6 สัญลักษณ์ประจำฤดูร้อนของ "ญี่ปุ่น" หน้าร้อนมาแล้ว! []

วิว
      สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และวัฒนธรรมต่างประเทศสนุกๆ จากทั่วโลกเช่นเคย ^^ ช่วงปีสองปีนี้ ประเทศที่ดูเหมือนจะฮอตฮิตในหมู่คนไทยมากๆ คงจะเป็นที่ไหนไม่ได้เลยนอกจาก "ญี่ปุ่น" เพราะตั้งแต่ประเทศญี่ปุ่นยกเลิกวีซ่าท่องเที่ยวให้แก่คนไทย คนไทยก็ไปญี่ปุ่นเยอะมากกกกกกกกเลยค่ะ อย่างช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เรียกได้ว่ามีแต่คนเช็คอินญี่ปุ่นกันอย่างกับไปพัทยากันเลยทีเดียว 55555

       ตอนนี้ก็เข้าเดือนมิถุนายน ถือเป็นช่วงเข้าหน้าร้อนของญี่ปุ่นแล้ว^^ หลายคนเลือกที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงนี้ ถึงแม้อากาศจะค่อนข้างร้อน แต่ก็ไม่ต้องแบกเสื้อโค้ทหนาๆ ไป แถมท้องฟ้าก็ยังดูสดใส ถ่ายรูปยังไงก็ออกมาสวยแน่นอน...เราลองมาดูดีกว่าค่ะว่า ถ้าพูดถึง "ฤดูร้อน" ของญี่ปุ่น คนส่วนมากนึกถึงอะไรหรือมีอะไรที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดบ้าง??


       
      ถ้าพูดถึงหน้าร้อน คนญี่ปุ่นจำนวนมากจะนึกถึง "ทะนะบะตะ" ซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองตามดวงดาวของญี่ปุ่น โดยตำนานเดิมได้เล่าว่า ทางช้างเผือกได้ทำการแยกคู่รัก (โอริฮิเมะและฮิโคโบชิ) ออกจากกัน แต่อนุญาตให้เจอเพียงปีละหนึ่งครั้ง ซึ่งก็คือวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินสุริยจันทรคติที่ทั้งคู่จะข้ามทางช้างเผือกมาหากัน จึงเป็นที่มาของเทศกาลทานาบาตะที่จัดขึ้นทุกวันที่ 7 กรกฎาคม 

       ดังนั้นในวันที่ 7 กรกฎาคม จึงมีเทศกาลทะนะบะตะในหลายๆ ที่ ผู้คนจะตกแต่งบ้านด้วยต้นไผ่ เขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษแล้วนำไปผูกกับต้นไผ่เพราะเชื่อว่าคำอธิษฐานนั้นจะถูกส่งไปยังดวงดาว ใครยังไม่มีแฟน ก็จะขอพรให้ตัวเองได้เจอคู่ไวๆ ส่วนใครมีแฟนแล้ว ก็จะขอให้รักกันนานๆ ตกดึก หรือจะอธิษฐานขอเรื่องทั่วไป เช่น ขอให้มีความสุขหรือสุขภาพแข็งแรงก็ได้ เสร็จแล้วก็จะนั่งดูดาวกัน เพราะเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่ท้องฟ้าโปร่ง ดาวสวย เหมาะกับการนั่งดูดาวเพลินๆ ค่ะ พอวันรุ่งขึ้น ก็จะนำกระดาษที่เขียนคำอธิษฐานนี้มาเผาหรือลอยน้ำ


       และเพราะเทศกาลนี้เป็นสัญลักษณ์ของหน้าร้อน หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นจึงนิยมใส่ชุดกิโมโนของหน้าร้อน(ชุดยูกะตะ)ออกมาเดินเล่นในเทศกาลนี้กัน บางเมืองก็มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยค่ะ



       สถานที่เที่ยวที่ว่ากันว่าห้ามพลาดในหน้าร้อน คงต้องยกให้ "ภูเขาไฟฟูจิ" เพราะใครที่อยากปีนขึ้นล่ะก็ เดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมเป็นโอกาสทองแล้วล่ะค่ะ เพราะเป็นช่วงที่บนภูเขาไม่มีหิมะ อากาศไม่หนาว เดินได้สบายๆ ไม่อันตราย


        อีกที่ท่องเที่ยวที่เห็นรูปทีไรแล้วแทบจะกรี๊ดดดดออกมา คงต้องยกให้ "ทุ่งดอกลาเวนเดอร์" โดยเฉพาะที่เกาะฮอกไกโด เพราะจะบานเต็มที่ในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ที่ดังมากๆ ต้องยกให้ที่เมืองฟุระโนะเลยล่ะค่ะ สวยมากกกกกกกก >__<



        อีกหนึ่งสิ่งที่ถือเป็นสัญลักษณ์หน้าร้อนของญี่ปุ่นก็คือ "คอนเสิร์ต" (จะให้ดูคอนเสิร์ตกลางแจ้งในหน้าหนาวก็คงไม่ไหว) เพราะช่วงนี้จะมีการจัดคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ระดับประเทศเพียบ ศิลปินที่ขึ้นเวทีนั้นก็ตัวท็อปๆ มีทั้งศิลปินญี่ปุ่นเองและศิลปินต่างชาติ เรียกว่าเป็นงานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เยอะมากเลยล่ะค่ะ 

       สำหรับคอนเสิร์ตเด่นๆ คงต้องยกให้ Summer Sonic ซึ่งจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2000 โดยในปี 2014 จะจัดในวันที่ 16-17 สิงหาคมที่โตเกียวและโอซาก้า ราคาบัตรเข้าชมต่อวันอยู่ที่ 15,500 เยนหรือประมาณ 4,500 บาท ที่สำคัญผู้เข้าชมจะต้องอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะศิลปินที่มาเล่นนั้นเป็นแนวร็อกๆ แรงๆ ทั้งนั้นเลย

        อีกงานที่เด่นไม่แพ้กันก็คือ Fuji Rock Festival คอนเซ็ปต์ของงานจะเน้นการจัดคอนเสิร์ตบนภูเขา ห่างไกลในเมือง มีบรรยากาศที่หาไม่ได้จากที่ไหน สำหรับปีนี้จะจัดในวันที่ 25-27 กรกฎาคม ที่สกีรีสอร์ทเนบะ จังหวัดนิอิงะตะ



       พูดถึงผลไม้คลายร้อน คงไม่มีผลไม้ไหนเกิน "แตงโม" แน่นอน บ้านเราจะทานแตงโมเปล่าๆ แต่ชาวญี่ปุ่นจะนิยมทานแตงโมจิ้มเกลือ สำหรับราคาแตงโมที่ญี่ปุ่นนั้นก็แล้วแต่เกรดและสายพันธุ์ แต่โดยมากก็แพงกว่าบ้านเรามากกกก บ้านเราลูกไม่กี่สิบบาท แต่ของญี่ปุ่นนั้นส่วนมากก็ 500 เยนหรือ 150 บาทขึ้นไป ^^ 

       อีกผลไม้ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ "เมลอน" เพราะเมลอนญี่ปุ่นนี่โด่งดังมากเลยทีเดียว หลายๆ ร้านนำเมลอนมาหั่นแล้วเสียบไม้ขาย ทานให้ฟินในหน้าร้อนนี้ไปเลย ราคาก็ตกไม้ละ 100 เยนหรือ 30 บาทค่ะ



       ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตดอกไม้ไฟและพลุมากค่ะ ว่ากันว่าดอกไม้ไฟและพลุที่นำมาแสดงในงานใหญ่ๆ ของบ้านเราก็นำเข้าจากญี่ปุ่นไม่น้อยเลย ดังนั้นไปญี่ปุ่นในหน้าร้อนทั้งที จะพลาดเทศกาลดอกไม้ไฟหรือ "ฮะนะบิ" ได้ยังไงล่ะ! 


        ที่ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างคงต้องยกให้ Sumida River Fireworks หรือเทศกาลดอกไม้ไฟริมแม่น้ำซูมิดะ ในกรุงโตเกียว ถือเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่มากที่สุดของประเทศ โดยจะจัดในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม (ปีนี้ตรงกับวันที่ 26) ไม่ใช่แค่สีสันและความอลังการนะคะ ใครอยากเห็นพลุเป็นรูปคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่นล่ะก็ ได้เห็นแน่ๆ



        รู้กันดีว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศมุ้งมิ้ง^^ โดยเฉพาะพวกขนมนี่คือจะน่ารักไปไหนกัน นอกจากนี้ ในแต่ละฤดู เราจะได้ทานขนมที่แตกต่างกันไปด้วยค่ะ เช่น หากเป็นฤดูใบไม้ผลิ เราจะมีช็อกโกแล็ตรสดอกซากูระ พอมาเป็นฤดูร้อน เราก็จะได้ทานขนมที่มีเฉพาะฤดูนี้ (อารมณ์เหมือนที่เราได้ทานไอศกรีมมะม่วงบ่อยมากในหน้าร้อนนั่นเองค่ะ)

        อย่างขนมชื่อดังอย่างกูลิโกะป๊อกกี้ประจำหน้าร้อน 2014 ก็ทำออกมาเป็นรสชาติเบอรี่และรสมะพร้าว หรือเมื่อปีที่แล้ว ช็อกโกแล็ตคิทแคทก็ทำรสเสาวรสออกมาขายเฉพาะในหน้าร้อนค่ะ ถือเป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่น่าลองจริงๆ 
   



       เชื่อว่าคงมีน้องๆ หลายคนมีแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเร็วๆ นี้ เพราะนอกจากจะไม่ต้องใช้วีซ่าแล้ว เดี๋ยวนี้ค่าตั๋วเครื่องบินยิ่งถูกลงทุกวันเพราะมีสายการบินเปิดใหม่เพียบเลย และถ้าใครจะไปในหน้าร้อนนี้ ก็อย่าลืมหาโอกาสไปเที่ยวไปชม 6 สิ่งข้างบนที่นำมาฝากกันด้วยนะคะ^^

Special Thanks : Canntfindserver
ภาพประกอบ : sentabi.jp,go4fresh.in,global.ralphlauren.com,metropolis.co.jp/
tokyofashion.com/,kinoshitakazuki.com/,wired2theworld.com
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pay

พี่เป้ - ผู้เขียน

มนุษย์บ้างานและบ้านวด ผู้ตกหลุมรักปลาแซลมอน การนอน และและออฟฟิศ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ญี่ปุ่น #ท่องเที่ยว #ฤดูร้อน #ป๊อกกี้ #โตเกียว #ยูกาตะ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?