/>

ดราม่า ณ ญี่ปุ่น! กับชีวิตมันส์ๆ ที่มัธยมปลายฮิราโดะ []

วิว
  
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com...เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ เช่นเคย^^ สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้มาจาก "ญี่ปุ่น" กับประสบการณ์ของนักเรียนแลกเปลี่ยนที่แอบดราม่านิดๆ แต่ได้ข้อคิดมากมาย จะเป็นยังไงบ้าง ต้องลองอ่านเลยจ้า!


 
   สวัสดีค่ะชาวเด็กดีและนักอ่านทุกท่าน เราชื่อ “แบมบี้”  นะคะ เรียนอยู่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ม.5 ปัจจุบันเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการ [Pace international] AYC รุ่นที่ 12 ประเทศญี่ปุ่นค่ะ (ตอนนี้ยังอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นนะคะ) สำหรับโครงการ Pace international คือโครงการที่เชื่อมกับเอวายซี เป็นโครงการที่ดูแลเด็กแลกเปลี่ยนในประเทศญี่ปุ่นค่ะ
    
   เมืองที่ได้อยู่คือ จังหวัดนางาซากิ เมืองฮิราโดะ  ก่อนอื่นเลย ทุกคนคงจะสงสัยว่า เอ๊ะ? ฮิราโดะนี่มันเมืองอะไร??? ทำไมไม่เคยได้ยิน เมืองที่เราอยู่เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและยุโรปค่ะ รอบด้านเต็มไปด้วยทะเลและภูเขา ห่างจากปูซาน ประเทศเกาหลีเพียงแค่ 53 กิโลเมตรเท่านั้นค่ะ (นั่งเรือไป)
 
    โฮสท์ของเราเป็นเจ้าของร้านขายของฝากประจำเมืองฮิราโดะค่ะ โดยบ้านตั้งแต่ตรงกันข้ามระหว่างท่าเรือ ซึ่งหน้าบ้านเราเป็นทะเล 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ เราอาศัยอยู่กับโฮสท์สามคน ซึ่งลูกๆ ของโฮสท์แต่งงานและ แยกย้ายออกไปอยู่ที่อื่นค่ะ โฮสท์ของเราดีมาก เขาดูแลเอาใจใส่เราทุกเรื่อง เวลาเราลำบากหรือเสียใจเวลาไปโรงเรียนมา เขาจะคอยรับฟังสิ่งที่เราพูดเสมอ และพยายามให้กำลังใจเพราะเขามักจะบอกเสมอว่า ‘ก็เราไม่ใช่คนญี่ปุ่นนี่ ปรับๆ ตัวกันไปดีกว่านะ’ มันเป็นคำที่ทำให้เราคิดว่า ถ้าเราสู้ต่อไป เราก็จะดีขึ้นแน่นอน เรากับโฮสท์เคยไม่เข้าใจกันครั้งหนึ่ง วันนั้นเราร้องไห้ค่ะ เหมือนกับว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเราบ้างนะ แต่โฮสท์เขาเห็นเราร้องไห้ เขาบอกว่าอย่าร้องเลยนะ เพราะเขาจะร้องตาม (แล้วเขาก็ร้องตาม) แล้วพูดว่า ถ้าถึงวันจากลากันจริงๆ มันไม่ต้องเสียใจกันมากกว่านี้เหรอ ทำให้เรารู้สึกว่า โฮสท์ก็เหมือนพ่อแม่ของเราจริงๆ ค่ะ
  
     โรงเรียนที่เราอยู่คือ โรงเรียนมัธยมปลายฮิราโดะ [長崎県立平戸高学校] เป็นโรงเรียนขึ้นชื่อของเมืองนี้เลยค่ะ โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนไม่ใหญ่ มีนักเรียนเพียงแค่ 360 คนค่ะ โดยปี 1 – 3 [ม.4-6] จะมีเพียงแค่ 2 ห้องเท่านั้นค่ะ และโรงเรียนเราตั้งอยู่บนเขาของกลางเกาะ
   
     สำหรับโรงเรียนนี้เราเป็นคนไทยรุ่นที่2 ที่ได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนนี้ค่ะ เราได้เข้าเรียนชั้น ปี 2 [ม.5] ค่ะ โดยโรงเรียนเรา ปี 1จะเรียนรวมด้วยกันตามปกติ แต่ตั้งแต่ ปี 2-3 จะแบ่งสายการเรียนโดยมีสาย วิทย์,บัญชี และ การบริการ จากโรงเรียนที่ไทยเราเรียนสายศิลป์ภาษาจีน แต่ถูกย้ายให้มาเรียนสายวิทย์ที่โรงเรียนนี้ค่ะ การเรียนนั้นถือว่าเป็นเรื่องยากสำหรับเราคนนึง เพราะว่าเราไม่เคยเรียนชีวะ เคมี ฟิสิกส์มาก่อนเลย (แบบเน้นๆ)  แต่การปรับภาษาไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเราเท่าไหร่นะคะ เพราะเรามีประสบการณ์ตอนม.ต้น ที่เคยไปเรียนที่ประเทศจีนมาแล้ว 1 ปีค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องปรับตัวกันอีกเยอะเลยล่ะค่ะ 
     มาโรงเรียนวันแรก เพื่อนญี่ปุ่นจะตื่นเต้นกับเด็กแลกเปลี่ยนมากค่ะ เขาจะจู่โจมเข้าหาเราทันที แล้วจะถามคำถามเยอะมาก แต่หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน เขาก็จะเห็นเราเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนนี้ไปแล้วเช่นกัน ในวันแรกที่เราไปโรงเรียน เราจะได้ไปพูดแนะนำตัวบนเวทีต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนค่ะ ตอนแรกเราแบบอายมาก ภาษาเราก็ยังไม่ดี จะให้เราไปพูดแนะนำตัวอะไรบ้างดีล่ะ แต่พอเราก้าวออกมาพูดทุกคนตั้งใจฟังและปรบมือต้อนรับเราด้วยความอบอุ่นและยินดีสุดๆ เลยล่ะค่ะ ใครที่จะมาแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เตรียมพร้อมให้ดีนะคะ ทุกคนต้องเจอแบบเดียวกันนะ ^__^
 
      เข้าประเด็นกันดีกว่าเนอะ (นี่ยังไม่เข้าอีกเหรอ ฮาๆ) สิ่งที่เราอยากจะแชร์ประสบการณ์ให้ทุกคนฟังก็คือ เรื่องคนญี่ปุ่นค่ะ อาจจะทราบจากบทความอื่นๆ แล้วใช่มั้ยคะ คนญี่ปุ่นนั้นจริงๆ แล้ว เขาไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเราคิดเสมอไปนะคะ  ก็เหมือนคนไทย เพียงแต่ว่าวัฒนธรรมของเขากับเราจะแตกต่างกันมาก เรามีเหตุการณ์ที่ทั้งประทับใจและไม่ประทับใจรวมอยู่ด้วยกันมากมาย สิ่งที่เราเจอนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า ‘ทำไมล่ะ’ และ ตั้งคำถามกับตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่า ‘เราทำอะไรลงไปเหรอ’ 
     มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในโรงเรียนของเรา เราถูกคนญี่ปุ่นเปรียบเทียบกับคนไทยรุ่นที่แล้ว เราถูกดูถูกว่าทำเรื่องแบบนั้นแบบนี้ไม่ได้ นิสัยของคนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยพูดตรงๆ มีอะไรจะเงียบไว้ เราจะไม่รู้เลยว่า เขาคิดอะไรอยู่กันแน่ เราจะไม่รู้เลยว่าคนนี้โกรธเราหรือไม่พอใจอะไรเราหรือเปล่า ส่วนตัวแล้วเรามีนิสัยร่าเริง ชอบเกรียน ชอบรั่ว และชอบแกล้งคนอื่นค่ะ ปกติคนไทยเราจะมีมิตรสัมพันธ์ที่ดีมากๆ เลย  แต่กับคนญี่ปุ่นจะไม่ใช่นะคะ เค้าจะเข้าถึงยากมาก เพราะคนญี่ปุ่นจะตกใจได้ว่า ถ้ามาเจอคนร่าเริงสุดๆ เข้า เขาจะตั้งรับไม่ทันค่ะ 
   
      อย่างเรา เราชอบแกล้งเพื่อน เลยเข้ากันได้ไวค่ะ นิสัยผู้ชายจะขี้อาย แต่ในขณะเดียวกันก็ขี้แกล้งและเล่นกันแรงมาก บางคนถึงกับนักเลงเลยค่ะ แต่อีกด้านหนึ่งพวกเขาก็ให้เกียรติและสุภาพนะคะ ส่วนผู้หญิงน่ารักเป็นกันเองขี้เล่นมาก แต่ในอีกด้าน พวกเขานินทาเก่ง คุยเก่ง และเอาแต่ใจมากค่ะ มีครั้งนึง เพื่อนสนิทของเราตอนเราไปทัศนศึกษาที่โตเกียว ตอนนั้นเราไม่มีเงินเหลือแล้วเพราะ ATM กดไม่ได้ เพื่อนสนิทเราหันมาบอกเราว่า “แบมบี้ไม่ต้องห่วง เรามียืมเราได้เท่าไหร่ก็ได้ กลับโรงเรียนแล้วเอามาคืนก็ได้นะ” เรารู้สึกดีใจมากๆเลยค่ะ อยากจะร้องไห้ออกมาเลย ไม่นึกว่าจะเจอเพื่อนที่เข้าใจเราสุดๆ 
     นอกจากนี้คนญี่ปุ่นมักยึดติดกับคำว่า ‘กลุ่ม’ มากๆ และบางทีถ้าหากเขาไม่ได้สนใจอะไรเรา เขาจะไม่เห็นเราอยู่ตรงนั้น จะไม่ทัก ไม่อะไรเราทั้งสิ้นเลยค่ะ เหมือนเราไร้ตัวตนสุดๆ เราไม่ได้มีปัญหากับเพื่อนเท่าไหร่นะคะ เพียงแต่ว่า คนญี่ปุ่นเป็นคนที่เข้าถึงยากและเดาใจยากมากจริงๆ ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ เราเองก็ไม่เคยรู้เลยค่ะ 
   
     ที่โรงเรียนเราอยู่ชมรมบาสของโรงเรียนนี้ค่ะ ทุกวันจะซ้อมบาส 2-4 ชม. ในแต่ละครั้งถ้าเวลาเหลือ ชมรมบาสผู้หญิงและผู้ชายจะแข่งกันค่ะ ซึ่งเราก็ได้ร่วมแข่งเช่นกัน ในขณะที่แข่งอยู่เรากำลังไปปัดลูกของอีกฝ่าย แต่เกิดพลาดท่าเลยทำให้ล้ม ไหล่ขวาของเราเลยกระแทกกับพื้นแล้วเสียดสีกับพื้นค่ะ ทำให้ไหล่บวม เพื่อนทุกคนตกใจเลยช่วยกันหามตัวออกจากสนาม ในขณะเดียวกันน้องปี 1 อีกคนลงแข่งแทนค่ะ แต่เกิดปัญหาตรงที่น้องปี 1 คนนั้นแข่งไม่ไหว เราซึ่งเจ็บไหล่อยู่จึงต้องลงเล่นต่อทั้งๆ ที่เจ็บไหล่เพราะเพื่อนขอให้ลง
      แต่พอเล่นไปได้สักพัก เราเริ่มรู้สึกว่ายกไหล่ไม่ขึ้นเลยทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง เพื่อนอีกคนที่เราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ หันมาพูดว่า ‘ไม่ไหวแล้วจะมาทำไม’ ทำให้เรารู้สึกว่า ทั้งๆ ที่เขาขอร้องให้เราลงด้วยแท้ๆ แต่เขากลับพูดแบบนี้ มันทำให้เรารู้สึกกำลังใจหายไปเลย ทำให้คิดว่าเราเกะกะ เราเป็นตัวถ่วง อันนี้เป็นเพียงปัญหาส่วนหนึ่งที่เราเจอนะคะ แต่คำพูดของเพื่อนคนนั้นทำให้เราตั้งหลักแล้วคิดได้ว่า ‘ถ้าคิดว่าเราเป็นตัวถ่วง เราจะฝึกซ้อมให้มากกว่านี้และทำให้เขาเห็นว่าเราก็ทำได้เหมือนกัน’ 
   
    คนญี่ปุ่นเป็นคนจริงจังกับทุกอย่างค่ะ โดยเฉพาะการเล่นกีฬาทุกประเภท คนญี่ปุ่นเป็นคนที่จริงจังมาก ไม่ว่าจะซ้อมหรือแข่งจริง แต่พวกเขาก็สนุกกับการเล่นกีฬาที่พวกเขาชอบนะคะ เราไม่เพียงแต่เล่นบาสนะคะ เราอยู่ที่นี่เรายังได้แข่งแบตมินตันในสนามข้างนอกอีกด้วย กิจกรรมของเราในแต่ละวันจะมีแต่กีฬาทั้งนั้นเลยค่ะ กลับบ้านในแต่ละวันคือ 2 ทุ่มเกือบทุกวันเลยค่ะ ชมรมที่ญี่ปุ่นจริงจังสุดๆ เลยนะคะ ถ้าใครมาแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นต้องจัดเวลาดีๆ ไม่งั้นจะตีกับการเรียนได้ แต่ต้องบอกว่าเตรียมใจไว้ได้เลยกับการฝึกซ้อมอันแสนโหดของที่นี่นะคะ!
     ปัญหาอีกอย่างที่เจอคือ รุ่นพี่ของเราที่ได้เรียนอยู่จังหวัดฟุกุโอกะ รุ่นพี่เขาเป็นคนที่เก่งมากค่ะ เขาสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนที่ญี่ปุ่นให้มากมาย ได้ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ แต่เขากลับโดนโรงเรียนเหมือนแค่หลอกเอาไว้ใช้งานเท่านั้น รุ่นพี่ของเรากำลังจะเดินกลับประเทศไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทำให้เราคิดว่า ทั้งๆ ที่เราสร้างชื่อให้เขา แต่เขากับเห็นเราเป็นแค่เครื่องมือ ได้ชื่อเสียงแล้วพอใช้งานเสร็จก็ไม่ใยดี ไม่ห่วงใย อันนี้ในกรณีของรุ่นพี่เรานะคะ เรื่องการดูแลเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนของโครงการไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป ปัญหามักมีเสมอค่ะ 
   
     เราอยากจะเตือนทุกคนว่า การมาแลกเปลี่ยนไม่ได้เจอแต่เรื่องดีเสมอไปนะคะ เพราะเราเจอเรื่องลำบาก มันถึงทำให้เรามีชีวิตที่เข้มแข็งได้ถึงทุกวันนี้ เราเคยถูกคนที่ดูแลโครงการขู่ว่า ถ้าไม่ฟังไม่ทำตามเขา เขาจะทำให้วีซ่าของเราเหลือเพียงแค่ 1 เดือนและจะส่งตัวเรากลับประเทศไทยค่ะ นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่เรารู้สึกเสียใจกับการมาแลกเปลี่ยนมากค่ะ  แต่เราก็ต้องอดทนแล้วผ่านมันมาให้ได้ค่ะ ถึงแม้จะโดนเขาพูดด่าลับหลัง แต่เราก็ต้องยิ้มต่อไปค่ะ ตอนนี้เราขอสารภาพตรงๆ เลยว่า เรามีเรื่องที่ท้อแท้เยอะมากและรู้สึกผิดหวังมากค่ะ แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องสู้และต้องอดทนให้ได้มากที่สุด สนุกกับทุกวันที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และเดินต่อไปข้างหน้า ห้ามถอยหลังกลับค่ะ 
     ดราม่ากันเยอะแล้วขอแนะนำเรื่องราวดีๆ บ้างนะคะ กิจกรรมของโรงเรียนมีทั้งงานโรงเรียน ,การทัศนศึกษา (สี่วันสามคืน),การวิ่งมาราธอน,กีฬาสี และอื่นๆ อีกมากมาย เช่น งานโรงเรียนที่เรียกว่า [文化祭] หรือภาษาไทยคือ งานวัฒนธรรมนั่นเองค่ะ เราได้เป็นส่วนร่วมของโรงเรียน โดยการได้ร้องเพลงเดี่ยวในห้องประชุมใหญ่ และเป็นคนออกแบบโลโก้และกระดานห้องค่ะ รู้สึกตื่นเต้นมาก ทั้งๆ ที่นี่มันงานของคนญี่ปุ่น แต่เขาเลือกให้เราได้ไปแสดงต่อหน้าทุกคน เรารู้สึกดีใจมากค่ะ  ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานโรงเรียนที่ญี่ปุ่น 
   
     การทัศนศึกษาที่ญี่ปุ่นก็สนุกมากๆ ค่ะ จะไม่ค่อยเหมือนบ้านเราที่ไปเช้าเย็นกลับ ที่ญี่ปุ่นส่วนมากที่ญี่ปุ่นจะไปต่างเมือง แล้วค้างคืน 4 วัน 3 คืนค่ะ บางโรงเรียนมีจัดให้ไปต่างประเทศด้วยนะคะ อย่างเช่น นิวซีแลนด์ เกาหลี ไต้หวัน เป็นต้นค่ะ ทำให้เราได้ใช้ช่วงเวลาดีๆ กับเพื่อนที่ญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ส่วนมากการทัศนศึกษาจะได้ไปในระดับชั้นปี 2 ค่ะ นอกจากนี้ยังมีวิ่งมาราธอนและการเดินทางไกลค่ะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีในช่วงชีวิตเลยล่ะค่ะ ถึงแม้ว่าจะเจอเรื่องราวที่แย่มากมายกว่านี้แต่ยังไงก็ต้องเดินต่อไปค่ะ ตอนนี้เรายังเหลืออีกครึ่งทางที่ต้องสู้กับสิ่งที่ยังไม่เจอต่อจากนี้เช่นกันค่ะ 
   
     สุดท้ายเราอยากจะบอกสำหรับน้องๆ หรือเพื่อนๆ ที่จะมาแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่นหรือไม่ว่าจะประเทศอะไรก็ตาม อยากให้จำไว้ว่า “การมาประเทศญี่ปุ่น เวลา มารยาท กฎระเบียบ  คือสิ่งสำคัญที่เราต้องห้ามลืมเด็ดขาดเลยนะคะ!” และ ‘เขาก็เหมือนกับเรา เพียงแต่เขาไม่ใช่คนในบ้านเรา โลกของเขาไม่ได้สวยงามกว่าที่เราวาดไว้ เผื่อใจและเปิดใจมากๆ ในการอยู่ในประเทศต่างๆ ทำตามในสิ่งที่ถูกต้อง เดินต่อไปข้างหน้า อย่าได้ถอยหลังกลับ ในยามที่เราท้อยังมีคนอีกมากมายที่ยังคอยห่วงใยเราเสมอ นึกถึงเขาไว้ การเดินทางจะไม่สิ้นสุดลงหากเรายังไม่ได้ลงมือที่จะสู้กับมันนะจ๊ะ’ เมื่อผ่านจุดนั้นมาได้ เราจะเติบโตและเข้มแข็งกว่าใครๆ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ก็มีทั้งคนดีและไม่ดีเสมอไปนะคะ อย่ากลัวไปทำวันนี้ให้ดีที่สุดค่ะ ส่วนใครอยากพูดคุยกัน ก็ทวิตมาได้ที่ Twitter @bambieholo เลยค่ะ   
   

     ไม่ว่าใครก็ตามที่เคยไปอยู่ญี่ปุ่น ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันค่ะว่า คนญี่ปุ่นเป็นชาติที่เข้าใจยากจริงๆ เราแทบจะดูไม่ออกเลยว่าเค้ากำลังคิดอะไรอยู่ 0_0 ดังนั้นปีนี้ใครที่กำลังจะเดินทางไปเรียนต่อที่นั่น ก็อย่าลืมเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับดราม่าที่อาจจะเจอ(หรือเปล่า)ด้วยนะคะ ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแ่บ่งปันให้เพื่อนๆ อ่านบ้าง ก็เขียนและส่งมาที่ pay@dek-d.com เดี๋ยวนำมาลงให้แน่นอนจ้า
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pay

พี่เป้ - ผู้เขียน

มนุษย์บ้างานและบ้านวด ผู้ตกหลุมรักปลาแซลมอน การนอน และและออฟฟิศ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ญี่ปุ่น #นักเรียนแลกเปลี่ยน #เรียนนอก #ทุน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?