/>

5 สุดยอดคุณพ่อจากทั่วโลก []

วิว
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ในที่สุดก็ถึงเดือนสุดท้ายของปีแล้ว นอกจากจะเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า ก็ยังเป็นเดือนแห่งวันพ่อด้วย น้องๆ ทำกิจกรรมอะไรร่วมกับคุณพ่อในวันพ่อบ้างคะ วันนี้ พี่พิซซ่า รวบรวมเรื่องราวของคุณพ่อสุดแสนจะเท่จากทั่วโลกมาฝากค่ะ ลองไปดูกันดีกว่าว่าความรักของพ่อยิ่งใหญ่แค่ไหน


คุณพ่อผู้ใส่กระโปรงเป็นเพื่อนลูกชาย


     Nils Pickert คุณพ่อชาวเยอรมันผู้นี้เล่าให้ฟังว่าลูกชายวัย 5 ขวบของเขาชอบใส่เดรสมาก เมื่อตอนที่ยังอยู่เบอร์ลิน ลูกชายของเขาชอบใส่ชุดกระโปรงไปโรงเรียนเตรียมอนุบาล แต่เมื่อย้ายบ้านไปอยู่ทางตอนใต้ของเยอรมนีซึ่งผู้คนส่วนมากหัวโบราณ เรื่องนี้ก็กลายเป็นปัญหา
     แม้เด็กชายตัวน้อยจะยังชอบใส่กระโปรงเหมือนเดิมแต่พอใส่ในเมืองนี้ทุกคนจะมองด้วยสายตารังเกียจ มีคนซุบซิบนินทาตามหลังจนลูกชายของเขากลัว Nils จึงตัดสินใจว่าเขาต้องเป็นพ่อที่ดีที่เลี้ยงลูกโดยยึดหลักความเท่าเทียมทางเพศจริงๆ ไม่ใช่แค่ลมปาก เขาจึงสนับสนุนลูกของเขาโดยใส่กระโปรงเป็นเพื่อน ทำให้ตอนนี้เวลาโดนคนในเมืองมองเด็กชายก็ไม่กลัวสายตาของพวกเขาแล้ว ส่วนตัวคุณพ่อเองก็ไม่สนใจเวลามีคนบอกว่าการกระทำของเขาเป็นเรื่องไร้สาระเช่นกัน


คุณพ่อสไปเดอร์แมน

Clip

คุณพ่อสไปเดอร์แมน


 

     Jayden Wilson เป็นเด็กชายวัย 5 ขวบจากประเทศอังกฤษ คุณหมอเพิ่งตรวจพบว่าเขามีเนื้องอกในก้านสมองระดับรุนแรงที่สุดและจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 1 ปีเท่านั้น Mike Wilson คุณพ่อของเจเดนจึงตัดสินใจว่าจะพายอดมนุษย์คนโปรดของเจเดนไปงานวันเกิดของลูกชายเพื่อสร้างกำลังใจให้หนูน้อย


     ไมค์จึงสวมชุดสไปเดอร์แมน (ที่ดูดีมากๆ) กระโดดลงมาจากหลังคาเพื่อเซอร์ไพรซ์เจเดนซึ่งไมค์เป็นนักกีฬาผาดโผนอยู่แล้ว ท่าทางต่างๆ ที่เขาทำจึงออกมาเหมือนสไปเดอร์แมนสุดๆ แม้แต่ลีลาการพูดยังเหมือนกันเลย ไมค์ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่าวินาทีที่เขากระโดดลงมาจากหลังคาและได้เห็นสีหน้าของเจเดนนั้น เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด (ล่าสุดน้องเจเดนเสียชีวิตแล้วนะคะ T^T)


คุณพ่อผู้เข็นลูกชายจนเข้าเส้นชัย

     เมื่อปี 1977 Rick Hoyt บอกพ่อของเขาว่าเขาอยากเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้เล่นกีฬาลาครอสที่ประสบอุบัติเหตุจนเป็นอัมพาต แม้ริคจะเป็นอัมพาตทั้งแขนและขาและสมองพิการ แต่ริคก็ยังอยากช่วยเหลือคนอื่นเช่นกัน Dick Hoyt พ่อของเขาจึงตกลงที่จะเป็นผู้เข็นรถเข็นของลูกชายจนเข้าเส้นชัย


     ทั้งคู่ร่วมวิ่งเป็นระยะทาง 8 กิโลเมตรจนเข้าเส้นชัยเป็นคนรองสุดท้าย ริคบอกกับพ่อว่าเวลาที่พ่อเข็นเขาวิ่งนั้น มันทำให้เขารู้สึกว่าไม่ได้เป็นคนพิการ สองพ่อลูกจึงตั้ง "ทีมฮอยท์" ขึ้นเพื่อเข้าร่วมการแข่งกันกว่า 1,000 ครั้งตลอด 37 ปีมานี้ ทั้งมาราธอน กีฬากรีฑา และกิจกรรมการกุศลต่างๆ ครั้งหนึ่งดิกต้องปั่นจักรยานโดยพ่วงลูกชายไปด้วยในการแข่งขันปั่นจักยานทั่วประเทศเป็นระยะทาง 6,010 กิโลเมตรในระยะเวลา 45 วัน ซึ่งทั้งคู่ก็ทำสำเร็จ คำขวัญของทั้งคู่คือ “Yes, you can!” หรือ "ใช่ คุณทำได้"


     ริครู้ดีว่าพ่อของเขาต้องพยายามและเสียสละมากแค่ไหนเพื่อทำให้เขามีความสุขมาโดยตลอด ความหวังสูงสุดในชีวิตเขาคืออยากให้พ่อได้เป็นคนนั่งพักสบายๆ โดยมีเขาเป็นคนเข็นรถให้บ้าง


2 คุณพ่อที่ช่วยกันตามหาลูกชายที่ถูกแม่ลักพาตัวไป

     Maria Pfeifer สตรีชาวสโลวาเกียเคยแต่งงานกับชายสหรัฐ 2 คนเป็นเวลาสั้นๆ และเธอได้ให้กำเนิดบุตรชายกับสามีแต่ละคน หลังการหย่าร้างก็มีการต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อแย่งสิทธิการเลี้ยงดูลูก ซึ่งอดีตสามีทั้ง 2 คนของเธอได้เป็นผู้ดูแลหลักของลูก ส่วนเธอก็ได้สิทธิให้ไปเยี่ยมได้เป็นครั้งคราว จนในปี 2012 เธอก็ยื่นคำร้องต่อศาลขอพาลูกชายทั้ง 2 คนไปเที่ยวเช็กและสโลวาเกีย ซึ่งศาลก็อนุญาตและให้เธอพาลูกๆ กลับมาส่งที่อเมริกาในวันที่ 1 กรกฎาคม 2012 แต่พอถึงวันนั้นจริงๆ เธอก็ไม่กลับมา


     Larry Hummel และ Robert Pfeifer อดีตสามีทั้ง 2 ของเธอพยายามติดต่อไป เธอก็อ้างว่าลูกป่วย และและนัดวันกลับใหม่ แต่เมื่อคุณพ่อทั้ง 2 ไปรอรับลูกที่สนามบินอีกครั้ง ก็ไม่มีทั้งแม่และลูกเช่นเคย แถมคราวนี้ติดต่อกลับไปไม่ได้อีกแล้วด้วยเลย คุณพ่อทั้ง 2 จึงร่วมมือกันตามหาลูกชายของพวกเขา ทั้งแจ้งความ ออกสื่อ สร้างเว็บไซต์ โพสต์รูปตามเพจต่างๆ ในเฟซบุ๊ค ให้คนทั่วโลกช่วยตามหาลูกๆ ที่น่าจะอยู่ในยุโรปตอนนั้น จนต้นปี2013 มีคนเจอผู้หญิงที่คล้ายมาเรีย กำลังอยู่กับเด็กผู้หญิง 2 คนในสโลวาเกีย จึงแอบถ่ายคลิปมาให้ดู


คุณพ่อ Robert Pfeifer และลูกชายวัย 10 ขวบ เมื่อทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้ง

     มาเรียปล่อยให้ลูกๆ ผมยาวและหาเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงมาให้ใส่ และยังพาทั้งคู่ไปสมัครเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่งในฝรั่งเศสในฐานะเด็กผู้หญิงด้วย ไม่ว่าใครมาเห็นก็คิดว่าทั้งคู่เป็นพี่้น้องผู้หญิงทั่วไป หลังได้เบาะแส FBI ก็ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อตามตัวเด็กคืนมา จนกระทั่งตำรวจฝรั่งเศสจับตัวมาเรียได้ในเดือนธันวาคม 2013


Larry Hummel และ Sasha ลูกชายวัย 5 ขวบ
ในวันที่ซาช่าเรียนจบอนุบาลหลังกลับมาเรียนต่อที่สหรัฐ

     หลังแยกจากกันกว่าปีครึ่ง ในที่สุดลูกๆ ก็ได้กลับบ้านที่สหรัฐอเมริกา คุณพ่อทั้ง 2 ให้สัมภาษณ์ว่าการเลี้ยงลูกให้โตมาโดยมีทั้งพ่อและแม่ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในเมื่อแม่ของพวกเขาทำแบบนี้ก็เลยจำเป็นต้องขอคำสั่งศาลห้ามแม่เข้าใกล้ลูกๆ อีก


คุณพ่อที่ปลอมเป็นขอทานเพื่อตามไปช่วยลูก

     เรื่องนี้ยิ่งกว่าภาพยนตร์เรื่อง Taken อีกค่ะ ในภาพยนตร์เป็นเรื่องของคุณพ่ออดีตสายลับที่ตามไปช่วยลูกสาวจากกลุ่มค้ามนุษย์ที่ลักพาตัวลูกสาวขณะไปเที่ยวฝรั่งเศส ส่วนเรื่องจริงนี้เป็นเรื่องของคุณพ่อชาวอินเดียที่ตามไปช่วยลูกชาย 3 คนถึงเนปาลจากพวกค้าเด็กไปเป็นแรงงานทาสค่ะ


Image courtesy of Twentieth Century Fox

     หลังหมู่บ้านโดนน้ำท่วมทำลายเสียหายในปี 2013 จักรามจึงจากครอบครัวมาเป็นคนงานก่อสร้างอีกเมืองหนึ่ง แต่เมื่อเขากลับบ้านภรรยาก็บอกข่าวร้ายกับเขาว่าลูกชายทั้ง 3 คนถูกแก๊งค์ค้ามนุษย์จับตัวไป เมื่อทราบว่าลูกๆ ถูกจับตัวไปยังเนปาล จักรามจึงจำนองที่ดินและเดินทางไปยังเนปาลเพื่อตามหาลูกๆ


Image courtesy of David L. Parker at www.childlaborphotographs.com
ภาพแรงงานเด็กในเนปาล

     จักรามต้องปลอมตัวเป็นขอทาน เป็นคนเร่ร่อน และเป็นแรงงานก่อสร้างเพื่อไม่ใช้พวกแก๊งค์ค้ามนุษย์สงสัย ในที่สุดเขาก็เห็นลูกๆ ของเขาถูกใช้แรงงานในโรงงานสร้างอิฐ ลูกๆ ต้องทำงานตั้งแต่ตีสามถึงห้าโมงเย็นโดยได้ทานอาหารแค่ 2 มื้อต่อวัน แต่บริเวณโดยรอบมีรั้วและคนคุมแน่นหนาจนหาช่องว่างเข้าไปช่วยไม่ได้เลย เขาจึงปลอมเป็นแรงงานปะปนไปกับพวกคนงานที่เป็นผู้ใหญ่ จักรามเจอเด็กจากหมู่บ้านอีก 4 คน เขาจึงขอให้เด็กๆ ช่วยปิดเรื่องตัวตนของเขาเป็นความลับ


จักรามและลูกๆ ทั้ง 3 หลังผ่านเหตุการณ์เลวร้าย

     คืนหนึ่งเมื่อสบโอกาส จักรามก็พาเด็กๆ ทั้ง 7 คนหนีไปซ่อนตัวในทุ่งใกล้กับสถานีรถประจำทางที่จะพาพวกเขากลับบ้านได้ในตอนเช้า แต่แก๊งค์ชั่วก็มาเจอตัวพวกเขาซะก่อน และลากกลับไปซ้อมปางตาย จักรามจึงแกล้งยอมแพ้และจะยกเด็กๆ ให้แก๊งค์ไปเลยถ้าปล่อยเขากลับบ้าน ซึ่งพวกแก๊งค์ก็หลงเชื่อ แต่เมื่อเป็นอิสระ จักรามก็รีบแจ้งความทำให้ตำรวจบุกไปจับกุมพวกโรงงานนรกนี้ได้และปล่อยตัวเด็กๆ กว่าร้อยชีวิตเป็นอิสระ องค์กรต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือส่งเด็กๆ กลับหมู่บ้าน

     ตอนนี้ลูกชายวัย 10, 13 และ 15 ปีของจักรามได้กลับไปเรียนหนังสือ และอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อแม่อีกครั้ง ส่วนจักรามก็เปิดร้านขายของในหมู่บ้าน เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องจากบ้านไปอีก


     เป็นยังไงบ้างคะกับเรื่องราวทั้ง 5 เรื่องที่พี่นำมาฝากวันนี้ ใครที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องราวของสุดยอดคุณแม่ก็สามารถตามไปอ่านได้ที่นี่นะคะ คุณพ่ออาจแสดงออกไม่เก่งเท่าคุณแม่ แต่ท่านก็รักเรามากเช่นกัน ฉะนั้นอย่าลืมเป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่นะคะ ส่วนคุณพ่อใครมีวีรกรรมเด็ดกว่านี้ก็สามารถเล่าได้ด้านล่างเลยค่ะ




ขอบคุณ
www.buzzfeed.com/ryanhatesthis/this-dad-surprised-his-son-dressed-as-spiderman
cheezburger.com/6544878592, www.oddee.com/item_98992.aspx
www.teamhoyt.com/Gallery.html, abc7.com/archive/9499706/
www.dailynews.com/social-affairs/20131228/abducted-children-return-to-los-angeles-with-their-fathers
twentytwowords.com/badass-dad-follows-sons-300-miles-disguised-as-a-beggar-to-rescue-them-from-slavery/
www.hindustantimes.com/india-news/man-treks-his-way-to-nepal-to-rescue-kids-from-trafficking/article1-1274849.aspx
www.facebook.com/BringSashaHome/photos_stream
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pizza

พี่พิซซ่า - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ฝ่ายเรียนต่อนอก

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#คุณพ่อ #วันพ่อ #father's day #วันพ่อแห่งชาติ #Taken

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?