/>

10 อันดับมหาวิทยาลัยที่แพงที่สุดของโลก! []

วิว

        สวัสดีค่ะน้องๆชาว Dek-D.com พบกับ พี่สตางค์ และการจัดอันดับสถาบันกันอีกเช่นเคยค่ะ ^^ หลายๆครั้งที่ พี่สตางค์ ให้ข้อมูลน้องๆเกี่ยวกับ "ค่าเล่าเรียน" ของแต่ละสถาบันกันไป และหลายๆคนบอกว่าค่าเล่าเรียนเหล่านั้นแพงมากๆ (ซึ่งมันก็จริงอ่ะนะ 55+) วันนี้ พี่สตางค์ เลยนำเรื่องของอันดับมหาวิทยาลัยที่แพงที่สุดของโลกมาฝากกันซะเลย! มาดูซิว่า ที่ว่าแพงที่สุดมันจะแพงได้ขนาดไหนกัน

        หลายคนอาจจะแปลกใจ ถ้าหาก พี่สตางค์ จะบอกว่ามหาวิทยาลัยที่แพงที่สุดของโลกนั้น ไม่ใช่เหล่ามหาวิทยาลัยชื่อดังขั้นเทพ หรือมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดทั้งหลายเหล่านั้น และที่จริงแล้ว... มหาวิทยลัยที่แพงที่สุดของโลกนั้นรวมตัวกันอยู่ในสหรัฐอเมริกา! แม้ว่าจะมีมหาวิทยาลัยแพงๆหลายแห่งในประเทศอื่นๆ เช่น American University of Paris (ฝรั่งเศส), Franklin College (สวิตเซอร์แลนด์), Imperial College London (อังกฤษ), University of Melbourne (ออสเตรเลีย), the National University of Singapore (สิงคโปร์) เป็นต้น

        แต่ทั้งหมดนั้นก็ยังไม่แพงเท่ากับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยเอกชนในสหรัฐอเมริกาเหล่านี้ เรามาเริ่มต้นกันด้วย 10 อันดับมหาวิทยาลัยที่มีค่าเล่าเรียนที่แพงที่สุดของโลกกันค่ะ (ขอย้ำค่ะว่า เฉพาะค่าเล่าเรียน!)
                              

##สีของหัวสไลด์
1=ส้ม
2=ฟ้า
3=ชมพู
4=ม่วง
5=ฟ้า
6=เขียว##
ใส่สีเลขสีที่นี่หลังเครื่องหมายดอกจันทร์ห้ามมีเว้นวรรคนะ-> *2
Highest Tuition 2011-2012

                             #10 Carnegie Mellon University

                                                  ค่าเล่าเรียน : $43,160 (ประมาณ 1,354,000 บาท)

        Carnegie Mellon University (อ่านว่า คาร์เนกีเมลลอน) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงในด้านการวิจัยค่ะ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองพิตซ์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนียแห่งสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งในปี 1900 ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นสถาบันเทคนิคคาร์เนกีมาก่อน จนกระทั่งได้รวมกับสถาบันวิจัยเมลลอน จึงได้กลายมาเป็นมหาวิทยาลัยอย่างในปัจจุบันนี้ค่ะ โดยเปิดสอน 7 คณะ ทั้งวิศวกรรมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ บริหารธุรกิจ แต่วิทยาศาตร์คอมพิวเตอร์ค่ะ ซึ่งคณะสุดท้ายนี้ถือว่าเป็นสาขาที่มีชื่อเสียงของที่นี่มาก โดยวารศาสตร์  Wall Street จัดอันดับให้ที่นี่เป็นที่ 1 ในด้านนี้ โดยจัดอันดับตามสถิติการรับเข้างานค่ะ


#9 University of Richmond

ค่าเล่าเรียน : $43,170  (ประมาณ 1,354,000 บาท)


        University of Richmond เป็นมหาวิทยาลัยที่อาจกล่าวได้ว่า เป็นสถาบันเอกชนที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่สังกัดสมาชิกไหน และเข้ายากเพราะคัดนักศึกษาที่จะมาเข้าเรียนอย่างจริงจัง (ดูเป็นสถาบันที่มีคาแร็คเตอร์ออกแนวหยิ่งๆเนอะ 555+) สถาบันแห่งนี้ก่อตั้งในปี 1830 และตั้งอยู่ในรัฐเวอร์จิเนียค่ะ เปิดสอนด้วยกัน 5 คณะทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทขึ้นไป คือคณะศิลปะและวิทยาศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ คณะการศึกษาความเป็นผู้นำ (School of Leadership Studies) คณะนิติศาสตร์ และคณะการศึกษาต่อเนื่องและความเป็นมืออาชีพ (School of Professional & Continuing Studies) ค่ะ


#8 St. John’s College

ค่าเล่าเรียน : $43,256 (ประมาณ 1,357,000 บาท)


        St. John's College เป็นวิทยาลัยเอกชน ที่สามารถย้อนรอยต้นกำเนิดมาได้ตั้งแต่สมัยครั้งยังเป็นโรงเรียนของกษัตริย์วิลเลียม (King William's School) ในปี 1696 โดยที่นี่นั้นจะเปิดสอนระดับปริญญาตรีทางศิลปศาสตร์ (Bachelor of Arts) ห้องเรียนหนึ่งๆจะมีเด็กนักเรียนประมาณ 17 ถึง 21 คนเท่านั้น และหากใครอยากทราบอันดับต่างๆของสถาบันแห่งนี้ ขอบอกเลยว่ายากค่ะ เพราะที่นี่เขาไม่ยอมเข้าร่วมการสำรวจหรือการจัดอันดับไหนๆเลย (อ้าว -*-) ส่วนปัญหาค่าเล่าเรียนที่แพงสุดๆของที่นี่ ทางสถาบันก็มีการช่วยเหลือนักเรียนถึง 75% ของนักเรียนทั้งหมดค่ะ โดยมีทั้งทุนการศึกษาและทุนกู้ยืม หรือแม้กระทั่งหางานให้ทำเพื่อเป็นการช่วยเหลือด้วย


#7 Wesleyan University

ค่าเล่าเรียน : $43,404 (ประมาณ 1,362,000 บาท)


        Wesleyan University ตั้งอยู่ในรัฐคอนเนคติคัตแห่งสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งในปี 1831 ซึ่งเปิดสอนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ที่นี่นับว่าเป็นสถาบันที่เข้าได้ยากมากแห่งหนึ่งของอเมริกา โดยมีสถิติรับนักศึกษาอยู่ที่ประมาณ 23% จากผู้สมัครทั้งหมด (สมัคร 10,033 คน รับจริง 2,339 คน) ส่วนในเรื่องของทุนการศึกษานั้น 46% ของนักศึกษาทั้งหมดของที่นี่ได้รับทุนการศึกษา มูลค่าเฉลี่ยประมาณ $36,300  (ประมาณ 1,140,00 บาท) และยังมีนโยบายให้นักเรียนผ่อนจ่ายค่าเล่าเรียนเป็นระยะเวลา 10 เดือนโดยไม่คิดดอกเบี้ยอีกด้วย


#6 Bucknell University    

ค่าเล่าเรียน : $43,628 (ประมาณ 1,369,000 บาท)


        Bucknell University เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนซึ่งตั้งอยู่ในรัฐเพนซิลเวเนียแห่งสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก่อตั้งในปี 1846 และประกอบไปด้วยคณะศิลปและวิทยาศาสตร์ คณะบริหารจัดการ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ซึ่งแบ่งเป็นเอกต่างๆกว่า 50 เอก และ 65 สาขาย่อย  U.S. News & World Report จัดที่นี่ให้อยู่ในอันดับที่ 29 ในสาขาวิชาศิลปศาสตร์ของอเมริกา และที่ 9 ในสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งปี 2012 แม้ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยที่นี่จะสูงถึง $43,628 แต่ 62%ของนักเรียนทั้งหมดนั้นได้รับการช่วยเหลือด้านการเงิน และเงินช่วยเหลือนั้นก็เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $25,000 ค่ะ (ประมาณ 786,000 บาท)


#5 Connecticut College    

ค่าเล่าเรียน : $43,990 (ประมาณ 1,380,000 บาท)


        ในปี 2010 CNN Money ได้จักวิทยาลัย Connecticut College ให้เป็นสถาบันทางการศึกษาที่แพงที่สุดแห่งสหรัฐอเมริกาค่ะ โดยวิทยาลัยแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1911 (ในตอนแรกเป็นมหาวิทยาลัยสำหรับสตรี แต่ต่อมาในปี 1969 ก็เปลี่ยนและรับนักศึกษาชายด้วย) U.S. News and World Report ได้จัดอันดับที่นี่ให้อยู่ในอันดับที่ 37 ในสาขาวิขาวิชาศิลปศาสตร์ของสถาบันในสหรัฐฯ ในปี 2011 จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่สัดส่วนของนักศึกษาต่อคณะ ซึ่งอยู่ที่ 9:1 และมีจำนวนนักศึกษาเฉลี่ยในแต่ละวิชาคือ 19 คนเท่านั้น! แต่แม้ค่าเล่าเรียนจะสูง กว่า 48% ของนักศึกษาก็ได้รับการช่วยเหลือทางการเงิน และทุนเฉลี่ยก็ตกอยู่ที่ $30,390 หรือประมาณ 955,000 บาทค่ะ


#4 Vassar College    

ค่าเล่าเรียน : $44,050 (ประมาณ 1,382,000 บาท)


        Vassar College เป็นวิทยาลัยเอกชนสาขาวิชาศิลปศาสตร์ (liberal arts) ที่ตั้งอยู่ในรัฐ New York ค่ะ โดยสถาบันนี้มีเนื้อที่กว่าถึงกว่า  1,000 เอเคอร์ ( 1 เอเคอร์ เท่ากับ 2. 529 ไร่ เอ้า ใครเก่งเลขคำนวณหน่อย!) และมีตึกเรียนต่างๆกว่า 100 ตึก ซึ่งในพื้นที่ของสถาบันนี้มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาตร์ถึง 4 ที่รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้สถาบันนี้ยังดังไม่ใช่น้อยเพราะ U.S.News & World Report ได้จัดอันดับให้ที่นี่เป็นอันดับที่ 25 ของชาติในด้านวิชาศิลปศาสตร์ด้วย แต่ถึงแม้ค่าเล่าเรียนจะบ่งบอกว่าที่นี่เหมาะให้คุณหนูผู้ร่ำรวยเข้ามาศึกษาเท่านั้น ทางสถาบันเองกลับเถียงว่า ไม่จริ๊งงง เขามีทุนการศึกษาแจกนะจ๊ะ และยังมีทางช่วยเหลือทางการเงินที่เหมาะสมให้กับนักศึกษาอีกหลายอย่างเลยด้วย


#3 The George Washington University    

ค่าเล่าเรียน : $44,103 (ประมาณ 1,383,000 บาท)


        The George Washington University (GW หรือ GWU) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ครอบคลุมการศึกษาในหลายด้าน มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในวอชิงตันดีซี มีชื่อเสียงด้านสาขาวิชาธุรกิจและการบริหารจัดการ เปิดสอนระดับปริญญาตรี และเปิดหลักสูตรอนุปริญญาที่หลากหลาย เช่น การจัดการด้านการกีฬา การจัดการการประชุม และการจัดการโรงแรม แต่ถึงแม้ว่าค่าเทอมของที่นี่จะสูงลิบลิ่ว แต่ George Washington University ก็ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ใจดีในเรื่องของการช่วยเหลือนักศึกษาทางการเงินนะคะ โดยที่นี่จะมอบทุนการศึกษาโดยเฉลี่ยถึง $22,500 (เกินครึ่งของค่าเล่าเรียน แต่ก็ยังเหลือที่ต้องจ่ายเยอะอยู่ดีเนอะ )


#2 Sarah Lawrence College  

ค่าเล่าเรียน : $44,220 (ประมาณ 1,387,000 บาท)


        Sarah Lawrence College เป็นวิทยาลัยเอกชนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใน  New York ค่ะ เป็นวิทยาลัยทางด้านศิลปศาสตร์ (liberal arts)ที่เป็นที่รู้จักในสาขาศิลปะการแสดงและการสร้างสรรค์ ซึ่งวิทยาลัยแห่งนี้ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นสถาบันที่มีสัดส่วนคนต่อคณะจำนวนน้อย และมีหลักสูตรเฉพาะสำหรับรายบุคคลจำนวนไม่น้อย (ซึ่งรับอิทธิพลมาจากหลักการณ์ระบบการศึกษาแบบ หนึ่งต่อหนึ่ง (one-on-one student-faculty) มาจาก Oxford/Cambridge อาจเพราะเหตุที่เป็นเน้นการศึกษาแบบอิสระไม่ขึ้นกับใคร (independent study) จึงทำให้ค่าเล่าเรียนของที่นี่สูงขนาดนี้ก็เป็นได้ค่ะ


#1 Middlebury College    

ค่าเล่าเรียน : $45,935 (ประมาณ 1,441,000 บาท)


        Middlebury College เป็นวิทยาลัยเอกชนที่ตั้งอยู่ใน Middlebury แห่งรัฐ Vermontสหรัฐอเมริกา เป็นวิทยาลัยด้านศิลปศาสตร์ (liberal arts) ที่ดังมากแห่งหนึ่งของอเมริกา ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1800 ซึ่งนับว่าเป็นสถาบันด้านศิลปศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯเลยก็ว่าได้ โดยที่นี่นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องของการศึกษาภาษานานาชาติ มีเปิดสอนทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโทขึ้นไป โดยสอนคอร์สหลักสูตรภาษาต่างๆกว่า 10 ภาษา ใครสนใจเรียนที่นี่ ค่าเล่าเรียนก็เบาๆเพียงประมาณ 1,444,000 บาทเท่านั้นค่ะ (แพงขนาดนี้ เอาที่ 1 ไปเลยค่ะ - -")

               
        
        แต่แน่นอนว่า ค่าใช้จ่ายในการเรียนมักจะต้องมีค่าธรรมเนียม (fees) โน่น นู่น นั่น นี่ (คือเอาเป็นว่าเยอะมาก 555+) เพิ่มเติมจากค่าเล่าเรียนอยู่ตลอด และเมื่อเรารวมค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมต่างๆเข้าไป สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ... อันดับเปลี่ยนค่ะ! เพราะบางสถาบันมีค่าธรรมเนียมคิดนักศึกษาเพิ่มอีกหลายพันดอลล่าร์เลยทีเดียว งั้นเราไปดู 10 อันดับมหาวิทยาลัยที่มีค่าเล่าเรียน+ค่าธรรมเนียมแพงที่สุดกัน!


Highest Tuition + Fees 2011-2012

1. Middlebury College $46,315
2. Columbia University $45,290
3. Sarah Lawrence College $45,212
4. Vassar College $44,705
5. The George Washington University $44,148
6. Trinity College (CT) $44,070
7. Connecticut College $43,990
8. Bucknell University $43,866
9. Carnegie Mellon University $43,812
10. Wesleyan University $43,674




       

                                              
        แต่อีกหนึ่งปัจจัยหลักแห่งการเสียเงินที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้ ก็คือ "ค่าที่พักและค่ากินอยู่" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเรื่องเสียเงินที่ไม่ว่ายังไงเด็กไทยก็ต้องเสียแน่ๆ (แหม... ถ้าบ้านอยู่ติดกับรั้วมหาวิทยาลัยจะไม่บ่นเลย แต่นี่ดันอยู่ห่างกันคนละซีกโลก -*-) และอย่างที่หลายคนคงจะทราบว่า ค่าครองชีพในเมืองอย่าง นิวยอร์ค บอสตัน หรือแคลิฟอร์เนีย นั้นมันถูกๆซะที่ไหน... เพราะฉะนั้น หากเราลองเพิ่มค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าที่พักและอาหาร (โดยเอาราคาค่าห้องแบบเตียงคู่เป็นหลักในการคิดคำนวณ) มาดูซิว่าคราวนี้จะมีมหาวิทยาลัยไหนติด 10 อันดับมหาวิทยาลัยที่ค่าใช้จ่ายโดยรวมแพงที่สุดกันบ้าง!


Most Expensive Colleges Total Cost* 2011-2012

1. Sarah Lawrence College   $59,170
2. New York University $56,787
3. Columbia University $56,310
4. Harvey Mudd College $55,998
5. Eugene Lang College $55,890
6. Claremont McKenna College $55,865
7. Wesleyan University $55,706
8. Bard College $55,617
9. Barnard College $55,566
10. Trinity College (CT) $55,450


 
   
   
*Total Cost (ค่าใช้จ่ายรวม) = Tuition (ค่าเล่าเรียน) + Room & Board (ค่าห้องและค่ากิน) + Required Fees (ค่าธรรมเนียม)


        เอ้า! ใครอยากเรียนที่ไหนเลือกเลยค่าา แต่อย่าลืมเตรียมเงินเตรียมทองไว้ให้ดีๆ เพราะใครเรียนในสถาบันเหล่านี้รับรองกระเป๋าแฟ่บแน่ๆ 555+ แต่ พี่สตางค์ ขอกระซิบไว้อย่างหนึ่งว่า ราคาไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพเสมอไปนะจ๊ะ ;) สถาบันที่มีคุณภาพอีกมากมายที่ไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายแพงๆก็ยังมีอีกมากมาย วันนี้แค่อยากจะเอามาฝากกันไว้ให้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจค่ะ ใครที่เจอสถาบันไหนแพงกว่านี้อีกอย่าลืมเอามาสู้ราคา เอ๊ย! เอามาแชร์กันได้เลยนะ เผื่อพี่สตางค์ตกหล่นที่ไหนไป 555+

TWITTER@STANGDEKD

ข้อมูลจาก : www.therichest.org/most-expensive/universities-in-the-world และ www.collegeview.com/admit/?p=2217

ภาพประกอบจาก : huffingtonpost.com, forbes.com,
collegeplanningadvisors.wordpress.com, micefa.org, ny-artstudio.blogspot.com
                                

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=stang

พี่สตางค์ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เรียนต่อนอก #อันดับ #แพง #มหาวิทยาลัย #โลก #expenisive

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?