ซ่อน
แสดง

ถามตัวเองว่าจริงไหม? คนส่วนใหญ่เคยหลงเสน่ห์เพื่อน แต่ไม่อยากได้เพื่อนเป็นแฟน []

วิว
ถามตัวเองว่าจริงไหม? คนส่วนใหญ่เคยหลงเสน่ห์เพื่อน แต่ไม่อยากได้เพื่อนเป็นแฟน
           ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่มันคือแสนไกล ยิ่งเธอเป็นเหมือนเพื่อนสนิท ยิ่งไม่มีสิทธิ์จะบอกไป...ว่ารักเธอ” แค่เริ่มก็จี๊ดแล้ว...ขอดูมือคนที่กำลัง แอบรักเพื่อน หน่อยได้ไหมคะ? นักวิจัยเคยกล่าวไว้ว่า "คนส่วนใหญ่เคยตกหลุมรักเพื่อนตัวเอง...แต่ไม่อยากได้เพื่อนเป็นแฟน” 

ถามตัวเองว่าจริงไหม? คนส่วนใหญ่เคยหลงเสน่ห์เพื่อน แต่ไม่อยากได้เพื่อนเป็นแฟน
 
           น้องๆ ว่ามันดูย้อนแย้งกันไหม? ตกหลุมรัก แต่ทำไมไม่กล้าบอกรัก ไม่กล้าออกจากเฟรนด์โซนไปเป็นอย่างอื่น วันนี้พี่เมก้ามีคำตอบมาให้ค่ะ ลองถามตัวเองดูว่าเราเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า?

เพราะมนุษย์เพื่อนน่ารัก...เราจึงตกหลุมรัก
           คนเรามักจะเลือกคบคนที่นิสัยคล้ายคลึงกัน มีความชอบเหมือนๆ กัน ถึงแม้ว่าบางครั้งอาจจะมีสิ่งที่ทำให้เราคิดต่างกันไปบ้าง แต่ถ้าในความต่างนั้นเข้ากันได้พอดี ก็ปฏิเสธได้ยากนะคะว่าคนคนนั้นอาจจะเป็นเพื่อน (หรือมากกว่าเพื่อน) ที่เราอยากจะอยู่ด้วยกันไปนานๆ 

           แนวคิดนี้ไปตรงกับทฤษฎีแรงดึงดูดเพราะความเหมือน Similarity‐Attraction Effect (SAE) ของ Byrne and Rhamey นักจิตวิทยายุค 1965 ค่ะ มีการตั้งข้อสันนิษฐานกันว่าคนเราจะมีแรงดึงดูดทางใจระหว่างกัน เมื่อเรามีความคล้ายคลึงกัน ทฤษฎีนี้ยังมีความเป็นไปได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับทฤษฎีอื่นๆ ในยุคนั้น เช่น คนเรามักจะดึงดูดกันเพราะความต่าง? (จริงๆ ก็อาจจะมี แต่น้อย)  

           ลองจับตามองเพื่อนรักที่อยู่ข้างกายน้องๆ ดู ถ้าทัศนคติ นิสัยใจคอ ไลฟ์สไตล์ ตรงกับความชอบเราไปซะทุกอย่าง แค่ยิ้มโลกละลายให้หนึ่งที ทำเรื่องสนุกด้วยกัน คอยเป็นกำลังใจในทุกเรื่อง ห้ามใจไม่ให้หวั่นไหวได้เหรอ...ถามจริง? นี่จึงเป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่มักจะเคยตกหลุมรักเพื่อนสนิทตัวเองมาก่อน (เว้นซะแต่ว่าชอบ แต่รู้ไส้รู้พุงจนค้นพบว่าเราเหมาะจะเป็นเพื่อนกันมากกว่า)   

ผู้หญิงตกหลุมรักเพื่อนชายมากกว่า O_O!

ถามตัวเองว่าจริงไหม? คนส่วนใหญ่เคยหลงเสน่ห์เพื่อน แต่ไม่อยากได้เพื่อนเป็นแฟน
 
           Bleske-Rechek นักจิตวิทยาประจำมหาวิทยาลัย Wisconsin-Eau Claire ยังได้เสนอผลสำรวจไว้อีกด้วยว่ากฎแรงดึงดูดนี้มักจะเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายค่ะ ผู้หญิงจะให้ความสนใจกับเพื่อนชายอยู่ในระดับ 4 จาก 5 ในขณะที่ผู้ชายโอกาสที่จะให้ความรู้สึกว่าเพื่อนหญิงน่าดึงดูดมีแค่ 1 เท่านั้น

รักเพื่อน...แต่ทำไมไม่อยากได้เพื่อนเป็นแฟน?
           ทฤษฎีแรงดึงดูดที่ว่าเราเกิดอาการสปาร์คเพื่อน เพราะโดนความน่ารักแอทแทคมา ยังไม่น่าตกใจเท่ากับผลสำรวจที่ว่า หลายคนรักเพื่อนแต่ไม่อยากได้เพื่อนเป็นแฟน! อะไรจะย้อนแย้งกันขนาดนั้น? งานวิจัยเรื่อง Motives to remain platonic, equity and the use of maintenance strategies in opposite-sex friendships ของ Messman Canary & Hause ได้เปิดเผยเหตุผลที่ทำให้เรายังคงเก็บงำความลับที่แอบรักเพื่อน และตั้งใจรักษาความเป็นเพื่อนไว้ โดยเหตุผลหลักที่คนเทใจไปมากที่สุดก็คือ “กลัวความสัมพันธ์แบบ Safeguard Relationship หรือกลัวการเสียเพื่อน” นั่นเองค่ะ

           ว่าแล้วพี่เมก้าก็นึกถึงเศรษฐศาสตร์ของการแอบรักเพื่อนสนิทที่เพื่อนส่งมาให้อ่าน การที่เราจะตัดสินใจบอกความในใจกับใคร (โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนคนนั้นเป็นเพื่อนของเรา) มีเหตุผลสำคัญที่ต้องทบทวนหลายอย่าง บ่อยครั้งที่ต้องนั่งศึกษาต้นทุน (% ที่เพื่อนจะมอบหัวใจกลับมามีอยู่เท่าไหร่) 

           สารภาพ ทดสอบ Icon ตอบตกลง = กำไร
           สารภาพ ทดสอบ Icon ตอบปฏิเสธ = ขาดทุน
           ไม่สารภาพ ทดสอบ Icon ไม่รู้ว่ารัก = เท่าทุน

           การที่เราแอบรักเพื่อนสนิทต่อไปโดยไม่พูดความในใจออกไป จึงเป็นทางเลือกที่หลายคนมองว่าดีกว่าการสารภาพรัก เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าเสี่ยงไปแล้วผลลัพธ์จะเป็นยังไง ถ้าเพื่อนไม่ได้คิดเหมือนกัน หรือลองตัดสินใจคบกันแล้วไปไม่รอด เราอาจจะมองหน้ากันไม่ติด แล้วเพื่อนรักก็จะหายจากชีวิตเราไปในที่สุด

ถามตัวเองว่าจริงไหม? คนส่วนใหญ่เคยหลงเสน่ห์เพื่อน แต่ไม่อยากได้เพื่อนเป็นแฟน
 
           ย้อนกลับไปที่งานวิจัยเลยค่ะ “สิ่งที่ทุกคนกลัวมากที่สุดคือการเสียเพื่อน” เลยอยากจะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ต่อไป แต่ถ้าคิดว่าเสี่ยงแล้วคุ้ม เลื่อนสถานะไปใจตรงกันแน่ๆ เราก็จะได้แฟนที่ใช้เวลาทำความรู้จักกันมามากพอจนรู้ใจกันไปซะทุกอย่าง แถมได้ทั้งเพื่อนและแฟนครบสูตร 2 in 1  

           เอาล่ะ! น้องๆ เคยตกอยู่ในสถานการณ์นี้หรือเปล่า? ส่วนตัวพี่เมก้าเคยมา 2 Step ตอนแรกพี่เลือกที่จะไม่สารภาพเพราะคิดว่ามันเท่าทุนนี่แหละ แต่สุดท้ายก็เสี่ยงสารภาพไปค่ะ โอ้โห! ขาดทุนยับเลย รู้งี้ทนอึดอัดใจต่อไปยังดีซะกว่า T T 

           ปล.แต่การสารภาพแล้วขาดทุน ก็อาจจะคืนกำไรมาให้เราได้เหมือนกันนะคะ คือตัดใจจากเพื่อนเก่าแล้วเปิดโอกาสให้เราไปหาเพื่อนใหม่ที่จะมาพัฒนาความสัมพันธ์กันในวันข้างหน้าไง แล้วใครว่าตอบปฏิเสธจะขาดทุนแบบหมดตัวเสมอไป เพื่อนอาจจะมองเราเป็นเพื่อนด้วยสายตาแบบเดิมก็ได้     
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เพื่อน #แอบรักเพื่อน #ตกหลุมรัก #ตกหลุมรักเพื่อน #Attraction #การศึกษา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?