/>
ซ่อน
แสดง

แจกเคล็ดลับฟิตเกรดฉบับเด็กหัวกลางๆ เรียนยังไงให้เหนื่อยน้อยลง []

วิว
        ชีวิตวนลูปของเด็กมัธยมฯ มักจะติดอยู่กับ “เรียน - ทำการบ้าน - อ่านหนังสือ - สอบ” ยังมีกิจกรรมมากมายที่เข้าแทรกเป็นระยะๆ ถามว่าสมองไหวไหม? บางคนบอกว่าอาจจะไหวแต่เหนื่อยมาก ยิ่งประสิทธิภาพของสมองรับความเยอะความยากได้ไม่เต็มที่ก็ยิ่งเหนื่อยมากขึ้นเท่านั้น


 
        วันนี้เลยนำเคล็ดลับฟิตเกรดฉบับเด็กหัวปานกลาง (ค่อนไปทางช้า) มาฝาก มาดูสิว่าเราควรเตรียมสมอง เตรียมแผนรับมือยังไงให้เรียนได้อย่างมีความสุขและเหนื่อยน้อยลง   

เรื่องเล่าจาก “เด็กหัวปานกลาง” 
        ถามว่า “เด็กหัวปานกลาง” เป็นยังไง? ก็ให้นิยามสั้นๆ ว่า “ไม่ได้เป็นนักเรียนระดับท็อปห้องแต่ก็ไม่ได้ลงสู่ระดับท้ายห้อง” คืออยู่แบบกลางๆ เรียนเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง บางครั้งเจอเรื่องยากๆ สมองก็จะประมวลผลช้าหน่อย รับข้อมูลมากๆ ไม่ค่อยไหว คิดตามไม่ค่อยทัน จำไม่ค่อยเก่ง ต้องกลับมาอ่านมานั่งทำการบ้านทบทวนหลายรอบเพื่อให้รอดไปได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เด็กหัวกลางๆ ตัดพ้อกันบ่อยๆ ว่า “เหนื่อย! ทำไมไม่เข้าใจอะไรง่ายๆ จำอะไรได้เยอะๆ เหมือนเด็กหัวไวบ้าง”      

ศัตรูตัวฉกาจของ “สมอง”
        บอกให้น้องสบายใจก่อนว่าสมองคนเราพัฒนาได้นะคะ อาการเรียนเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง สมองแล่นช้า ใช่ว่าจะอยู่กับเราตลอดไป มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่อสมองด้วย เช่น ความเครียด การพักผ่อน การบริหารสมอง ฯลฯ 

        งานวิจัยจาก University of California เปิดเผยว่าความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อโครงสร้างและหน้าที่ของสมอง “สมองเนื้อสีเทา” ประกอบขึ้นจากเซลล์ประสาทและเซลล์ค้ำจุนอื่นๆ มีหน้าที่ในการคิดสิ่งที่สลับซับซ้อน เช่น การตัดสินใจและการแก้ปัญหาต่างๆ ส่วน “สมองเนื้อสีขาว” ซึ่งประกอบด้วยแอกซอนจะทำหน้าที่เชื่อมและส่งต่อประสาทต่างๆ ในสมอง
        โดยปกติสมองทั้ง 2 ส่วนหลักจะต้องทำงานสัมพันธ์กัน แต่นักวิจัยพบว่าความเครียดทำให้การทำงานของสมอง 2 ส่วนไม่สมดุลกัน และเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานของสมองด้วย ยังมีงานวิจัยอีกชิ้นจาก The Rosalind Fraklin University ที่ค้นพบว่าความเครียดไปฆ่าเซลล์ประสาทใหม่ๆ ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส ซึ่งเกี่ยวข้องกับความจำ อารมณ์ และการเรียนรู้ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง 


ขอบคุณภาพจาก unsplash.com
 
        ไม่ใช่แค่ความเครียดนะคะ การอดนอนก็เป็นการทำร้ายเซลล์สมองเช่นกัน ยิ่งอดนอนมากเท่าไหร่ ความจำก็จะยิ่งสั้นขึ้นเรื่อยๆ อีกสิ่งที่สำคัญคือการบริหารสมองค่ะ วิธีที่ทำได้ง่ายเลยคือการเติมน้ำให้สมอง ดื่มน้ำเยอะๆ สร้างความชุ่มชื้นและสดชื่นให้กับสมอง เพราะเมื่อได้ที่เซลล์สมองห่อเหี่ยว เราจะกลายเป็นคนที่คิดช้าขึ้นมาทันที  

เคล็ดลับ “ฟิตเกรด” ฉบับเด็กหัวกลางๆ 
        รู้จักธรรมชาติของเด็กหัวกลางๆ และศัตรูตัวฉกาจของสมองไปพอสมควรแล้ว คิดว่าน้องๆ คงจะครีเอทแผน “อัพเกรดเฉลี่ย” ของตัวเองได้ไม่ยาก แต่ถ้ายังคิดไม่ออก มาดูเทคนิคที่พี่ๆ ฝากไว้กันดีกว่าค่ะ 

        1. อ่านหนังสือล่วงหน้า - ที่สติหลุดกลางคัน สมองแบลงค์ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราไม่ได้มีความคุ้นเคยกับเนื้อหานั้นมาก่อน วิธีนี้เบสิคที่สุด ไม่ว่าจะนักเรียนฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลีก็ใช้กัน นักเรียนไทยก็รู้แต่ไม่ค่อยมีใครทำเท่านั้นเอง ลองอ่านมาล่วงหน้า มาร์กจุดที่ไม่เข้าใจไว้ พอเข้าคลาสจะได้รู้ว่าครูกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ตอบสิ่งที่เราสงสัยไว้รึเปล่า การฝึกตั้งคำถาม+หาคำตอบกับตัวเองบ่อยๆ ทำให้ไอคิวสูงขึ้น แล้วตัวเราเองก็ไม่ต้องมานั่งเหนื่อยใจทีหลังด้วยว่าเรียนไม่รู้เรื่อง ตามไม่ทัน 

        2. รู้ลิมิตวิชาที่เข้าทาง - ไม่มีใครหัวกลางๆ กับทุกวิชาหรอกค่ะ น้องๆ จะต้องรู้ว่า “วิชาไหนเราถนัดและสำคัญกับความเป็นความตายของเรา” หลายคนให้ค่ากับ 2 สิ่งนี้ค่ะ 
        วิชาหน่วยกิตเยอะ - พลาดไม่ได้ ปล่อยเบลอมีหวังฉุดเกรดให้ตกต่ำ    
        วิชาที่ใช้ยื่นเข้ามหา’ลัย - TCAS บางรอบ บาง ม. กำหนด gpa ขั้นต่ำ เกรดไม่ถึงหมดสิทธิ์


ขอบคุณภาพจาก unsplash.com
 
        วิชาที่ถนัดทำสมองไบรท์ๆ เข้าไว้ ส่วนวิชาที่สำคัญ มีน้ำหนักเยอะทั้งตอนสอบในโรงเรียนและตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย พยายามทำให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ตอนเรียนอาจจะใช้วิธีจดทุกอย่างที่สำคัญ ตอนนั้นเข้าใจหรือไม่เข้าใจจดไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาใช้เวลาอ่านทบทวนทีหลัง ทำแบบฝึกหัดให้มากขึ้น ให้เพื่อนที่ถนัดช่วยติว อ่านชีทเสริม-ช็อตโน้ต หรือดูคลิปติวเพิ่มเติม 

        3. พักสมองบ้าง - ธรรมชาติของเด็กหัวปานกลาง บางทีเวลาเรียนแล้วสมองเบลอ คิดอะไรไม่ออก เรามักจะเครียดว่าคาบนี้เรียนไม่ทัน เผลอเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นแล้วก็มากดดันตัวเองทีหลัง ซึ่งการทำแบบนั้น มีแต่เสียกับเสียค่ะ เมื่อไหร่ที่นั่งเรียน อ่านหนังสือ ทำการบ้าน แล้วรู้สึกว่าสมองล้า ไม่เปิดรับอะไรแล้ว ให้พักไปเลย อาจจะหยุดนั่งนิ่งๆ ฟังเพลงให้จิตใจสงบ นั่งสมาธิ เล่นเกม หรืองีบสัก 15 - 20 นาที แล้วค่อยกลับมาลุยต่อ การอ่านหนังสือแบบใช้นิ้วนำตัวอักษรหรืออ่านออกเสียงก็เป็นเทคนิคที่ช่วยดึงสมาธิกลับมาได้เวลาฟุ้งๆ และทำให้ความจำดีขึ้นด้วย

        สไตล์ของเด็กหัวกลางๆ คืออาจจะไม่ได้เรียนแล้วเข้าใจทันควัน แต่ซึมซับความรู้ได้ไม่ยาก เมื่อให้เวลาตัวเองค่อยๆ อ่าน ทบทวนสิ่งที่เรียนมา ก็ม้ามืดได้เหมือนกัน ดังนั้น อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปนะคะ   
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#สมองปานกลางค่อนไปทางช้า เรียนยังไงให้ตามเพื่อนทัน เข้าใจเร็ว มาเก็บเทคนิคไปเลย เคล็ดลับ #เทคนิค #ฟิตเกรด #เรียน #สมองปานกลาง #สมอง #ประสิทธิภาพของสมอง #ประสิทธิภาพของสมอง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?