ซ่อน
แสดง

วิจัยมาแล้ว “ยิ่งเรียนสูง ยิ่งง่วง!” ใครอยากได้ยาแก้ง่วง มาทางนี้! []

วิว
         สวัสดีค่ะ อากาศร้อนแบบนี้ ทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลีย ง่วงนอนอย่างบอกไม่ถูกนะคะ โชคดีที่น้องๆ มัธยมฯ ปิดเทอมกันแล้ว นึกถึงพี่มหา’ลัยต้องลากสังขารออกไปเรียนหน้าร้อน โอ้โห! รคเพลียความร้อน Heat Exhaustion ถามหาเลยมั้ย (แค่นึกเหงื่อก็ไหลซ่กแล้ว) ถึงห้องเรียนเจอแอร์เย็นๆ ปุ๊บ หนังตาแทบจะปิดโดยอัตโนมัติ

วิจัยมาแล้ว “ยิ่งเรียนสูง ยิ่งง่วง!” ใครอยากได้ยาแก้ง่วง มาทางนี้!
 
         แต่บอกน้องๆ ก่อนว่า อาการง่วงนอนของเราตอนเรียนหรือตอนอ่านหนังสือเรียน ไม่ได้มีสาเหตุมาจากอากาศร้อนอย่างเดียวนะคะ ยังมีเบื้องลึกเบื้องหลังอีกเยอะ ไม่เชื่อก็ตามไปดูกันเลย!

รู้จักความง่วง 2 ด้าน
         สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (The National Institutes of Health) ได้กล่าวถึงปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความง่วงไว้ 2 ด้านคือ

         1. ง่วงเพราะต้องการนอน ในแต่ละวันที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายจะเรียกร้องการนอนหลับเพิ่มขึ้นให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย (ไม่น่าล่ะ ง่วงแล้วง่วงอีก) ดังนั้น ถ้านอนไม่พอ เราต้องหาเวลามานอนชดเชย ร่างกายถึงจะกลับมาทำงานได้ตามปกตินั่นเอง  
         2. ง่วงเพราะนาฬิกาชีวิต ปกติความง่วงจะเกิดช่วงกลางคืน (เที่ยงคืนเป็นเวลาที่โรคง่วงมักถามหาโดยอัตโนมัติ) และตื่นตัวในตอนเช้า เราจะเกิดอาการง่วงเหงาหาวนอนอีกครั้งช่วงหลังเที่ยง ประมาณ 13.00 - 14.00 น. เป็นปกติ 

         วิจัยเรื่องปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความง่วงของเด็กวัยรุ่นไทยในกรุงเทพมหานคร ของณัฐยา ศรีทะแก้ว ได้ศึกษาระดับความง่วงและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความง่วงจากน้องๆ นักเรียนในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 399 คน ผลวิจัยพบว่า

วิจัยมาแล้ว “ยิ่งเรียนสูง ยิ่งง่วง!” ใครอยากได้ยาแก้ง่วง มาทางนี้!
 
         1. นักเรียนส่วนใหญ่มีความง่วงระดับเล็กน้อย มักง่วงนอนเป็นประจำขณะดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ หรือนั่งเฉยๆ ในสถานที่เงียบๆ ง่ายๆ คือ "ความง่วงมักจะมาตอนเราต้องการพัก หรือไม่มีความสนใจกับสิ่งนั้นโดยเฉพาะ"

         2. งานวิจัยยังพูดถึงความง่วงระดับปานกลาง ซึ่งทำให้น้องๆ หลายคนมีความง่วงขณะเรียนหนังสือบ่อยครั้ง และบางรายง่วงเป็นประจำด้วย! อย่างว่าแหละ เจอห้องเรียนเงียบๆ ประกอบกับเสียงนุ่มๆ ของคุณครู ใครจะไม่เคลิ้มจนคอพับหลับแนบโต๊ะบ้าง ยังไงก็ตามโปรดระวังความง่วงระดับนี้ให้ดี เพราะมีผลกระทบต่อการเรียนของน้องๆ มากเลย

         3. คนที่มีปัญหากับความง่วง ส่วนใหญ่เข้านอนหลังเที่ยงคืน และตื่นนอนเร็วกว่า 7 โมงเช้า 

         4. ความง่วงสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น “ยิ่งเรียนสูงขึ้น ระดับความง่วงจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น” เนื่องจากน้องๆ ที่อายุมากกว่ามักจะมีระยะการนอนหลับที่ล่าช้ากว่า บวกกับมีระยะเวลาในการนอนน้อยกว่า บางคนเคลียร์การบ้าน อ่านหนังสือค่อนคืนเลยมีภาวะความง่วงมากกว่า สมมติว่าน้อง ม.1 กับ พี่ ม.6 เรียน 10 คาบเท่ากัน น้อง ม.1 อาจจะง่วงนอนแค่ 1 คาบ แต่พี่ ม.6 ง่วงทั้ง 10 คาบเลยก็ได้ O_O!

วิจัยมาแล้ว “ยิ่งเรียนสูง ยิ่งง่วง!” ใครอยากได้ยาแก้ง่วง มาทางนี้!
 
         5. ตารางเรียนมีผลกับความง่วงอย่างชัดเจน! การเข้าเรียนแต่เช้าและการบ้านจำนวนมาก มีผลทำให้นักเรียนหลับไม่เพียงพอ เด็กบางคนเรียนพิเศษเพิ่ม 1-2 ชั่วโมง/วัน กลับมาทำการบ้าน 2-3 ชั่วโมง/วัน อ่านหนังสือต่ออีก 2-3 ชั่วโมง/วัน เรียกว่าทุ่มเวลานอนทั้งชีวิตเพื่อการเรียน!

         6. น้องๆ ที่ทำงานพิเศษ เล่นเกม เล่นอินเตอร์เน็ต ดูซีรีส์ติดต่อกันมากกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์มักมีปัญหานอนไม่พอ และเพิ่มความเครียดให้โดยไม่รู้ตัว! 

         7. ความอ้วนไม่มีความสัมพันธ์กับความง่วง แต่ความง่วง+อ่อนเพลียที่ทำให้เราหิวและอยากกินของหวานๆ จะทำให้อ้วน จำไว้! 

         ความง่วงทำให้สมองส่วนรับรู้ต่างๆ ลดประสิทธิภาพ ระบบความจำสั้นลง น้องๆ หลายคนพอเกิดอาการง่วงสมองก็ปิดกั้นการเรียนรู้ทันที แต่เจ้าความง่วงไม่เพียงแต่จะทำให้เราเรียนไม่รู้เรื่องนะคะ บางรายมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วยจากการที่ฮอร์โมน Serotonin หลั่งในระดับต่ำลง มีการสำรวจมาแล้วว่าคนที่นอนน้อยจะมีภาวะซึมเศร้าสูงกว่าคนที่นอนนานกว่า 

แจกยาแก้ง่วง! 
         ยาแก้ง่วงมีอยู่หลากหลายวิธีมากเลยค่ะน้องๆ เชื่อว่าบางวิธีก็เป็นยาที่น้องๆ มีติดตัวอยู่แล้ว ไปดูกันเลย!

วิจัยมาแล้ว “ยิ่งเรียนสูง ยิ่งง่วง!” ใครอยากได้ยาแก้ง่วง มาทางนี้!
 
         1. เดินเหมือนชีวิตนี้ไม่เคยเดิน การเดินก็เป็นวิธีขยับร่างกายอย่างหนึ่ง ระหว่างเปลี่ยนคาบก็ลองลุกเดินเพื่อให้เลือดลมทำงานบ้าง อย่านั่งติดโต๊ะ เพราะจะทำให้ยิ่งง่วง หรือถ้าไม่อยากเดินก็ลองบิดขี้เกียจแรงๆ เอียงคอไปทางซ้าย-ขวา เหยียดแขนหรือเตะขาไปด้านหน้า ทำไม่นานรับรองว่าบิดไล่ความง่วงออกไปได้แน่นอน
         2. ถ้ารู้สึกง่วงจนไม่ไหวจริงๆ อนุญาตให้ งีบหลับได้วันละครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที (อย่างมากไม่ควรงีบเกิน 25-30 นาที) ตื่นมาจะรู้สึกสดชื่นเหมือนได้เติมพลังให้สมอง 
         3. ดื่มน้ำเย็นฉ่ำ ให้รู้สึกว่าคอเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง เวอร์มาก! แต่จริงๆ บางคนบอกว่าดื่มน้ำเย็นจัดแล้วเหมือนมีคนสาดความสดชื่นใส่หน้า ทำให้เรากะปรี้กะเปร่าขึ้น อีกอย่างที่เรารู้สึกง่วงหรืออ่อนเพลียอาจจะเป็นเพราะร่างกายขาดน้ำด้วยค่ะ ดังนั้น ดื่มน้ำบ่อยๆ 

วิจัยมาแล้ว “ยิ่งเรียนสูง ยิ่งง่วง!” ใครอยากได้ยาแก้ง่วง มาทางนี้!
ขอบคุณภาพจาก www.pexels.com
 
         4จัดของกินแก้ง่วง ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง อย่างฝรั่ง ส้ม มะขามคลุก ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สดๆ หรืออบแห้งทานได้เลย ความเปรี้ยวจะทำให้ตาสว่าง!   
         5. ทำ Brain Gym หรือการบริหารสมอง ท่าที่ง่ายที่สุดคือใช้นิ้วนวดขมับวนเป็นวงกลมเบาๆ ทั้งสองข้าง หรือใช้มือปิดตาทั้งสองข้างโดยที่ยังลืมตาอยู่เบาๆ จนมองเห็นเป็นสีดำสนิทแล้วค่อยๆ เอามือออก ท่านี้นอกจากจะหายง่วง ยังช่วยให้การเรียนรู้ การจดจำ และการมองเห็นดีขึ้นด้วย
  
         อ่านบทความนี้จบ พี่เมก้านี่อยากของเปรี้ยวขึ้นมาทันทีเลยค่ะ จริงๆ แล้วความง่วงหลักๆ ก็มาจากการที่เราอดนอนสะสมนี่แหละ ถ้าน้องๆ เข้านอนและตื่นนอนตรงเวลาตามหลักนาฬิกาชีวิต ก็จะช่วยให้เรามีพลังสดชื่นไปทั้งวันเลยล่ะ 
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ง่วง #โรคง่วง #วิจัย #การศึกษา #การเรียน #การเรียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?