/>

15 Facts ของ AMOREPACIFIC ความลับที่ทำให้สาวเกาหลีสวยขึ้น []

วิว
 
     
     สาวๆ หลายคนอาจจะยังงงๆ กับชื่อ AMOREPACIFIC แต่ถ้าได้ยินชื่อแบรนด์อย่าง Laneige, Etude House, Innisfree, Mamonde และ Sulwhasoo น่าจะร้องอ๋อกันเป็นแถวแน่นอน แบรนด์เหล่านี้ที่เรารู้จักล้วนอยู่ภายใต้บริษัท AMOREPACIFIC ทั้งนั้นเลยค่ะ แต่ไม่ใช่แค่เพียงเท่านี้นะคะ ยังมีแบรนด์อื่นๆ อีกเพียบ วันนี้พี่โอ๊ตเลยอยากมาเล่าให้ฟังค่ะ ว่าอะไรที่ทำให้ AMOREPACIFIC กลายเป็นผู้นำวงการบิวตี้อันดับหนึ่งของเกาหลี และกำลังก้าวเข้าสู่บริษัทความงามระดับโลกอีกด้วยค่ะ
 

 
1. ดอกคาเมลเลีย 
1. น้ำมันจากเมล็ดดอกคาเมลเลีย ส่วนประกอบสำคัญในเครื่องสำอางตั้งแต่ยุคแรกของ AMOREPACIFIC จนถึงปัจจุบัน
2. คุณหญิง ยูน ดก จ็อง มารดาของประธาน ซอ ซ็อง ฮวัน ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางเป็นคนแรก
3. ท่านประธาน ซอ ซ็อง ฮวัน (คนหน้าสุด) ขณะที่ไปศึกษาต่อยุโรปเกี่ยวกับธุรกิจความงาม
4. AMOREPACIFIC's Story Garden พิพิธภัณฑ์เรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจทั้งหมดของบริษัท ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

 
    ในสมัยก่อนการหาวัตถุดิบเพื่อทำเครื่องสำอางไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างตอนนี้ค่ะ เมื่อ 85 ปีที่แล้ว ท่านประธานซอ ซ็อง ฮวัน เป็นคนขี่จักรยานไปกลับระหว่างแคซ็องและโซลเพื่อหาวัตถุดิบมาให้คุณแม่ใช้ทำเครื่องสำอางด้วยตัวเอง และส่วนประกอบแรกที่ได้คือน้ำมันจากเมล็ดดอกคาเมลเลีย ซึ่งได้กลายมาเป็นคอนเซ็ปต์ของ AMOREPACIFIC’s Story Garden พิพิธภัณฑ์เรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจของ AMOREPACIFIC และนำมาใช้เป็นโลโก้ของ Story Garden  ด้วยเช่นกันค่ะ
 
2. ศูนย์ผลิตขนาดมหึมา
     
     AMOREPACIFIC มีศูนย์ผลิตและกระจายสินค้าเป็นของตัวเอง เรียกว่า Osan Beauty Campus ตั้งอยู่ที่เมืองโอซาน เพื่อกระจายสินค้าออกไปทั่วโลก โดยมีขนาดใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอล 30 สนามรวมกัน! ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้มากกว่า 15,000 ตันต่อปีเลยล่ะค่ะ
 
3. สถาบัน R&D
 
    นอกจากศูนย์ผลิตขนาดใหญ่แล้ว ยังมีสถาบันวิจัยมาตรฐานสากลเป็นของตัวเองเพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเครือ AMOREPACIFIC อีกด้วย
 
4. สุดยอดผู้นำนวัตกรรม
 
     ตั้งแต่อดีต AMOREPACIFIC เป็นผู้นำนวัตกรรมหลายอย่างที่เป็นเจ้าแรกของเกาหลี เช่น ห้องวิจัยเครื่องสำอาง, นำเข้าเครื่อง Air-Spun เป็นเจ้าแรกของเอเชีย, สร้างโรงงานผลิตเครื่องสำอางระบบอัตโนมัติย็องดึงโพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ, คิดค้นการจัดการเอ็นไซม์ Sapopin โสมแดง เป็นเจ้าแรกของโลก และคิดค้นคูชั่นเป็นเจ้าแรก ซึ่งคูชั่นแบรนด์แรกของเกาหลีและของโลกคือ IOPE รุ่น Air Cushion นั่นเอง
 
 5. ที่มาของคูชั่น
เครดิตรูปภาพจาก http://www.apgroup.com/int/en/about-us/amorepacific/our-history.html

  นวัตกรรมคูชั่นของ AMOREPACIFIC ประยุกต์มาจากตราประทับที่จอดรถค่ะ สังเกตดูว่าหมึกตราปั๊มไม่เคยไหลเยิ้มออกมาจากฟองน้ำเลย เหมือนกับเนื้อรองพื้นที่คงตัวอยู่ในฟองน้ำคูชั่นนั่นเอง 

 

 6. ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติรายแรกของโลก
เครดิตรูปภาพจาก http://www.apgroup.com/int/en/about-us/amorepacific/our-history.html

   ผลจากการที่มุ่งมั่นคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ ทำให้ AMOREPACIFIC มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เป็นรายแรกของโลก อย่างครีม Miro ที่ใช้ชาเขียวเป็นส่วนผสมเจ้าแรกของโลก และ ABC Ginseng Cream ครีมตำรับแพทย์แผนโบราณรายแรกของโลก
 

7. ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรก

     แบรนด์แรกของ AMOREPACIFIC คือ ครีมเมโลดี้ นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ ABC Pomade ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ 100% เป็นเจ้าแรกของเกาหลีอีกด้วย แต่ถ้าเป็นแบรนด์ปัจจุบันที่ยังมีอยู่ นับตามอายุแล้ว Mamonde อยู่มายาวนานที่สุดค่ะ
 

8. โครงการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

     แม้จะมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาคุณภาพสินค้าเป็นหลัก แต่ AMOREPACIFIC ก็ไม่ได้ละเลยเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงทำให้เกิดโครงการสนับสนุนคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ ที่เห็นได้ชัดและในเมืองไทยก็มีเช่นกัน คือโครงการ Laneige-Refill Me แบรนด์ Laneige ที่นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์วอเตอร์สลีปปิ้งมาส์กไปพัฒนาแหล่งน้ำดื่มในถิ่นทุรกันดารในประเทศไทยหรือการรีไซเคิลแพ็คเกจผลิตภัณฑ์ที่ใช้หมดแล้วเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมกับ Innisfree เป็นต้น
 

9. หลากหลายแบรนด์ยอดนิยมของสาวเกาหลีและสาวไทย 

     นอกจาก Laneige, Etude House, Innisfree, Mamonde และ Sulwhasoo ที่มีขายในเมืองไทยแล้ว ยังมีแบรนด์ชั้นนำอีกมากมายที่เกาหลี เช่น IOPE, Hera, Aritaum, Primera และ Ryo โดยสาวๆ สามารถช้อปปิ้งกันได้ที่ย่านมย็องดง เพราะมีทุกร้านค่ะ
 

10. Sulwhasoo Flagship Store

     ที่ย่านกังนัมมี Sulwhasoo Flagship Store ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดบิวตี้ของเกาหลีเลยค่ะ ทำให้มีผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่างที่หาซื้อไม่ได้ในเมืองไทย และบางชิ้นเองคนเกาหลีก็ต้องมาซื้อที่นี่เท่านั้น ไม่มีวางขายที่อื่นค่ะ ใครที่กำลังคิดจะรอของเข้าไทยต้องตื่นเลย เพราะไม่มีมาแน่นอน ที่สำคัญ ที่นี่มีถึง 6 ชั้น โดยมีบริการนวดสปาจากผลิตภัณฑ์ของ Sulwhasoo ที่ชั้น 4 ด้วยค่ะ บอกเลยว่าฟินมากๆ ค่ะ
 

11. Laneige My Two Tone Lip Bar

     Laneige Flagship Store ในย่านมย็องดงมีบริการพิเศษกว่าที่อื่น คือการทำ My Two Tone Lip Bar เป็นของตัวเอง โดยในการทำขั้นตอนแรก พนักงานจะให้เราถ่ายรูปตัวเองผ่านแท็ปเลต ซึ่งได้ลงโปรแกรมแสกนสีผิวเอาไว้ จากนั้นเราก็จะรู้ว่าสีผิวของเราเหมาะกับโทนสีฝั่งไหน มีแยกเป็น Cool Tone และ Warm Tone ค่ะ พี่โอ๊ตสีผิวขาวเหลืองเลยจัดไปอยู่ที่ Warm Tone จากนั้นพนักงานก็จะนำสีต่างๆ ที่เหมาะกับเรามาให้เลือกค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วแต่ละคนจะได้สีที่ไม่ซ้ำกันแน่นอน ความพีคมันอยู่ที่แพ็คเกจลิปสติกมีสกรีนชื่อเราลงไปด้วยค่ะ น่ารักไปอีก หรือใครอยากได้ข้อความอื่นๆ ก็สามารถบอกพนักงานได้เลยค่ะ ถ้าใครไปเกาหลีแล้วอยากไปทำบ้างต้องจองคิวล่วงหน้านะคะ เนื่องจากเค้าทำแบบแท่งต่อแท่ง จึงใช้เวลาพอสมควรค่ะ
 

12. กระแสในซีรีส์เกาหลี
เครดิตรูปภาพจากซีรีส์ Weightlifting Fairy Kim Bok Joo / Descendants of the Sun / Doctors และ My Love from the Star
 
     ผลิตภัณฑ์ในเครือ AMOREPACIFIC มักจะชอบโผล่อยู่ในซีรีส์ต่างๆ ทำให้เกิดกระแสการซื้อตามในเกาหลี (เมืองไทยก็เช่นกัน) เช่น คูชั่น IOPE ของชอนซงอี จาก My Love from the Star, ลิปทูโทน Laneige ของหมอคังจาก Descendants of the Sun, คูชั่น Mamonde ของหมอยูจาก Doctors และ Laneige Two Tone Tint Bar ของบ๊กจู จาก Weightlifting Fairy Kim Bok Joo ช่วงนั้นสีที่นางเอกใช้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยล่ะค่ะ
 
13. ไร่ชาเขียวบนเกาะเชจู
     
     ใครจะไปเชื่อว่าบริษัทเครื่องสำอางอย่าง AMOREPACIFIC จะมีไร่ชาเขียวเป็นของตัวเองด้วย! ความไม่ธรรมดาคือ ไร่ชาเขียวที่อยู่บนเกาะเชจูนั้นใหญ่เป็นอันดับ 1 ใน 3 ของโลกเลยค่ะ และเป็นเจ้าเดียวที่มีไร่ชาเขียวเป็นของตัวเองเพื่อการทำเครื่องสำอางโดยเฉพาะ 
 
14. ต้นกำเนิดความสวยจากชาเขียว
     
     AMOREPACIFIC ให้ความสำคัญกับชาเขียวมาก เนื่องจากเป็นเจ้าแรกของโลกที่นำเอาชาเขียวมาใช้ในวงการบิวตี้ และไม่ว่าจะเป็นเมล็ด ดอก ใบ ทุกส่วนของต้นชาเขียวจะถูกนำมาวิจัยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ ทำให้ AMOREPACIFIC ได้สิทธิบัตรจากการวิจัยชาเขียวมากถึง 150 สิทธิบัตรด้วยกันเลยนะ

 
15. ร้านชา O’Sulloc
     
      นอกจากเครื่องสำอางแล้ว AMOREPACIFIC ยังมีร้านชาเป็นของตัวเอง ที่ชื่อว่า O’Sulloc แต่ถ้าใครได้มาที่เชจู ที่นี่จะมี O’Sulloc Tea Museum และ Tea Stone ที่เอาไว้ให้ผู้สนใจได้มาเรียนรู้วัฒนธรรมการชงชาฉบับเกาหลีแท้ๆ และดื่มดำกับชาคุณภาพสูงสุดที่นี่อีกด้วย พี่โอ๊ตลองมาแล้ว บอกเลยว่าไม่ผิดหวังเลยค่ะ ทั้งได้ความรู้ ได้บรรยากาศ และได้รสชาที่หาไม่ได้ในเมืองไทยอีกด้วยล่ะ หรือใครผ่านไปย่านมย็องดงก็มีเหมือนกันนะ
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=oat

พี่โอ๊ต - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์สายบิวตี้ ชอบอัปเดตเมคอัพ และศึกษาเรื่องสกินแคร์ เพื่อผิวสวยอย่างปลอดภัย

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#สวยแบบเกาหลี #AMOREPACIFIC #ตำนานความสวยแบบเกาหลี #เกาหลี #โซล #เครื่องสำอางเกาหลี #Laneige #Innisfree #Sulwhasoo #Etude #Hera #Iope #Aritaum #Primera #Osulloc #Mamonde #Beauty #Korea #NUGIRL

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

คอลัมน์ NUGIRL

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?