ลดความอ้วนแบบ “นับแคลอรี่” ยิ่งทำ = ยิ่งเครียด = ยิ่งอ้วน []

วิว
ลดความอ้วนแบบ “นับแคลอรี่” ยิ่งทำ = ยิ่งเครียด = ยิ่งอ้วน
 
     การลดความอ้วนแบบนับแคลอรี่ถือว่าเราได้ยิน ได้เห็นวิธีการกันมานานนะคะ คือการคำนวณทุกอย่างที่เราจะหยิบเข้าปากเลยว่าสิ่งที่เราจะกินมีปริมาณแคลอรี่ หรือให้พลังงานเท่าไหร่? ซึ่งถ้าเสิร์ชในอินเตอร์เน็ตเชื่อว่าก็จะเจอรีวิวอยู่เพียบเลยล่ะ และนั่นก็ทำให้สาวๆ NUGIRL หลายคนคิดว่า ถ้าลดความอ้วนด้วยวิธีนี้ ต้องสำเร็จแน่ๆ! 
    วันนี้พี่แอนเจ และคอลัมน์ Health Me, Help Me ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่แฟง นิชรัช นิธิชัย นักโภชนาการที่จะมาช่วยเล่าให้สาวๆ NUGIRL ฟังว่า ภาพความคิด และความจริงของการลดความอ้วนแบบนับแคลอรี่เป็นยังไง? 
 
1. สิ่งที่คิด...”เราจะได้รู้ว่าแต่ล่ะวันเรากินไปเท่าไหร่” ​
      " อย่างที่บอกไปตอนต้นนะคะ ว่าการลดความอ้วนแบบนับแคลอรี่คือการคำนวณทุกอย่างที่เรากำลังจะเอาเข้าปาก หลายคนก็นึกดีใจว่า เราจะได้รู้ว่าแต่ล่ะวันเราจะกินเท่าไหร่ และเท่าไหร่ควรพอใช่ไหม อู้ววว ดีจังเลย แต่ความเป็นจริงแล้ว ในการใช้ชีวิตประจำวัน เราไม่สามารถนับทุกอย่างที่กินได้อย่างเป๊ะๆ ค่ะ อาหารแต่ล่ะเมนู แต่ล่ะร้านที่เรากิน ก็จะมีปริมาณแคลอรี่ไม่เท่ากัน ต่อให้ค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ข้อมูลที่ได้ก็จะเป็นเพียงตัวเลขจากการกะปริมาณคร่าวๆ เท่านั้น นั่นแปลว่าตัวเลขที่เราเข้าใจว่าได้รับเท่านี้ แต่จริงๆ อาจจะมาก หรือน้อยกว่านี้ก็ได้ค่ะ "
 
ลดความอ้วนแบบ “นับแคลอรี่” ยิ่งทำ = ยิ่งเครียด = ยิ่งอ้วน  

2. สิ่งที่คิด... “กินไม่เกินแคลอรี่ ที่กำหนด ง่ายจะตาย” 
     พูดเหมือนง่าย แต่ทำจริงๆ แล้วยากมากค่ะ สาวๆ NUGIRL หลายคนสบายใจเพราะมองว่าตัวเองคำนวณมาดีแล้ว มื้อเช้า 300 แคลอรี่ มื้อเที่ยง 400 แคลอรี่ เหลืออีกหลายแคลอรี่ ที่ให้เรากินได้สบายใจในตอนเย็น ฟังดูง่ายใช่ไหมล่ะ   
     การที่เรารู้ว่าในอาหารแต่ล่ะอย่างมีแคลอรี่มากน้อยเพียงใดก็เป็นเรื่องที่ดี  แต่ในความเป็นจริงการคำนวนพลังงานในอาหารเป็นสิ่งที่ยาก เพราะในอาหารแต่ล่ะจานจากร้านแต่ล่ะร้าน มีปริมาณอาหารและวิธีการปรุงที่ไม่เหมือนกัน การจะนับจำนวนแคลอรี่ที่แน่นอนจึงนับว่าเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้
     นอกจากนี้การควบคุมอาหารโดยไปโฟกัสที่การนับแคลอรี่ตลอดเวลาจะส่งผลให้เกิดความหิว เครียด และหมกมุ่นมากขึ้น สาเหตุเพราะการอดอาหารมากๆ ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเครียดในร่างกายสูงขึ้น ฮอร์โมนเครียดที่สูงนี้มีอิทธิพลต่อสมอง ส่งผลให้สมองอยากน้ำตาล อยากรับประทานของหวาน และในทางจิตวิทยาแล้วการที่เราพยายามบอกตัวเองเสมอๆว่า ฉันกำลังลดน้ำหนัก ฉันกำลังอดอาหาร  กลับส่งผลให้สมองโฟกัสกับเรื่องอาหารมากขึ้น  ผลก็คือหิวมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย 
 
3. สิ่งที่คิด...“ทำตามรีวิวไป ง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณเยอะ”
     เมื่ออ่านรีวิว หลายๆ คนก็จะมีตัวเลขแคลอรี่ในแต่ล่ะวันที่ต่างกันค่ะ บางคน 2,000 แคลอรี่ บางคน ก็ 1,500 แคลอรี่ หรือบางคนสายโหด ก็ไม่เกิน 1,100 แคลอรี่ ซึ่งจริงๆ แล้วพี่แฟงบอกว่า สำหรับสาวๆ NUGIRL ควรจะได้รับปริมาณแคลอรี่ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1,600 แคลอรี่ (เป็นค่าเฉลี่ย) ค่ะ ทั้งนี้ขึ้นกับระดับกิจกรรมและการออกกำลังกายว่าหนักมากน้อยเพียงใด การรับประทานอาหารให้ได้รับพลังงานเพียงพอตามช่วงอายุนั้นมีความสำคัญเพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสมบูรณ์เต็มที่  ทั้งทางด้านสรีระร่างกาย มีส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ มีสติปัญญาความสามารถ เนื่องจากวัยรุ่นในช่วงอายุ 13-18 ปีนี้เป็นช่วงที่กำลังมีการเจริญเติบโตของร่างกายสูงที่สุดค่ะ  และยิ่งไปกว่านั้นปริมาณพลังงานที่ควรได้รับ หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “แคลอรี่” ที่เหมาะสมสำหรับแต่ล่ะคนก็ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุ ขนาดของร่างกาย สูงเตี้ย โครงใหญ่ โครงเล็ก รวมถึงกิจกรรมที่ทำในแต่ล่ะวันอีกด้วยค่ะ 
 
4. สิ่งที่คิด... “จะกินอะไรก็ได้ แค่คุมให้อยู่ในแคลอรี่ที่กำหนด”
     เมื่อได้ตัวเลขแคลอรี่ที่ต้องการแล้ว สาวๆ NUGIRL หลายคนที่ยังตัดอาหารมันๆ ทอดๆ หวานๆ ไม่ขาดก็จะมีความคิดที่ว่า งั้นเราขอกินช็อกโกแลตแท่ง 1 ชิ้น 250 แคลอรี่ก็ได้สินะ เพราะยังไม่เกินแคลอรี่ที่กำหนด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าการลดความอ้วนด้วยวิธีไหน เราก็ควรปรับพฤติกรรม โดยการลดปริมาณการกินของหวาน มัน เค็ม ลงเช่นกันค่ะ เพราะต่อให้ไม่เกินแคลอรี่ หรือพลังงานที่กำหนด แต่เราจะได้น้ำตาล ไขมันแฝง และโซเดียมมากกว่าเดิมได้ค่ะ แคลอรี่ที่ได้จะเป็นแคลอรี่ที่ไม่ได้คุณภาพ คือให้พลังงานสูง แต่ไม่ได้สารอาหารที่จำเป็น ทั้งยังก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ และการอักเสบระดับเซลล์ นำไปสู่การเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น เบาหวาน ไขมันสูง ความดันโลหิตสูง และอ้วนลงพุงอีกด้วย ในมุมมองของนักกำหนดอาหารอยากแนะนำว่า พลังงานหรือแคลอรี่ที่เราได้รับประทานนั้นควรมาจากอาหารที่หลากหลาย และมีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกายอย่างเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต คือเป็นแคลอรี่ที่มีคุณภาพนั่นเอง การลดน้ำหนักที่ดีต้องรับประทานให้สมดุล มีทั้งข้าว แป้งเชิงซ้อน ผักผลไม้ และโปรตีนที่ดีในแต่ละมื้ออาหาร เพราะฉะนั้นแคลอรี่ที่รับประทานควรมาพร้อมคุณภาพด้วยนะคะ
 
5. สิ่งที่คิด... “น้ำหนักลงเร็ว ไม่ต้องออกกำลังกายก็ได้” 
     สาวๆ NUGIRL ที่ลองทำวิธีนี้แล้วพบว่าน้ำหนักลง น้ำตาไหลด้วยความปิติ “นี่ฉันไม่ได้ออกกำลังกายเลยนะ น้ำหนักก็ลงแล้ว ผอมลงด้วย” พี่แฟงแล่ะพี่แอนเจขอเตือนเลยค่ะ ว่ามันคือกับดักดีๆ นี่เอง!! ในความเป็นจริงแล้วน้ำหนักเราลด เพราะเราทานน้อยลงกว่าเดิม แต่สังเกตดีๆ ขาเอย แขนเอย แม้แต่เอวก็จะไม่กระชับค่ะ ย้วยๆ เหลวๆ ไม่เฟิร์ม ดังนั้นเราควรออกกำลังกายควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารลดหวาน มัน เค็มไปด้วย เพื่อให้ร่างกายเปลี่ยนมวลไขมันไปเป็นมวลกล้ามเนื้อ มีสัดส่วนที่กระชับยิ่งขึ้น และน้ำหนักตัวที่ลดไม่กลับเพิ่มขึ้นมาใหม่ วิธีนี้จะเป็นการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนค่ะ 
 
6. สิ่งที่คิด... “ชิลๆ อยากเลิกตอนไหนก็ได้” 
     ถ้าเราควบคุมอาหารด้วยการนับแคลอรี่มาสักระยะหนึ่ง จนร่างกายและจิตใต้สำนึกเราติดนิสัยคำนวณทุกอย่างที่รับประทานไปแล้ว สาวๆ NUGIRL รู้ไหมคะว่า การลดความอ้วนวิธีนี้อาจนำไปสู่ภาวะการกินผิดปกติ (Eating Disorder) ได้ค่ะ เพราะทำให้เราหมกมุ่นในการโฟกัสกับสิ่งที่กิน และนับแคลอรี่มากเกินไป หรือในบางคนที่เน้นการกินแต่อาหารคลีนเท่านั้น และจำกัดอาหารที่ตัวเองควรกินได้เฉพาะอย่าง ก็อาจจะนำไปสู่ภาวะ “คลั่งกินคลีน (Orthorexia nervosa)” ได้ จะดีกว่าไหมคะ หากเราสามารถรับประทานอาหารที่ชอบได้ โดยที่ยังดูแลสุขภาพได้ไปพร้อมๆกันด้วย เรามารับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยการรับประทานให้ถูกสัดส่วน และมีความหลากหลายกันดีกว่าค่ะ 
 
Tips: ก่อนจากกัน พี่แฟงฝากเทคนิคการจัดสัดส่วนอาหารให้สมดุลตามหลักจานอาหารสุขภาพ (Healthy Eating Plate) ที่จะทำให้เราไม่ต้องคำนวณ หรือนับแคลอรี่ให้วุ่นวาย และไม่ต้องกลัวว่าจะกินมากเกินความจำเป็นด้วยค่ะ โดยจะขอแนะนำการจัดสมดุลอาหารตามหลักจานอาหารเพื่อสุขภาพ หรือ Healthy Eating plate ค่ะ โดยวาดภาพจานข้าวกลมๆ แล้วแบ่งครึ่ง  จากครึ่งให้แบ่งเป็น ¼ ปริมาณข้าว/แป้งที่ควรรับประทานต่อมื้อคือ ¼ จาน อีก ¼ จานคือโปรตีนที่ดีจากอาหารหมวดเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น หมู ไก่ ปลา เต้าหู้ ไข่ ฯลฯ ส่วนอีกครึ่งที่เหลือให้เป็นผักต่างๆ ผักสีอะไรก็ได้ ทั้งผักดิบผักสุก หรือสามารถแปลงเป็นคำพูดง่ายๆ สองประโยคสั้นๆ ว่า “กินข้าวให้ปริมาณพอๆ กับเนื้อ และกินผักให้มากกว่าข้าว” นั่นเอง 
 
ลดความอ้วนแบบ “นับแคลอรี่” ยิ่งทำ = ยิ่งเครียด = ยิ่งอ้วน  
     
     จริงๆ แล้วการลดความอ้วนให้สำเร็จ วิธีการอาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่จะทำให้เรามีเป้าหมาย และทำให้สำเร็จได้เร็วขึ้น แต่สุดท้ายก็จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของเราเองอยู่ดีค่ะ ว่าเราจะปรับพฤติกรรมสุขภาพเพื่อตัวเองได้แค่ไหน การจัดสมดุลอาหารที่รับประทานให้หลากหลาย และถูกสัดส่วนควบคู่ไปกับการออกกำลังกายจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนค่ะ พี่แอนเจและคอลัมน์  Health Me, Help Me ต้องขอขอบคุณพี่แฟง นิชรัช นิธิชัย นักกำหนดอาหาร ที่มาให้ข้อมูลดีๆ กับสาวๆ NUGIRL  
 
 ลดความอ้วนแบบ “นับแคลอรี่” ยิ่งทำ = ยิ่งเครียด = ยิ่งอ้วน
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=AnnJ

พี่แอนเจ - ผู้เขียน

สาวลดอ้วนสายความรู้แน่น รู้ทุกวิธีที่จะทำให้ผอม ไม่รู้อย่างเดียวคือ จะเริ่มเมื่อไหร่ดี?

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ลดความอ้วน #ลดน้ำหนัก #นับแคล

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

คอลัมน์ NUGIRL

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?