/>

เตือนภัย : สังเกตให้ดีแท็กซี่มหาภัย []

วิว

 

     สวัสดีค่ะน้องๆ dek-d.com... พบกับพี่เหมี่ยวที่คอลัมน์ "เตือนภัยเด็กดี" อีกครั้งแล้ว วันนี้น้องๆ คนไหนที่เดินทางไปไหนมาไหนเอง โดยเฉพาะน้องๆ ที่ใช้บริการรถแท็กซี่บ่อยๆ ต้องฟังเอาไว้เลยนะคะ เพราะเตือนภัยวันนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "แท็กซี่มหาภัย" ค่ะ ส่วนเรื่องราวจะเป็นยังไงต้องไปติดตามกันค่ะ

     ...น้องๆ เชื่อรึเปล่าคะว่า เวลาแค่ 5 – 10 นาที บนรถแท็กซี่อาจจะทำให้เรามีอันตรายถึงชีวิตเลยก็ได้!!!

     เรื่องราวนี้ถูกบอกเล่าโดยน้องผู้หญิงคนนึง (พี่เหมี่ยวขออนุญาตเรียกว่า “น้องเอ” ก็แล้วกันนะคะ) ที่มีความจำเป็นต้องใช้บริการรถแท็กซี่ในการไปทำธุระ แต่บังเอิญดันไปเจอแท็กซี่วายร้ายที่จ้องจะลอกคราบผู้โดยสาร แต่โชคดีที่ไหวตัวทันเลยแค่เฉียดอันตรายไปแค่นั้น


     "น้องเอ" เล่าว่าวันนั้นเธอมีความจำเป็นต้องไปธุระส่วนตัว ซึ่งเป็นธุระเกี่ยวกับเอกสารทำให้ต้องเดินทางหลายที่ และในวันนั้นเธอบอกว่าตั้งแต่เช้าเธอใช้บริการแท็กซี่มาแล้วถึง 3 คัน ก่อนจะมาใช้แท็กซี่บริการแท็กซี่มหาภัยคันนี้

     เธอบอกว่าตั้งแต่เช้าการใช้บริการรถแท็กซี่ก็เป็นไปตามปกติ เหมือนทุกครั้งจนมาถึงคันเกิดเหตุ ด้วยความที่เป็นคนนั่งแท็กซี่บ่อย และอยู่กรุงเทพฯ มาแล้วถึง 11 ปี จึงทำให้น้องเอชะล่าใจว่าน่าจะไม่มีอันตรายอะไร ที่ำสำคัญตอนนั้นก็ไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่ากลัวเพราะยังเป็นช่วงเวลากลางวันอยู่

     น้องเอเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า พอขึ้นไปนั่งบนแท็กซี่ที่เกิดเหตุได้ซักพัก คนขับก็เปิดกระจกฝั่งตัวเองด้านขวาลงจนสุดอยู่ช่วงหนึ่งแล้วก็ปิด จากนั้นก็เงียบไม่พูดอะไร น้องเอก็เลยบอกเส้นทางให้คนขับ คนขับก็ทำท่ายึกยัก หมือนประมาณไม่รู้ว่าจะขับไปยังไงดี ท่าทางลุกลี้ลุกลน เหมือนคนขับไม่รู้ทาง

     ตอนนั้นน้องเอก็ยังไม่รู้สึกผิดสังเกตอะไร และในขณะนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่า แท็กซี่คันนี้ใช้น้ำหอมติดรถกลิ่นแปลกๆ จะหอมก็ไม่หอมจะเหม็นก็ไม่เหม็น แต่ได้กลิ่นไม่นานแค่ช่วงแรกที่ขึ้นรถ จากนั้นเธอก็ไม่รู้สึกว่าเหม็นอีก

     หลังจากนั้นน้องเอก็บอกทางคนขับอีกครั้ง เธอบอกให้คนขับขับในช่องทางซ้ายเพื่อขึ้นสะพาน แต่คนขับก็ทำท่ายึกยัก ซึ่งน้องเอสังเกตแล้วว่าช่องทางซ้ายนั้นรถก็ไม่เยอะมาก มีจังหวะตีรถออกได้หลายครั้งแต่คนขับก็ไม่ออก น้องเอก็เลยคิดว่าแท็กซี่คันนี้คงเพิ่งหัดขับ อาจจะยังขับไม่ค่อยคล่อง ยึกยักอยู่ซักพักก็ตีรถเข้ามาที่ช่องทางซ้ายได้ และตอนนั้นแท็กซี่ก็เปิดกระจกด้านขวาซึ่งเป็นด้านของคนขับอีกครั้ง จากนั้นก็ปิด

    

     ...ตอนนั้นน้องเอคิดถึงเรื่องราวที่ตนเองเคยอ่านในอินเตอร์เน็ต แต่อีกใจนึงก็รู้สึกว่าไม่อยากคิดมากเพราะกลัวจะระแวงไปเอง ระหว่างนั้นน้องเอรู้สึกว่ารถขับช้ามาก ซึ่งก็น่าจะสอดคล้องกับเหตุผลที่คิดไว้ตอนแรกว่าแท็กซี่คันนี้คงเพิ่งหัดขับรถ

     และในระยะเวลาอีกไม่นาน คนขับก็เปิดกระจกขวาด้านคนขับอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ซึ่งน้องเอก็เริ่มเอะใจแล้วว่าเริ่มจะไม่ปลอดภัยแล้ว เพราะตั้งแต่นั่งมาคนขับจะเปิดกระจกแบบนี้ตลอด จากนั้นคนขับก็บอกกับน้องเอว่าขอเติมแก๊สหน่อยเพราะแก๊สจะหมดแล้ว น้องเอเห็นว่าเป็นพิรุธจึงคิดว่าไม่ปลอดภัยแน่ๆ จึงตัดสินใจว่าจะลงจากรถ แต่ก็ยังไม่ได้กระโตกกระตากอะไร

     ระหว่างนั้นคนขับก็ยังขับรถเอื่อยๆ เหมือนหาปั๊มแก๊สอยู่ และเมื่อถึงปั๊มแก๊ส ขณะที่กำลังจะขับรถเข้าปั๊ม น้องเอก็มีอาการมือสั่น ใจเต้นแรง แล้วเหมือนจะพะอืดพะอม เธอบอกว่าเธอรู้สึกใจหวิวๆ อยากจะอ้วก ช่วงวินาทีนั้นน้องเอตัดสินใจว่าลงแล้ว พอคนขับจอดรถกำลังรอคิวเติมแก๊ส น้องเอก็บอกไปว่า จะลงแล้วเพราะต้องรีบไป พอได้ยินแบบนั้นก็รีบบอกว่า เต็มไม่นานใช้เวลาแค่แป๊ปเดียว

     พอน้องเอทำท่าจะลงคนขับก็เลยบอกว่า ไม่เติมก็ได้ และกำลังจะถอยรถออกจากปั๊ม แต่น้องเอไม่ฟังเลยลงจากรถ ตอนนั้นเธอจะให้ค่าแท็กซี่แต่พอเห็นว่าแค่ 35 บาท ก็เลยไม่ให้เพราะมิเตอร์ยังไม่ขึ้น ซึ่งระยะทางตั้งแต่ขึ้นรถจนเกิดเหตุไม่เกิน 500 เมตร รวมรถติดแล้วด้วยไม่เกิน 5 นาที ซึ่งถือว่าเร็วมาก

     พอเธอลงจากรถได้ มือก็ยังไม่หายสั่น ใจเต้นยังเต้นแรง น้องเอรู้ว่าตัวเองคงไม่ไหวแน่ ก็เลยเข้าไปนั่งตรงร้านอาหารข้างปั้ม และซื้อน้ำกิน เธอกินเข้าไป 2 ขวด เอาลูบหน้าตัวเอง จากนั้นก็โทรศัพท์ให้เพื่อนมารับ ระหว่างที่เพื่อนเดินทางมารับเธอก็ยังหายใจขัดๆ อยู่ตลอด ก็เลยตัดสินใจไปโรงพยาบาล และแพทย์ก็ได้บอกถึงสาเหตุของอาการนี้ว่า น่าจะมากจากก๊าซสลบ เพราะออกฤทธิ์เร็ว แต่ก็หายเร็วเหมือนกัน แพทย์จับชีพจรจากนั้นก็เลยมาประมาณ 40 นาทีได้แล้วหลังเกิดเหตุ แพทย์บอกว่าชีพจรยังเต้นเร็วอยู่เลย ก็เลยให้ออกซิเจนช่วยขับก๊าซพิษออกไป จากนั้นน้องเอก็เริ่มหายใจได้ดีขึ้นและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

     จากเหตุการณ์ที่น้องเอได้เล่าให้ฟังนั้น ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ใกล้ตัวมากๆ และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากเราไม่รู้จักที่ระวังและสังเกตความผิดปกติของสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเราให้ดี โดยเฉพาะน้องๆ ที่เดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว นี่จึงเป็นเหตุการณ์ที่ควรทำการศึกษาและต้องระวังเอาไว้ให้มากเลยทีเดียว


     นี่ยังถือว่าเป็นโชคดีของน้องเอที่รู้จักสังเกตสิ่งรอบตัว เธอยังบอกอีกว่าเป็นโชคดีจริงๆ ที่เคยอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับภัยบนรถแท็กซี่มาจากอินเตอร์เน็ต สิ่งที่เธออ่านมานั้นเป็นประโยชน์มากเพราะทำให้เธอฉุกคิดได้เมื่อเกิดเหตุำการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้น

     พี่เหมี่ยวไม่อยากจะคิดเลยนะคะว่า วันนั้นถ้าน้องเอยังนั่งอยู่บนรถแท็กซี่คันนั้น จะมีอะไรเกิดขึ้นบาง หากน้องเอยังโชคดี อาจจะแค่ถูกชิงทรัพย์ แต่ถ้าโชคร้ายน้องเออาจจะมีอันตรายถึงชีวิตก็ได้นะคะ... ทางที่ดีที่สุด น้องๆ ไม่ควรไปไหนมาไหนคนเดียว โดยเฉพาะในยามวิกาล (ซึ่งพี่เหมี่ยวเชื่อว่าน้องๆ ชาว Dek-D.com คงไม่ไปไหนดึกๆ คนเดียวแน่นอน ^^) และที่สำคัญการรู้จักสังเกตความผิดปกติรอบตัวเรา จะช่วยให้เราปลอดภัยจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ค่ะ

     และถ้าน้องๆ dek-d.com คนไหนเคยมีประสบการณ์ในลักษณะนี้ก็สามารถมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ที่นี่เลยค่ะ


พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ประสบการณ์เตือนภัยจากน้อง Pirate-14 ค่ะ

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=meaw

พี่เหมี่ยว - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ผู้หญิง

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#แท็กซี่ #เตือนภัย #มิจฉาชีพ #ผู้หญิง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป