ซ่อน
แสดง

เลือดข้นคนขี้เกียจ! นักวิจัยชี้ “นิสัยขี้เกียจ” ส่วนหนึ่งได้มาจากกรรมพันธุ์ []

วิว
เลือดข้นคนขี้เกียจ! นักวิจัยชี้ “นิสัยขี้เกียจ” ส่วนหนึ่งได้มาจากกรรมพันธุ์
          มีใครรู้สึกว่าเรามีนิสัยขี้เกียจมากซะจนเริ่มกลัวตัวเองไหมคะ? วันนี้ Openbook ขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับต้นตอแห่งความขี้เกียจ ที่ไม่อยากเชื่อว่าเราได้รับมาจากพ่อแม่จริงๆ น่ะเหรอ แล้วจะขับไล่เจ้าเชื้อขี้เกียจนี่ออกไปได้ยังไง เหตุผลรอไว้อยู่แล้ว ตามมาดูคำตอบไปพร้อมกันเลยค่ะ

เลือดข้นคนขี้เกียจ! นักวิจัยชี้ “นิสัยขี้เกียจ” ส่วนหนึ่งได้มาจากกรรมพันธุ์
 
พ่อแม่ส่งต่อ “ยีนขี้เกียจ” ถึงลูก
          ถ้าพูดถึงคำว่า “กรรมพันธุ์” ในทางวิทยาศาสตร์ เราจะรู้กันดีว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ได้รับการถ่ายทอดลักษณะบางอย่างจากพ่อแม่มาตั้งแต่กำเนิดค่ะ ซึ่งจากงานวิจัยหลายชิ้นก็ค้นพบไปในทางเดียวกันว่า "ความขี้เกียจสามารถถ่ายทอดกันได้ผ่านทางพันธุกรรมหรือยีน" เรียกว่าพ่อแม่มีเชื้อขี้เกียจเท่าไหน ลูกก็รับไปเท่านั้น สมกับคำว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเลย

          หนึ่งในงานวิจัยของ University of Missouri College of Veterinary Medicine ค้นพบว่ามีความเป็นไปได้ที่มนุษย์เรามียีนเป็นตัวกำหนดความขี้เกียจไว้ล่วงหน้า ทีมศึกษาได้วิจัยจากการนำหนูทดลองมาวิ่งกงล้อแข่งกันในช่วงระยะเวลา 6 วัน แล้วคัดเอาหนูสายพันธุ์ “ขยันวิ่งที่สุด” มาจับคู่ผสมพันธุ์กัน แล้วก็นำหนูสายพันธุ์ “ขี้เกียจวิ่งที่สุด” มาจับคู่ผสมพันธุ์กันเอง ทำแบบนี้เพื่อคัดสายพันธุ์ต่อเนื่องถึง 10 เจเนอเรชั่น แล้วสุดท้ายก็พบว่าหนูในสายพันธุ์ขยันยังคงวิ่งกงล้อได้มากกว่าหนูสายพันธุ์ขี้เกียจถึง 10 เท่า!   

เลือดข้นคนขี้เกียจ! นักวิจัยชี้ “นิสัยขี้เกียจ” ส่วนหนึ่งได้มาจากกรรมพันธุ์
 
          ทางทีมวิจัยยังตรวจสอบพบอีกว่าหนูทั้งสองสายพันธุ์มีความแตกต่างกันของยีนซึ่งเป็นลักษณะทางพันธุกรรมอย่างชัดเจน กว่า 17,000 ของยีนในสมอง มียีน 36 ตัวที่เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการทำกิจกรรมต่างๆ ของร่างกายไว้ล่วงหน้า จึงมีความเป็นไปได้ว่าหนูอาจจะมียีนที่เป็นตัวกำหนดความขยันและความขี้เกียจไว้ โดยได้รับการถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น หมายความว่าบรรพบุรุษขี้เกียจยังไง เราก็ได้รับมรดกความขี้เกียจตกทอดมาไม่แพ้กัน

          งานวิจัยเกี่ยวกับเรื่อง “ยีนขี้เกียจ” ไม่ได้จบเพียงเท่านี้นะคะ ยังมีทีมวิจัยอีกหลายแห่งที่ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ศึกษาไปจนพบยีน SLC35D3 หรือยีนขี้เกียจ ซึ่งเป็นลักษณะยีนอย่างหนึ่ง ที่สามารถถ่ายทอดกันทางพันธุกรรมได้อีกด้วยค่ะ แต่อย่าเพิ่งโบ้ยความผิดไปที่พ่อแม่นะคะ เพราะ “ยีนแห่งความฉลาด” ก็สามารถถอดแบบผ่านทางยีนนี้ได้เช่นกัน และสภาพแวดล้อมที่ดีก็ผลักดันให้เราต่อยอดการเรียนรู้ที่ดีได้ 

อย่าให้ความ “เบื่อ” จบลงตรง “ขี้เกียจ”
          ถ้าให้ระบุต้นเหตุแห่งความ “ขี้เกียจ” ของตัวเอง ไม่ว่าจะขี้เกียจทำการบ้าน ขี้เกียจอ่านหนังสือ ขี้เกียจทำแบบฝึกหัด ฯลฯ น้องๆ จะเลือกข้อไหน 

A. ไม่มีอารมณ์ ทนทำไปก็ไม่เข้าสมองหรอก
B. เรียนไม่เก่ง เก่งเรื่องนอนขี้เกียจมากกว่า
C. ตัวการก็มาจาก “ยีนขี้เกียจ” ที่สิงร่างไง 
D. ถูกทุกข้อ

          พี่เมก้าขอข้ามน้องที่เลือกสาเหตุของการขี้เกียจว่ามาจากยีนไปก่อนนะคะ เพราะจริงๆ แล้วยีนมันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ ไหนใครโทษอารมณ์ โทษความนอยด์เรื่องเรียนไม่เก่งของตัวเองบ้าง? นี่คือตัวแปรหลักที่จะทำให้เราขจัดความขี้เกียจออกไปได้เลย

เลือดข้นคนขี้เกียจ! นักวิจัยชี้ “นิสัยขี้เกียจ” ส่วนหนึ่งได้มาจากกรรมพันธุ์
 
          ศาสตราจารย์ Timothy Pychyl แห่งมหาวิทยาลัย Carleton เมือง Ottawa ได้ศึกษาเกี่ยวกับนิสัยผัดวันประกันพรุ่งของคนเรา แล้วพบว่าปัญหาของเรื่องนี้อยู่ที่การจัดการอารมณ์มากกว่าจัดการเวลาไม่ได้ค่ะ คนขี้เกียจมักจะกลัวหรือวิตกกังวลไปก่อน ทำให้ไม่มีอารมณ์ที่จะลุกมาทำบางสิ่งบางอย่างแบบจริงจัง ใช้การโบ้ยไปเรื่อยๆ ขอเล่นเกม ขอดูหนัง นอนอ่านการ์ตูนชิลล์ๆ รู้ตัวอีกทีก็ถูกความขี้เกียจครอบงำเข้าซะแล้ว 

แผน “เอาชนะความขี้เกียจ” ระดับลึกลงไปถึงยีน
          วันนี้พี่เมก้าก็มี “เทคนิคสะกดจิตตัวเองให้ขยัน” มาฝากน้องๆ ค่ะ สิ่งนี้เรียกว่า Anchoring หรือการฝังสภาวะจิต ถ้าน้องๆ รู้สึกว่าตัวเองกำลังนอยด์ ไม่อยากทำอะไร ให้ลอง “ดีดนิ้ว 1 ครั้ง” ระหว่างดีดอาจจะใส่พลังความมุ่งมั่นไปอีกนิด เราจะเพิ่มพลังความขยันให้กับตัวเองได้ เช่น 

          ดีดนิ้วดังป๊อก! แล้วพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า “ทำการบ้าน!” จากนั้นลงมือทำทันที จะไม่มีช่วงเวลาให้น้องๆ คิดขี้เกียจเลยล่ะ ที่ต้องดีดนิ้วเพราะว่าท่านี้เหมือนกับการเรียกความสำเร็จค่ะ ลองสังเกตเวลาเราคิดอะไรออก หรือได้ดั่งใจกับอะไรสักอย่าง เราก็มักจะดีดนิ้วด้วยความชอบใจเสมอ ยังไงลองนำเทคนิคนี้ไปทำตามกันดูนะคะ

          อ้อ! ก่อนหน้านี้พี่เมก้าเคยเขียนบทความเกี่ยวกับ Tips หักดิบนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง คลิก ไว้ ขอบอกว่าวิธีต่างๆ นี้ ใช้ได้ผลจริง อยากให้ลองค่ะ                  

          บทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อให้น้องๆ เอาตัวแปรความขี้เกียจเดินไปเคลียร์กับคุณพ่อคุณแม่แต่อย่างใดว่า “ให้เชื้อขี้เกียจหนูมาเยอะทำไม หรือทำไมพ่อกับแม่ทำให้หนูฉลาดน้อยแบบนี้” อย่างที่นักวิจัยหลายท่านบอกว่าสภาพแวดล้อมก็มีส่วน การรู้ว่าตัวเองมียีนขี้เกียจแล้วยังปล่อยให้เราจมอยู่กับความขี้เกียจต่อไป มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นนะคะ เผลอๆ เกิดแต่งงานไปลูกหลานของน้องๆ ได้รับเชื้อขี้เกียจเข้าไปอีก ไม่ยิ่งแย่เหรอ เอาล่ะ! ลุกขึ้นมาเพิ่มยีนขยันเพื่อวันที่ดีกันดีกว่าค่ะ    
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#กรรมพันธุ์ #ยีน #ขี้เกียจ #นักวิจัย #การศึกษา #การเรียน #Openbook #Openbook

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?