/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

อ้อม ภารดี..เริ่มต้นแบบไม่ตั้งใจ แต่ไปไกลถึงเม็กซิโก []

Guest
วิว

 

 

     สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D.com คอลัมน์ประสบการณ์เด็กนอกคราวนี้ พี่ยีนรู้สึกตื่นเต้นแบบสุดๆ เพราะนานๆ ที จะมีนักเรียนแลกเปลี่ยนจากเม็กซิโก แวะเวียนมาเล่าเรื่องราวให้ฟัง เธอคนนี้ได้ออกตัวกับพี่ยีนไว้ก่อนว่า ไม่ได้ตั้งใจ๊..ไม่ได้ตั้งใจที่จะไปเม็กซิโก แต่จนแล้วจนเล่า ก็จำต้องตัดสินใจ เพราะเด็กๆ เคยฝันไว้ว่าอยากไปต่างประเทศ เรื่องราวของเธอจะน่าสนใจแค่ไหน ไปติดตามกันเลยครับ...

 

ภารดี มงคลอินทร์  (อ้อม)
จบชั้น ม.6
จาก รร.ยานนาเวศวิทยาคมค่ะ

อ้อมอยากจะแชร์ประสบการณ์มันส์ๆ
ที่ไปตามฝันถึงเม็กซิโก มาให้ชาวเด็กดีฟัง
แก้เซ็ง ระหว่างรอผลแอดมิชชั่นนะคะ

 

เขาว่ากันว่า ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

และแล้วเราก็ไปถึง

...เม็กซิโก...

 

     จากเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง ที่เคยฝันว่าอยากเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนตั้งแต่ตัวกระจิ๊ด จนกระทั่งได้มีโอกาสมาเรียนใน กทม. และได้รับการส่งเสริมจากครอบครัว  คุณครูทุกท่าน และสมาชิกโรแทเรียนที่แสนจะใจดีทุกท่าน จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม (YE Grant) ซึ่งอุปถัมป์โดยสโมสรโรตารี สาทร และโรตารี อินเตอร์เนชั่นแนล ภาค 3350    จากการเขียนเรียงความและสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ

     1 ปี ในวันวาน เหมือนผ่านไปแค่ 1 วัน

     นับเป็นเวลากว่า 30 ชั่วโมงกับการบินไปสู่เม็กซิโกที่ทั้งโหดและฮา เดินทางครั้งแรกก็เป็นเรื่องเลยค่ะ เรื่องก็มีอยู่ว่าหลังจากที่ไปถึงเม็กซิโกซิตี้แล้ว เพื่อนคนหนึ่งที่เดินทางไปด้วยกันแต่ต้องไปอยู่คนละเมืองตกเครื่อง อ้อมก็เลยไปเปลี่ยนตั๋ว  ให้มีเวลาเพิ่มอีกครึ่งชั่วโมง  ลึกๆ แล้ว 80% อ้อมคิดว่ายังไงอ้อมก็ขึ้นเครื่องไม่ทันแน่ แต่ก็ทิ้งเพื่อนไม่ลง เลยต้องเสี่ยงดู!

     สุดท้ายก็ตกเครื่องด้วยกัน ฮ่าๆๆ  แต่โชคดีของเพื่อนคือ เปลี่ยนเที่ยวบินได้ เพราะเป็นเมืองใหญ่ แต่ของเราเมืองเล็ก มีเที่ยวบินเดียว  อ้อมจึงโทรไปหาโฮสต์ที่ปรึกษา ซึ่งวันนั้นอ้อมโชคดีมาก เพราะครอบครัวประธานคลับโรตารีมาเยี่ยมลูกที่เม็กซิโกชิตี้พอดี เลยมารับเรากลับไปด้วย

     คำเตือนก่อนไปเม็กซิโก ต้องเรียนภาษาสเปนไปบ้างนะคะ เวลาถามหากระเป๋าจะได้ไม่ลำบาก เพราะเดินไปทางไหนก็มีแต่ No English ค่ะ

     หลังจากพบกับครอบครัวประธานคลับและเดินทางกลับกับครอบครัวนี้ตลอด 2 วัน เขาบอกว่าประทับใจอ้อมมาก เพราะอ้อมไปช่วยเขาพับกางเกงให้ลูกชายของเขา ทั้งๆ ที่ยังสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง เขายังบอกอีกว่า อ้อมมีโฮสต์แฟมิลี่ถึง 3 ครอบครัว แต่ก็ถือซะว่าเขาเป็นอีกครอบครัวหนึ่งของอ้อม มีปัญหาอะไรให้บอก อิอิ แอบดีใจ

   พอมาถึงเมืองเทปิค รัฐนายาริต ครอบครัวแรกมีสมาชิก 5 คน พ่อและแม่เป็นคุณหมอทั้งคู่ ซึ่งอ้อมก็ได้ไปดูเขาทำคลอดเด็กจริงๆ และผ่าตัดแบบยืนข้างๆ เลยทีเดียว มีอยู่ครั้งหนึ่ง เพื่อนของแม่ทำคลอดอยู่ ได้ไปยืนถือขวดน้ำเกลือล้างเลือดให้คนป่วยเฉยเลย ฮ่าๆๆ ครอบครัวนี้ดีมากๆ ค่ะ มีน้องผู้หญิง 3 คน แต่คนโตมาเมืองไทยแลกเปลี่ยนกับอ้อม เป็นครอบครัวแรกที่ประทับใจมาก

      ส่วนครอบครัวที่ 2 มีสมาชิก 5 คนเหมือนกัน พ่อเป็นคุณหมอค่ะ แต่เป็นสัตวแพทย์ ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน วันๆ ก็ชวนกันทำแต่อาหาร ถ้าจะอ้วนล่ะก็ครอบครัวนี้เลย  ส่วนใหญ่จะชอบชวนกันทำอาหารไทย อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง อ้อมขอสารภาพว่า ตอนอยู่เมืองไทย ทำอาหารอย่างอื่นไม่เป็นเลยค่ะ นอกจากไข่เจียวกับส้มตำ แต่โชคดีว่าแม่สอดตำราทำอาหารไปให้ เมนูสุดป๊อบก็เลยเป็นไข่ลูกเขย ต้มยำกุ้ง ผัดเปรี้ยวหวาน ยำวุ้นเส้น ลาบ แล้วก็กล้วยบวชชีค่ะ

   ระหว่างอยู่ที่กับครอบครัวที่สองนี้ อ้อมมีน้อง 3 คน แต่น้องชายคนโตไปเยอรมัน เลยเหลือชาย1 หญิง 1 อายุก็ไล่เลี่ยกัน ก็เลยสนิทกับน้องสาวมาก อ้อม 18 ส่วนน้อง 15 ไล่เลี่ยม๊ากมาก..อิอิ  อ้อ ครอบครัวนี้มีลูกพี่ลูกน้องรวม 13 คนค่ะ แต่มีหญิงแค่ 2 คน ที่เหลือชายล้วนค่ะ คราวถึงงานคริสมาสต์ที โอ้โห..จับปูใส่กระด้งเลยทีเดียว

     ส่วนครอบครัวที่ 3 นี่ ออกแนวสปอร์ตมาก แม่ชอบเล่นวอลเลย์วอล น้องหญิงคนโตเป็นนักเทนนิส แต่ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่ที่อเมริกา

     ส่วนหญิงน้องคนเล็กชอบเต้นรำ แต่ก็ต้องเรียนเทนนิสด้วยนะ  อ้อมก็แบบว่าได้ทุกอย่าง กลางวันก็ไปเล่นเทนนิส เสร็จแล้วตอนเย็นก็ไปเรียนเต้นกับน้อง ฮ่าๆๆ กลับบ้านมาก็มาเล่นกับลูกหมาตัวเล็กๆ แล้วก็กระต่าย 2 ตัว แฮปปี้มากๆ ครอบครัวที่นี่ค่อนข้างอบอุ่นค่ะ คอนเฟิร์ม!!... อิอิ

   อ้อมได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อว่า Universidad Autonoma de Nayarit เรียนไม่หนักค่ะ แค่ครึ่งวัน แต่ก็ยาก เพราะว่าตอนที่อ้อมไปนั้น ภาษาไม่ได้เรื่องเลยค่ะ ได้ภาษาสเปนนิดเดียว  ก็เลยหาทางเรียนสเปนทางลัด  อิอิ..งงล่ะสิ วิธีก็คือไปหากิจกรรมทำ อ้อมไปเป็นเชียร์ลีดเดอร์ค่ะ ตอนแรกไปฝึกกับเด็กมัธยมก่อน แล้วก็ค่อยย้ายไปอยู่กับทีมมหาวิทยาลัย ซึ่งก็ได้มีโอกาสไปแข่ง  National Cheer Leading 2008 ที่ Cancun ในตำแหน่ง Flyer ค่ะ แล้วก็ได้แชมป์กลับมาด้วย แอบภูมิใจ เหอะๆ

     นอกจากนั้น ยังได้เป็นตัวแทนของ District 4150 ขึ้นพูดแนะนำประเทศไทยบนเวที (เพราะมีคนไทยคนเดียวค่ะ..ฮ่าๆๆ) พูดเป็นภาษาสเปนด้วย มีสมาชิกโรแทเรียนและนักเรียนแลกเปลี่ยนจากหลายประเทศมาร่วมประชุมเยอะมากค่ะ ตื่นเต้นมาก

   สถานที่ที่ประทับใจที่สุดของอ้อมระหว่างที่อยู่เม็กซิโก ก็คือ Rutamaya ค่ะ เป็นบริเวณที่น่าสนใจมาก มีทั้งโบราณสถานอยู่ริมทะเล หาดทรายสีขาว น้ำทะเลสีฟ้า ทุ่งหญ้าสีเขียว ว้าว...

   ประสบการณ์ 1 ปีในเม็กซิโก มีเยอะมากค่ะ แต่ที่ประทับใจที่สุดคือ ความรักและความเอาใจใส่ของครอบครัว ที่มักจะกลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันทุกมื้อ โดยเฉพาะมื้อกลางวัน ซึ่งแม้แต่ธนาคารก็จะปิดทำการตั้งแต่ 2 โมงครึ่งถึง 4 โมง เพื่อพักไปทานข้าว แล้วเปิดอีกทีตอน 4 โมงครึ่งถึงทุ่มครึ่ง

     ผู้คนที่นี่รักษ์และภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทักทายแบบเอาแก้มแนบแก้ม การเต้นรำกับดนตรีพื้นบ้านที่เรียกว่า “บันด้า” (Banda)  รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มประจำชาติ  ตั้งแต่เด็กไปจนถึงคนแก่ พอเสียงดนตรีดังขึ้น เขาสามรถจับคู่เต้นได้หมดเลยนะ เขาเต้นเป็นกันตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งอ้อมว่า คงเป็นเรื่องที่ดีมากๆ หากเด็กไทยหันมาใส่ใจดนตรีพื้นบ้านของเราบ้าง

   ยังมีอีกเรื่องหนึ่งค่ะ เด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนทุกคนจะต้องมีโฮสต์ที่ปรึกษา ซึ่งคนเหล่านี้จะดูแลเราดีมาก มากจนบางทีเรารู้สึกว่ามันมากไป โฮสต์ที่ปรึกษาของอ้อมไม่มีลูกค่ะ อ้อมก็เลยกลายเป็นลูกของเขาไปเลยในช่วงที่อยู่ที่นั่น เขาก็จะชอบตามใจเรามาก จนบางทีแอบติดนิสัย และก่อนที่อ้อมจะกลับมาเมืองไทย โฮสต์ที่ปรึกษากับแฟนเขาร้องไห้ ซึ่งในตอนนั้นอ้อมไม่ร้องเลย แต่พอกลับมาเมืองไทย อ้อมดันร้องไห้คิดเขาเสียอย่างนั้น อ้อมเลยคิดว่า หาตังค์ได้เมื่อไหร่ เดี๋ยวหนูบินไปหา ฮ่าๆๆ

   สำหรับน้องๆ และเพื่อนๆ คนไหนที่อยากไปแลกเปลี่ยน แต่กลัวการเปลี่ยนแปลง อ้อมว่าลองเปลี่ยนบ้างก็ดีนะคะ ตอนแรกอ้อมเองก็อยากไปอเมริกาค่ะ แต่ตอนนั้นโครงการของอ้อมไม่เหลือโควตาอเมริกาให้เลือก อ้อมจึงต้องเลือกไปที่เม็กซิโก  ซึ่งก่อนไป ก็นึกภาพตัวเองไม่ออกเหมือนกันว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร

     แต่พอได้ไปสัมผัสแล้ว อ้อมอยากจะขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เราได้ไปอยู่ที่นั่น ขอบคุณทุกสิ่งดีๆ ที่ได้รับ และก็ขอบคุณทุกอุปสรรค ทุกปัญหาที่ผ่านเข้ามาให้เราได้แก้ไข ได้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น คิดเป็นมากขึ้น ขอบคุณครอบครัว โรงเรียน เพื่อนๆ และที่สำคัญ สมาชิกโรแทเรียน สโมสรโรตารี สาทร และโรตารีอินเตอร์เนชั่นแนล 3350 และ 4150 ด้วยนะคะ

     บางครั้งสิ่งที่เราฝันไว้กับโอกาสที่เราได้รับ อาจจะไม่ โป๊ะเชะ! เป็นดั่งที่ใจคิดเสมอไปนะครับ พี่ยีนว่า อย่ามัวจมดิ่งกับความผิดหวัง แต่จงพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส มุ่งค้นฟ้าคว้าดาวหาเรื่องราวดีๆ จากสิ่งที่มีอยู่จะดีกว่าครับ เพราะไม่แน่ว่า..ประสบการณ์ที่ได้รับ อาจจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ ซึ่งมิอาจประเมินค่าได้ เช่นเดียวกับความประทับใจที่สาวอ้อมได้รับจากปลายทางที่ตัวเธอเองไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ไปถึง

     น้องๆ คนใดที่อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุนโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนของโรตารี่สามารถ คลิกที่นี่ หรือเข้าไปดูได้ในคอลัมน์ "ทำความรู้จักทุนไปนอก" นะครับ และถ้าใครมีเรื่องราวคันปากอยากเมาท์หรือสนใจอยากแชร์ประสบการณ์เด็กนอกให้เพื่อนๆ ฟัง ก็ส่งอีเมลมาหาพี่ยีนได้ครับที่ gin@dek-d.com  คราวหน้าพี่ยีนจะมีเรื่องราวของใครมาฝากอีก คอยติดตามกันนะครับ...

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก น้องอ้อม ภารดี มงคลอินทร์


 

#นักเรียนนอก #เด็กนอก #ประสบการณ์เด็กนอก #นักเรียนแลกเปลี่ยน #ทุนโรตารี #YE Grant

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?