/>
ซ่อน
แสดง

เพราะอะไรเราถึงไม่กล้าสบตากับคนที่ชอบ? พร้อมทริค "สู้สายตา" คนที่แอบปิ๊ง []

วิว
เพราะอะไรเราถึงไม่กล้าสบตากับคนที่ชอบ? พร้อมทริค "สู้สายตา" คนที่แอบปิ๊ง
         ทุกคนเคยได้ยินประโยคนี้มั้ยคะ “แสงแดดที่แยงตาหรือจะเท่าสายตาที่แยงใจ >///<”  พิมพ์แล้วก็เขินเอง แต่ในทางปฏิบัตินั้น การสบตากับคนที่ชอบเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากจริงๆ หลายคนถึงกับรวบรวมความกล้าหลายต่อหลายครั้ง แต่พอเจอสายตาวิบวับๆ นั้น กลับหลบตาไม่กล้ามองซะได้

เพราะอะไรเราถึงไม่กล้าสบตากับคนที่ชอบ? พร้อมทริค "สู้สายตา" คนที่แอบปิ๊ง
 
         วันนี้พี่เมก้ามีคำตอบของคำถามที่ว่า “เพราะอะไรเราถึงไม่กล้าสบตากับคนที่ชอบ?” มาฝาก แถมวิธีสู้สายตาให้มัดใจคนที่ชอบด้วยเอ้า! เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ รักใครก็ฟ้องออกมาทางสายตาเลย!

ทำไมการสบตากันถึงยากเหลือเกิน
         ว่าด้วยเรื่องการสบตานั้น มีการตั้งข้อสงสัยกันมานานแล้วค่ะ ทำไมเราถึงต้องใช้พลังมากมายกับการสบตากับใครสักคน มันเคอะเขิน บางทีก็อึดอัดไปหมด นั่นก็เพราะว่าสมองของเราไม่สามารถคิดคำพูดขณะที่ยังมองหน้าหรือจ้องตากับคู่สนทนาได้ 

         ในปี 2016 นักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เริ่มทดลองเก็บข้อมูลจากอาสาสมัคร 26 คน โดยให้ทุกคนเล่นเกมกลุ่มคำขณะจ้องคนที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ไปด้วยค่ะ ผลที่ออกมาก็คือผู้เล่นคิดคำศัพท์ที่สัมพันธ์กันได้ยากขึ้นเพราะการสบตา ยิ่งกับคำศัพท์ซับซ้อนที่ไม่ค่อยได้ใช้ สมองก็จะยิ่งลังเลคิดนานขึ้น (ถ้าไม่มองตากันก็คงไม่ต้องคิดหนักขนาดนี้) ถึงแม้ว่ากระบวนการพูดและการสบตาจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย แต่ผู้คนก็มักจะเลือกเบนสายตาไปจากคู่สนทนาอยู่บ่อยๆ อาจเป็นไปได้ว่าน่าจะมีกระบวนการบางอย่างที่แทรกแซงกันอยู่ระหว่างสองสิ่งนี้

เพราะชอบมากถึงคอยหลบตา
         ขนาดคุยกับคนปกติแค่สบตายังแย่ พูดตะกุกตะกักเลย แล้วนี่กับคนที่ชอบให้ทำใจแกร่งยังไงได้ไหว! นักวิจัยหลายคนพยายามหาเหตุผลของการที่ใครบางคนตั้งใจหลบสายตาใครอีกคนอยู่เสมอ ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวเกินกว่าจะมองหน้า ก็อาจจะกำลังโกหกปิดบังอะไรสักอย่าง ล้อเล่นค่ะ “เขา/เธอคนนั้นอาจจะสนใจเราอยู่” แต่อายเกินกว่าจะพูดคุยสบตากันตรงๆ ได้ กลัวประหม่าหน้าแดงแล้วเขารู้ทันว่าเราตกหลุมรักเข้าเต็มเปา อิอิ 
         ดังนั้น ถ้าคุยกับใครแล้วเขาไม่มองตา อย่าเพิ่งไปคิดมากว่า “อูย! เขารังเกียจเรา” เขาอาจจะปลื้มน้องมากก็ได้เลยกังวลจนทำตัวไม่ถูก อยู่ต่อหน้าคนที่ชอบ อย่าว่าแต่มองตากันหวานซึ้งเลย บางคนแค่คิดว่าจะพูดอะไรก็ยากแล้ว

สบตาทำให้ตกหลุมรักกันง่ายขึ้น
         การสื่อสารที่มีพลังมากที่สุด กว่า 93% คือการสื่อสารโดยไม่ต้องใช้คำพูด หากแต่ผ่านภาษากาย เสียงดนตรี และการมองตาค่ะ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาอาเธอร์ อารอน เชื่อว่าเราสามารถตกหลุมรักใครสักคนได้ แค่เพียงจับคู่กันมาเล่นเกมตอบคำถาม 36 ข้อ และมองลึกเข้าไปในดวงตาของกันและกันเป็นเวลา 4 นาที ถ้าต้องการมิตรภาพที่แท้จริง ใกล้ชิดสนิทสนม ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์เพียงผิวเผิน เราต้องเริ่มสร้างความกล้าด้วยการสบตากันอย่างจริงใจ

มองตายังไงไม่ให้โดนยี๊
         บางคนพอเห็นพี่เมก้าบอกให้ลองมองตาก็ตั้งใจจะพุ่งชนอย่างเดียว ขอเตือน! หาจังหวะจ้องมากๆ ระวังคนในฝันเราจะกลัวจนวิ่งหนี จำไว้เลยว่าการสบตาต้องเป็นไปอย่างธรรมชาติ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ถ้ามองตามกฎของการจ้องตา เวลาพูดผู้พูดควรสบตากับผู้ฟัง 1 ใน 3 ส่วนผู้ฟังก็ควรสบตากับผู้พูด 2 ใน 3 โดย “ทุกๆ การสนทนาเว้นจังหวะสบตาเพียงครั้งละ 3 - 4 วินาที” ก็พอแล้วค่ะ จ้องนานกว่านี้จะดูคุกคามเกินไป แต่สำหรับคู่รักเวลาไปเดท ถ้าได้จ้องตากัน 10 - 15 วินาที หรือนานกว่านั้น เขาว่าสปาร์คกันดีมากเลยค่ะ ความรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง โลกสดใสโพนี่ไปอีกกก!    

ฝึกสบตาง่ายๆ ในไม่กี่วิ
         บอกก่อนว่าเคล็ดลับการฝึกสบตานี้ สามารถนำไปใช้ได้ทุกสถานการณ์ ไม่เฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าคนที่หลงใหลได้ปลื้ม เวลาอยู่ต่อหน้าคนที่ทำให้ประหม่า เช่น เพื่อนใหม่ ครูที่สอบสัมภาษณ์ เจ้านายฯ ก็สามารถนำไปใช้ได้เช่นกันค่ะ ถึงแม้ว่าน้องจะไม่สามารถมองตาใครซักคนได้แม้แต่ 1 วิ ก็ไม่เป็นไร ลองมองช่องว่างระหว่างหัวตาแทน ง่ายๆ ก็ตรงดั้งจมูกนั่นแหละค่ะ รับรองว่าคนมองไม่รู้หรอกว่าเราจ้องอะไรอยู่
         อีกสิ่งที่สำคัญคือน้องๆ ห้ามตำหนิตัวเองเด็ดขาดว่าเราไม่คู่ควร ความคิดที่ว่าเธอคือดอกฟ้าส่วนเราคือหมาวัด ไม่อาจเอื้อมไปสบตา ลบทิ้งไปได้เลยเชยมาก! การเห็นคุณค่าของตัวเองคือความงดงามที่สุดค่ะ ส่งความจริงใจออกมาทางรอยยิ้มและสายตา รับรองไม่ว่าใครก็แพ้ใจ คึคึ

         ต่อไปก็คงไม่ต้องร้องเพลงเพื่อนสนิท เธอสบตากลับหลบตาเธออยู่เรื่อยไป” แล้วนะคะ ยอมรับตามตรงว่าพี่เมก้าก็เป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าสบตาคนเหมือนกันค่ะ เพื่อนเคยล้ออยู่บ่อยๆ ว่าพี่เหมือนปอบ ไม่กล้าสบตาใคร เอิ่ม! พี่แค่ขี้เขินเฉยๆ วิธีที่พี่เคยใช้คือลองฝึกจ้องภาพลูกตา มองให้ลึกว่าองค์ประกอบเป็นยังไง สังเกตสี ความดำเงา แล้วก็สังเกตอารมณ์ของตัวเอง จริงๆ พี่ไม่ได้กลัวลูกตาเลยไม่กล้าสบตา แต่กลัวตัวเองแสดงความเปิ่นออกไปต่างหาก หลักๆ มันอยู่ที่ความมั่นใจของตัวเรานี่แหละค่ะ มั่นใจ ผ่อนคลาย ยิ้มเยอะๆ ทุกอย่างโอเคเอง
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#สบตา #ทฤษฎีการสบตา #ความรัก #คนรัก #ตกหลุมรัก #มัดใจ #การศึกษา #การศึกษา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?