/>

เจาะสมองคนโกหก : นักวิจัยเผยการทำงานของสมองเวลาเลี่ยงความจริง ซับซ้อนกว่าที่คิด []

วิว
          สวัสดีค่ะ ตั้งแต่เกิดมามีใครบ้างไม่เคยโกหกเลย? หลายคนพูดถึงการโกหกว่า “บางครั้งชีวิตคนเราก็ต้องโกหกเพื่อความจำเป็น” โกหกในทางที่ดีเรียกโกหกสีขาว ส่วนโกหกในเชิงทำร้ายผู้อื่นเรียกโกหกสีดำ นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย Virginia สหรัฐอเมริกา ได้บันทึกข้อมูลคนโกหกพบว่าส่วนใหญ่คนเราโกหกบ่อยพอๆ กับการแปรงฟันคือวันละ 1 - 2 ครั้ง ไม่ว่าจะโกหกด้วยเหตุผลอะไร สมองก็ทำงานไปไม่ได้แตกต่างกันค่ะ เรามาเจาะสมองคนโกหกกันดีกว่าว่าการทำงานข้างในนั้นมีความซับซ้อนอะไรซ่อนอยู่  


 
ทำไมถึงเสพติดการโกหก?
          สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการโกหกตามทฤษฎีทางจิตวิทยาไว้ว่า การโกหกที่ทำจนเคยชิน ติดเป็นนิสัย และสร้างปัญหามีอยู่ 2 แบบคือ
          1. การโกหกตัวเอง (Pathological Liar) เป็นภาวะการโกหกที่ควบคุมไม่ได้และเป็นการหนีปัญหารูปแบบหนึ่ง ผู้โกหกมักขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า จึงชอบแต่งเติมสิ่งที่ตนรู้สึกขาดด้วยจินตนาการ หลอกลวงแม้ในความทรงจำของตัวเอง
          2. การโกหกเป็นนิสัย (Compulsive Liar) เป็นภาวะการโกหกที่ยังสามารถแยกแยะสิ่งที่เป็นจริงกับเรื่องที่โกหกได้ ผู้โกหกรู้ว่าเรื่องจริง/เท็จต่างกันอย่างไร แต่ยังหลอกลวง และบิดเบือดความจริงต่อผู้อื่น คนเราเสพติดการโกหกเหมือนใยแมงมุมที่ชักใยยึดกับสิ่งรอบข้าง ยิ่งโกหกก็ยิ่งยุ่งเหยิงซับซ้อนจนเรื่องโกหกนั้นกลับมาพันตัวไปไหนไม่ได้ นอกจากใช้เรื่องราวการโกหกมากดทับความจริงไปเรื่อยๆ

ข้างในสมองของคนโกหก
          คุณ Tali Sharot ผู้เชี่ยวชาญสาขาจิตวิทยาการทดลอง ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ได้เสนอผลงานการศึกษาเกี่ยวกับการโกหกที่ตีพิมพ์ลงในวารสารเฉพาะทาง Nature Neuroscience โดยในการศึกษานี้ได้ทดลองกับกลุ่มคน 80 คน ด้วยการเอาเหรียญเพนนีไปใส่ไว้ในโหลแก้ว แล้วให้คนหนึ่งสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมว่าในนั้นมีเงินอยู่เท่าไหร่เพื่อศึกษาแรงจูงใจว่าจะโกหกหรือพูดความจริง ในบางเงื่อนไขอาจจับมือได้รางวัลร่วมกันกับเพื่อน ถ้าคนหนึ่งเลือกพูดโกหก หรือตัวคนนั้นเองที่อาจได้รางวัลไปคนเดียวจากการพูดปด คุณ Sharot ใช้เครื่องสแกนสมอง FMRI เพื่อแสดงการทำงานของแต่ละบริเวณในสมอง รวมถึงบันทึกการเปลี่ยนแปลงในสมองจากการตัดสินใจของผู้เข้าร่วมการทดลองด้วย


 
          ผลการศึกษาพบว่าเมื่อคนโกหก การทำงานของสมองในส่วน amigdala ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางในกระบวนการผลิตอารมณ์และสัญชาตญาณการเอาตัวรอดต่างๆ จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ยิ่งโกหก amigdala จะยิ่งทำงานได้น้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโกหกเพื่อประโยชน์ของตัวเอง อาจเป็นเพราะการโกหกช่วงแรกๆ ไปกระตุ้นอารมณ์ความตื่นเต้น สับสน ความเครียด ความหวั่นวิตก หรือความรู้สึกผิดจากการพูดเรื่องหลอกลวง แต่ถ้าโกหกบ่อยขึ้นจนชินชาติดเป็นนิสัย ความขัดแย้งในใจจากการพูดเรื่องไม่จริง ก็จะค่อยๆ ลดน้อยลง แล้วเราก็จะพูดโกหกได้ง่ายขึ้นจนการโกหกกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไป 

โกหกไม่ดียังไง?
          บางครั้งการโกหกก็เหมือนกับการซ่อนปัญหา ปกปิดความอึดอัด ทุกข์ใจไว้เป็นความลับ แทนที่จะเรียนรู้หรือแก้ปัญหาเพื่อเอาชนะสิ่งนั้นให้ได้ ไม่มีใครมีความสุขอยู่กับเรื่องโกหกได้ตลอดไป เพราะความจริงยังคงหลอกหลอนไล่หลังมาติดๆ ดังนั้น ถ้าสามารถเปลี่ยนสิ่งที่ขาด สิ่งที่ทำให้เราต้องกลายเป็นคนพูดโกหก มาเป็นเราคนใหม่ที่ซื่อสัตย์และสามารถเติมเต็มสิ่งนั้นในโลกของความจริงได้ นั่นย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าเดิม

ทริคสำหรับคนอยากเลิกโกหก
          บางคนโกหกมาตั้งแต่เด็กๆ ส่วนใหญ่โกหกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่รู้ว่าจะโกหกไปทำไม ตอนนี้ถ้าอยากเลิกโกหกแล้ว มีวิธีที่หลายคนทำแล้วได้ผลมาแชร์ให้อ่านกันค่ะ 
          1. ปรับที่ความคิด ถ้ารู้ผลเสียว่าการโกหกไม่ดีจริงๆ ก็ต้องหยุดคิดเยอะๆ ก่อนที่จะพูดโกหกออกไป อาจจะมโนว่ามีเสียงระฆังตีดังขึ้นในหัวว่า “อย่าโกหก อย่าโกหก อย่าโกหก” เพราะก็ไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นอะไรที่ต้องโกหกนี่นา


 
          2. หยอดกระปุก โกหก 1 ครั้งก็เดินไปหยอดกระปุก 1 ครั้ง เลือกจำนวนเงินที่เยอะๆ หน่อยนะคะ เพื่อสร้างความสะพรึงว่าเราจะไม่ยอมเสียทรัพย์เพราะเรื่องโกหกเด็ดขาด! หยอดสักครั้งละ 500 น่าจะเข็ดไปนาน
          3. เอาชนะเรื่องโกหกด้วยเรื่องจริง เคยโกหกว่าตัวเองรวยก็ตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่อจะได้รวยจริงๆ โกหกว่าตัวเองสวยมากก็หันกลับมาดูแลและรักตัวเองให้มากขึ้น

          เคยมีการทดสอบมาเหมือนกันว่าคนเรามักจะพูดโกหกตอนเด็กๆ ถึงช่วงวัยรุ่นค่ะ พอโตมาเป็นผู้ใหญ่มีวุฒิภาวะมากขึ้นก็จะค่อยๆ ลดความฟุ้งฝันนั้นลงไป มาอยู่กับโลกของความจริงมากขึ้น การโกหกถ้าทำไปเพื่อความจำเป็นจริงๆ ก็เป็นสิ่งที่หลายคนยอมรับได้ แต่ถ้าโกหกเพื่อมาทำร้ายกัน กระทั่งทำร้ายตัวเอง ก็เป็นสิ่งที่ต้องย้อนกลับมาคิดแล้วนะคะว่า “จำเป็นจริงหรือที่จะต้องโกหก?” 

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#โกหก #คนโกหก #สมอง #ระบบสมอง #การทำงานของสมอง #การทำงานของสมอง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?