/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ชำแหละทุนรัฐบาลเกาหลี(ป.ตรี) เตรียมเอกสารสมัครยังไงให้ได้ทุน! []

วิว

                     
                   
                       สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... มาเจอกับ พี่เป้ และ KoreanKori เช่นเคย
                       ใกล้ถึงเดือนกันยายนของทุกปีทีไร เด็กม.6 หลายคนคงใจตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะนั่น
                       หมายความว่า ทุนรัฐบาลเกาหลีระดับปริญญาตรีจะเปิดรับสมัครนั่นเอง!! บางคน
                       เฝ้าเล็งมาหลายปีตั้งแต่ม.ต้น พอขึ้นม.6 ปุ๊บ ก็เตรียมตัวปั๊บ วันนี้มีเคล็ดลับดีๆ
                       เกี่ยวกับการเตรียมเอกสารเพื่อสมัครทุนนี้โดยเฉพาะมาฝากค่ะ


เกรดเฉลี่ย  

       ตามระเบียบการ ทุนรัฐบาลเกาหลีกำหนดว่า ผู้ที่สามารถสมัครทุนนี้ได้ต้องมีเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำที่ 2.64/4.00 (4 เทอม) ถือว่าเปิดโอกาสให้น้องๆ ที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไปให้สมัครได้

        แต่ในความเป็นจริงแล้ว น้องๆ ที่ได้รับทุนก็มักเป็นระดับเกรดสูงลิ่ว ระดับ 3.7 ขึ้นไปแทบจะทุกคน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทุนรัฐบาลเกาหลีหรอกค่ะ ทุนส่วนมากมักจะพิจารณา "เกรดเฉลี่ย" เป็นอันดับต้นๆ เพราะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า เกรดเฉลี่ยเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดเพื่อแสดงถึงความตั้งใจเรียนในห้องว่าคนๆ นั้นมีความรู้ด้านวิชาการมากแค่ไหน ดังนั้นหากน้องๆ ม.4-5 คนไหนที่ได้มาอ่านล่ะก็ ยังมีเวลาฟิตเกรดอยู่นะ!
     
        ส่วนใครเกรดไม่ค่อยสวยงามแต่อยากลองสมัคร ก็อย่าเพิ่งใจเสีย ถ้ามีคุณสมบัติอื่นๆ ในข้อถัดไป ก็พอไหวอยู่นะ!


ผลสอบภาษา  
     
       อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ "ภาษา" ทุนรัฐบาลเกาหลีไม่ได้กำหนดว่า ผู้สมัครจำเป็นต้องมีความรู้ภาษาเกาหลีเพราะทุนจะให้เรียนภาษาก่อน 1 ปีอยู่ดี (แต่ถ้าใครมีก็ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบคู่แข่งคนอื่นๆ) ดังนั้นภาษาที่ควรได้คือ "ภาษาอังกฤษ" ค่ะ แว่วมาว่า ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากใบสมัครให้เข้าไปในรอบสัมภาษณ์นั้น ส่วนมากก็มีผลสอบภาษาอังกฤษยื่นตอนสมัครกันทั้งนั้นเลยค่ะ ดังนั้นใครจะมาโอดครวญว่า พี่คะ หนูไม่มีผลสอบภาษาอังกฤษ จะสมัครได้มั้ย?? คำตอบคือได้แน่นอน แต่คนที่มีเค้าก็จะมีโอกาสมากกว่าเห็นๆ 


       แล้วจะรออะไรอยู่ ไปรีบสมัครสอบกันด่วนๆ เลย ที่ง่ายที่สุดเห็นจะเป็นการสอบ "โทอิค" สามารถสอบได้ทุกวัน ผลสอบก็ออกเร็วทันใจ ค่าสมัครก็ไม่แพงเกินไป อ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลย เรื่องลับๆ ที่ต้องรู้ของ TOEIC 


แฟ้มสะสมผลงาน  

       หรือ พอร์ตฟอลิโอนั่นเอง สำคัญคือต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เพราะกรรมการที่พิจารณาก็มีที่เป็นคนเกาหลีด้วยซึ่งคงอ่านภาษาไทยไม่ออกแน่ๆ แฟ้มสะสมผลงานควรรวบรวมผลงานที่เราเคยเข้าประกวด(จะได้หรือไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร)หรือค่ายต่างๆ ที่เข้าร่วมมาใส่ไว้ ยิ่งหากเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ "สาขาที่เราสมัครเรียน" หรือ "ภาษาเกาหลีหรือประเทศเกาหลีใต้" จะยิ่งดีค่ะ จะทำให้กรรมการรู้สึกว่าเรามีความสนใจในสาขาที่ต้องการสมัครจริงๆ หรือมีความสนใจในประเทศเกาหลีใต้จริงๆ 

       เอาจริงๆ ทางทุนก็ไม่ได้บังคับว่าผู้สมัครทุกคนต้องส่งแฟ้มสะสมผลงาน แต่ในความคิดพี่ มันเป็นสิ่งที่ "ควรต้องส่ง" เลยทีเดียวค่ะ 

       ขอบคุณตัวอย่างแฟ้มสะสมผลงานของน้องเฟรม ผู้ได้รับทุนรัฐบาลเกาหลีระดับปริญญาตรี ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยยอนเซ 

Slide Show

ุPortfolio



เรียงความ และ แผนการศึกษา  

       เป็นเอกสารอีก 2 อย่างที่เราต้องคิดและเขียนเอง(ห้ามลอกจากที่อื่น)และส่งไปพร้อมกับใบสมัครด้วย โดยเรียงความนั้นคือเรียงความที่อธิบายเกี่ยวกับตัวเรา เพื่อให้ทางกรรมการได้รู้จักเรามากขึ้น บอกจุดมุ่งหมายและความตั้งใจในการเลือกเรียนสาขานี้ ให้รู้สึกว่าเราคือคนที่เหมาะสมที่เค้าควรจะต้องเลือก

        ส่วนแผนการศึกษาจะเน้นว่า เมื่อจบแล้วเราจะนำความรู้ที่ได้จากการเรียนนี้ไปทำงานอะไร สนใจเรียนรายวิชาไหน สนใจศึกษาเรื่องไหนเป็นพิเศษ อะไรทำนองนี้ค่ะ แน่นอนว่าเราต้องเข้าไปหาข้อมูลรายวิชาเพิ่มเติมจากทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม

       โดยทั้งเรียงความและแผนการศึกษาต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาเกาหลี (ภาษาอังกฤษน่าจะง่ายกว่าเนาะ) ใครที่กลัวว่าจะเขียนไม่ถูกหลักไวยากรณ์ ก็ไม่ต้องซีเรียสค่ะ แนะนำให้น้องๆ ลองเขียนเป็นภาษาไทยดูก่อน จากนั้นค่อยๆ แปลเป็นภาษาอังกฤษ เขียนให้ดีเท่าที่จะเขียนได้ จากนั้นอาจขอความช่วยเหลือวานให้เพื่อนที่เก่งภาษาอังกฤษช่วยตรวจให้ก็ได้ค่ะ 


       ส่วนตัวที่พี่เคยอ่านเรียงความและแผนการศึกษาของน้องๆ ที่ได้รับทุน บอกตรงๆ ว่าเค้าไม่ได้ใช้ศัพท์หรูเวอร์อลังการวิชาการอะไรเลยค่ะ แค่ใช้ไวยากรณ์ให้ถูกต้องรวมถึงอ่านแล้วเข้าใจง่าย เพราะหากน้องๆ ไปจ้างให้คนอื่นเขียนให้แล้วเค้าใช้ศัพท์เทพมากๆ แต่ผลสอบโทอิกที่เราส่งแนบไปด้วยนั้นได้คะแนน 500 กว่าๆ แค่นี้กรรมการอ่านดูก็รู้แล้วค่ะว่าเราไม่ได้เขียนเองแน่นอน ว่ามั้ย


สาขา-คณะที่เลือกได้  
     
      เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เพราะระเบียบการของทุนจะแนบรายชื่อมหาวิทยาลัยที่เราสามารถเลือกได้มาให้ และจะบอกด้วยว่าแต่ละมหาวิทยาลัยอนุญาตให้เราเลือกสาขาอะไรได้บ้าง ถึงอย่างนั้นก็ยังมีน้องๆ มาถามอยู่ดีว่า หนูเลือกสาขานี้ๆๆ ได้มั้ยคะ (ทำไมไม่อ่านล่ะลูก = =") เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องค่อยๆ ศึกษาให้ดีค่ะว่าที่ไหนเปิดสอนสาขาที่เราอยากเรียนบ้าง หรือบางทีอยากเรียนคณะแพทยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยโคเรีย แต่ในลิสต์ที่ให้มา มหาวิทยาลัยโคเรียไม่มีคณะแพทยสาสตร์ให้เลือก แบบนี้ก็เลือกไม่ได้ค่ะ


ต้องเรียนภาษาเกาหลีก่อนเป็นเวลา 1 ปี  

       ดังนั้นระยะเวลารับทุนของเราคือ 5 ปี คือเรียนภาษา 1 ปี + เรียนปริญญาตรีอีก 4 ปี ซึ่งที่ที่เราจะได้เรียนภาษาเกาหลีก็เป็นสถาบันภาษาเกาหลีในมหาวิทยาลัย มักไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่เราจะได้เรียนปริญญาตรีค่ะ บางคนได้ทุนไปเรียนมหาวิทยาลัยยอนเซ แต่ตอนช่วงปีแรกต้องไปเรียนภาษาเกาหลีที่มหาวิทยาลัยต่างจังหวัด พอเรียนภาษาจบ ก็ค่อยกลับเข้ามาในโซลเพื่อเรียนที่มหาวิทยาลัยยอนเซ


       ปกติแล้วการเรียนภาษาเกาหลีจะมี 6 ระดับ (ง่าย-ยาก) หากไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลย ในเวลา 1 ปีจะเรียนได้ 4 ระดับ ซึ่งก็ถือว่าผ่านเกณฑ์ที่ใช้เข้าเรียนปริญญาตรีได้ค่ะ


เอกสารทุกอย่างต้องนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ  
     
      หลักๆ เลยก็คือใบรับรองความเป็นนักเรียนจากโรงเรียนว่าเราเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จริงๆ (หากเด็กซิ่วจะสมัครก็จะเป็นใบรับรองว่าเรียนจบมัธยมปีที่ 6 แล้ว) อีกใบที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ใบแสดงผลการศึกษาหรือใบที่จะบอกว่าแต่ละวิชาที่เคยเรียนนั้นได้เกรดอะไรบ้าง หากโรงเรียนสามารถออกเป็นภาษาอังกฤษได้ก็ถือว่าโชคดีไปค่ะ แต่ถ้าโรงเรียนใครมีแต่ฉบับภาษาไทย น้องๆ ก็สามารถนำไปแปลได้ที่ร้านรับแปลเอกสาร หาได้ไม่ยากตามมุมถนนทั่วไป(หรือเซิร์ชจากอินเตอร์เน็ตก็ได้) ค่าแปลตกใบละ 200-400 บาท 

       เอกสารอีกใบที่ต้องนำไปแปลเพื่อยื่นในการสมัครด้วยคือ เอกสารแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดาและตัวเราว่าเป็นพ่อแม่ลูกกันจริงๆ ที่ชัดเจนสุดเห็นจะเป็น "สูติบัตร" ก็ให้นำไปแปลเช่นเดียวกันค่ะ แต่เนื่องด้วยเอกสารตัวนี้เป็นเอกสารสำคัญทางราชการ เมื่อแปลแล้ว ต้องให้หน่วยราชการ(กงสุล)ประทับตรายืนยันว่าแปลถูกต้อง ซึ่งร้านรับแปลเอกสารก็มักจะมีบริการนำไปให้กงสุลรับรองพ่วงด้วย เราก็จ้างให้เค้าทั้งแปล + นำเอกสารไปรับรองให้ อารมณ์วันสต็อปเซอร์วิสนั่นแล

        ส่วนพวกใบประกาศต่างๆ ที่จะนำมาใส่ในแฟ้มสะสมผลงาน น้องๆ สามารถแปลเองได้ค่ะ


                      
                         ณ วันนี้ (22 สิงหา) ระเบียบการยังไม่ออกมาค่ะ คิดว่าอีกไม่กี่วันน่าจะคลอด
                         แล้วจะรีบนำมาแจ้งด่วนๆๆ ใครจะสมัครก็เตรียมตัวเตรียมเอกสารให้พร้อมฃนะ!
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pay

พี่เป้ - ผู้เขียน

มนุษย์บ้างานและบ้านวด ผู้ตกหลุมรักปลาแซลมอน การนอน และและออฟฟิศ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ทุน #เกาหลี #ทุนรัฐบาลเกาหลี #ปริญญาตรี

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?