ซ่อน
แสดง

รู้เท่าทัน “ภาวะวิกฤตทางอารมณ์” ในการเรียน + ทางออกเมื่อเครียดจนอยากทำร้ายตัวเอง []

วิว
         สวัสดีค่ะ งานวิจัยชิ้นหนึ่งเปิดเผยว่าระดับความเครียดของคนเรานั้น มักจะเพิ่มขึ้นตามความรุนแรงของแหล่งความเครียด เมื่อมองจากระบบการเรียนการสอนของไทย การเรียนในระดับชั้นปีที่สูงขึ้นจะแปรผันตามความเครียดที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน อาจเพราะว่าทุกคนเติบโตขึ้น เราจึงคิดมากกับความมั่นคงในอนาคตนั่นเอง

รู้เท่าทัน “ภาวะวิกฤตทางอารมณ์” ในการเรียน + ทางออกเมื่อเครียดจนอยากทำร้ายตัวเอง
 
         ช่วงเดือนที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า เรารับรู้ข่าวเศร้าจากปัญหาเยาวชนกับภาวะซึมเศร้ามากมายเหลือเกิน วันนี้พี่เมก้าจึงขอพาน้องๆ ไปดูชนวนที่ก่อให้เกิดความเครียดสูง หาวิธีถอยออกจากมัน พร้อมวิธีเสริมพลังบวกที่ทำให้เราเข้มแข็งจากภายใน เพื่อก้าวผ่านวิกฤติต่างๆ ไปได้ด้วยดีค่ะ 

         เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดเวทีจุฬาฯ เสวนา ครั้งที่ 18 ขึ้น ในเรื่อง “เข้าใจปัญหาเยาวชนกับภาวะซึมเศร้า” โดยได้เปิดเผยผลสรุปงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าของนิสิต - นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในช่วง 3 - 4 ปีที่ผ่านมาไว้ว่า

         1. ยิ่งศึกษาในระดับชั้นปีที่สูง ยิ่งมีภาวะซึมเศร้ามาก 
         2. ในมหาวิทยาลัย A มีนิสิต - นักศึกษา ถึง 6.4% ที่พยายามฆ่าตัวตาย
         3. ที่พักทางใจที่วิ่งไปหาคนแรกเวลาซึมเศร้าคือ “เพื่อน” 
         4. สาเหตุของการฆ่าตัวตายส่วนมากคือการทะเลาะกับคนใกล้ชิด การเรียน และความรัก 

         ข้อมูลดังกล่าวนี้ สอดคล้องกับโครงงานทางจิตวิทยาเรื่อง “แหล่งความเครียดของนิสิตนักศึกษาชั้นปริญญาตรีปีสุดท้าย” ของคุณปณิธิตา เอมอ่อง มากเลยค่ะ ช่วงวัยนิสิต - นักศึกษา มีชีวิตกว่า 50% เกี่ยวข้องกับการเรียน โดยเฉพาะชั้นปีสุดท้าย นับเป็นช่วงสำคัญของชีวิต เพราะเราทุกคนก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนปลาย ต้องมีความรับผิดชอบ มีอาชีพที่มั่นคงเพื่อเป็นหลักของครอบครัวในอนาคต

วัยรุ่นติดสถิติทำร้ายตัวเองสูง!

รู้เท่าทัน “ภาวะวิกฤตทางอารมณ์” ในการเรียน + ทางออกเมื่อเครียดจนอยากทำร้ายตัวเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.pexels.com
 
         นิสิต - นักศึกษาเป็นช่วงวัยที่มีความเครียดสูง หากหาทางออกในการแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญไม่ได้ ก็จะยิ่งมีความเครียดสูงขึ้น ตามมาด้วยการใช้ความรุนแรงต่อตนเอง เราจะเห็นได้ว่าในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีน้องๆ นักศึกษาพยายามกระโดดตึกฆ่าตัวตาย และทำสำเร็จไปหลายราย 

รู้เท่าทัน “ภาวะวิกฤตทางอารมณ์” 
         ภาวะวิกฤตทางอารมณ์ (Emotional Crisis) คือภาวะที่บุคคลต้องเผชิญความยากลำบากในสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้วิธีแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ได้ มีความเครียดสูง ท้อแท้สิ้นหวัง และนำไปสู่การสูญเสียสมดุลทางความคิด อารมณ์ จนคิดทำลายตนเองและผู้อื่น 

         โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะวิกฤตทางอารมณ์ของนิสิต - นักศึกษา มีอยู่ 3 ประการคือ

         1. ไม่สามารถจัดการปัญหาได้ - ได้รับความกดดันเรื่องเรียน (เกรดไม่ดี , ติด F) เรียนหนักจนเกิดความเครียดสะสม ซึ่งได้ใช้ความพยายามหลายครั้งในการแก้ปัญหาแต่ไม่สามารถทำได้ 
         2. คาดหวังแต่ได้รับความผิดหวัง - อยากให้คนรอบข้างแสดงความห่วงใย ใส่ใจ แต่ในความเป็นจริง ไม่เคยได้รับสิ่งนั้นกลับมาเลย จนเกิดเป็นรอยร้าวขึ้นในใจ  
         3. ความกดดันทางใจที่ส่งผลจากการดำเนินชีวิต - ไม่สามารถสื่อสารทำความเข้าใจกับคนรอบข้างได้ จนรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ยอมรับ  

         ตะกอนความเครียดจากก้อนเล็กๆ พอค่อยๆ สะสมทับซ้อนกันเป็นก้อนใหญ่ๆ จึงทำให้เกิดความเครียดสูง นำไปสู่ภาวะวิกฤตในที่สุด 

เหมือนชีวิต “หลุดออกนอกวงโคจรโลก”
         คนที่ติดอยู่ในภาวะวิกฤตทางอารมณ์ หากเดินทางมาถึงภาวะเสียสมดุล คนคนนั้นจะปลดปล่อยความคิดให้จมอยู่กับความทุกข์ในใจ และรู้สึกเหนื่อยล้ากับความพยายามแก้ไขปัญหาที่สุดท้ายก็ไม่ได้รับคำตอบ การเสียสมดุลนี้ส่งผลมาถึงร่างกายและพฤติกรรม เช่น รักและเห็นคุณค่าในตัวเองน้อยลง แยกตัวออกจากสังคม รู้สึกสิ้นหวัง หมดพลัง และยอมแพ้กับการลุกขึ้นมาใช้ชีวิตเหมือนปกติที่เคยทำ

รู้เท่าทัน “ภาวะวิกฤตทางอารมณ์” ในการเรียน + ทางออกเมื่อเครียดจนอยากทำร้ายตัวเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.pexels.com
 
         งานวิจัยหนึ่งได้เก็บข้อมูลสัมภาษณ์ผู้ที่เคยผ่านวิกฤตทางอารมณ์มาแล้ว โดยผู้ให้สัมภาษณ์บอกว่า ตอนนั้นที่รู้สึกเหนื่อยมากๆ เขาเคยคิดว่า "หนีปัญหาทุกอย่างด้วยการนอน" ไม่ต้องออกไปพบเจอใคร ซึ่งทำให้อารมณ์ดำดิ่งยิ่งกว่าเดิม เพราะต่อให้นอนไปนานแค่ไหน สุดท้ายตื่นขึ้นมาเราก็ยังนอนอยู่อย่างนั้น เหมือนไม่มีอะไรในชีวิตให้อยากทำอีกต่อไป

“ยาวิเศษ” ช่วยโอบอุ้มให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง   
         เพราะว่ารูปแบบทางความคิดและการรับรู้เกี่ยวกับมุมมองชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความสามารถและระยะเวลาในการฟื้นพลังบวกให้กับตัวเองจึงไม่เท่ากันไปด้วย แต่ทุกคนสามารถข้ามผ่านวิกฤตเหล่านี้ไปได้ค่ะ ตามไปดูยาวิเศษแต่ละชนิดกัน

         ยาเม็ดที่ 1 ครอบครัว - ปรึกษาพูดคุยเพื่อรับกำลังใจจากคนในครอบครัว หรือบุคคลที่เราสามารถให้นิยามได้ว่า “เขา/เธอคือบ้าน” บ้านที่เราสามารถพึ่งพิงยามอ่อนล้า และพร้อมให้ความอบอุ่นได้เสมอ
         ยาเม็ดที่ 2 นักจิตวิทยา/คุณหมอ - จิตแพทย์และนักจิตวิทยานับเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่มีข้อมูลดีๆ และพาเราผ่านพ้นภาวะวิกฤตไปได้ด้วยใจที่แข็งแรงเลยค่ะ ทุกปัญหามีทางออก ถ้าทางออกที่ 1 ไม่ได้ผล ก็ต้องใช้ทางออกอื่นๆ เข้ามาช่วย รู้ไหมว่าแต่ละมหาวิทยาลัยมี "คลินิกจิตแพทย์" ประจำอยู่นะคะ ถ้าเจอเรื่องคิดไม่ตกจริงๆ เข้าไปปรึกษาหรือโทรหาได้เลย คลิก
         ยาเม็ดที่ 3 ตัวเอง - เริ่มจากการรักและเห็นคุณค่าในตัวเอง อาจจะเข้าคอร์สฝึกจิตบำบัด ปรับวิธีคิด และการมองโลกใหม่ ลุกมาทำสิ่งที่ชอบเพื่อให้ลืมความทุกข์ในใจ 

รู้เท่าทัน “ภาวะวิกฤตทางอารมณ์” ในการเรียน + ทางออกเมื่อเครียดจนอยากทำร้ายตัวเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.pexels.com
 
         หลังจากได้รับยาวิเศษไป น้องๆ ที่เคยเผชิญกับภาวะวิกฤตทางอารมณ์มาแล้วพบว่า ตัวเองเติบโตขึ้น มีพลังบวกในการใช้ชีวิต และค้นพบแง่มุมดีๆ จากเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เคยเผชิญและผ่านพ้นมาได้ 

คลินิก 3 ส. ป้องกันนิสิต - นักศึกษาฆ่าตัวตาย
         นอกจากยาวิเศษข้างต้น นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เห็นความสำคัญในเรื่องของการดูแลสุขภาพจิตของนิสิต - นักศึกษา ยังได้เตรียมจัดประชุมสถานศึกษา และทำ MOU ร่วมกับ 50 สถาบันอุดมศึกษาให้วางมาตรการเฝ้าระวังและดูแลภาวะซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย โดยใช้หลัก 3 ส. ด้วยค่ะ  

         ส.1 สอดส่อง - สังเกตคนใกล้ชิดว่าเพื่อนรอบข้างมีปัญหาหรือไม่
         ส.2 ใส่ใจรับฟัง - รับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ และแสดงให้รู้ว่าเราอยากช่วยเหลือ 
         ส.3 ส่งต่อ - ส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ กรณีที่เราไม่สามารถช่วยเหลือได้ 

         โรคซึมเศร้าก็อยู่ในกลุ่มของภาวะวิกฤตทางอารมณ์ขั้นรุนแรงค่ะ จากที่พี่เมก้าฟังเวทีจุฬาฯ เสวนามา ประทับใจคำพูดของ ผศ.นพ.ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร จิตแพทย์เด็ก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มากเลย โรคซึมเศร้าเหมือนเป็นไข้หวัด ใครๆ ก็เป็นได้ และเราสามารถรักษาให้หายได้ จะด้วยวิธีจิตบำบัดให้ใจแข็งแรงหรือใช้ยา เพราะฉะนั้นทุกคนต้องมีความหวังว่าเราจะรับมือกับภาวะนี้ได้ และมีความสุขกับการมีชีวิตอยู่นะคะ  
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ภาวะวิกฤตทางอารมณ์ #โรคซึมเศร้า #ซึมเศร้า #เครียด #โรคเครียด #openbook #วิจัย #วิจัย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?