/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน นโยบายคุกกี้ ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม

เช็กตัวเอง “นักผัดวันประกันพรุ่ง 5 ประเภท” เราเป็นแบบไหน? พร้อมวิธีกำจัด! []

วิว
                      สวัสดีค่ะน้องๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง “เจ้าแห่งนักเลื่อน” กันเถอะ! การเลื่อนหรือผัดวันประกันพรุ่งก็คือพฤติกรรมของคนคนหนึ่งที่ “อยาก” ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้เสร็จตามเป้าหมาย แต่แค่ “อยาก” ยังไม่ลงมือทำสักที พอถึงเวลาจะทำก็เลื่อนไปเรื่อย ๆ จนใกล้จะถึงเดดไลน์ บางคนทำทันในนาทีสุดท้ายแต่ผลลัพธ์ไม่ดีอย่างที่คิด ส่วนบางคนก็โละแผนนั้นทิ้งไปเลย เชื่อว่าใครที่เคยได้รับสิ่งร้าย ๆ จากการเลื่อนมาก่อนคงรู้ดี


 
                       การผัดวันประกันพรุ่งนี้ ทำให้เราสามารถแยกคนออกเป็น 5 ประเภทได้เลยนะคะ เรียกได้ว่าบนโลกนี้มีนักผัดวันประกันพรุ่งอยู่ 5 แบบเลยล่ะ น้อง ๆ อยากรู้ไหมว่าเราเป็นแบบไหน แล้วถ้าเป็นจะสะบัดโรคนี้ให้หลุดจากตัวเราได้ยังไง ตามไปดูกันเลยค่ะ

                      ผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการผัดวันประกันพรุ่งโดย YouGov ได้รับการเปิดเผยว่า ผู้คนกว่า 2,000 คนในสหราชอาณาจักร สูญเสียเวลาไปกับการผัดวันประกันพรุ่งเพื่อทำสิ่งที่ไม่สำคัญราว ๆ 218 นาทีต่อวัน หรือคิดเป็น 55.3 วันต่อปี O_O! นับว่าเป็นตัวเลขที่มากพอให้ตกใจเลยค่ะ เพราะจำนวนวันเท่านี้ เราสามารถนำไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเองได้อีกมากมาย ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่ควรประมาทกับเจ้านิสัยผัดวันประกันพรุ่ง เพราะมีหลายเหตุผลที่ทำให้เราต้องกลายมาเป็นคนแบบนี้ค่ะ มาเช็กกันเลยว่าน้อง ๆ เข้าข่าย "นักผัดวันประกันพรุ่ง" แบบไหน

Type 1: นักติดความสมบูรณ์แบบ (The Perfectionist)
                      นักติดความสมบูรณ์แบบหรือเพอร์เฟคชั่นนิสต์ต้องกลายเป็นคนผัดวันประกันพรุ่ง ก็เพราะความที่เป็นคนเอาใจใส่กับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มากจนเกินไปนี่แหละค่ะ คนติดความสมบูรณ์แบบจะกลัวกับการเริ่มทำภารกิจ เวลาลงมือทำอะไรสักอย่างก็จะเริ่มเครียดแล้วว่ารายละเอียดถูกต้องไหม จะมีอะไรผิดพลาดไหม ติดขัดอยู่ตรงกระบวนการนั้นนั่นแหละ เรียกว่ากลัวเกินกว่าจะกล้ามูฟออน
วิธีแก้ไขสำหรับ The Perfectionist
                      แทนที่จะมานั่งกังวลหมกมุ่นอยู่กับรายละเอียดนั้น ๆ ก่อนทำสิ่งต่าง ๆ ให้กางรายละเอียดออกมาเคลียร์เลยว่าจุดมุ่งหมายที่ทำคืออะไร ต้องทำอะไรบ้าง กำหนดถึงวันไหน จะช่วยให้มีโฟกัสกับสิ่งที่ทำมากขึ้น และทำได้เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลา เช่น ถ้าต้องเขียนรายงานก็เริ่มร่างแผนงาน กำหนดปฏิทินงานคร่าว ๆ ก่อนก็ได้ว่าแต่ละขั้นตอนต้องเสร็จวันไหน ส่วนเนื้อหาในรายงานถ้าเริ่มต้นไม่ถูกก็ลุยจากการทำวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนก่อนเป็นลำดับแรก แล้วเดี๋ยวเนื้อหาที่สำคัญก็จะตามมาเอง สิ่งที่ต้องย้ำเตือนกับตัวเองคือ ต่อให้กังวลแค่ไหนก็ต้องลงมือทำก่อน ถ้าทำเสร็จแล้วยังไม่พอใจก็สามารถปรับแก้ได้อยู่


 
Type 2: นักช่างฝัน (The Dreamer)
                      ตามปกติแล้วคนช่างฝันก็น่าจะมีแรงจูงใจให้ทำบางสิ่งสำเร็จใช่ไหมคะ แต่สำหรับกรณีนี้มักจะสนุกกับการสร้างฝันจากแผนในอุดมคติมากกว่าจะลงมือทำค่ะ เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์ที่มากล้นของคนกลุ่มนี้ มักถูกนำมาใช้ในเรื่องของจินตนาการมากกว่าความเป็นจริง จนกลายเป็นเรื่องยากที่จะทำภารกิจให้สำเร็จได้
วิธีแก้ไขสำหรับ The Dreamer
                      หยุดความช่างฝันใหญ่โตได้ด้วยการกำหนดเป้าหมายเฉพาะในแต่ละวัน โดยเริ่มจากฝันที่ไม่ได้ไกลมากนัก เป็นแผนเล็ก ๆ ที่สามารถลงมือทำได้ทันทีก่อนก็ได้ค่ะ เช่น มีเป้าหมายเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย วันแรกอาจจะเริ่มทำแพลนเนอร์ วันที่ 2 ลุยอ่านวิทย์บทที่ 1 วันที่ 3 ทบทวนวิทย์บทที่ 1 พร้อมทำแบบฝึกหัด 1 ชุด ทำแบบนี้สม่ำเสมอ แล้วค่อย ๆ ขยายฝันออกไปเป็นเพิ่มจำนวนบท เพิ่มจำนวนแบบฝึกหัด หรือขยายเวลาอ่านหนังสือก็ได้ จำไว้นะคะว่าต่อให้เป็นแผนเล็ก ๆ แต่ในที่สุดน้องก็ได้ลงมือทำแล้ว    

Type 3: นักชอบหลีกเลี่ยง (The Avoider) 
                      คนไทป์นี้ก็จะคล้าย ๆ กับเพอร์เฟคชั่นนิสต์เลยค่ะ คือมักกลัวว่าจะไม่สามารถจัดการกับภารกิจต่าง ๆ ได้ จนเกิดเป็นความคิดว่าไม่ทำอะไรเลยก็ยังดีกว่าทำแล้วถูกคนอื่นตัดสินว่าผิดพลาดล้มเหลว ด้วยเหตุนี้จึงขอเลี่ยงออกไปก่อนนั่นเองค่ะ 
วิธีแก้ไขสำหรับ The Avoider
                      หยุดโฟกัสกับสิ่งที่แย่ที่สุด แต่ให้ใช้เวลาไปกับการตามหาสิ่งที่ท้าทายตัวเองมากที่สุดค่ะ สิ่งนี้จะทำให้น้อง ๆ รู้สึกเข้าใกล้ความสำเร็จ และช่วยสร้างพลังในการจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้างานชิ้นใหญ่ก็ให้แบ่งออกมาเป็นงานย่อย ๆ โดยประเมินกำลังของตัวเองแล้วคำนวณเทียบกับเวลาที่มีอยู่ จะได้รู้และนำมาวางแผนการทำงานได้ สมมติมีเวลาเขียนเรียงความ 3 วัน ก็อาจจะเขียนย่อยสิ่งที่จะทำออกมาคร่าว ๆ ปรับเวลาได้ตามชอบ   เช่น  
                      วันที่ 1 : ร่างหัวข้อ (20 นาที) + ร่างเนื้อหา (15 นาที) + หาข้อมูล (20 นาที)      
                      วันที่ 2 : พิมพ์บทนำ (15 นาที) + พิมพ์เนื้อหา (30 - 45 นาที) 
                      วันที่ 3 : เขียนสรุป (30 นาที)
                      มีสิ่งที่ต้องทำแปะไว้แบบนี้ ก็เป็นเรื่องท้าทายตัวเองแล้วว่าจะทำภารกิจในแต่ละวันให้สำเร็จได้ไหม ทำเสร็จแล้วน้อง ๆ ก็อย่าลืมหารางวัลมาตอบแทนตัวเองด้วยนะคะ     


 
Type 4: นักสร้างวิกฤติ (The Crisis Maker) 
                      คนประเภทนี้จะชอบผลักงานออกไปจนถึงวินาทีสุดท้ายค่ะ สมมติว่าอาจารย์กำหนดส่งการบ้านคาบโฮมรูมก็นั่งปั่นตอนเคารพธงชาติ หรือพรุ่งนี้สอบ 9 โมง ก็เพิ่งอ่านหนังสือตอน 6 โมงเช้าวันนั้นนั่นแหละ นักสร้างวิกฤติค้นพบว่าเดดไลน์เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น และมีความเชื่อว่าตัวเองจะทำทุกสิ่งออกมาได้ดีถ้าถูกบีบบังคับให้ทำในเวลาเร่งด่วน เรียกว่าต้องโดนกดดัน ต้องเครียด ต้องอยู่ในเส้นตายจริง ๆ ถึงจะเริ่มทำ (แบบนี้ก็ได้เหรอ) 
วิธีแก้ไขสำหรับ The Crisis Maker
                      สำหรับวิธีนี้ก็จะคล้าย ๆ วิธีแก้ไขของ The Avoider คือใช้เวลามาเป็นตัวช่วยเช่นกันค่ะ แต่จะมีต่างกันนิดหน่อยตรงที่ The Crisis Maker เป็นพวกเสพติดความท้าทาย เพราะฉะนั้นวิธีที่เหมาะกับเขาก็คือ POMODORO ที่ทำให้น้อง ๆ ต้องวิ่งแข่งกับเวลานั่นเอง เริ่มจากกำหนดภารกิจที่อยากทำโดยแบ่งเป็น session ย่อย ๆ แล้วตั้งนาฬิกาปลุกจับเวลาไว้ เช่น ทำข้อสอบเก่าอังกฤษ 30 ข้อ ใน 25 นาที ก็ต้องทำข้อสอบเก่าให้เสร็จโดยไม่หยุดพักเป็นเวลา 25 นาที ทำเสร็จ 1 session ให้ติ๊กถูกไว้ แล้วหยุดพักสมองสัก 5 - 10 นาที ก่อนทำภารกิจอื่นวนไปจนครบ 4 session เมื่อทำเสร็จลองหยิบเช็กลิสต์มาดูซิว่าทำภารกิจสำเร็จไหม เท่านี้ก็เชื่อว่าเจ้านี่จะไปปลุกความอยากเอาชนะในตัวน้อง ๆ ให้ได้รับความท้าทายไปเต็ม ๆ  

Type 5: นักผัดวันประกันพรุ่งที่ยุ่งมาก (The Busy Procrastinator)
                      สำหรับนักผัดวันประกันพรุ่งประเภทสุดท้ายเป็นคนที่ค่อนข้างจุกจิก มีปัญหากับการเรียงลำดับความสำคัญของการทำสิ่งต่าง ๆ ตลอด เพราะคิดว่าภารกิจที่มีอยู่มันมากมายเกินไป ไม่คุ้มค่ากับความพยายาม เลยปฏิเสธที่จะทำมันซะเลย คนประเภทนี้มักจะไม่รู้วิธีเลือกทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองในตอนนั้น และผลสุดท้ายก็ทำเพียงแค่ตัดสินใจเลื่อนมันออกไป ต่อให้ทางเลือกนั้นจะไม่ใช่เรื่องซับซ้อนหรือยุ่งยากอย่างที่คิดค่ะ  
วิธีแก้ไขสำหรับ The Busy Procrastinator
                      อย่างที่บอกว่านักผัดวันประกันพรุ่งที่ยุ่งมากจะมีปัญหากับการเรียงลำดับความสำคัญของงาน เรียกว่าหัวหมุนจนเทงานทุกสิ่ง ซึ่งนั่นเป็นข้อผิดพลาดมาก ๆ ดังนั้น น้อง ๆ ควรเรียนรู้ที่จะชั่งน้ำหนักความสำคัญของงานทุกชิ้นที่ทำค่ะ สมมติว่าได้รับการบ้านมาพร้อม ๆ กัน น้องอาจจะทำการบ้านแบบเรียงลำดับตามวันที่ส่งได้ แต่ถ้ากำหนดส่งใกล้ ๆ กัน ลองดูจากคะแนนเป็นหลักไว้ก่อนได้ งานชิ้นไหนให้คะแนนมากก็ให้เวลากับชิ้นนั้นมากหน่อย สิ่งสำคัญคือแบ่งเวลาและจัดลำดับความสำคัญให้เป็นเท่านั้นค่ะ

                      สำหรับพี่เมก้าเข้าข่ายความเป็น Type 3 นักชอบหลีกเลี่ยงมากที่สุดแล้วค่ะ ยังไม่ทันลงมือก็กลัวล้มเหลวซะแล้ว ว่าแต่น้อง ๆ เข้าข่ายนักผัดวันประกันพรุ่งแบบไหนกันบ้าง แวะมาเล่าประสบการณ์กันได้นะคะ เผื่อมีเทคนิคเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ จะได้แบ่งให้เพื่อน ๆ นำไปลองใช้กัน   

ขอบคุณข้อมูลจาก 
https://www.telegraph.co.uk
https://www.lifehack.org
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ผัดวันประกันพรุ่ง #ขี้เกียจ #การเรียน #การศึกษา #การศึกษา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?