/>
ซ่อน
แสดง

มารู้จัก “โรคจิตหลงผิด” อาการเชื่อแบบผิดๆ หนึ่งในโรคทางจิตเวชที่หญิงเป็นมากกว่าชาย []

วิว
          สวัสดีค่ะ สถานการณ์ผู้ป่วยจิตเวชมีแนวโน้มว่าเพิ่มขึ้นทุกปีนะคะ สถิติในปี 2560 ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยขอรับการรักษาอาการทางจิตเวชมากถึง 2,600,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่าเท่าตัว โดยอาการป่วยทางโรคจิตเภทเป็นกลุ่มที่มีผู้เข้ารับการรักษามากที่สุดถึง 380,000 คน!


 
          โรคทางจิตเภทนี้ถูกจัดอยู่ในโรคจิต (Psychosis) เช่นเดียวกับ “โรคจิตหลงผิด (Delusional Disorder)” ที่พี่เมก้าจะพาไปทำความรู้จักกันในวันนี้ค่ะ บอกเลยว่าโรคจิตหลงผิดนี้ เป็นอีกโรคที่พบบ่อย ที่สำคัญผู้ป่วยมักจะไม่รู้ว่าตัวเองมีความเจ็บป่วยอยู่ ทำให้การดำเนินชีวิตบางส่วนไม่ปกติอย่างที่ควรจะเป็นค่ะ ไม่ปกติยังไง ร้ายแรงขนาดไหน ตามไปดูกัน!

“จิตหลงผิด” คืออะไร?
          โรคหลงผิดหรือจิตหลงผิด (Delusional Disorder) เป็นโรคจิต (Psychosis) ชนิดหนึ่งที่มีอาการหลงผิดเป็นลักษณะเด่น เดิมรู้จักกันในชื่อโรคหวาดระแวง (Paranoid Disorder) แต่จริงๆ โรคนี้ไม่ได้มีภาวะหวาดระแวงเพียงอย่างเดียว ยังมีอาการหลงผิดแบบอื่นๆ แฝงอยู่ หลักๆ “โรคนี้เป็นความผิดปกติทางด้านความคิด ผู้ป่วยมักมีความคิดความเชื่อแบบผิดๆ เชื่อในสิ่งที่ไม่เป็นจริงฝัง โดยที่เหตุผลต่างๆ ไม่สามารถนำมาหักล้างความเชื่อหรือเปลี่ยนความคิดนั้นๆ ของเขาได้” หากวัดระดับความเชื่อของผู้ป่วยโรคหลงผิดกับคนที่ไม่ป่วย มีคะแนนเต็ม 10 เท่ากัน คนธรรมดาเมื่อมีเหตุผลมาค้าน ความเชื่อนั้นอาจค่อยๆ ลดระดับจาก 10 เป็น 1 ได้ แต่ผู้ป่วยโรคนี้ ความเชื่อจะฝังแน่นในหัวอยู่ระดับ 10 เต็ม 10 ไม่เปลี่ยน! ต่อให้มีเหตุผลมาป้อนก็ไม่สามารถเปิดใจรับข้อมูลใหม่ๆ ได้  

ภายนอกดูปกติ แต่ทำไมหลงผิด?


 
          ผู้ป่วยโรคจิตหลงผิด ไม่มีอาการประสาทหลอน สื่อสารรู้เรื่อง เรียนและทำงานได้อย่างปกติ แต่ในส่วนของอาการหลงผิดยังคงหมกมุ่นอยู่ เนื่องจาก “ผู้ป่วยไม่รู้ว่าตัวเองป่วย และไม่สามารถตอบได้ว่าทำไมถึงมีพฤติกรรมเช่นนั้น” ความหลงผิดเกิดขึ้นจากระบบการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง “โดปามีน” เสียสมดุลไปจนส่งผลต่อความคิด ความเชื่อ และการรับรู้ของผู้ป่วย ส่วนสาเหตุที่ทำให้สารเคมีในสมองผิดปกตินั้น ทางการแพทย์ยังไม่สามารถตรวจพบได้แน่ชัด ผู้ป่วยอาจได้รับการถ่ายทอดจากพันธุกรรม หรือมีสภาวะแวดล้อมเป็นตัวขับเคลื่อน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่โดดเดี่ยว อ่อนไหวง่าย หรือมีความเครียดสูงเป็นทุนเดิม     

“จิตหลงผิด” บิดไปหลายรูปแบบ
          อย่างที่บอกว่าอาการของโรคจิตหลงผิด ไม่ได้มีแค่หวาดระแวงเพียงอย่างเดียว ยังมีภาวะอื่นๆ ที่บ่งชี้ว่ามีการหลงผิดอยู่อีกหลายประเภท ดังนี้

รูปแบบที่ 1 หลงผิดว่ามีคนกลั่นแกล้ง (Persecutory Delusional Disorder)
          อาการหลงผิดรูปแบบนี้ พบมากที่สุดในบรรดาอาการหลงผิดชนิดอื่นๆ เลยค่ะ ผู้ป่วยจะเชื่อฝังใจและหวาดระแวงว่าตัวเองกำลังถูกกลั่นแกล้ง รังแก หรือลอบปองร้ายถึงขั้นเอาชีวิต ตัวอย่างเช่น D ระแวงว่าเพื่อนรวมกลุ่มกันดักฟัง จับผิด และคอยใส่ร้าย D ให้ครูเกลียด เพราะอิจฉาที่ D เรียนเก่งกว่า ครูรัก D มากกว่า เพื่อนซื้อชานมไข่มุกให้ก็คิดว่าในน้ำมียาพิษ กลัวโดนลอบฆ่า แม้เพื่อนหรือครูจะช่วยกันยืนยันและอธิบายว่า ไม่มีการกลั่นแกล้ง อิจฉากัน ก็ยังเชื่ออยู่แบบนั้นว่าเพื่อนจะทำร้ายตนจนไม่ไว้ใจใคร ไม่อยากไปโรงเรียน

รูปแบบที่ 2 หลงผิดว่าตนเป็นผู้วิเศษ (Grandiose Delusional Disorder)
          ผู้ป่วยประเภทนี้จะมีความเข้าใจว่าตัวเองเป็นผู้วิเศษ เก่งกาจ มีความสามารถ และมีอำนาจเหนือใคร บางคนเข้าใจว่าตัวเองมีญาณพิเศษ มีพลังวิเศษแบบที่คนอื่นไม่มี ตัวอย่างเช่น D คิดว่าตัวเองอ่านใจคนได้ หยั่งรู้อนาคต มองหน้า A แล้วรู้เลยว่ากำลังรู้สึกแย่ สอบตกกลางภาคแน่นอน ต่อให้ A การันตีว่า “ชั้นโอเค เกรดกำลังรุ่งพุ่งแรง มีความสุขสุดๆ D ต่างหากต้องรีบอ่านหนังสือเพราะคะแนนเก็บน้อยมาก” แต่ D ก็ยังมองว่า A หลอกตัวเองอยู่ เพราะ D หยั่งรู้ทุกสิ่ง รู้ว่าดวงตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุด และเขาเป็นผู้กุมความจริงทุกอย่าง   

รูปแบบที่ 3 หลงผิดว่าตัวเองเป็นโรคร้าย (Somatic Delusional Disorder)


 
          อาการหลงผิดรูปแบบนี้ ผู้ป่วยจะคิดว่าตัวเองมีความผิดปกติทางด้านร่างกาย คิดว่าอวัยวะบางอย่างทำงานไม่ปกติ มีชิ้นส่วนของร่างกายผิดรูป หรือตัวเองกำลังทุกข์ทรมานกับโรคร้าย ทั้งที่คนภายนอกมองมาเห็นร่างกายเป็นปกติทุกอย่าง และแข็งแรงดี ตัวอย่างเช่น D คิดว่าจุดไฝของตัวเองโตขึ้น (ทั้งที่มีขนาดเท่าเดิม) D จิตตกคิดว่าตัวเองเป็นมะเร็งไฝ หมอชี้แจงชัดเจนว่าไม่ใช่มะเร็งก็ไม่เชื่อ คิดว่าไฝโตขึ้นอีก กลับไปหาหมออีก หมอแนะนำให้เลเซอร์ออกก็กลัวว่าเซลล์มะเร็งจะแพร่กระจาย ยังคงคิดว่าตัวเองเป็นโรคร้ายทั้งที่ไม่มีเหตุผลใดๆ มารองรับเลยว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ 

รูปแบบที่ 4 หลงผิดว่ามีคนหลงรักตัวเอง (Erotomantic Delusional Disorder)
          อาการหลงผิดรูปแบบนี้มาแนวๆ เพ้อฝัน แยกแยะไม่ได้ว่าอันไหนมโนอันไหนเรื่องจริง ผู้ป่วยมักจะคิดว่าบุคคลอื่นเป็นคู่รัก หรือมีความหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวเองมาก ส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าคนที่มีฐานะทางสังคมสูงกว่า หรือบุคคลสำคัญหลงรักตน เช่น เชื้อพระวงศ์ นักแสดง ไอดอลเกาหลี ฯลฯ หากอาการหนักมาก จะคลั่งถึงขั้นเป็นสตอล์กเกอร์แอบสะกดรอยตามทุกฝีเก้า เช่น D คิดว่า C หลงรักตัวเองมาก ถึงขั้นหยุดรักไม่ได้ขาดใจ แม้ความเป็นจริง C จะกลัวถึงขั้นตัดขาด D ด้วยการบล็อกไลน์ เฟซ ทวิต หนีทุกช่องทาง แต่ D ก็ยังสร้างตัวตนปลอมขึ้นหาทางติดต่อกลับไป และแอบสะกดรอยตาม C ไปทุกที่ เพราะเชื่อว่า C ขาด D ไม่ได้      

รูปแบบที่ 5 หลงผิดว่าคนรักนอกใจ (Jealous Delusional Disorder)
          เป็นอีกรูปแบบอาการที่จิตแพทย์ยืนยันว่าพบได้บ่อยๆ ผู้ป่วยมักหลงผิดไปว่าคู่รักของตนกำลังนอกใจจนเกิดเป็นความไม่ไว้วางใจและทำให้ชีวิตคู่ล้มเหลว เช่น D ระแวงว่า K เจอผู้หญิงที่ดีกว่า สวย รวย เก่ง แล้วจะทิ้งตัวเองไป ถึงแม้ว่า K จะปฏิเสธและยังรัก D ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ D ก็ยังเชื่อไปสุดโต่งว่า K มีชู้! คอยจับผิดและชวนทะเลาะตลอด K พูดเพราะทำดีด้วยก็หาว่าหลอกล่อทำให้ D ตายใจแล้วก็จะเขี่ยทิ้ง

รูปแบบที่ 6 หลงผิดแบบผสม (Mixed Delusional Disorder)


 
          รูปแบบนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการหลงผิดมากกว่า 1 อาการข้างต้น แต่ไม่มีเรื่องใดที่เด่นชัดออกมาโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น D เชื่อฝังหัวว่าตัวเองมีญาณวิเศษ หยั่งรู้ว่าใครคือคู่แท้ จนหลงผิดคิดว่ามีไอดอลเกาหลีมาหลงรักตัวเอง หน้าตาเราเหมือนกัน เป็นเนื้อคู่กันมาแล้วทุกชาติ กรณีนี้คือหลงผิดแบบมิกซ์ระหว่างการคิดว่าตัวเองเป็นผู้วิเศษกับมีคนมาหลงรักตัวเอง

          ยังมีอาการหลงผิดแบบอื่นๆ ที่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนด้วย โดยโรคหลงผิดแบบนี้จะมีชื่อเรียกว่า “โรคหลงผิดแบบไม่ระบุเจาะจง (Unspecified Delusional Disorder)”    

เริ่มหลงผิดตั้งแต่ 18 จนถึงตลอดชีวิต!
          อาการหลงผิดนี้ มักจะเกิดขึ้นกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เริ่มตั้งแต่ช่วงอายุ 18 จนถึง 90 ปี แต่ส่วนใหญ่พบมากในวัยผู้ใหญ่หรือวัยทำงาน ช่วงอายุประมาณ 30 - 40 ปีขึ้นไป โดยผู้ป่วยจะต้องติดอยู่กับความหลงผิดนานตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป บางรายก็อาจหลงผิดไปได้ตลอดชีวิต เพราะระบบการให้เหตุผลสูญเสียไป เลยไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองเชื่ออยู่มันผิดไปจากที่ควรจะเป็น   

รักษายังไงถึงหายหลงผิด?
          จิตแพทย์จะบอกเสมอว่าคนที่มีอาการทางจิต มักจะไม่รู้ว่าตัวเองป่วยและปฏิเสธว่าไม่ได้ป่วย โรคหลงผิดนี้ก็เช่นเดียวกัน ผู้ป่วยจะไม่มานั่งสงสัยว่าสิ่งที่เราคิดอยู่ คิดมากไปหรือเปล่า คิดผิดหรือเปล่า เพราะถ้าเกิดตั้งคำถามขึ้นมายับยั้งเมื่อไหร่ นั่นจะไม่ใช่อาการจิดหลงผิด โรคนี้จะปักใจเชื่อไปอย่างแนบแน่น ไม่สามารถนำเหตุผลหรือคำชี้แจงที่น่าเชื่อถือใดๆ มาโต้แย้ง หักล้างความคิดนั้นได้ คนรอบข้างต้องช่วยสอดส่อง แล้วหมั่นประเมินอาการ ถ้าพบว่าอาการกำเริบเข้าข่ายโรค ควรรีบพาผู้ป่วยมาพบจิตแพทย์ (แต่กว่าจะถึงมือแพทย์คงเหนื่อยหน่อย เพราะผู้ป่วยจะไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วย เขาจะคิดว่าเรามองเขาไม่ปกติ)  


 
          สำหรับ “ขั้นตอนการรักษาโรคจิตหลงผิด” จิตแพทย์จะเริ่มด้วยการให้ผู้ป่วยทำแบบทดสอบทางจิตเวชเพื่อประเมินอาการก่อน ตามด้วยการ X-ray สมองเพื่อตรวจเช็กอาการผิดปกติที่อาจส่งผลให้เกิดโรค เมื่อทราบผลวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้จริงก็ทำการรักษาด้วยยา พบแพทย์อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับวิธีคิดให้ใช้ชีวิตในสังคมได้ปกติ และไม่หยุดใช้ยาเองเมื่ออาการดีขึ้น เพราะอาจป่วยซ้ำและรักษายากกว่าครั้งแรก ถ้ารักษาไม่หายอาจถึงขั้นเป็นโรคจิตถาวร มีพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อตนเอง และส่งผลกระทบต่อการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม  

          หลังอ่านจบน้องๆ คงรู้แล้วว่าผู้ป่วยโรคจิตหลงผิดไม่ได้แกล้งคิดแกล้งทำสิ่งที่ผิด แต่เพราะเขาไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมตัวเองได้ สมองที่ผิดปกติสั่งมาให้เขาคิดแบบนี้จริงๆ มันเป็นส่วนหนึ่งของโรคจริงๆ ทุกอย่างเลยเป็นแบบนี้ พี่เมก้าคิดว่าคนรอบข้างมีผลต่อการเยียวยาความคิดและจิตใจผู้ป่วยมากเลยค่ะ อย่าให้เกิดความรู้สึกว่าทุกคนมองเขาไม่ปกติ ต้องให้ความรักความเข้าใจกับเขามากๆ

          เพราะโรคทางจิตเภทก็เหมือนอาการป่วยอย่างหนึ่ง เราเป็นหวัด ไม่สบาย ต้องทานยาถึงจะหาย ผู้ป่วยทางจิตก็เช่นกัน ต้องรักษา ทานยา ถึงจะหายเป็นปกติ ถ้าพบคนใกล้ตัวมีอาการเข้าข่าย รีบโน้มน้าวไปพบจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธีนะคะ เขาจะได้ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพค่ะ    
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#โรคหลงผิด #โรคจิตหลงผิด #Delusional Disorder #อาการหลงผิด #โรคทางจิตเวช #โรคทางจิตเวช

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?