/>

“ขอพรหรือบนบาน” แบบไหนศักดิ์สิทธิ์กว่า? ชวนดูเทรนด์อธิษฐานจิตยุคใหม่ให้สมหวังทันใจ! []

วิว
          สวัสดีปีใหม่ 2020 ค่ะทุกคน เริ่มต้นปีแบบสดใสๆ ส่วนใหญ่เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ มีวันหยุดยาวๆ หลายคนมักไม่รีรอที่จะเฉลิมฉลองกับครอบครัว ออกเดินทางท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ ใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกันกับคนพิเศษ และอีกหนึ่งกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ก็คือการเข้าวัดทำบุญเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง 


 
          บางคนตั้งใจไป “ขอพร” ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเคารพนับถือ แต่บางคนก็ตั้งใจไปเพื่อ “บนบาน” โดยเฉพาะ ถามว่าสองอย่างนี้แตกต่างกันยังไง? ขอพรกับบนบานแบบไหนศักดิ์สิทธิ์กว่า? มาหาคำตอบกันค่ะ 

ต้นกำเนิดของการ “บนบาน” 
          แนวคิดของการ “บนบาน” นั้นเดินทางจากอินเดียเข้าสู่ไทยอีกทีค่ะ แต่เดิมตามโบราณกาลนั้นชาวอินเดียมีวิถีชีวิตและความคิดความเชื่อผูกอยู่กับพิธีบูชายัญ ซึ่งใช้ชีวิตสัตว์เป็นๆ ฆ่าเพื่อบูชาเทพเจ้า ต่อมาจึงได้มีการบนบานบวงสรวงที่ไม่ได้ใช้ชีวิตสัตว์เป็นๆ แต่ทำในรูปแบบของการสงเคราะห์แทน เช่น ปฏิบัติตนที่ดีต่อเทวดา จัดพิธีทำบุญ พิธีบนบานบวงสรวง เพื่อขอให้เทวดาเห็นชอบและมอบโชคลาภอื่นๆ ให้เป็นสิ่งของตอบแทน 
          ในการบนบานของคนไทยจะนิยมบนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งในพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นโดยเฉพาะพราหมณ์-ฮินดู เพื่อขอร้องให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย โดยการให้คำมั่นว่าจะมอบสิ่งของตอบแทนหรือทำตามที่ให้สัญญาไว้เมื่อเป็นผลสำเร็จ รวมถึงการแก้บนด้วยนั่นเอง จึงเห็นได้ว่าการบนบานได้แทรกซึมอยู่ในจิตใจของคนไทยสืบต่อมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเลยล่ะค่ะ

บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อสิ่งนี้! 
          การบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นทำเพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหา ความทุกข์ และเพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่ตนปรารถนา โดยจุดประสงค์ของการบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสังคมไทย งานวิจัยเรื่อง “การบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธในสังคมไทย ของคุณยุพารักษ์ ชนะบวรวัฒน์” ได้แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้


 
          1. ด้านการงานการเงิน บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ได้งานตามต้องการหรือเพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วง เมื่อประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานก็จะมีความมั่นคงทางการเงิน การบนด้านนี้ยังสอดคล้องกับผลสำรวจสิ่งที่ประชาชนขอพรเพื่อตัวเองมาเป็นอันดับ 1 (82.1%) ใน “ผลสำรวจภาคสนามเรื่องสวดมนต์ข้ามปีของ SUPER POLL” ด้วยว่า “ขอให้ปี 2020 เป็นปีที่งานดีเงินดี” สำหรับสถานที่ที่คนนิยมไปไหว้ก็คือหลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดไร่ขิง กุมารเทพคุณไข่วัดเจดีย์ เป็นต้น  

          2. ด้านการศึกษา บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้การเรียนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี มีเกรดเฉลี่ยงามๆ ให้ชื่นใจ หรือสามารถสอบแข่งขันเข้าเรียนในโรงเรียน (ม.1 และ ม.4) หรือมหาวิทยาลัยที่ตนปรารถนาได้สมกับที่ตั้งใจ โดยการบนบานศาลกล่าวนี้ นิยมกระทำกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าศึกษา เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์แต่แรกเริ่มตามความเชื่อที่บอกเล่ากันมา เช่น อนุสาวรีย์ 2 รัชกาลที่จุฬาฯ , ศาลเจ้าพ่อมอดินแดงที่ ม.ขอนแก่น , พ่อปู่ขุนทุ่งที่ ม.มหิดล และศาลสิงโตทอง ม.ธรรมศาสตร์ เป็นต้น

          3. ด้านความรักและครอบครัว บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรให้ความรักสมหวัง ขอให้พบเจอเนื้อคู่ที่ดี มีความรักมั่นคง หรือถ้าหากมีคู่ครองแล้วก็ขอบนให้ครอบครัวมีความสงบสุขร่มเย็น มีบุตรตามต้องการ สำหรับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนนิยมขอเกี่ยวกับความรักและเป็นที่นิยมของหนุ่มสาว ได้แก่ ศาลย่านาคที่วัดมหาบุศย์ , พระนอนที่วัดโพธิ์ , พระธาตุศรีสองรักที่เลย เป็นต้น  


 
          4. ด้านสุขภาพและความปลอดภัย บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือโรคที่รักษาให้หายขาดยาก ถือเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้ตัวผู้ป่วยเองหรือญาติผู้ป่วยได้มีกำลังใจ สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านั้นได้ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนนิยมบนบาน เช่น พระเจ้าทันใจแห่งวัดพระธาตุดอยคำ นอกจากบนบานเรื่องสุขภาพแล้วยังขอให้การเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยด้วยสำหรับคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ 

          สำหรับรูปแบบการบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็อย่างที่กล่าวไปเลยค่ะ มีตั้งแต่บนกับพระพุทธรูป เทพเทวดา บุคคลที่ยกย่องประดุจเทพ เจ้าที่เจ้าทาง ล่าสุด! เจ้าพ่อเจ้าแม่โซเชียลที่น้องๆ ชอบบนตามเทศกาลงานคอนเสิร์ต ฤดูการสอบเข้าศึกษา มหกรรมกีฬาต่างๆ ก็มา เรียกว่าบนจนตามแก้กันไม่ทันเลยทีเดียว 

“บนบานหรือขอพร” ถึงจะสมหวัง 100%  
          ในความจริงแล้วทางพระพุทธศาสนาไม่มีคำสอนเรื่องการบนโดยตรงค่ะ การบนอาจสำเร็จได้ย่อมสัมพันธ์กับเรื่องกรรมในอดีตและกรรมในปัจจุบันของแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่คนมักจะคิดว่าการบนบานกับการอธิษฐานขอพรเป็นสิ่งเดียวกัน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย การบนแล้วไม่พยายามขวนขวายด้วยตนเอง แต่จะรอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยอย่างเดียว ไม่มีทางทำให้เราประสบความสำเร็จได้ ต่อให้จะติดสินบนด้วยการเอาของดีๆ มาแลกก็ไม่ช่วยอะไรเพราะไม่ได้ลงมือทำ สิ่งที่จะทำให้เราสมปรารถนาคือ “การอธิษฐานขอพร” ค่ะ 


 
          ตามความหมายแล้วคำว่า “อธิษฐาน” หมายถึง การตั้งใจมั่น การตัดสินใจที่มั่นคงเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ในการดำเนินจุดมุ่งหมายของตน เมื่อเราตั้งใจอธิษฐานขอพรต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหมือนกับเราได้ตั้งจิตมั่นว่าจะทำเช่นนี้เรื่อยไปจนประสบความสำเร็จ เช่น ขอพรให้มีความขยัน มีสมาธิ มีสติปัญญาที่ดี เพื่อจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ตามมุ่งหวัง แรงอธิษฐานนี้จะกลายเป็นจุดมุ่งหมาย เป็นพลังที่อยู่กับตัวเรา และย้ำเตือนให้เราหมั่นฝึกฝนจนพบกับความสำเร็จ เป็นการพึ่งพาตัวเองโดยไม่ต้องรอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วงหลังๆ นี้ เทรนด์บนบานในโลกโซเชียลก็เริ่มบนในเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ได้ยากเกินความคาดหมาย แต่เป็นสิ่งที่ยังพอมีเปอร์เซนต์ว่าจะสมหวังอยู่ด้วยค่ะ เรียกว่าบนเพื่อเรียกกำลังใจและความเชื่อมั่นให้ตัวเองมากกว่า 

          จะว่าไปแล้วการบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คล้ายๆ กับการอธิษฐานขอพรอยู่เหมือนกันนะคะ ลองคิดดูว่าถ้าบนอย่างเดียวแล้วนั่งรอจังหวะดวงรุ่งๆ ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ (โชคต้องมาจริงๆ) แต่ถ้าบนแล้วตั้งใจทำให้สำเร็จไปด้วย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็อาจเป็นใจช่วยให้เราสมหวังเร็วขึ้นก็ได้ ไม่ต่างจากการขอพรเลยใช่มั้ยล่ะ ดังนั้น ปีใหม่นี้ ขอให้น้องๆ กล้าที่จะ “ลงมือทำ” เพื่อความสำเร็จและความสุขสมหวังของตัวเองนะคะ  
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#บน #บนบาน #แก้บน #อธิษฐาน #ขอพร #สิ่งศักดิ์สิทธิ์ #สิ่งศักดิ์สิทธิ์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?