไปบอกครูว่าผมใส่เสื้อในมาโรงเรียน ซึ่งจริงๆ ไม่ได้ใส่เสื้อใน เป็นเสื้อกล้ามผู้ชายสีขาว ครูก็รู้ทั้งรู้ว่ามันคือเสื้อกล้าม แต่ก็ยังดึงผมไปตีต่อหน้าเพื่อนในห้อง 4-5 ที แล้วบอกว่า "คราวหลังอย่าใส่เสื้อในมาโรงเรียนนะ" ผมยังจำได้ถึงทุกวันนี้ แล้วก็ไม่เข้าใจว่าเสื้อกล้ามคือเสื้อในเหรอ ? คือปกติเด็กผู้ชายสมัยนั้นก็มักจะไม่ใส่เสื้อกล้าม

              
แต่ตอน ม.3 เจอครูที่ Bully ว่า "เราเป็นแบบนี้ทำไมถึงทำอะไรไม่เรียบร้อย ไม่น่าจะเกิดมาเป็นแบบนี้นะ ถ้ายังทำงานไม่เรียบร้อย" เขาไม่ห้ามนะที่ลูกศิษย์จะเป็นแบบนี้ แต่ถ้าเป็นแล้วทำงานไม่เรียบร้อยอย่าเป็นเลยดีกว่า เขาก็ทำให้เราจำติดตัวไปเลยจนถึงตอนนี้ว่าเราต้องทำงานให้เรียบร้อย ส่วนครูศิลปะอีกคนบอกว่า "เธอเป็นแบบนี้ เรียนโรงเรียนแบบนี้ ยังไงจบออกไปก็หามหาวิทยาลัยดีๆ เรียนไม่ได้หรอก เธอก็ได้แต่โรงเรียนที่เป็นแบบนี้" คือผมเรียนโรงเรียนขยายโอกาส สังคมแวดล้อมมีแต่เด็กที่ไม่เรียนมากกว่าเด็กเรียน ผมโดนว่าแบบนี้ก็เหมือนโดนดูถูกว่าไม่สามารสอบติดในที่เรียนดีๆ ได้ ผมก็คิดเหมือนกันว่าผมทนมาได้ยังไง เรื่องตอน ป.3 ผมไม่เคยเล่าให้พ่อแม่ฟัง แต่ตอนมัธยมฯ เล่าให้แม่ฟัง แล้วแม่ก็บอกว่าให้อดทน เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปเอง ซึ่งมันก็จริงๆ อดทนแล้วก็หายไปเอง แต่คำบางคำที่มันติดหูเรา มันยังอยู่กับเราตลอดเวลา จนเราคิดว่าจะต้องลบคำพวกนี้ออกไปให้ได้

 
"ครูอย่าสอนให้ลูกผมเป็นตุ๊ด!" คุยกับ "ครูข้ามเพศ" กับวงจร Bully ที่ซ่อนในโรงเรียนไทย

เมื่อเป็นครู "ครูคนนี้เป็นตุ๊ดใช่ไหมแม่ ?"
             นักเรียนจะ Bully เบากว่าผู้ปกครอง ระดับเบาๆ คือจะโดนนักเรียนถามว่า "ครูเป็นเกย์รึเปล่า วันนั้นครูเดินกับอาจารย์คนนั้น ครูเป็นแฟนกับคนนั้นรึเปล่า" ผมก็ยิ้มๆ ยังไม่ตอบเด็กว่า "ใช่ ครูเป็นเกย์" ผมอยากให้เขาได้คิดมากกว่าว่าการถามแบบนี้มันดีหรือไม่ดี ผมไม่เคยตอบกลับเด็ก เพราะคิดว่าเด็กยังเป็นผ้าขาว ยังไม่สามารถแยกออกว่าคนนี้เป็นเกย์ ทอม หรือดี้ ผมสอนเด็ก ป.1-ป.3 ด้วยแหละครับ ผมเคยโดนนักเรียนเดินไปถามผู้ปกครองต่อหน้าด้วยว่า "ครูคนนี้เป็นตุ๊ดใช่ไหมแม่" แม่ก็ตอบว่าอาจจะใช่ละมั้งลูก แต่ไม่ได้อธิบายให้ลูกรู้ว่าตุ๊ดคืออะไร เกย์คืออะไร ผมคิดว่าอาจจะมีส่วนว่าเขาพูดอย่างไม่ได้ตั้งใจแล้วไปกระทบใจเรา ก็มีอีกบางส่วนนะครับที่พูดออกไปแล้วฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าพูดแบบนี้มันไม่ดี

             
ระดับหนักๆ คือโดนเด็ก ม.4 ตวาดใส่ ส่วนตัวผมเป็นครูที่ค่อนข้างเคี่ยว จู้จี้จุกจิก ห้ามมาสาย ห้ามแต่งกายไม่เรียบร้อย ผมคิดว่าเรียนเต้น ถ้าชุดไม่เรียบร้อยอาจจะเป็นอันตรายต่อคนเต้นได้ แต่คราวนี้เด็กผู้ชายคงทนไม่ไหว เขาเลยตะโกนขึ้นมาว่า "หยุด! อีตุ๊ด!!" ผมก็มองหน้าให้เค้าหยุด เขาก็ถามต่อว่า "มองหน้าอย่างนี้ มาต่อยกันเลยดีกว่า" ผมก็เลยรู้ว่า ถ้าเราสอนเด็กแบบนี้ เราควรจะเบาลง ผมก็ไม่ได้ถือโทษโกรธเด็กนะครับ คิดว่าเขาคงไม่ได้ตั้งใจ


ไม่อยากให้ครูสอนเต้น กลัวลูกเป็นเกิร์ลกรุ๊ป
             ส่วนพ่อแม่เด็กจะเจอแบบว่า ผมกำลังสอนอยู่ ผู้ปกครองกำลังจะพาลูกมาเรียนเต้นกับผม เขาก็บอกว่า "วันนี้ขอพาลูกมาทดลองเรียนดูก่อน แต่ขอให้คุณครูช่วยเต้นให้ดูก่อนได้ไหม เพราะถ้าครูเต้นผู้หญิงมากก็ไม่อยากให้ลูกเรียน กลัวลูกเป็นเกิร์ลกรุ๊ป" คือเราตกใจมาก ทัศนคติไม่ค่อยโอเค ผู้ปกครองชอบคิดว่าครูที่เป็นแบบนี้ จะสอนให้ลูกเป็นแบบนี้ตามไปด้วย แต่ด้วยความที่ผมเป็นครูสอนเต้น ก็เลยบอกให้คุณแม่รออยู่นอกห้องกระจก แล้วให้ดูว่าท่าเต้นจะเป็นแบบที่แม่คิดรึเปล่า ส่วนในหัวผมก็พยายามคิดว่าจะทำยังไงให้เขาไม่เครียดจนเกินไป ผมเลยปรับการสอนเดี๋ยวนั้น ตอนแรกคิดว่ามีแค่เด็กผู้หญิงเรียน เตรียมท่าเต้นมาแล้ว แต่พอมีเด็กผู้ชายมาแจมเลยเปลี่ยนท่าตามสถานการณ์เลย ให้มีความเต้นได้ทั้งหญิงและชาย คุณแม่จะได้สบายใจ พอต่อไปคุณแม่ไม่อยู่ก็ค่อยสอนท่าพื้นฐานการเต้นให้ลูกเขาไป ซึ่งก็ไม่มีปัญหาแล้วครับ มันเป็นแค่ความกังวลแรก

             
ส่วนอีกคนหนึ่งบอกว่า "รบกวนครูช่วยอย่าทำให้ลูกเป็นตุ๊ดเป็นเกย์ได้ไหม สอนเต้นได้ แต่อย่าให้ลูกมีท่าทางอย่างงั้นได้ไหม ?" คือจริงๆ แล้วการเต้นเราก็ต้องสอนตั้งแต่เบสิค ชายหญิงต้องเรียนเหมือนกัน ท่าเดียวกัน ดังนั้น การที่พ่อแม่ไม่เข้าใจหลักสูตรการเต้น ก็จะตีเป็นภาพแบบนี้ตลอด คนก็เลยเข้าใจว่าเรียนเต้นจะต้องเป็นตุ๊ดแน่นอน ยังมีคนที่ติดทัศนคติแบบนี้อยู่ แต่เดี๋ยวนี้ก็เริ่มลดลงมากแล้วครับ พูดตรงๆ โจทย์ที่บอกว่าอย่าให้ลูกเป็นตุ๊ดมันยากมาก แต่พอดีว่าเด็กคนนี้ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเป็นนะครับ แค่เพราะเขาดูเรียบร้อยเกินไป ชอบนั่งคนเดียวเงียบๆ ชอบนั่งดูเพื่อนวิ่งเล่น เขาไม่ได้ชอบเล่นกับผู้หญิง บางเวลาก็ชอบเตะบอล แต่แค่มีนิสัยที่บางมุมเหมือนผู้หญิงแค่นั้นเอง ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ปล่อยให้แม่เขาหน้าเครียดไปตลอดเวลา มาพูดกับเราทุกวันจนผมต้องเบรกกับคุณแม่ว่าลูกยังเด็กอยู่เลย ยังไม่ถึงขั้นที่บอกได้ว่าจะเป็นตุ๊ดเป็นเกย์แบบนี้ นอกจากเขาจะรู้ตัวเองตั้งแต่เกิด โดยส่วนตัวผมเป็นคนที่ถ้าเกิดโดนใครมา Bully หรือตีความในด้านลบ ผมจะพิสูจน์ตัวเองว่าคำพูดนั้นมันไม่จริง

 
"ครูอย่าสอนให้ลูกผมเป็นตุ๊ด!" คุยกับ "ครูข้ามเพศ" กับวงจร Bully ที่ซ่อนในโรงเรียนไทย

            จากบทความ #dekdBigStory ด้านบน ทำให้เรามองชีวิตในอีกมุมหนึ่งของผู้ที่ถูก Bully บางครั้งการเลือกไม่แสดงออก ไม่ได้หมายถึงบุคคลนั้นไม่ได้คิดอะไร และสิ่งนั้นอาจติดในใจของเขาไปตลอดชีวิต และในสังคมเราควรแยกให้ออกระหว่างการ Bully และการแซวเล่น
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#การศึกษา #Bully #ครูข้ามเพศ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?