/>

กลิ่นความรู้มันหอม! รวมข้อดีของ “กลิ่นกระตุ้นสมอง” หน่วยกู้ความจำ-สร้างสมาธิ []

วิว
           ทุกคนมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ชื่นชอบไหมคะ? สำหรับพี่เมก้ากลิ่นที่พี่ชอบมากๆ ก็คือกลิ่นน้ำแข็งในช่องฟรีซกับกลิ่นหนังสือเก่าค่ะ แค่นึกถึงก็อมยิ้มแล้วมันหอมแบบแปลกๆ จะสูดดมบ่อยๆ ก็เกรงว่าปอดจะพัง 555 แต่! ใครจะรู้ว่าในบรรดากลิ่นที่ชื่นชอบนั้น อาจมีบางส่วนที่เป็นมิตรต่อเราก็ได้ ยิ่งวัยเรียนอย่างน้องๆ ต้องการสมาธิและสมองไบรท์ๆ เวลาอ่านหนังสือ รู้ไหมว่า “กลิ่นพิเศษ” ช่วยชีวิตเราได้นะคะ ไปดูกันเลย!   


 
“กลิ่น” เป็นมิตรกับ “สมอง” 
           นักชีววิทยา John Medina ผู้คิดกฎทอง 12 ข้อของสมองกล่าวถึงประโยชน์ของกลิ่นไว้ว่า กลิ่นมีพลังลึกล้ำบางอย่างที่ช่วยดึงความทรงจำเรากลับมาได้ เมื่อเราได้กลิ่นสัญญาณจะส่งผ่านไปยังสมองส่วน “ธาลามัส” แล้วส่งตรงไปเชื่อมต่อกับสมองส่วนควบคุมอารมณ์และทำหน้าที่หลักเกี่ยวกับความจำที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “อมิกดาลา” กลิ่นจะกระตุ้นการทำงานของสมอง และทำให้จดจำความทรงจำที่เกี่ยวพันกับกลิ่นนั้นได้ยาวนาน   

           การอ่านหนังสือท่ามกลางกลิ่นหอมๆ เป็นการฝึกใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการมอง การสัมผัส การได้กลิ่น หรือถ้าใครอ่านออกเสียงให้ตัวเองฟังก็จะรวมการได้ยินด้วย ซึ่งการใช้ประสาทสัมผัสร่วมกันนี้ จะทำให้ระบบความจำเราทำงานได้มีประสิทธิภาพ การอ่านซ้ำในบรรยากาศเดิมๆ กลิ่นเดิมๆ จึงช่วยดึงความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งที่เคยอ่านกลับคืนมาในแบบที่เรียกว่า “จดจำเนื้อหาได้ดีไม่มีลืม” นั่นเอง 

           บางคนเคยลองจุดเทียนหอมกลิ่นโปรดระหว่างอ่านหนังสือ พอไปสอบฉีดน้ำหอมกลิ่นเดียวกัน ลมพัดมาได้กลิ่นทีเดียวเหมือนหอบเอาเนื้อหาที่อ่านไว้กลับเข้าสมองไปด้วยเลยค่ะ ความจำพรั่งพรู แล้วกลิ่นแบบไหนที่เป็นมิตรกับสมองล่ะ?


 
“ลาเวนเดอร์” จุดสมองไบรท์
           นักวิจัยทดสอบมาแล้วว่ากลิ่นลาเวนเดอร์ทำให้คลื่นอัลฟาในสมองเพิ่มขึ้น มีผลทำให้ร่างกายรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ซึ่งภาวะนี้จะทำให้สมองเปิดรับข้อมูลได้เต็มที่ เรียนรู้เข้าใจได้รวดเร็ว จำง่าย ถ้าได้กลิ่นหอมๆ นี้ จะอ่านหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากเลยค่ะ
           *กลิ่นที่มีสรรพคุณคล้ายคลึงกับลาเวนเดอร์คือโรสแมรี่

“ส้ม” คลายเครียด
           กลิ่นหอมของส้มทำให้ร่างกายผลิตสารเซโรโทนินในสมองและระบบประสาท ช่วยให้สงบสบาย เยือกเย็น และผ่อนคลาย ปกติเวลาอ่านหนังสือนานๆ น้องอาจเกิดภาวะเครียด สมองล้าได้ ลองสูดกลิ่นหอมๆ ของส้มเข้าจมูก รับรองว่าสดชื่น กะปรี้กะเปร่า อ่านหนังสือติดต่อกันยาวนานแน่นอน 
           *กลิ่นที่มีสรรพคุณคล้ายคลึงกับส้มคือกุหลาบ วานิลลา ชาเขียว

“เปเปอร์มิ้นต์” เพิ่มพลัง 
           กลิ่นเปเปอร์มิ้นต์มีผลต่อสารสื่อประสาทในสมอง คือไปกระตุ้นการผลิตอดรีนาลีน (สารแห่งการต่อสู้) ทำให้เราเกิดแรงฮึด มีพลังทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น ไม่มีง่วงเหงาหาวนอน นอกจากนี้ยังไปช่วยเพิ่มพลังความจำในสมองได้อีกด้วย ประโยชน์ล้นเหลือ 
           *กลิ่นที่มีสรรพคุณคล้ายคลึงกับเปเปอร์มิ้นต์คือมะนาว 


 
“กะเพรา” กระตุ้นความจำ
           จากการทดลองในหนูพบว่า การกินกะเพรามีฤทธิ์ช่วยคลายความวิตกกังวล ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ รวมถึงความจำต่างๆ ได้ กลิ่นหอมของใบกะเพรายังมีฤทธิ์คลายความซึมเศร้า เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมอง ซึ่งจะทำให้ความคิดของน้องๆ โลดแล่น ทำให้การเรียนรู้และความจำดีขึ้น แต่แหมถ้ามีกะเพราหมูกรอบคู่ไข่ดาวร้อนๆ โปะมาบนข้าวสวย นอกจากจะกระตุ้นสมองแล้ว สงสัยจะไปกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหารด้วยนะคะ
           *กลิ่นที่มีสรรพคุณคล้ายคลึงกับกะเพราคือมะกรูด 

           ไม่รู้ว่าในบรรดากลิ่นที่ว่ามา มีกลิ่นไหนที่น้องๆ โปรดปรานอยู่หรือเปล่า ลองหาเทียนหอมมาจุดไว้ตอนอ่านหนังสือให้กลิ่นหอมๆ ลอยอยู่ในอากาศ แต่ระวังเคลิ้มหลับคอพับคากองหนังสือล่ะ สำหรับพี่เมก้ายังคงปักใจอยู่กับกลิ่นหนังสือเก่าได้ข่าวว่าล่าสุดมีผลิตออกมาแล้วด้วย ขอตัวไปตามหาก่อนนะคะ 

ขอบคุณข้อมูล
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#กลิ่น #อ่านหนังสือ #ความจำ #สมาธิ #เทคนิค #ฟิตเกรด #การศึกษา #การศึกษา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?