/>

ลุ้นรักกับ ‘White Day : วันแห่งคำตอบ’ ความรักที่รอคอยจะจบแบบสมหวังหรือจบแบบเจ็บๆ []

วิว
                          ทุกวันที่ 14 มีนาคม ของทุกปี ถือได้ว่าเป็นวันสำคัญของหนุ่มๆ สาวๆ ชาวญี่ปุ่น ที่กำลังรอคอยความรักด้วยหัวใจจดจ่อ “White Day : วันแห่งคำตอบ” นั่นเอง เดิมทีเทศกาลนี้เป็นที่นิยมเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ต่อมาก็เริ่มแพร่หลายไปที่เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม จีน ฯลฯ แต่ที่ไทยเราส่วนใหญ่น่าจะตอบรับกันไปตั้งแต่ด่านแรกก็คือ “วาเลนไทน์” นู่นแน่ะค่ะ


 
                          อย่างไรก็ตามไฮไลท์ของ White Day (ไวท์เดย์) ก็คือการที่หนุ่มๆ จะหอบของขวัญมาตอบแทนความรักที่สาวๆ เคยมอบให้เมื่อ Valentine’s Day โดยพิธีมอบของนี้ไม่ได้มาเฉยๆ แต่มาพร้อมคำตอบที่ทำให้สาวๆ ได้ลุ้นกันว่า “เขาจะรับรักหรือปฏิเสธ” แล้วการปฏิเสธความรักของชาวญี่ปุ่นจะรุนแรงระดับไหน ตามไปส่องกันเลยค่ะ 

จุดเริ่มต้นของ White Day
                          ต้นแบบของ White Day เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นก่อนจะแพร่หลายไปยังประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ย้อนกลับไปเมื่อปี 1960 เป็นช่วงที่ Valentine’s Day เข้ามาที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ผู้หญิงก็จะเริ่มให้ช็อกโกแลตกับผู้ชายในวันแห่งความรักนี้ แต่ตอนนั้นยังไม่มีธรรมเนียมว่าผู้ชายที่ได้รับของขวัญมาจะต้องให้ช็อกโกแลตกลับไป เพื่อความเท่าเทียมก็เลยเกิด White Day ขึ้นมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรักร่วมกัน ประมาณว่ารู้จักรับก็ต้องรู้จักให้นั่นแหละ   
                          
                          เจ้าของความคิดแรกที่เข้ามาจุดประกายให้เกิด White Day ก็เป็นของบริษัทขนมหวานและลูกกวาดหลากสีที่ชื่อ Ishimura Manseido ฝ่ายบริหารของบริษัทได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิตยสารผู้หญิงเล่มหนึ่ง มีหญิงสาวเขียนจดหมายมาพูดคุยกันว่า “วาเลนไทน์ไม่แฟร์เลยนะ ผู้หญิงก็อยากได้ของตอบแทนกลับบ้าง เอาเป็น ‘มาร์ชเมลลโล่’ ก็ได้”    

                          ไม่ปล่อยให้รอนาน Ishimura Manseido ก็ได้ปล่อยมาร์ชเมลโล่ออกสู่ตลาดให้หนุ่มๆ ได้ช้อปมาร์ชเมลโล่ไปเป็นของขวัญตอบแทนสาวๆ กันในวันที่ 14 มีนาคม ตอนนั้นยังเรียกกันว่า “Marshmellow Day” อยู่ ก่อนที่สมาคม National Confectionary Industry Association จะพัฒนาขึ้นมาเป็น “White Day” วันแห่งการตอบแทนหรือวันแห่งคำตอบที่เราเรียกๆ กันนั่นเอง 

ทำไมต้อง “มาร์ชเมลโล่ + สีขาว”


 
                          ความ White Day ไม่ได้เลือกเพราะว่ามาร์ชเมลโล่มีสีขาวนะคะ แต่เลือกเพราะสีขาวเป็นสีที่สื่อถึงความรักอันบริสุทธิ์และมีส่วนผสมของน้ำตาลหวานๆ ที่เป็นเกล็ดสีขาวด้วย แต่เจ้ามาร์ชเมลโล่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความหวานนี้ ในภายหลังกลับกลายเป็นความขื่นขมที่สุด เพราะอะไร เดี๋ยวมีบอกต่อไปค่ะ 

ของขวัญ ความรัก และคำตอบ 
                          ตามธรรมเนียมของคนญี่ปุ่น ขนาดช็อกโกแลตที่มอบให้กันใน Valentine’s Day ยังมีความหมายแฝงซ่อนอยู่หลายระดับเลยค่ะ ช็อกโกแลตให้เพื่อน พี่ น้อง หรือคนรัก แตกต่างกันไปหลายรูปแบบตามความสำคัญ White Day ก็เช่นเดียวกันค่ะ ของขวัญแทนใจที่มอบให้ ล้วนแล้วแต่ให้คำตอบที่ต่างกัน ไปดูกันเลยว่าจะของขวัญแบบไหนทำให้ใจพองและแบบไหนทำให้เจ็บแบบจุกๆ

มาร์ชเมลลโล่ 
                          มาถึงคำตอบที่ค้างไว้ ถ้าน้องๆ ไม่ลืมเสียก่อน ด้านบนมาร์ชเมลโล่ถือได้ว่าเป็นที่นิยมมากในยุคแรกๆ โดยเฉพาะมาร์ชเมลโล่เคลือบช็อกโกแลต แต่เพราะว่าในความเป็นจริง ช็อกโกแลตที่เคลือบอยู่บนมาร์ชเมลโล่สีขาวตัวแทนแห่งความรักบริสุทธิ์นั้นละลายเร็วมาก ประหนึ่งความรักที่ระเหิดระหายสลายไปรวดเร็วในอากาศ การที่ผู้ชายนำมาร์ชเมลโล่มอบคืนกลับมาจึงเป็นการปฏิเสธอ้อมๆ นั่นเองว่า “ผมไม่ได้ชอบคุณ” เจ็บบบปวดดด T T

คุกกี้


 
                          คุกกี้ไม่เหมือนกับมาร์ชเมลโล่ตรงที่มีความกรุบกรอบ ถึงภายนอกจะดูแห้งๆ แต่กัดเข้าไปถึงเนื้อในมีความซอฟต์สบายๆ เป็นความสัมพันธ์แบบน่ารักครุคริที่เรียกว่า “เพื่อน” นั่นเอง แต่เอ? บางคนก็ไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนรึเปล่าน้าาา

ลูกกวาด
                          ลูกอมลูกกวาดนี้เป็นตัวแทนของความหวานค่ะน้องๆ เวลาเราอมแล้วค่อยๆ ปล่อยให้ละลายถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขมาก ถ้าได้รับลูกกวาดจากชายหนุ่มผู้นั้นล่ะก็แปลว่า “เขาชอบเรา” แน่นอน 100% จุดพลุ! อย่างไรก็ตามนอกจากลูกกวาด ถ้าเขาชอบเราจริงๆ ล่ะก็ ยังมีขนมอื่นๆ ที่สามารถนำมาเป็นของขวัญได้ เช่น มาการอง พุดดิ้ง เครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าต่างๆ ยิ่งช่วงปีหลังๆ นี้ ผู้หญิงยิ่งคาดหวังที่จะได้ของขวัญมูลค่าสูงมากขึ้นด้วยแล้ว หนุ่มๆ ที่รักจริงก็ยิ่งต้องทุ่มไม่อั้นนะคะ

                          สำหรับชาวญี่ปุ่นนั้นการถ่ายทอดความรู้สึก โดยธรรมชาติแล้วถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเลยค่ะ แม้แต่การตอบรับหรือปฏิเสธก็มักจะมีการแสดงออกทางอ้อมมากกว่าสื่อสารไปโดยตรง ยิ่งกับการปฏิเสธความรักหรือปฏิเสธการขอคบหา บางคนเลือกที่จะไม่ไปตามนัดเลย โดยอาจจะอ้างว่าติดธุระหรืออะไรก็ว่ากันไป ซึ่งพี่เมก้าคิดว่าแบบนี้ก็น่าจะชัดเจนประมาณหนึ่งว่า “เขาไม่ชอบเรา” แต่ถ้ายังรู้สึกค้างคา การออกไปพบหน้าแล้วได้มาร์ชเมลโล่กลับมา ก็น่าจะชัดเจนดีเหมือนกัน (เหมือนยื่นมีดมาแทงจึ้กที่ใจน่ะค่ะ เจ็บแต่จบ T T)    

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://retailinasia.com
http://www.human.cmu.ac.th
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Whie Day #วันแห่งคำตอบ #สมหวัง #ผิดหวัง #รับรัก #ปฏิเสธ #ปฏิเสธ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?