มารู้จัก “Hijack Brain” อาการถูกปล้นสมอง พบบ่อยในเด็กที่ทำการบ้านเยอะ []

วิว
มารู้จัก “Hijack Brain” อาการถูกปล้นสมอง พบบ่อยในเด็กที่ทำการบ้านเยอะ
          สวัสดีค่ะ ไม่รู้ว่าทุกคนพอจะจำนโยบายลดการบ้านนักเรียนได้หรือเปล่านะคะ เรื่องนี้นายกฯ ลุงตู่ของน้องๆ เป็นห่วงและเน้นย้ำมาก อยากให้นโยบายนี้นำไปใช้ได้จริง ทุกวันนี้ก็ยังมีการติดตามความคืบหน้าอยู่เรื่อยๆ เพราะผลเสียจากการแบกรับการบ้านหนักๆ มันกระทบต่อตัวเด็กทางตรงเลย

มารู้จัก “Hijack Brain” อาการถูกปล้นสมอง พบบ่อยในเด็กที่ทำการบ้านเยอะ
 
          วันนี้พี่เมก้าก็เลยถือโอกาสพาน้องๆ ไปสำรวจโลกการบ้านของตัวเองว่าตอนนี้มันเยอะแค่ไหน แล้วเคยสัมผัสกับคำว่า “Hijack Brain หรืออาการถูกปล้นสมอง” บ้างหรือเปล่า เราจะได้รู้เท่าทันและเตรียมรับมือกับเจ้าตัวร้ายที่มาพร้อมการบ้านนี้ได้ถูกจุดค่ะ

การบ้านเด็กไทยเยอะที่สุดในโลก...จริงหรือ?
         
ก่อนหน้านี้น้องๆ คงจะเคยได้ยินมาบ้างว่าเด็กไทยของเราติดหนึ่งในประเทศที่เรียนหนักที่สุดในโลก แถมปริมาณการบ้านที่เยอะสวนทางกับคะแนนเก็บที่ได้ ยังทำให้นักเรียนเกิดความเครียด ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ และค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมได้อย่างเต็มที่

         
จริงๆ แล้วการบ้านของเด็กไทยไม่ได้เยอะที่สุดในโลก (ถ้าไปย้อนอ่านข้อมูลสถิติที่ทาง OECD สำรวจไว้ จะพบว่าประเทศไทยของเราไม่ได้ติด Top 20 ของประเทศที่เด็กนักเรียนใช้เวลาทำการบ้านนานที่สุดด้วยซ้ำ) แล้วการบ้านก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เด็กไทยเครียดที่สุดด้วยค่ะ เพราะผลงานวิจัยต่างๆ สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันว่า ปัจจัยที่ทำให้นักเรียน ม.ปลาย มีความเครียดในระดับสูงมาจาก “ผลการเรียนตกต่ำ” ยิ่งกับพี่ๆ ม.6 ด้วยแล้ว มีคะแนนเฉลี่ยความเครียดพุ่งปรี๊ดกว่าระดับชั้นอื่นๆ

         
ถึงอย่างนั้นก็ตาม ถ้าน้องๆ ลองคิดดู สาเหตุที่ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ มักจะมี “การบ้าน” รวมอยู่ในนั้นด้วย ถ้าการบ้านเยอะจนไม่ทันส่ง หรือทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร คะแนนเก็บที่มีอยู่น้อยนิดก็คงดึงเกรดเทอมนั้นของเราให้ดำดิ่งได้

ปั่นการบ้านเกิน 2 ชม. เสี่ยงเครียด!
         
ทางสำนักวิชาการฯ สพฐ. เล็งเห็นถึงปัญหาการบ้านล้นมือของเด็กมัธยมฯ นี้ดี จึงได้ไปรวบรวมเอกสารการวิจัยที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอผลวิจัยที่ยืนยันชัดเจนว่า “โรงเรียนควรกำหนดช่วงเวลาที่ใช้ทำการบ้านของนักเรียนอย่างเหมาะสม” ค่ะ โดยปีที่แล้วทาง กพฐ. ก็ได้ประกาศแนวปฏิบัติลดการบ้านนักเรียนออกมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับน้องๆ เด็กมัธยมฯ ควรใช้เวลาทำการบ้านไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน เพราะหากมากกว่านี้จะทำให้เด็กเกิดความเครียดได้

มารู้จัก “Hijack Brain” อาการถูกปล้นสมอง พบบ่อยในเด็กที่ทำการบ้านเยอะ
 
          ถ้าน้องๆ สงสัยว่าการบ้านจะทำให้เราเครียดได้ยังไง แล้วจะเครียดจนเป็นบ้าเลยไหม เทเลยดีกว่า! พี่เมก้าขอบอกว่าอย่าเพิ่งกลัวไปถึงขั้นนั้นค่ะ จริงๆ แล้วการบ้านคือการฝึกฝนตัวเองที่มีประโยชน์มาก ทั้งสอนให้เรารู้จักบริหารจัดการงาน ทำให้เรามีความรับผิดชอบ และทำให้ความรู้นั้นอยู่กับตัวเราตลอดเวลา แต่! การบ้านที่มาในปริมาณเยอะเกินไปอาจจะทำให้สมองเราย่ำแย่ได้ เจ้าสิ่งนี้เรียกว่า “Hijack Brain หรืออาการถูกปล้นสมอง” ค่ะ

Hijack Brain ถูกปล้นสมองเพราะงานทับตัว!
         
Hijack Brain หรืออีกชื่อเรียกว่า Amygdala Hijack เป็นที่รู้จักจากแนวคิดของนักจิตวิทยาชื่อดัง Daniel Goleman ค่ะ Amygdala คือส่วนเล็กๆ ที่ฝังอยู่ในสมอง รูปร่างคล้ายๆ กับเมล็ดอัลมอนด์ ทำหน้าที่เก็บความทรงจำของเหตุการณ์ รับผิดชอบด้านอารมณ์ และรวบรวมสัญชาตญาณการเอาตัวรอดต่างๆ เมื่อน้องๆ ต้องทำงานภายใต้สภาวะกดดัน เช่น ต้องส่งงานครู 10 ชิ้น ภายใน 1 อาทิตย์ ต้องรีบเคลียร์การบ้านชุดใหญ่ในช่วงสอบ หรือ ส่งงาน 1 ชิ้น แลกกับคะแนนเก็บกว่า 50 คะแนน O_O! เจ้า Amigdala ก็จะรีบส่งสัญญาณเตือนภัยบอกให้รู้ว่าวิกฤติแล้ว จากที่ชิลล์ๆ ก็ต้องสู้เพื่อความอยู่รอด!

         
ลองสังเกตอาการตัวเองดูนะคะ เคยเครียดจนใจสั่นรึเปล่า? เพราะ Amigdala มักจะให้เราสู้อย่างเดียว ไม่ถามเลยว่าไหวไหม บางคนความเครียดจู่โจมจนสมองหลุดโฟกัส ทำงานช้าลง ร้ายแรงก็ถึงขั้นปิดสวิตซ์คิดอะไรไม่ออกในที่สุด เรียกได้ว่าเจ้า Amygdala ได้ปล้นความสุขที่ควรจะมีเวลาเคลียร์การบ้าน ปล้นข้อมูลความคิด และการตัดสินใจต่างๆ ที่มีอยู่ในสมองไปหมดเลย

ลดการบ้าน = สมองปลอดภัย!?
         
ถ้าจะยุติปัญหาโจรปล้นสมองด้วยการลดปริมาณการบ้าน เหลือเฉพาะงานที่สามารถวัดผลได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของนักเรียนจริงๆ ส่วนหนึ่งพี่เมก้าก็เห็นด้วยนะคะ ตอนนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการก็กำลังดำเนินการอยู่เนอะ แต่ถ้าน้องๆ มองไปทางไหนยังเห็นการบ้านกองพะเนินอยู่ เรายังพอมีวิธีรับมือไม่ให้ถูก Hijack ได้ค่ะ

         
วิธีที่ 1 : สังเกตตัวเองว่าช่วงนี้เครียดกับการบ้านอยู่หรือเปล่า เพราะสิ่งนี้จะทำให้เรามีสติ และรู้เท่าทัน Hijack ค่ะ ถ้าการบ้านเยอะอาจจะลองจัดลำดับความสำคัญของงาน หรือเลือกทำงานที่ชอบและง่ายก่อน จะได้มีกำลังใจในการเคลียร์การบ้าน

มารู้จัก “Hijack Brain” อาการถูกปล้นสมอง พบบ่อยในเด็กที่ทำการบ้านเยอะ
 
          วิธีที่ 2 : สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากช่องท้อง วิธีนี้จะช่วยนำออกซิเจนเข้าสู่สมอง ทำให้มีสมาธิมากขึ้น ระบบความจำและการประมวลผลดีขึ้น วิธีสังเกตว่าหายใจถูกไหม ปกติเวลาน้องๆ เครียด เรามักจะหายใจด้วยการยุบและเกร็งหน้าท้อง แต่การหายใจเพื่อผ่อนคลาย จะต้องหายใจเข้าลึกๆ จนท้องขยายค่ะ ลองวางมือหนึ่งไว้บนท้อง อีกข้างวางบนอก แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ ถ้ามือที่อยู่บนท้องสูงกว่ามือที่อยู่บนอกแปลว่าหายใจถูกค่ะ

         
วิธีที่ 3 : พักเบรกเพื่อความผ่อนคลาย อาจจะไปนอน ทำสิ่งที่ชอบ หรือทำกิจกรรมฝึกสติ เช่น วาดรูป ออกกำลังกายเบาๆ หรือทำ Brain Training วิธีนี้จะทำให้เราห่างกันสักพักกับความเครียดที่ตีวนอยู่ในสมอง แล้วกลับมารับมือกับเจ้าการบ้านได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิมค่ะ 

          ความสุขในการทำการบ้านสำคัญมากนะคะน้องๆ มันจะทำงานเราออกมาดี ต้องขอบคุณเจ้า Amygdala ที่คอยส่งสัญญาณเตือนเราทุกครั้งที่ความเครียดถามหา ยังไงอย่าลืมปลดล็อกตามที่พี่เมก้าแนะนำนะคะ สุดท้ายขอฝาก เคล็ดลับทำการบ้านให้เสร็จไว คลิก ไว้ให้น้องๆ อ่าน สู้ๆ ค่ะ
 
ขอบคุณข้อมูลจาก

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนสารวิทยา ของคุณอัจฉรา ระตะนะอาพร
การศึกษาความเครียดและวิธีเผชิญความเครียดของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ของคุณสุภาภัทร ทนเถื่อน

www.worldatlas.com/countries-spend-the-most-time-doing-homework
www.verywellmind.com/what-happens-during-an-amygdala-hijack
https://insightpsychology.ca/blog/understanding-childs-brain/
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Hijack Brain #ปล้นสมอง #เครียด #การบ้าน #การบ้านหนัก #การบ้านเยอะ #การบ้านท่วมหัว #การบ้านท่วมหัว

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?