/>

เลือกคอนแทคเลนส์สียังไงไม่ให้พัง! []

วิว
           เดี๋ยวนี้การใส่คอนแทคเลนส์ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้หญิงหลายๆ คนต้องมีไปแล้วค่ะ ไม่ใช่แค่เสริมความมั่นใจเท่านั้น แต่ยังทำให้หลายคนรู้สึกสนุกกับการแต่งหน้าแต่งตัวอีกด้วย เพราะฉะนั้นใครที่ยังไม่เคยใส่ หรืออยากลองใส่แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ตามพี่โอ๊ตมาทางนี้เลยค่ะ รับรองว่าอ่านจบแล้วเดินไปซื้อได้เลยเป๊ะๆ ปังๆ แน่นอน
 

Start!

 Step 1 สายตาสั้นหรือแค่อยากเปลี่ยนลุค
           ก่อนจะใส่คอนแทคเลนส์สีต้องเริ่มจากเรื่องค่าสายตาเป็นอย่างแรกเลยค่ะ ถ้าน้องๆ มีค่าสายตาปกติแต่ใส่เพราะอยากเปลี่ยนลุคเฉยๆ ก็ข้ามไปข้อต่อไปได้เลย ส่วนคนที่มีค่าสายตา หรือสายตาสั้น ห้ามคิดเอาเองเด็ดขาดค่ะว่าสายตาเราเท่านั้นเท่านี้ หรือเคยใส่แว่นค่าสายตาประมาณนี้ก็ใส่คอนแทคเลนส์ค่าเดียวกันนี่แหละ พี่โอ๊ตแนะนำว่าคอนแทคเลนส์คู่แรกสำหรับน้องๆ ที่สายตาสั้นควรต้องซื้อที่ร้านแว่น และให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำค่ะ เพราะสำหรับบางคนที่สายตาสั้นมากๆ อาจจะต้องใส่คอนแทคเลนส์ที่ลดค่าสายตาลงมา 1-2 สเต็ป (-50 หรือ -100 ค่ะ) เนื่องจากคอนแทคเลนส์ต้องใส่ติดกับดวงตา ค่าสายตาของบางคนอาจทำให้ใส่แล้วรู้สึกปวดหัว หรือเบลอได้ค่ะ
 

Step 2 เลนส์รายวัน รายสองสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปี เยอะจนงงไปหมด
           ถ้าเป็นหลายปีก่อน พี่โอ๊ตว่าทุกคนน่าจะชินว่าคอนแทคเลนส์แยกเป็นสองประเภทคือรายวันและรายเดือน เพราะเป็นแบบที่หาซื้อง่ายที่สุดแล้ว แต่ช่วงหลังมานี้เริ่มมีเลนส์รายสองสัปดาห์และรายปีโผล่มาด้วย พี่โอ๊ตก็เลยจะอธิบายแต่ละแบบสั้นๆ เพื่อให้น้องๆ เลือกให้ตรงตามการใช้งานของเราค่ะ
 
เลนส์รายวัน : ใช้แบบครั้งเดียวทิ้ง ไม่ต้องใช้น้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ให้ยุ่งยาก แกะแล้วใส่ได้เลย เรียกว่าเป็นเลนส์สะดวกใช้ และมีความปลอดภัยสูง เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้น้อย ใครที่เบื่อง่าย ชอบเปลี่ยนเลนส์บ่อยๆ ใช้แบบรายวันก็ตอบโจทย์ดีค่ะ ข้อเสียคือราคาจะค่อนข้างสูงกว่าเลนส์แบบอื่นๆ ถ้าเทียบจากการใช้งานทุกวัน ขนาดบรรจุอยู่ที่ 5 คู่ขึ้นไปต่อ 1 กล่อง ราคาก็มีตั้งแต่ 300 บาทไปจนถึงหลักพันค่ะ

เลนส์รายสองสัปดาห์ : มีระยะเวลาการใช้ต่อ 1 คู่อยู่ที่ 14 วันหรือสองสัปดาห์ค่ะ หลังจากแกะใช้แล้วต้องทำความสะอาดและแช่ไว้ในน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ มักจะบรรจุอยู่ที่ 2 คู่ต่อ 1 กล่อง ราคาค่อนข้างสูงเลย ประมาณ 500 - 1,000+ บาท ส่วนตัวพี่โอ๊ตคิดว่ามันไม่คุ้มอ่ะ 5555 อาจจะด้วยราคาที่แพงเลยทำให้ในไทยไม่นิยมเท่าไหร่ค่ะ แต่ที่เกาหลีกับญี่ปุ่นมีขายค่อนข้างเยอะเลย

เลนส์รายเดือน : พี่โอ๊ตว่าเลนส์ประเภทนี้น่าจะฮอตฮิตที่สุดแล้วนะ เพราะหาซื้อได้ง่ายและมีแบรนด์ให้เลือกค่อนข้างเยอะเลยค่ะ หลังจากแกะใช้แล้วต้องทำความสะอาดและแช่ไว้ในน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์เหมือนเลนส์รายสัปดาห์ เลนส์รายเดือนให้ตีว่าใช้ได้ประมาณ 30 วัน แนะนำว่าถ้าใครใส้ให้ตั้ง Reminder เอาไว้เลยว่าถึงกำหนดต้องทิ้ง อย่าใส่เกินเด็ดขาด เพราะเลนส์จะเริ่มเสื่อมไปตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ ถ้าฝืนใส่อาจจะระคายเคืองได้ค่ะ ขนาดบรรจุอยู่ที่ 1 คู่ต่อกล่อง หรืออาจจะเป็นขวดก็ได้ค่ะ
 
เลนส์รายปี : จริงๆ เลนส์รายปีมีมานานมากๆ แล้วนะ แต่พี่โอ๊ตก็เพิ่งเห็นมานิยมกันช่วงปีสองปีนี้เองค่ะ ข้อดีคือราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับอายุการใช้งาน สมมติถ้าคู่ละ 1,000 บาท ก็เท่ากับเดือนละไม่ถึงร้อยเลย แต่ข้อเสียก็รุนแรงไม่แพ้กันค่ะ เพราะอายุการใช้งานนี่แหละ เลยทำให้เป็นเลนส์ที่เกิดการติดเชื้อได้ง่ายที่สุด และน้องๆ อาจจะต้องซื้อออพชั่นเสริมนอกจากน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ คือน้ำยาล้างคราบโปรตีนค่ะ พูดจริงๆ พี่โอ๊ตก็ว่าไม่คุ้มเสี่ยงเลย แต่ถ้าใครชอบลาย แบบอยากใส่มากจริงๆ ก็แนะนำว่าใส่ซัก 2-3 เดือนก็คุ้มแล้วค่ะ
 

Step 3 เลือกสี/ลายที่เหมาะกับการใช้งาน หรือเหมาะกับตัวเองมากที่สุด
           การเลือกสีของคอนแทคเลนส์ จะช่วยให้เราตัดตัวเลือกได้ง่ายขึ้นค่ะ สีที่ฮอตมากๆ สำหรับสาวไทยคงไม่พ้นสีดำ สีน้ำตาลและสีเทา เพราะเป็นสีที่ใส่ได้ง่ายกว่าสีอื่นๆ ส่วนใครชอบให้ตาดูมีแปลก ดูมีอะไรมากขึ้น ก็อาจจะเบนเข็มไปทางสีแฟชั่นอย่าง ฟ้า ม่วง ชมพู พีช อย่างพี่โอ๊ตเองก็เป็นคนที่ชอบเลนส์ที่ชมพูและสีม่วงมากๆ เลยค่ะ
           ส่วนลายของคอนแทคเลนส์ น่าจะแยกได้เป็นสองแบบใหญ่ๆ คือ ลายแบบธรรมชาติ ใส่แล้วกลืนกับสีของตาจนแทบแยกไม่ออก เหมือนเกิดมาก็ตาแบบนี้เลย แต่อาจจะทำให้ตาดูโตขึ้น หรือดูมีประกาย ดูน่ารัก ซึ่งน้องๆ อาจจะใส่ไปเรียนได้ (ถ้าทางโรงเรียนอนุญาตนะคะ) กับลายแบบแฟชั่น ที่ใส่แล้วเห็นสีและลายชัดเจนเลย ดูออกว่าใส่เลย แบบนี้นิยมเอาไว้ใส่ถ่ายรูป หรืออยากแต่งหน้าแต่งตัวเก๋ๆ เหมาะกับวันไปเที่ยวมากกว่าค่ะ

Tips : ถ้าชอบแต่งหน้าอ่อนๆ หรือไม่แต่งเลย แนะนำให้เลือกลายคอนแทคเลนส์ที่ดูธรรมชาติเข้าไว้ค่ะ พยายามเลี่ยงแบบที่ลายชัด หรือเปลี่ยนสีตาให้อ่อนลง เพราะอาจจะทำให้ตาของเราดูลอย หรือใบหน้าโดยรวมดูซีดได้ค่ะ
 
Step 4 เลือกเลนส์ให้เป๊ะ จากตัวย่อและคำที่เห็นบ่อยๆ
             น้องๆ หลายคนเวลาเจอร้านให้ข้อมูลของเลนส์แล้วถึงกับไปไม่ถูก  DIA, Eff, BC หรือค่าอมน้ำคืออะไร!
 
DIA : เป็นตัวย่อของ Diameter หมายถึงเส้นผ่าศูนย์กลางของเลนส์ค่ะ ค่านี้ควรเลือกให้ใกล้เคียงกับตาดำของเรามากที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าเลนส์จะครอบคลุมดวงตาและการมองเห็นของเราได้พอดีค่ะ โดยปกติแล้วค่า DIA คนไทยมักจะอยู่ที่ 14 - 14.2 ส่วนใครตาดำใหญ่หน่อยก็เลือกเป็น 14.5 - 15 ได้ค่ะ โดยค่า DIA จะไม่เกี่ยวกับการทำให้ตาเราโตหรือแบ๊วขึ้นแต่อย่างใด เป็นเเพียงขนาดของเลนส์เท่านั้นค่ะ
 
Eff / GDIA : ตาจะแบ๊วแค่ไหน ขึ้นอยู่กับค่านี้แหละค่ะ Eff ย่อมาจากค่า Effect ของเลนส์ บางที่ก็ใช้ว่า GDIA หรือ Graphic DIA หมายถึงลายที่พิมพ์ลงบนเลนส์นั่นเองค่ะ ใส่แล้วจะดูเป็นธรรมชาติหรือตาโตบิ๊กอายก็ขึ้นอยู่กับค่านี้ค่ะ ค่า Eff / GDIA จะเริ่มตั้งแต่ 11.9 ไปจนถึง 14.5 เลย

Tips: ยิ่งค่าน้อยเท่าไหร่ ก็จะกลืนกับดวงตามากขึ้นค่ะ ดังนั้นถ้าใครตาดำเล็กมากๆ ควรเลือกค่าประมาณ 13.7 ขึ้นไป ก็จะทำให้ตาดูไม่ลอยค่ะ ส่วนใครที่ไม่ชอบให้ตาดูโตบิ๊กอาย ใหญ่เป็นเม็ดลำไย ให้เลี่ยงค่า Eff สูงๆ และเลี่ยงลายที่ตัดขอบ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงไปได้ค่ะ
 

BC : ย่อมาจาก Base Curve หรือ ความโค้งของเลนส์ค่ะ ค่านี้สำคัญยังไง? จริงๆ แล้วสำคัญมากๆ แต่เรามักจะมองข้าม ทำให้เกิดปัญหาในการใส่คอนแทคเลนส์อยู่บ่อยๆ ค่ะ ถ้าความโค้งของเลนส์น้อยกว่าตา อาจจะทำให้เราใส่แล้วรู้สึกเจ็บและระคายเคืองได้ หรือถ้าความโค้งมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เลนส์เลื่อนไปมาระหว่างใส่ ทำให้ไม่สบายตาค่ะ
 
p/pcs : ย่อมาจาก piece ที่แปลว่า ชิ้นนั่นเองค่ะ เป็นตัวที่บอกว่าในกล่องบรรจุคอนแทคเลนส์ไว้กี่ชิ้น เช่น 2p 4p 10p 20p ซึ่ง 2p = 1 คู่ ไม่ใช่ 2 คู่นะคะ (1 ชิ้นเท่ากับเลนส์ 1 ข้างค่ะ)
 
Water Content : หรือค่าอมน้ำนั่นเองค่ะ ค่านี้ก็สำคัญมากๆ เลย และหลายคนมักจะเข้าใจความหมายผิดไปด้วย ว่ายิ่งค่าอมน้ำสูงคือเลนส์ที่ดีและใส่สบาย ซึ่งไม่ถูกทั้งหมดค่ะ พี่โอ๊ตจะอธิบายแบบง่ายๆ แล้วกันเนอะ
 
โดยปกติแล้วค่าอมน้ำจะเริ่มตั้งแต่ 38% ไปจนถึง 60% ค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าค่าอมน้ำยิ่งสูง เลนส์ก็จะยิ่งนิ่มและใส่สบายในช่วงแรก แต่พอใส่ไปนานๆ เข้า เลนส์ก็จะเริ่มดึงน้ำจากตาของเราเข้าไปด้วย เพราะเค้าไม่ได้เลือกอมแค่น้ำยาแช่เลนส์ค่ะ ผลที่ตามมาก็คือ เราจะเริ่มรู้สึกว่าตาแห้ง และมีอาการเคืองตานั่นเอง ดังนั้นเลนส์ที่ค่าอมน้ำสูงๆ ประมาณ 55 - 60% มักจะเป็นเลนส์แบบรายวันที่ใส่ครั้งเดียวทิ้งหรือรายสองสัปดาห์ เพราะอายุการใช้งานสั้น เลยทำให้ใส่สบายและไม่มีอาการตาแห้งค่ะ

ส่วนเลนส์ที่มีค่าอมน้ำ 38 - 42% ก็มักจะเป็นเลนส์รายเดือนหรือรายปี เราอาจจะไม่ได้รู้สึกสบายเท่าใส่แบบรายวัน แต่ด้วยค่าอมน้ำที่ไม่ได้สูง ทำให้ใส่ไปนานๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตาแห้งลงหรือรู้สึกต่างจากวันแรกที่ใส่มากเท่าไหร่ค่ะ
 
Step 5 คอนแทคเลนส์ก็มีวันหมดอายุนะ (ดูวันหมดอายุของคอนแทคเลนส์ได้ตรงไหน ดูยังไง)
    ข้อสุดท้ายนี้สำคัญมากๆ เลยค่ะ เพราะว่าคอนแทคเลนส์ที่ได้มาตรฐาน จะมีวันหมดอายุกำกับอยู่ข้างกล่องหรือข้างขวดด้วยทุกครั้งค่ะ สังเกตที่คำว่า EXP จะมีวันบอกอยู่นะ โดยปกติแล้วคอนแทคเลนส์ที่เพิ่งผลิตจะมีอายุประมาณ 4-5 ปีค่ะ ดังนั้นเราไม่ควรซื้อคอนแทคเลนส์ที่มีวันหมดอายุในปีเดียวกันหรือถัดไปอีกปี เพราะแสดงว่าผลิตมานานมากแล้วค่ะ
 

ใส่คอนแทคเลนส์ทั้งที ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง
           ถ้าเป็นคอนแทคเลนส์รายวันก็ไม่ต้องมีอะไรเลยค่ะ แค่ล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังใส่ก็พอ แต่ใครที่เลือกรายสองสัปดาห์ รายเดือน รายปี ต้องมีอุปกรณ์งอกออกมาแน่นอนค่ะ
 
  • ตลับใส่คอนแทคเลนส์ ไม่มีไม่ได้เลยค่ะ เพราะไม่รู้ถอดออกมาแล้วจะเก็บไว้ตรงไหน ตลับคอนแทคเลนส์ที่ดีควรจะเป็นสีขาว เพื่อให้เราเห็นเลนส์ได้ชัดเจน มีขนาดใหญ่พอเหมาะ ประมาณเหรียญสิบต่อ 1 ข้างก็ได้ค่ะ เพื่อให้เราใส่น้ำยาแช่ได้ท่วมเลนส์พอดี และก้นตลับควรเว้าลงไปเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เลนส์ติดกับตลับค่ะ ปกติเวลาซื้อคอนแทคเลนส์หรือน้ำยาแช่ทำความสะอาดเลนส์มักจะมีแถมมาให้อยู่แล้วนะ แต่ก็อย่าลืมทำความสะอาดก่อนใช้ด้วยค่ะ
  • น้ำยาแช่ทำความสะอาดเลนส์ ใช้สำหรับล้างทำความสะอาดเลนส์ก่อนและหลังใส่ทุกครั้ง รวมถึงใช้สำหรับแช่เลนส์เพื่อดึงเอาคราบโปรตีนออก เมื่อเลนส์สะอาดแล้วก็จะช่วยลดการติดเชื้อได้มากขึ้นค่ะ
  • ส่วนอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อย่างไม้คีบเลนส์/ไม้จุ๊บเลนส์ ใครที่กลัวว่ามือจะไม่สะอาดหรือไว้เล็บยาวมากๆ อุปกรณ์นี้ก็ช่วยได้ในระดับนึงค่ะ ลักษณะเค้าจะเหมือนแหนบอันน้อยๆ ตรงปลายเป็นซิลิโคนเอาไว้หนีบจับเลนส์ค่ะ
 
           อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว พี่โอ๊ตก็คิดว่าน่าจะช่วยให้น้องๆ เลือกซื้อคอนแทคเลนส์ได้ง่ายขึ้นค่ะ แต่ยังไงก็อยากจะย้ำสำหรับน้องๆ ที่อยากใส่คอนแทคเลนส์ ว่าเรื่องความสะอาดสำคัญที่สุดเลยค่ะ ถ้าคิดจะใช้แล้วต้องคำนวณรายจ่ายเผื่อในส่วนอื่นๆ ด้วย ห้ามประหยัดในการใช้ซ้ำๆ เด็ดขาด ทั้งตลับและน้ำยาแช่ต้องหมั่นเปลี่ยนบ่อยๆ ป้องกันการติดเชื้อที่อาจกลายมาเป็นเรื่องใหญ่ทีหลังได้ค่ะ

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=oat

พี่โอ๊ต - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์สายบิวตี้ ชอบอัปเดตเมคอัพ และศึกษาเรื่องสกินแคร์ เพื่อผิวสวยอย่างปลอดภัย

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#NUGIRL #คอนแทคเลนส์ #วิธีเลือกคอนแทคเลนส์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

คอลัมน์ NUGIRL

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?