/>

กระโปรงนักเรียนคับมาก!! กินยังไงให้พุงลด! []

วิว
              ถ้าพูดถึงเรื่องส่วนเกินในร่างกายที่อยากเอาออกมาที่สุด อันดับต้นๆ พี่โอ๊ตคิดว่าเรื่อง “พุง” หรือหน้าท้อง น่าจะอยู่เป็นอันดับแรกๆ เลยค่ะ เพราะเอาจริงๆ เรื่องกินคือเรื่องใหญ่ แต่ออกกำลังกายคือเรื่องยาก 555 เลยกลายเป็นที่มาของส่วนเกินที่เราไม่มั่นใจ ไปสิงอยู่ตามต้นแขนต้นขา และพุงของเรานั่นเองค่ะ จะใส่อะไรก็รู้สึกอึดอัด กระโปรงนักเรียนก็คับไปหมด ยิ่งตอนนี้เทรนด์เสื้อครอป หรือเดรสแบบเจาะโชว์ช่วงหน้าท้องก็ยังอินอยู่ ถ้ามีพุงกลมๆ ใส่แล้วอาจจะไม่มั่นใจเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาหาวิธีเบิร์นส่วนนี้ออกไปก่อนเลย
 
ไม่ได้รู้สึกว่าพุงใหญ่ จำเป็นต้องลดมั้ย?
              หลายคนคิดว่าการลดพุงหรือลดหน้าท้อง เราต้องทำเพราะอยากให้หุ่นดูดี ใส่เสื้อผ้าสวย เลยทำให้บางคนที่ไม่แคร์จุดนี้มองข้ามไปค่ะ จริงๆ การที่เราเริ่มมีหน้าท้องมันบ่งบอกถึงสุขภาพของเราด้วยนะ เพราะไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้อง อาจกลายมาเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคเบาหวานและโรคหัวใจได้ด้วย
 

เมื่อไหร่ที่ต้องลุกขึ้นมาจริงจังกับการลดพุง
    เช็คได้ง่ายๆ จากการวัดรอบเอวเลยค่ะ ใช้สายวัดปกตินี่แหละ ลองวัดดูว่าเอวของเราเกิน 40 นิ้วรึยัง ถ้าเกินแล้ว อาจจะหมายถึงการเป็นโรคอ้วนในช่องท้องแล้วล่ะ และควรจะเริ่มลดอย่างจริงจัง แม้ว่าน้ำหนักตัวของเราจะไม่ได้มากก็ตาม 


6 วิธีง่ายๆ ถ้าไม่อยากให้พุงยื่น

1. ลดของหวานและเครื่องดื่มหวานๆ ที่ชอบกิน พักชาไข่มุกบราวน์ชูการ์ไว้ก่อน
              การกินของหวานเยอะๆ ทำให้ตับของเราได้รับ ฟรุคโตส มากจนเกินไป จนถูกบังคับให้ต้องเปลี่ยนเป็นไขมัน ซึ่งตรงนี้แหละ ที่ทำให้ร่างกายเริ่มสะสมไขมันในท้องมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวการที่ทำให้ระบบเผาผลาญของเราแย่ลงอีกด้วย
 

              อีกอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้คือ ไซรัป หรือน้ำเชื่อมแบบต่างๆ สมองของเราไม่ได้จำง่าเป็นอย่างเดียวกับน้ำตาลทรายหรือน้ำตาลกรวดนะ และร่างกายของเรามักจะดูดซึมแคลอรี่จากไซรัปได้มากกว่าน้ำตาลแบบปกติด้วย ดังนั้นใครที่ชอบกินน้ำหวานๆ ต้องลดด่วนๆ เลย ไม่ว่าจะชาไข่มุก น้ำอัดลม แม้แต่น้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มชูกำลังที่มีส่วนผสมของน้ำตาลก็ต้องงดเหมือนกัน!

              เพราะฉะนั้น สิ่งที่พี่โอ๊ตคิดว่าทำได้ง่ายมากๆ เลย คือเริ่มจากการอ่านส่วนประกอบข้างกล่องข้างขวด ที่จะมีบอกปริมาณน้ำตาลอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนอันไหนที่หวานมากๆ เราก็งดในฐานที่เข้าใจแม้ไม่มีฉลากนะจ๊ะ
 
2. กินโปรตีนให้มากขึ้น เนื้อ นม ไข่ถั่วต้องมา!
              มีงานวิจัยพบว่าการกินอาหารที่มีโปรตีนมาก ช่วยให้ไขมันหน้าท้องลดลงได้จริง คนที่กินโปรตีนมากขึ้น ลองเพิ่มโปรตีนในเมนูที่เรากินอยู่ทุกวันดูค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ไข่ ปลา อาหารทะเล พืชตระกูลถั่ว ถั่ว เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากนม ทั้งหมดนี้เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีที่สุดในอาหารเลยก็ว่าได้ค่ะ หรือถ้าใครไม่ชัวร์ว่าจะกินได้เพียงพอในแต่ละวัน อาจจะลองพึ่งอาหารเสริมอย่างเวย์โปรตีนดูก็ได้นะ นอกจากจะช่วยลดไขมันหน้าท้องแล้ว ยังเป็นอาหารประเภทที่ทำให้อยู่ท้อง ไม่หิวง่ายด้วยล่ะ
 
3. ลดคาร์โบไฮเดรต เพราะ ข้าว แป้ง น้ำตาล คือตัวการพุงยื่น!
              การลดข้าว แป้ง น้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรต นอกจากจะทำให้น้ำหนักลดได้แล้ว ยังช่วยลดความอยากอาหารได้อีกด้วยนะ และยังมีการทดลองที่บอกว่าการลดคาร์โบไฮเดรตนั้นช่วยเรื่องการคุมน้ำหนักได้มากกว่าการกินอาหารไขมันต่ำ สามารถเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนภายใน 1-2 วันเลย
 

              จริงๆ แล้วการงดคาร์โบไฮเดรตก็ถูกเอามาใช้ในวิธีการกินแบบ “คีโต” ที่กำลังฮิตกันอีกด้วยค่ะ โดยปกติแล้วร่างกายจะเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน แต่เมื่อเราไม่ได้กินคารโบไฮเดรตแล้ว ร่างกายก็จะดึงไขมันในร่างกายไปเผาผลาญแทน เลยทำให้ลดน้ำหนักได้อย่างเห็นผล แต่สำหรับน้องๆ ที่ยังเรียนอยู่อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ค่อยได้ ก็ให้ใช้วิธีลดอาหารประเภทขนมปังขาว น้ำตาล ขนมหวานต่างๆ พยายามกินให้น้อยลงก็ช่วยได้เยอะเลยล่ะค่ะ
 
4. กินอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและละลายน้ำได้ ฟังเหมือนยาก แต่ง่ายกว่าที่คิด
              ถ้าพูดถึงไฟเบอร์ปกติ แน่นอนว่าเรื่องผัก ผลไม้ ต้องมาเป็นอันดับแรกๆ แต่พอพูดถึงไฟเบอร์ที่ “ละลายน้ำได้” หลายคนถึงกับงงเลยค่ะ ความต่างของไฟเบอร์แบบนี้ก็คือมันจะช่วยดูดซับน้ำและน้ำตาลในอาหารที่เรากินเข้าไป แล้วเปลี่ยนให้น้ำกลายเป็นก้อนหนืดๆ คล้ายเจล ทำให้เรารู้สึกอิ่มได้ง่าย อยากอาหารช้าลง และช่วยลดปริมาณการดูดซึมแคลอรี่ที่เรากินเข้าไปนั่นเอง เพราะฉะนั้นลองเพิ่มอาหารที่มีไฟเบอร์แบบนี้เข้าไปในมื้ออาหารของเราดู ก็จะช่วยลดไขมันหน้าท้องได้ค่ะ
 

อาหารที่มีไฟเบอร์ประเภทที่ละลายน้ำได้ : ถั่วดำ, มันหวาน(มันสีส้ม), บร็อคโคลี, หัวผักกาด, สาลี่, แครอท, แอปเปิ้ล, ฝรั่ง, เมล็ดทานตะวัน, เมล็ด  flaxseed, อะโวคาโด, ข้าวโอ๊ต และข้าวบาร์เล่ย์
 
5. ลองจดว่าวันนี้กินอะไรไปบ้าง แล้วจะเจอความจริงที่ปฎิเสธไม่ได้!
              พูดจริงๆ ตอนแรกพี่โอ๊ตก็ไม่เข้าใจเลยนะ ว่าการจดเมนูอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ในแต่ละวันมันจะช่วยอะไรเราได้ มาถึงบางอ้อก็ตอนที่เริ่มจดจริงๆ เนี่ยแหละ คือบางคนจะชอบบอกว่าตัวเองกินน้อย ไม่ค่อยกิน ทำไมถึงอ้วนเอาๆ แต่พอลิสต์ออกมาเท่านั้นแหละจ้า เหงื่อแตกเลยจ้า หลักฐานมัดตัวสุดๆ

              การบันทึกเมนูอาหารแต่ละวัน ไม่ได้มีเป้าหมายในการมานั่งนับแคลอรี่นะคะ แต่มันจะทำให้เราเห็นว่าวันไหนเรากินอะไรเยอะเกินไป และลองวางแผนลดในวันถัดๆ มาค่ะ อย่างสมมติวันนี้กินชานมไข่มุกไปสองแก้วแล้ว งั้นพรุ่งนี้ต้องงดแล้วนะ หรือวันนี้เรากินแป้งเยอะไป งั้นพรุ่งนี้ไปหนักเนื้อสัตว์หรือกินผักเยอะๆ ดีกว่า ง่ายๆ ว่าการจดหรือบันทึกเอาไว้ มันจะทำให้เราเห็นภาพรวมได้ชัดเจนนั่นเอง เพราะบางคนไม่รู้ตัวเลยว่าในหนึ่งวันเรากินอาหารที่เพิ่มไขมันให้ตัวเองไปมากขนาดไหน ลองโหลดแอพหรือบันทึกในโน๊ตโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ พี่โอ๊ตว่าก็สะดวกดีนะ
 

ลดพุงด้วยการออกกำลังกาย

              พี่โอ๊ตเชื่อ 100% เลยแหละ ว่าเราทุกคนรู้ว่าการออกกำลังกายมันช่วยลดพุงได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้เริ่มจริงจังซักที พี่โอ๊ตก็อยากให้เรามาเริ่มวันนี้พร้อมๆ กันเลยค่ะ
              การออกกำลังกายที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้หน้าท้องลด พุงยุบ ไม่ใช่การออกกำลังกายเฉพาะส่วนอย่างการซิทอัพแต่อย่างใดค่ะ การซิทอัพนั้นแค่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องให้เรา ไม่ได้ช่วยลดไขมันแต่อย่างใดค่ะ หมายความว่า ถ้าเราอยากมีซิกส์แพคให้ดูเท่ห์ๆ ใส่เอวลอยแล้วกร๊าวใจ ก็ไปซิทอัพค่ะ แต่ถ้าเรามีพุงมีหน้าท้องที่เป็นลักษณะของไขมันอยู่ ต่อให้ซิทอัพทุกๆ วันก็จะกลายเป็นความว่างเปล่าไปค่ะ
 

              วิธีที่จะช่วยลดไขมันหน้าท้องได้ดี คือการออกกำลังกายแบบแอโรบิค (*เป็นการออกกำลังกายเพื่อนำเอาออกซิเจนไปเป็นตัวช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน) อย่างเช่น การเดิน การวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก หรือการเต้นก็ได้ ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 20 นาที ก็จะช่วยให้เผาผลาญไขมันในร่างกายได้ โดยเฉพาะตรงหน้าท้องของเรานี่แหละ
 
และสำหรับใครที่อยากลดพุงไปพร้อมๆ กับการเฟิร์มหน้าท้อง ลองเอา 4 ท่านี้ไปทำดูค่ะ 
 
 
              สิ่งสำคัญเลยที่พี่โอ๊ตไม่อยากให้ทำเพราะเดี๋ยวจะท้อไปก่อน คือการชั่งน้ำหนักและวัดรอบเอวบ่อยๆ อย่าลืมว่าทุกอย่างต้องการเวลาค่ะ ลองทำไปซักสองสามเดือนค่อยมาวัดผล จะทำให้เรามีกำลังใจมากกว่าค่ะ ไม่มีใครสามารถลดน้ำหนักแบบถาวรได้ใน 2-3 วันแน่นอน เพราะมันเสี่ยงกับเรื่องสุขภาพมากเกินไปค่ะ 


ข้อมูลอ้างอิงจาก
https://www.healthline.com/nutrition/6-proven-ways-to-lose-belly-fat#section6
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=oat

พี่โอ๊ต - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์สายบิวตี้ ชอบอัปเดตเมคอัพ และศึกษาเรื่องสกินแคร์ เพื่อผิวสวยอย่างปลอดภัย

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ลดพุง #พุงปลิ้น #มีพุง #หน้าท้อง #กระโปรงคับ #อ้วน #ลดความอ้วน #ลดน้ำหนัก #NUGIRL

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

คอลัมน์ NUGIRL

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?