/>

10 เรื่อง "ตด" ที่สาวๆ ต้องรู้! []

วิว
          ถ้าพูดถึงเรื่อง “ตด” ขึ้นมาล่ะก็ พี่โอ๊ตว่าหลายๆ คนต้องแอบขำหรือแอบยี้กันบ้างล่ะ แต่ถามจริงๆ มีใครไม่เคยตดบ้าง? มันคือเรื่องธรรมชาติเหมือนการขับถ่ายนี่แหละค่ะ แต่วันนี้เราจะมารู้จัก “ตด” แบบเจาะลึก ไม่ใช่เพียงสายลมพาพัดไปอย่างเคย เพราะไม่แน่ว่าการตดของเรานั้น มันอาจจะมีความหมายซ่อนอยู่ก็ได้ค่ะ
 
“ตด” เกิดจากอะไร
          ถ้าเป็นพี่โอ๊ตก็คงตอบตรงๆ ไปว่าเกิดจากที่เรากินเนี่ยแหละ เหมือนกินแล้วต้องถ่าย กินแล้วก็ต้องตดสิ! แต่ถ้าเอาตามหลักวิชาการ หลักความจริงจัง การตดหรือผายลมเกิดจากแก๊สที่สะสมในระบบย่อยอาหารค่ะ อาหารบางอย่างที่เรากินลงไปทำให้เกิดแก๊สมาก หรือการกลืนอากาศซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเคี้ยวอาหาร หรือหายใจ บางคนอาจจะขับแก๊สบางส่วนออกมาด้วยการ “เรอ” แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ลงไปสู่ระบบย่อยอาหาร ผ่านลำไส้ ทำให้เกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และขับออกมาโดยการ “ตด” นั่นเองค่ะ
 

          พูดมาถึงตรงนี้บางคนก็รู้สึกตะหงิดๆ มโนว่ากลิ่นลอยฟุ้งออกมาแล้วสิ งั้นเราลองไปดูกันค่ะว่า 10 เรื่องเกี่ยวกับ “ตด” เรื่องไหนที่เรายังไม่เคยรู้บ้าง บอกเลยว่าเรื่องนี้ฮาอย่างมีสาระจริงๆ

1. โดยปกติแล้วคนเราจะตดวันละครึ่งลิตร และคนสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรงจะตดเฉลี่ย 14 ครั้งต่อวัน (ลองนับซิวันนี้ปล่อยไปแล้วกี่รอบ) แต่ถ้ารู้สึกว่าตดระหว่างวันบ่อยเกินไป ลองลดอาหารที่กินในแต่ละมื้อดูค่ะ หรือเคี้ยวให้ช้าลงหน่อยก็ช่วยได้เหมือนกันนะ 
2. มีเพียง 1% ของตดที่มีกลิ่น อีก 99% ที่เหลือเป็นแก๊สที่ไม่มีกลิ่น (ไม่อยากนึกว่าถ้ามีกลิ่น 100% จะขนาดไหน)
3. เรามักจะคิดว่าตดของตัวเองเหม็นน้อยกว่าเพื่อน แม้ว่ามันจะดาเมจทำลายล้างมากสำหรับคนอื่นก็ตาม เพราะตัวเราเองชินกับกลิ่นที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ไม่ใช่แค่กลิ่นตดนะคะ แต่รวมไปถึงกลิ่นบ้าน กลิ่นเสื้อผ้าของเราด้วย ถ้าเทียบกันแล้วเราก็มักจะได้กลิ่นจากคนอื่นมากกว่ากลิ่นของตัวเอง เลยทำให้คิดไปว่าฉันน่ะตดไม่เหม็นเท่าเธอหรอก! 
4. อาหารที่มีสารซัลเฟอร์หรือมีแบคทีเรียที่สร้างแก๊สมีเทนหรือไฮโดรเจนซัลไฟด์ ก็อาจส่งผลให้ลมที่ผายออกมามีกลิ่นเหม็นได้ โดยเฉพาะ เนื้อ นม และดอกกะหล่ำ
 

5. อาหารบางชนิดยิ่งกิน ยิ่งทำให้เกิดลมในท้อง เช่น ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี บร็อคโคลี่ ถั่ว ชีส เห็ด หัวหอม  และ โซดา (น้ำอัดลมนี่ตัวดีเลย) คือตัวสร้างแก๊สชั้นดี ยังไม่นับ ฟรุคโตสในผลไม้ และผลิตภัณฑ์จากนมต่างๆ อีกนะ
6. ร่างกายผู้หญิงผลิตแก๊สเท่าผู้ชายนั่นแหละ! ไม่ต้องเถียงกันนะว่าใครตดเยอะกว่า (ที่ไม่เคยเห็นว่าตด แปลว่าแอบปล่อยไปเรียบร้อยแล้ว)
7. ตดติดไฟได้! เพราะในตดมีแก๊สมีเทนและไฮโดรเจน เพียงเท่านี้เราก็จุดไฟได้แล้วค่ะ (แต่อย่าลองเลยนะ ขอล่ะ)
8. ลองสังเกตว่าเสียงตดมีด้วยกันหลายเสียงเลยค่ะ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณแก๊ส แรงดัน และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อค่ะ คนกินผัก กินเจ กินมังสวิรัต จะตดเยอะกว่าคนที่กินเนื้อ แต่เสียงเบากว่า
9. การกลั้นตดไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายนะคะ แต่จะรู้สึกว่าปวดมวน อึดอัดในท้อง ทางที่ดีหาที่ที่เหมาะสม เล็งแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง หรือจะเข้าห้องน้ำก็ไม่ว่า แล้วก็ Let it go ค่ะ!
10. หลายครั้งที่รู้สึกว่าเราอั้นตดได้ พอปวดปุ๊บ อั้นซักพักก็รู้สึกว่าอ่ะ ไม่ปวดละ ซึ่งความเป็นจริงก็คือ “เราตดออกมาแล้ว แต่เราไม่รู้ตัว” ในระหว่างที่เราไม่รู้ตัว แก๊สก็ค่อยๆ ไหลออกมา จนเรารู้สึกว่ามันหายไปนั่นเอง แหม่...เนียนเลยนะ
 

ไม่อยากตดบ่อย ทำยังไงได้บ้าง?
          ฟังดูเหมือนจะฮา แต่ในสถานการณ์จริงๆ ไม่มีใครอยากตดบ่อยๆ หรอกค่ะ ยิ่งถ้าอยู่ในที่สาธารณะ หรืออยู่ใกล้คนที่ชอบ บางคนนี่กลั้นแทบขาดใจเลยก็มี พี่โอ๊ตลองรวบรวมวิธีที่จะทำให้ความถี่ในการตดน้อยลงมาฝาก ลองเอาไปทำดูกันค่ะ
  • เริ่มจากลดอาหารที่มีเส้นใยอาหาร น้ำตาลธรรมชาติ และแป้งที่ย่อยยาก เช่น หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ บร็อคโคลี แตงกวา พริกหยวก หัวหอม ถั่วลันเตา กล้วย แตงโม ข้าวโอ๊ต ผลิตภัณฑ์จากนม น้ำอัดลม อาหารทอด เพราะทำให้เกิดแก๊สในระบบย่อยอาหารได้มากกว่าอาหารชนิดอื่นๆ ค่ะ 
  • ไม่ต้องรีบกิน เพราะอาจทำให้มีการกลืนอากาศลงไปมากและเกิดแก๊สตามมาค่ะ ค่อยๆ เคี้ยว ค่อยๆ ดื่มน้ำ ช่วยลดไปได้เยอะจริงๆ นะ
  • งดดื่มน้ำก่อนกินข้าว (หมายถึงซดน้ำปุ๊บข้าวตามปั๊บ) เพราะจะทำให้สูญเสียกรดที่ใช้ในการย่อยอาหารไปค่ะ ทำให้อาหารถูกย่อยได้ไม่ดีเท่าที่ควร ถ้าจะดื่ม ให้ดื่มน้ำล่วงหน้าไปเลยซักครึ่งชั่วโมงก่อนกินข้าว แบบนี้จะช่วยให้กระเพาะสามารถย่อยได้ดีขึ้นค่ะ
  • เลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำให้ต้องกลืนอากาศเข้าไป เช่น การเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือดื่มน้ำจากหลอดค่ะ
  • ไม่กินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานแทนน้ำตาลอย่าง ซอร์บิทอล หรือน้ำตาลแอลกอฮอล์ มักจะเป็นส่วนผสมในของหวานต่างๆ อย่างหมากฝรั่ง ลูกอม เยลลี่ ซึ่งซอร์บิทอลมีผลข้างเคียงทำให้ท้องอืดได้เด้อ
     

          จริงๆ แล้วการมีแก๊สในระบบย่อยเยอะเกินไปไม่ได้เป็นปัญหาหรืออันตรายถึงชีวิตนะคะ แต่เราอาจจะรู้สึกอึดอัดกับมันเท่านั้นเอง แก้ได้ด้วยการทานยาแก้ท้องอืด ยาลดกรดในกระเพาะ หรือคาร์บอนแก้ท้องเสียก็ช่วยลดอาการท้องอืดได้เหมือนกันค่ะ
 
          เขียนเรื่องนี้มาแล้วหลายคนมองว่าเป็นเรื่องฮา เรื่องขำขัน แต่เอาเข้าจริงการตดในบางสถานการณ์มันทำลายความมั่นใจเราได้เลยนะ และจริงๆ การตดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงสุขภาพ หรือพฤติกรรมการกินของเราได้ด้วยล่ะ รู้ไว้มีชัยไปกว่าครึ่ง เกิดวันนึงอยู่ในสถานการณ์สำคัญๆ จะได้เลี่ยงทันค่ะ ^^
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=oat

พี่โอ๊ต - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์สายบิวตี้ ชอบอัปเดตเมคอัพ และศึกษาเรื่องสกินแคร์ เพื่อผิวสวยอย่างปลอดภัย

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ตด #ท้องอืด #ตดเหม็น #ตดบ่อย #ผายลม #NUGIRL

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

คอลัมน์ NUGIRL

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?