/>

“ถ้ามีความผิดปกติเกี่ยวกับอวัยวะเพศ" ต้องไปหาหมออะไร อายจัง!!! []

วิว


 
 
         สวัสดีครับ Sex Study ตอนนี้เป็นเรื่องของความรู้ขั้นพื้นฐานเพศศึกษาและการไปโรงพยาบาลบ้างนะครับ ดูเหมือนจะง่าย เวลาป่วยก็ไปหาหมอไง เค้าก็ตรวจๆ รักษาไป ไม่เห็นจะยาก ...ครับไม่ยาก แต่ถ้าเป็นเรื่องความผิดปกติเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์แล้ว หลายคนมักจะอายที่จะไปหาหมอ แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรกันดี ตามพี่หมอโด่งมาครับ พี่จะพาไปทัวร์โรงพยาบาลเอง

         จริงๆ แล้วระบบโรงพยาบาลเป็นเรื่องซับซ้อนมากยิ่งกว่าผ้าอนามัยแบบบางขอบชีสมีปีกยี่ห้อดังซะอีก เพราะตอนแรกที่พี่เข้ามาก็งงมากๆ ว่า ที่เราป่วยเนี่ย ควรจะไปหาใครดีนะ ไปตรงไหนก่อนดีนะ แล้วป่วยแค่ไหนที่จะต้องไปหาหมอเฉพาะทาง หรือหาหมออะไรก็ได้

         ข้ามโรคภัยอื่นๆ ไปก่อนครับ วันนี้เราพูดกันในเรื่องของเพศศึกษา ดังนั้น แพทย์ที่พี่จะพาไปพบวันนี้ เป็นแพทย์ของผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์นั่นเองครับ ก่อนอื่น... เราต้องแยกเพศตัวเองให้ได้ก่อน จากนั้นตามมาเลยครับ

 


น้องผู้หญิง

          หากวันนึงน้องผู้หญิงเกิดสงสัยว่า “เอ่อ... พี่คะ น้องสาวของหนูมันมีกลิ่นแปลกๆ ไปหาหมออะไรดีคะ” เคสนี้ไม่ต้องรอให้คนอื่นมาช่วยพิสูนจ์กลิ่นนะครับ ไปพบแพทย์ได้เลย

          เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์ที่น้องๆ ต้องรู้จักมีดังนี้

          แพทย์ทั่วไป (General doctors) เกินครึ่งของน้องๆ ที่มีอาการเจ็บป่วยไม่ว่าจะโรคอะไรก็ตามต้องมาเจอหมอทั่วไปก่อนครับ แพทย์ทั่วไปนี้คือด่านแรกของการตรวจวินิจฉัยโรค เป็นแพทย์ที่เรียนหกปีจบ (ถือโอกาสให้ความรู้เรื่องเรียนหมอแถมไปด้วย) โดยจบมาแล้วใช้ทุนบ้างไม่ใช้ทุนบ้างก็เข้ามาตรวจได้ทุกโรคครับ แต่ไม่ลึกมาก ยกเว้นต้องตรวจภายในครับ ฮ่าๆ 

          สูตินารีแพทย์ (Obstetrics and Gynecology doctors ; OB-GYN) หรือแปลไทยเป็นไทยตรงตัวว่า หมอเกี่ยวกับคนท้องและสตรี จริงๆ แล้วถ้าเรียนเฉพาะทาง (หลังจบ 6 ปี) จะต้องมาเรียนต่อสูตินารีเวชอีกสามปี แล้วใครใคร่ชอบคนท้องก็ไปเรียนต่อคนท้อง ใครใคร่ศึกษาด้านอวัยวะภายในสตรีก็แล้วแต่ชอบเลย
          โดยถ้าน้องวางแผนตั้งครรภ์ หรือไม่อยากตั้งครรภ์ รวมถึงตั้งครรภ์โดยไม่ได้วางแผนมาก่อนเนี่ย ก็ตรงเข้าไปพบสูติแพทย์ได้เลยครับ
          แต่ถ้าน้องๆ มีปัญหาตกขาวผิดปกติกลายเป็นตกเขียว ตกออกมาเป็นโยเกิร์ตหมดอายุ หรือมีอาการคัน อะไรต่างๆ นานา ก็เข้าไปหาแพทย์นารีเวชครับ


 


          แต่ๆๆๆ แต่ช้าแต่ครับ วงการแพทย์ไทยในปัจจุบันเนี่ย การเข้าหาแพทย์เฉพาะทางนั้นยากมากครับ เช่น ถ้าน้องอยู่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะในอำเภอต่างๆ ที่ไม่ใช่อำเภอเมือง บางอำเภออาจจะไม่มีแพทย์เฉพาะทางเลยก็ได้ หรือบางอำเภอมีคนเดียวแบ่งกันใช้หลายๆ เขตก็มี ทำให้จริงๆ แล้ว น้องๆ ไม่จำเป็นต้องตรงไปหาแพทย์เฉพาะทางก็ได้ครับ ถ้าไม่ได้มีเรื่องฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับโรคนั้นแน่ๆ (ซึ่งแบบนั้นก็เข้าห้องฉุกเฉินก่อนอยู่แล้ว จากนั้นจึงถูกส่งตัวต่อไปยังแพทย์เฉพาะทางอีกที) เพราะจะทำให้แพทย์มีปริมาณงานที่มากเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพลดลง และหมอทั่วไป (อย่างผม) ก็รักษาได้นะครับ เพราะมีปริมาณเยอะกว่า และถ้าแบบไหนที่เราไม่มั่นใจ ทำไม่ได้ เราก็จะส่งต่อไปหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้วครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนแพทย์เท!!! 


 


น้องผู้ชาย

          สำหรับน้องๆ ผู้ชายไม่ต้องเสียใจไปครับ ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีบุรุษแพทย์ หรือชื่อเรียกเฉพาะของหมอที่รักษาอวัยวะเพศชายโดยเฉพาะ แต่ความเจ็บป่วยเกี่ยวกับอวัยวะเพศของเรานั้นส่วนใหญ่จะเป็น แพทย์ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ (Urologist) ครับ ซึ่งจะคอยดูแลและผ่าตัดถ้าเกิดความผิดปกติขึ้นมา เช่น อย่างที่พี่หมอเคยเจอคือ ไปเพิ่มขนาดมาด้วยพาราฟิน จนบวมเป่งติดเชื้อ ก็ต้องมาผ่าเอาออกครับ คิดแล้วก็… ผ่านไปเรื่องอื่นเถอะ ฮ่าๆ

          แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายๆ อาการที่จำเป็นต้องผ่านการคัดกรองด้วยแพทย์ทั่วไปก่อนเพื่อส่งต่อเข้าไปให้ถูกแผนกและแพทย์ครับ เช่น ปัสสาวะแล้วอวัยวะเพศแสบ ไปหาหมอผ่าตัดให้ตัดออกให้นี่ก็ไม่น่าจะช่วยอะไร เว้นแต่อยากจะตัดจริงๆ ก็ตรงไปหาแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic surgeon) ได้เลย เป็นต้นครับ สรุปคือ ว่ากันตามอาการ หากไม่แน่ใจก็ควรพบแพทย์ทั่วไปก่อนครับ

 


          นอกจากเรื่องยุ่งๆ ของการหาหมอแล้ว ยังมีน้องๆ สอบถามเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลมาด้วย ซึ่งพี่หมอคงจะบอกราคาแน่นอนไม่ได้ เพราะค่าใช้จ่ายในส่วนนี้แตกต่างกันไป ขึ้นกับว่าเป็นโรงพยาบาลรัฐ/เอกชน ถ้าโรงพยาบาลรัฐก็ขึ้นกับว่าในเวลาราชการหรือนอกเวลา และเป็นโรคอะไร ส่งตรวจอย่างไร หรือแม้แต่กระทั่งถ้าได้รับการตรวจภายในหรือใช้เครื่องอัลตราซาวน์ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกี่ยวกับการดูแลรักษาตรงนี้ครับ และแน่นอนว่าแตกต่างกันไป น้องๆ สามารถสอบถามค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ที่โรงพยาบาลได้เลยครับ ทางที่ดีไม่อยากเจ็บป่วย เสียเงินเยอะ ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี หมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นเท่านั้นเองครับ



          สุดท้ายนี้ หากน้องมีอาการป่วยจริงๆ และมีความผิดปกติเกี่ยวกับอวัยวะเพศ ไม่ว่ามากน้อยแค่ไหน พี่หมอก็อยากให้ไปพบแพทย์ดีที่สุดครับ อย่าเขินอาย และบางครั้งการไปซื้อยาทานเองโดยที่ไม่ได้ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจบางอย่างให้แน่ชัด เมื่อได้รับยาไปอาจจะทำให้การดูแลรักษาโรคนั้นๆ แย่ลงด้วยครับ หมออย่างเราน่ารักและเป็นมิตรทุกคน ที่สำคัญคือพร้อมยินดีช่วยเหลือน้องๆ และผู้ป่วยทุกคนแน่นอนครับ

          
เช่นเคยครับ ก่อนจากกันไป น้องๆ คนไหนมีคำถามเกี่ยวกับเพศศึกษา คอมเม้นต์ไว้ได้เลยครับ พี่หมอจะนำมาตอบให้แน่นอนครับ :) 





 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=doenjdd

พี่โด่ง - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เพศศึกษา #โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ #เพศสัมพันธ์ #สูติแพทย์ #แพทย์นารีเวช #แพทย์ #หมอ #แพทย์ศัลยกรรม #ศัลยแพทย์ #พาราฟิน #อวัยวะเพศ #แพทย์เฉพาะทาง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #10
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เมื่อประมาณ2ปีก่อนผมเคยไปมีอะไรกับกระเทยพอหลังจากนั้นผมก็เป็นหนองใน และตอนนั้นคือยังไม่รู้อะไรมาก และก็คิดไปว่าเป็นแล้วเดี๋ยวมันก็คงหายเองมั้งเลยไม่ได้คิดอะไรแต่พอมันเป็นนานๆไป(คือแบบปล่อยให้เป็นนานเลย)ก็เลยตัดสินใจบอกแม่ว่าเป็นหนองใน(โดนถามว่าไปมีอะไรกับใคร,และโดนด่าตามระเบียบ555)หลังจากนั้นแม่ก็ไปซื้อยามาให้กิน หลังจากกินยาอ่ะคือน้ำหนองหยุดไหลนะแต่หลังจากนั้นคือมีอาการเจ็บๆแสบๆข้างในช้างน้อยอ่ะ หัวช้างน้อยคนปกติจะออกสีเนื้อๆชมพูๆใช่ปะ แต่ของผมตอนนี้มันเป็นสีดำๆเขียวๆอ่ะ(เหมือนเวลาเราเป็นแผลฟกช้ำเลยสีประมาณนั้นแหละสีมันออกประมาณตรงปลายๆหัวอวัยวะอ่ะ) อยากรู้ว่าแบบนี้มันปกติไหม ถ้าไม่ คือมีวิธีแก้แบบง่ายๆไหม หรือต้องไปหาหมออย่างเดียว กล้วว่าเวลามีอะไรกับใครแล้วเป็นโรคหรือเป็นอันตรายกับทั้ง2ฝ่าย ตอนนี้เลยไม่ได้มีอะไรกับใครเลย https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png

    ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?