/>

วิจัยชี้ยิ่งเศรษฐกิจตกต่ำ คดีฆ่าและทำร้ายร่างกายยิ่งสูงขึ้น! []

วิว
          สวัสดีค่ะน้องๆ ถ้าติดตามสถานการณ์ข่าวช่วงนี้จะพบว่าไม่สู้ดีเอาเสียเลย โจรชิงทอง 2 คดีใน 1 วัน มีผู้เสียชีวิต ฯลฯ ข้อมูลสถิติล่าสุดเรื่องการรับแจ้งคดีอาญาของตำรวจก็พบว่าฐานความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ชีวิตร่างกาย และเพศ นำลิ่วมาติดๆ กันเลยค่ะ เพียง 6 เดือนมีจำนวนการรับแจ้งคดีร่วม 4 หมื่นกว่าคดี! มาติดตามสาเหตุแห่งการกระทำความผิดนี้ไปพร้อมกันเลยค่ะ 


 
          สารนิพนธ์เรื่อง “สาเหตุแห่งการกระทำผิดคดีฆ่าผู้อื่น : กรณีศึกษาเรือนจำกลางคลองเปรม ของคุณนันทพร หลวงกิจจา” ได้นำเสนอประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาชญากรรมไว้ว่า อาชญากรรมเป็นปัญหาที่เกี่ยวเนื่องมาจากปัญหาในสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยภัยร้ายที่กระทบกับชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ล้วนแล้วมาจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมที่ไร้ความเป็นระเบียบ สำหรับสาเหตุของพฤติกรรมอาชญากรรมในทางอาชญวิทยามีการศึกษาอยู่ 3 แนวทาง คือ

          1. มนุษย์เป็นผู้เลือกก่ออาชญากรรมด้วยตนเอง = มีความคิด มีเหตุผล และตัดสินใจในการเลือกก่ออาชญากรรมด้วยตัวเอง โดยไม่มีใครบังคับทั้งจากภายนอกและภายใน
          2. พฤติกรรมอาชญากรรม = พฤติกรรมที่เกิดจากแรงกระตุ้นอันไม่สามารถควบคุมได้ โดยมาจากปัจจัยทางกาย จิตใจ และสภาพแวดล้อมขับเน้นให้มีพฤติกรรมอาชญากรรม
          3. กฎหมายกำหนดรูปแบบและพฤติกรรมอาชญากรรม = กฎหมายของสังคมมีส่วนกำหนดพฤติกรรมอาชญากร เช่น การกล้ากระทำความผิดอุจฉกรรจ์เกิดจากการลงโทษทางกฎหมายที่เบาเกินไป 

          จากกรณีศึกษาเรือนจำกลางคลองเปรมพบว่าสาเหตุในการกระทำความผิดรองจากการเป็นผู้กระทำผิดเอง มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องทางด้านเศรษฐกิจคือผู้กระทำผิดจะต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ส่วนใหญ่ผู้กระทำผิดตกอยู่ในภาวะผู้นำอาจเกิดสภาวะเครียดทางอารมณ์ เมื่อเกิดแรงกระตุ้นจึงลงมือกระทำความผิดด้วยการปล้นทรัพย์รวมถึงใช้กำลังประทุษร้ายในบางราย


 
          งานดังกล่าวยังสัมพันธ์กับการศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมที่กำหนดการเกิดอาชญากรรมในไทยด้วย ในการศึกษาเกี่ยวกับอาชญากรรมในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์พบว่า การว่างงานมีบทบาทในการกำหนดการก่ออาชญากรรม เนื่องจากการที่บุคคลว่างงาน ขาดการรับรายได้รวมที่มาจากการทำงานสุจริต บุคคลนั้นจะจัดสรรเวลาไปใช้ในการก่ออาชญากรรมเพื่อหารายได้มาทดแทนมากขึ้น จึงเห็นได้ว่าภาวะเศรษฐกิจมีผลกระทบต่อการก่ออาชญากรรมโดยตรง

          ในช่วงที่เศรษฐกิจดีขึ้น อัตราการว่างงานลดลง และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ประชาชนส่วนหนึ่งจะมีโอกาสหันหน้าเข้าหาแหล่งบันเทิงเริงรมย์มากขึ้นเนื่องจากมีรายได้สูงขึ้นในการจับจ่ายใช้สอยสิ่งฟุ่มเฟือย ดคีเกี่ยวกับอบายมุข การเข้าบ่อนพนัน การค้าประเวณี การเที่ยวกลางคืนจะเพิ่มมากขึ้น แต่คดีฆาตกรรม ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และคดีข่มขืนกระทำชำเราจะลดลง 
 

          ตรงกันข้ามกับช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวในปัจจุบันที่อัตราการว่างงานพุ่งสูงขึ้นกว่าทุกปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันอาชญากรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์สินและร่างกายของประชาชนมากขึ้น เนื่องจากคดีลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และทำร้ายร่างกายยิ่งทวีสูงขึ้น หากสำรวจจากรายงานสถิติผู้ต้องขังราชทัณฑ์ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 15 ม.ค. 63 มีจำนวนผู้ต้องขังชาย 324,409 ราย ผู้ต้องขังหญิง 47,623 ราย รวมทั้งหมด 372,032 ราย จะพบว่าฐานความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ยังคงปริมาณมากที่สุดรองจากฐานความผิดด้านยาเสพติด และความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกายก็ตามมาติดๆ  

          นับว่าเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญ ทำให้เราเรียนรู้ที่จะปรับตัว และรับมือกับสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ได้ถูกจุดนะคะ 
 
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#อาชญากรรม #คดีอาชญากรรม #เศรษกิจตกต่ำ #การวิจัย #การศึกษา #การศึกษา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?