/>

How to วางแผนเที่ยวนอกด้วยตัวเอง หมื่นเดียวก็เที่ยวได้! []

วิว

     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และวัฒนธรรมต่างประเทศสนุกๆ เช่นเคย^^ ปี 2014 นี้แอบเห็นคนรอบตัวหลายๆ คนตั้งเป้าหมายไว้หลายอย่าง และหนึ่งในเป้าหมายที่หลายคนมีก็คือ "ไปเที่ยวต่างประเทศ" อาจจะมีทั้งเคยไปมาก่อนแล้วและจะไปอีก หรือไม่เคยไปเลยและตั้งใจจะไปครั้งแรกในปีนี้ 
     สำหรับใครที่ยังไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเลย ก็ขอบอกเลยว่า น้องเข้ามาอ่านถูกบทความแล้วค่ะ 5555 มีน้องๆ ถามมาเยอะมากกกกว่า ถ้าอยากเริ่มต้นวางแผนไปเที่ยวเมืองนอกเองจะต้องทำยังไงดี? วันนี้ พี่เป้ เลยขออาสาแนะนำการวางแผนเบื้องต้นคร่าวๆ ค่ะว่า สิ่งที่เราต้องทำนั้นมีอะไรบ้าง??
 


 
1. เช็คงบในกระเป๋าสตางค์

     ข้อนี้เป็นข้อแรกที่เราต้องคำนึงถึงมากสุดๆ เลยค่ะ หากใครมีประเทศในฝันที่อยู่ไกลและมีค่าใช้จ่ายแพง ก็อาจต้องใช้เวลาในการเก็บเงินนานกันหน่อยล่ะ แต่หากใครเป็นประเภทชิลล์ๆ ไปไหนก็ได้ แค่อยากลองหาประสบการณ์ต่างแดนไปเรื่อยๆ ก็ลองเช็คเงินในกระเป๋าดูค่ะว่าเรามีงบประมาณไหน และงบเท่านี้พอจะไปไหนได้บ้างนะ?? 


ประเทศที่สามารถไปเที่ยวได้ด้วยงบ 10,000 บาท (ไม่เน้นช้อปปิ้ง)
 
ประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน(ขั้นต่ำ) ค่าที่พัก/คืน/คน(ขั้นต่ำ)
สิงคโปร์ 2,500-3,000 600-700
เวียดนาม 2,000-3,000 500-600
มาเลเซีย 2,000-2,500 500-600
ลาว 2,500-3,000 400-500
พม่า 1,500-2,000 500-600
ฮ่องกง 3,000-3,500 600-700
มาเก๊า 3,000-3,500 600-700
กัมพูชา 1,500-2,000 600-700



2. กด Subscribe ข่าวสารหรือโปรโมชั่นของเว็บไซต์สายการบินต่างๆ

     เมื่อสายการบินนั้นๆ มีโปรโมชั่นออกมา เค้าก็จะส่งอีเมล์มาให้เราค่ะ ว่ามีโปรโมชั่นอะไรน่าสนใจบ้าง มีตั๋วราคาถูกบินไปไหน จะได้ไม่พลาดก่อนใคร .... สายการบินราคาประหยัดมีหลายสายการบินนะจ๊ะ ^^ เช่น 


Airasia ไปหลายประเทศเลย(บินตรงจากไทย) เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า จีน อินโดนีเซีย กัมพูชา
- Vietjet Air ไปเวียดนาม
- Tigerair ไปสิงคโปร์
- Scoot ไปสิงคโปร์
- Jetstar ไปสิงคโปร์
- Nok Air ไปลาว พม่า
- Cebu Pacific Air ไปฟิลิปปินส์

     ขอแนะนำว่า น้องๆ ควรกดเข้าไปดูราคาเล่นๆ ว่า ปกติแล้วราคาตั๋วเครื่องบินเท่าไหร่ เช่น โปรโมชั่นไป-กลับสิงคโปร์อยู่ที่ 3,000 บาท จองวันนี้ อีก 6 เดือนถึงได้เดินทาง แต่หากเช็คดีๆ อาจพบว่า ราคาปกติไป-กลับสิงคโปร์อยู่ที่ 4,000 บาท สามารถบินได้เลยทันที ไม่ต้องรอ แบบนี้ก็ไม่ต้องจองล่วงหน้านานๆ เสียเพิ่มพันเดียวแต่ได้ไปเที่ยวเลย น่าจะดีกว่ามั้ย^^



3. ทำบัตรเดบิตแบบที่ใช้จ่ายเงินออนไลน์ได้

     การซื้อตั๋วเครื่องบินหรือจองที่พักผ่านเว็บไซต์นั้น จำเป็นต้องตัดเงินผ่านบัตรเครดิตค่ะ หลายคนอาจร้อง อ้าววว หนูยังเด็กอยู่เลยค่ะพี่ ไม่มีเงินเดือน จะไปทำบัตรเครดิตยังไงล่ะ? ไม่อยากขอยืมบัตรคุณพ่อคุณแม่ด้วย......


     เลิกกังวลได้เลยค่ะ ปัจจุบันมีธนาคารหลายเจ้าที่ให้น้องๆ สามารถทำบัตรเดบิตได้ และสามารถใช้บัตรเดบิตนี้รูดใช้จ่ายตัดเงินได้เหมือนบัตรเครดิตเด๊ะ แต่จะแตกต่างกันตรงที่ว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตจะใช้ได้ภายในวงเงินที่มีอยู่ในบัญชีออมทรัพย์ที่ผูกกับบัตรเท่านั้นค่ะ เช่น น้องมีเงินในบัญชี 5 พันบาท ก็จะใช้ได้แค่ 5 พันบาทเท่านั้นค่ะ

     วิธีการสมัครบัตรเดบิตประเภทนี้ก็ไม่ยากเลยค่ะ อย่างธนาคารสีเขียวที่พี่ใช้ประจำนั้น เมื่อเรามีบัตรเดบิตแล้ว เราขอสมัครใช้บัตรเป็นแบบ Shopping Card เพื่อตัดเงินออนไลน์ได้ ทางธนาคารเค้าก็จะให้รหัสเพื่อนำไปกรอกเวลาจะใช้จ่ายออนไลน์ได้ค่ะ ง่ายและสะดวกมากๆ ^^



4. หาข้อมูลที่พัก + สถานที่เที่ยวไว้คร่าวๆ

      เพื่อเป็นการประเมินค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมาค่ะ โดยเฉพาะ "ค่าใช้จ่ายในทางการเดินทาง" เนี่ยมองข้ามไม่ได้เลยนะคะ เพราะบางเมืองบางประเทศที่เราต้องไปนั้น ไม่ได้มีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบาย ไม่มีรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดิน เราอาจจะต้องเช่ารถเที่ยวเองหรือจ้างไกด์เพิ่ม ซึ่งไกด์บางคนที่มีชื่อเสียงว่าบริการดี(หรือบางคนเก่งเทพขนาดพูดไทยได้) อาจจะต้องจองตัวล่วงหน้าหลายเดือน ไกด์บางคนคิวยาวข้ามปีก็มีค่ะ


      หรือค้นๆ ไปเจอเมืองเล็กๆ น่ารักๆ อุ๊ยยย น่าไปมากกกก ก็ต้องมานั่งค้นหาอีกว่า จะเดินทางไปเมืองนั้นด้วยวิธีใด 

      หรือเราเกิดไปค้นๆ เจอที่พักที่ถูกใจ สวยเป๊ะ อยากนอนห้องแบบนี้ แต่ดันเป็นที่ฮอตฮิต ต้องจองล่วงหน้าขั้นต่ำ 3 เดือน....อะไรทำนองนี้ จะมาจองกระชั้นชิดก่อนเดินทางไม่กี่วันก็ไม่ทันแล้ว นี่แหละค่ะคือสาเหตุที่เราต้องหาข้อมูลเก็บเอาไว้ก่อน จะได้ประเมินค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นด้วยค่ะ(และจะได้เก็บเงินทัน อันนี้สำคัญ ><)
 
เว็บไซต์ที่ใช้ในการจองที่พัก
www.agoda.com
www.expedia.co.th
www.booking.com

     ส่วนวิธีการหาข้อมูลอื่นๆ นั้นก็ง่ายมากค่ะ google ตอบให้ได้ทุกอย่าง อยากค้นอะไรอยากหาอะไร ก็พิมพ์ลงไปตรงตัวเลยค่ะ เช่น พี่อยากหาร้านกาแฟน่ารักๆ ที่อูบุด(เป็นอำเภอหนึ่งของเกาะบาหลี) ก็พิมพ์ไปตรงตัวเลย ว่า Lovely coffee shop in Ubud เท่านี้แหละ กูเกิลก็ถวายข้อมูลให้เราเพียบเลย


 



ครั้งแรกที่ "ญี่ปุ่น"
      ญี่ปุ่นนี่เป็นเมืองแห่งความฝัน เราอยู่กับญี่ปุ่นมาตั้งแต่จำความได้ ไม่ว่าจะดิจิม่อนเอย(เขย่าจนแขนกล้ามขึ้น) โปเกม่อนเอย(ปาโปเกบอลจนมันแตก ปิ๊กกาจูก็ไม่เห็นงอกออกมา) ทามาก็อต(เล่นจนแม่ด่า เพราะมันชอบร้องกลางดึก) อาราเล่ กันดั้ม ซูชิ กูลิโกะป๊อกกี้ ราเมง เนี่ย.. ญี่ปุ่นทั้งนั้น ยุคที่ญี่ปุ่นเฟื่องฟูแบบสุดๆ คงหนีไม่พ้นเด็กผู้ชายวัยละอ่อนแห่งค่ายจอห์นนี่ส์จูเนียร์! (เฮ้ย นี่ซีเรียสระดับแปดดาวเลยนะ) เอาง่ายๆ ว่าชอบมาเกินสิบปีอ่ะ ทั้งดูรายการ ทั้งตัดแมกกาซีนเป็นคลิปๆ มาแปะบ้าน โปสเตอร์เอย ปฏิทินเอย คือคลั่งมาก ซื้อหมด  เก็บหมด ไม่รวมถึงซิงเกิลและอัลบั้มนานาประการที่ขยันผลิตออกมาดูดเงินประดุจบ้านเราผลิตแบงค์ใช้เอง ทั้งหมดนี้เป็นตัวผลักดันไส้ติ่งญี่ปุ่นน้อยๆ แบบเรา จนกลายเป็นติ่งทองคำทรงคุณค่า ไปติ่งแตกที่เจแปนจนได้!

เทคนิคการเก็บเงินเพื่อไปเที่ยว
      หลังจากจ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบินไปแล้ว (เราซื้อตั๋วตอนมกราคม ไฟล์ทบินตอนเมษา) เท่ากับเรามีเวลา 3 เดือนในการเก็บเงิน เราเลยใช้วิธีทยอยจ่าย เอาให้เห็นภาพก็คือมกราคมเราซื้อตั๋ว กุมภาพันธ์เราจองโรงแรม มีนาคมเก็บเงินใช้จ่ายที่นู่น(เอาแค่พอใช้ในแต่ละวันก็พอ เพราะยังไงค่าโรงแรมก็จ่ายไปแล้ว ตั๋วขากลับก็มีแล้ว ที่เหลือมันก็แค่ค่ากินกะค่ารถไฟเอง กลั้นใจเฮือกนึง ก็ได้เงินบัดเจ็ตมาอยู่ในมือหนึ่งก้อน) พอเมษาก็เก็บแบกเป้ขึ้นหลัง พร้อมหนังสือไกด์เที่ยวหนึ่งเล่ม แล้วไปเลย ทั้งหมดใช้ไปประมาณ 50,000 บาท
     
      การเก็บเงินเที่ยว ถ้ามองว่ามันเป็นก้อนใหญ่ จะทำให้เราท้อ(มาก) แต่ถ้าใช้วิธีแบ่งจ่ายเป็นก้อนย่อยๆ อะไรๆ จะง่ายขึ้น เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน > ค่าโรงแรม > เงินเก็บติดตัวระหว่างเที่ยว ซึ่งถ้าเราไปเที่ยวเอง เราคุมได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม ค่าอยู่ค่ากินค่าเดินทางค่าของฝาก ไม่ต้องกังวล ดังนั้นเงินเก็บติดตัวระหว่างเที่ยวไม่ต้องสูงมากจนเว่อร์ ไม่งั้นจะท้อจนไม่ได้ไปซะก่อน เก็บให้พอดี กะให้พอใช้ก็พอ


ปัญหาที่เจอ ณ เจแปน
     จำได้ลงจากเครื่องห้าทุ่มครึ่ง รถไฟเข้าเมืองหมดเที่ยงคืน ..เราเพิ่งรู้ตัวว่าเราลืมจองโรงแรมคืนแรก เฮ้ยยย คือมโนล้ำเอาไงว่ามันนอนสนามบินได้ แต่เอาจริงจุดนั้นมันก็ไม่อยากนอนสนามบินแล้วอะ แล้วทีนี้เอาไงอะ ไม่มีโรงแรม ไม่มีที่จะนอน แล้วอากาศก็หนาวเกินกว่าจะทำตัวกลมนอนข้างถนนแบบในหนังสือด้วย ก็เลยยอมวอล์คอินไปเช็คอินโรงแรมก็ได้! ปรากฏโดนค่าโรงแรมไปห้าพันบาทไทย ไม่ผิดค่ะ ห้าพันบาทไทยยยยยยยยยยยย จำจนตาย

ความประทับใจที่ได้เจอ
      โตเกียวเป็นเมืองประหลาด ยิ่งเที่ยวแบบไร้แผนยิ่งสนุก จะเจออะไรให้ประหลาดใจได้เสมอ ไม่ว่าจะคนท้องถิ่นเอย นักท่องเที่ยวต่างชาติเอย วัฒนธรรมเอย ของแบบนี้ไม่เห็นมีไกด์บุ๊กเล่มไหนเขียนไว้เลย 
 
       มีอยู่วันนึงมันหนาวมาก ระหว่างทางเดินกลับโรงแรม เราเจอร้านซูชิเก่าๆ อยู่ร้านนึง ระหว่างรออาหารจากพ่อครัว ผู้ชายญี่ปุ่นคนข้างๆ ก็เริ่มชวนเราคุย ถามว่าเรามาจากที่ไหน ประเทศไทยหรอ นี่ไอก็เคยไปนะ ไอไปเชียงใหม่ เชียงราย ไอไปขี่ช้างมา ยูมาจากจังหวัดไหน กรุงเทพหรอ ไอก็เคยไปครั้งนึง ตุ๊กตุ๊กสุดยอดเลยใช่ไหม แล้วสึนามิประเทศยูเป็นยังไงบ้าง ไอได้ดูข่าว ยังเป็นห่วงอยู่เลย ภูเก็ตสวยเนอะ ไอชอบ และอีกมากมาย เอาจริงๆ ก็ไม่รู้คุยกันรู้เรื่องได้ไงนานสองนาน คุยกันจนอาหารมา คุยจนเค้าบอกว่าเค้าขอเลี้ยงสาเกเราหน่อย แบบ.. เฮ้ย ไกด์บุ๊กไม่เห็นเขียนเลยว่ามีแบบนี้ด้วยอ้ะ  
 
      อีกอย่างคือ ตอนเช็คเอาท์ออกจากเกสต์เฮาส์ที่ไปพัก เค้าจะมีกล่องดร็อปบอกซ์เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวทิ้งของ แลกเปลี่ยนของกัน เราเลยเอามาม่าคัพ 4 ถ้วยไปทิ้งไว้ แปะโพสต์อิทน่ารักๆ ไว้ว่า ‘From Thailand with love’ แล้วแลกเอาถุงกระดาษใบยักษ์สองใบมาใส่ของแทน ซึ่งไม่รู้ตอนนี้จะมีใครแลกเอามาม่าคัพเราไปหรือยัง หรือขึ้นราไปแล้วก็ไม่รู้ ฮ่าาาา


แค่กล้าก็ได้ไป(เที่ยว)แล้ว
      จากการไปเที่ยวครั้งนี้ทำให้เรารู้เลยว่า การจะไปเที่ยว มันไม่ต้องคิดเยอะ มันไม่ได้ยาก การเพ้อฝันมันเหนื่อยกว่าการออกไปเที่ยวอีก และโลกทุกวันนี้มันใกล้กันนิดเดียว อยากรู้อะไรขอแค่พิมพ์ค้นหาในกูเกิล ข้อมูลมากมายพร้อมจะล้มทับเรา เราแค่.. กล้าที่จะออกไปทำมัน กล้าที่จะออกไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ กล้าที่จะเปิดใจ แล้วออกไปเจอโลกกว้าง เชื่อเลยว่าหลังจากเที่ยวกลับมาแล้วเราจะคิดถึงมัน คิดถึงตัวเราเองในช่วงเวลานั้นๆ คิดถึงความสุข คิดถึงอุปสรรคปัญหาอะไรมากมายที่เจอ และเชื่ออีกว่าสุดท้ายเราจะโหยหามัน แล้วทำให้เราจะอยากออกไปเที่ยวอีก

ทริปหน้า เจอกันที่....?
     จากจุดเริ่มต้นวันนั้น ปลายปีนี้จะเป็นครั้งที่สามแล้วที่เราไปญี่ปุ่น ครั้งนี้อีกก็เช่นกัน เรากดซื้อตั๋วเครื่องบินไปแบบงงๆ และหาข้อมูลเท่าที่จำเป็นเหมือนเดิม เราก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรวิบัติเจอเราข้างหน้าอีกมั้ย ซึ่ง.. เราอยากให้มันมีนะ เราชอบเต้นบัลเล่ต์คุยกับคนญี่ปุ่น ฮ่าๆๆๆ ความฝันของทุกคนมันมีคุณค่า มีราคาที่เราต้องจ่าย อาจจะไม่ใช่วันนี้ อาจจะไม่ใช่พรุ่งนี้ อย่างของเรากว่าฝันจะเป็นจริงก็ตั้ง 22 ปีแน่ะ ซึ่งเราว่ามันคุ้มค่ากับการรอ คุ้มค่ากับความพยายาม ขอแค่ตั้งใจ จะช้าจะเร็วไม่สำคัญ อยู่ที่ว่าสุดท้ายแล้วเราตั้งใจจะทำมันจริงๆ หรือเปล่า เพราะฉะนั้นไปเที่ยวเถอะค่ะ เมืองนอกไม่ยากเลย รับประกันโดยชะนีไทยผู้ไปหลงญี่ปุ่นมาแล้วสองปีซ้อน แล้วกำลังจะมีปีที่สามตามมาติดๆ จิกกริ้ววววววววว


ทริกเล็กๆ ต้องจำไว้!
     - อย่ากังวลเรื่องภาษา พูดไม่ได้ใช่ว่าจะเป็นข้ออ้างไม่ให้ไปเที่ยว ไปเลยค่ะ ลุยเลย มันมีอีกหลายวิธีที่จะทำให้เราสื่อสารกันรู้เรื่อง ภาษากาย ภาษาท่าทาง ภาษามือ ใช้ไปเลยค่ะ เรามาเต้นสามช่าใส่คนญี่ปุ่นกัน เฮ๊ะ เฮ๊ะ เฮ๊ะ เฮ๊ะ
      - เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม พยายามสังเกตุว่าเค้าทำอะไรกัน เค้ากินยังไง เค้าอยู่ยังไง วิธีนี้จะช่วยให้เราปรับตัวได้เร็วขึ้น
      - ยิ้มเยอะๆ อยากขอความช่วยเหลือจากใครยิ้มเข้าไปเลย เค้าช่วยเราทุกคนค่ะ คนไทยยิ้มง่าย นี่เป็นข้อดีของเรานะ เป็นใบเบิกทางชั้นยอดเลยแหละ


 

เก็บเงินไปเที่ยวเองครั้งแรก 
      ประเทศเกาหลีค่ะ เหตุผลหลักคือไปสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาเกาหลี (Topik) เหตุผลรองคือไปหาเพื่อนคนเกาหลีและก็ท่องเที่ยว ซื้อของตามลิสต์ที่อยากได้ค่ะ ไปประมาณ 1 สัปดาห์ ตอนช่วงเดือนเมษายน ปี 2013

เก็บเงินยังไง? ใช้เวลานานเท่าไร?
      เก็บมาเรื่อยๆ อยู่แล้วตั้งแต่ขึ้นม.ปลายค่ะ เพราะใฝ่ฝันว่า ถ้าสอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว จะไปเที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเองสักครั้ง แต่ละเดือนคุณพ่อคุณแม่เลยให้เงินเป็นเดือนๆ เพื่อบริหารจัดการเอง เลยพยายามใช้เงินอย่างประหยัด และเหลือเก็บแบบเดือนนึงได้ห้าร้อยถึงหนึ่งพันก็ดีใจแล้วค่ะ แต่พอตอนจบม.หก ได้สอนพิเศษน้องๆ ม.ต้น ก็เลยได้เงินค่าขนมมาเพิ่มนิดหน่อย 

วิธีเริ่มต้นวางแผนเที่ยวเกาหลี
     เริ่มแรกสุด ถามจากเพื่อนที่ไปมาแล้วค่ะ ไม่ก็อ่านพ็อกเก็ตบุคตามร้านหนังสือ แล้วก็พยายามติดตามข่าวสารจากทวิตเตอร์เรื่องตั๋วเครื่องบินค่ะ 


      - ตั๋วเครื่องบิน ก็ได้มาจากงานท่องเที่ยวทั่วโลกที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ไปกับสายการบินเชจูแอร์ในราคา หมื่นสี่นิดๆ ค่ะ ประหยัดไปได้เยอะเลย 
      - การแลกเงิน ช่วงนั้นราคาเงินวอนลงไปเยอะเหมือนกัน เพราะเรื่องข่าวขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ เหมียวแทบไม่ได้แลกที่เมืองไทยไปเลยค่ะ เพราะเป็นช่วงสงกรานต์ธนาคารหยุด บวกกับลืมแลกล่วงหน้า แต่ก็ไปแลกที่นู่น เพราะมันลงเรื่อยๆ เลยไปถอนเงินจากที่นั่นเอา ก็ได้ในอัตราที่ถูกอยู่ค่ะ 
      - ที่เที่ยว คือจริงๆ เหมียวแทบไม่ได้ไปในที่ๆ ทัวร์ทั่วไป(หรือคนทั่วไป)ไปเลยค่ะ นัมซานทาวเวอร์ คลองกเยชอน อะไรพวกนี้ แทบจะแค่เดินผ่านค่ะ งงตัวเองเหมือนกัน ฮ่าๆๆ เพราะตั้งใจจะไปแค่สอบที่ม.ซองคยุนควาน ไปบ้านเพื่อน  บ้านนักร้องที่ชอบ(?) แล้วก็ร้านที่นักร้องที่ชอบเปิดค่ะ เป็นทริปด้วยแรงแห่งติ่งค่ะ (สงสารพี่ชายสุดๆ) นอกจากนี้ยังมีทริปที่คุณแม่ของเพื่อนพาไป ก็เลยให้เขานำเลยค่ะ แทบจะไม่ได้วางแผนอะไรเลย
      - ที่พัก หาจากเว็บ agoda เพราะคุณพ่อมีบัตรเครดดิตที่มีโปรโมชั่นลด 10%  ก็เลยจองผ่านเว็บนี้ค่ะ ก็สะดวกและค่อนข้างปลอดภัยดี 

ปัญหาที่เจอระหว่างการเดินทาง
     เรื่องที่พัก น่าจะเป็นอะไรที่ปวดหัวที่สุด เพราะราคาถูกจริง แต่บริการแย่กว่าที่คิดไว้อยู่เหมือนกันค่ะ คือเหมียวเป็นคนขี้หนาว เขาไม่เปิดฮีทเตอร์ให้เนื่องจากว่า เขาบอกว่าอากาศมันดี ไม่จำเป็นต้องเปิด 

     ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีปัญหาคือเรื่องอาหาร แทบร้องไห้ในวันที่สาม พอมากินอาหารเกาหลีติดกันหลายๆ วันคือเอียนมากๆ และด้วยความที่ดื้อ อยากจะทานแต่อาหารเกาหลี เพราะเชื่อว่ามาเกาหลีทั้งทีก็ต้องทานอาหารประเทศเขาสิ มีวันหนึ่ง พี่ชาย(ผู้ไม่เคยทานอาหารเกาหลีมาก่อน) ทนไม่ไหว ลากเข้าร้านฟิวชั่นฟู้ดค่ะ แล้วสองพี่น้องก็ประสบความสำเร็จในการทานอาหารหมดจานเป็นครั้งแรก (ถึงจะไม่ใช่อาหารเกาหลีก็เถอะ)

ทริปหน้าอยากไป...
      ทริปหน้าอยากไปญี่ปุ่นค่ะ ตอนนี้ขึ้นมหาลัยแล้วก็สอนพิเศษ และทำงานล่ามภาษาญี่ปุ่นเพื่อเก็บเงินอยู่อย่างขยันขันแข็ง เคยไปแลกเปลี่ยนที่นี่มาเลยอยากกลับไปเยี่ยมโฮสท์แฟมิลี่ค่ะ แล้วก็เที่ยวเกาะคิวชู และอาจเลยไปถึงนั่งเรือไปปูซาน (วกกลับมาเกาหลีอีกละ) 


สิ่งที่ได้กลับมาจากการไปเที่ยว
     “ได้เห็นกับตา” ค่ะ ว่าอะไรเป็นอะไร อย่างเช่นชอบมีคนบอกว่า “คนเกาหลีหน้าเหมือนกันหมด ถ้าไม่ใช่ดาราก็ไม่หล่อ” แต่พอมาเห็นจริงๆ พี่ชายเหมียวยังชมเลยว่าผู้ชายเกาหลีแต่งตัวดี ดูมีเสน่ห์ ดูหล่อ หรือไม่ก็ “คนเมืองหลวงมักไม่ค่อยมีน้ำใจ ถ้ายิ่งเป็นช่วงเวลาเร่งรีบ ถามอะไรเขาก็ไม่ตอบ” แต่พอเหมียวไปจริงๆ เขาแค่ตอบยังไม่พอ เอาโทรศัพท์ขึ้นมาหาแผนที่ให้เราด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องอาหาร เราก็ “ได้ชิมกับปาก” ว่ารสชาติต้นตำรับเป็นอย่างไร เหมียวคิดว่าการได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น มันเป็นการเรียนรู้ที่แท้จริงค่ะ เหมียวเลยรู้สึกว่าทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ ตัวเราโตขึ้นอีกนิด เพราะได้เห็นได้เรียนรู้อะไรบางอย่างกลับมาค่ะ



       

     และที่สำคัญสุดๆ อยากฝากน้องๆ ว่า...อย่ามัวแต่คิดว่า 'หนูบ้านจน หนูไม่มีเงิน' ว่ากันว่า ถ้ามัวแต่พูดแบบนี้ บอกตัวเองแบบนี้ มันก็จะเป็นแบบนี้ไปตลอด  สู้คิดว่า 'วันนึงเราต้องมีโอกาสบ้าง' จะดีกว่านะคะ หรืออย่ามัวแต่คิดว่า 'เที่ยวเมืองนอกทำไม เที่ยวเมืองไทยดีกว่า' ซึ่งมันไม่เกี่ยวกันเลย ^^ ว่าแต่ใครตั้งเป้าจะไปเที่ยวที่ไหน ก็อย่าลืมมาคอมเม้นท์บอกกันบ้างนะคะ เผื่อวันนึงเราอาจมีโชค(ร้าย)บังเอิญเจอกันก็ได้ 5555
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pay

พี่เป้ - ผู้เขียน

มนุษย์บ้างานและบ้านวด ผู้ตกหลุมรักปลาแซลมอน การนอน และและออฟฟิศ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ท่องเที่ยว #เที่ยวเมืองนอก #ทัวร์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?