/>
ซ่อน
แสดง
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

แนะนำ MIT สถาบันชั้นนำในฝัน(ระดับโลก)ของเด็กวิทย์-คณิต []

วิว
        MIT ย่อมาจาก Massachusetts Institute of Technology (สถาบันเทคโนโลยีแห่งรัฐแมสซาชูเซตส์) เป็นสถาบันเก่าแก่ของอเมริกาที่ขึ้นชื่อเรื่องการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอันดับต้นๆ ของโลก ใครได้ยินก็คงจะคิดว่าที่นี่เข้ายาก คงมีแต่อัจฉริยะไปเรียน อ๊ะๆ อย่าเพิ่งถอดใจไปค่ะ มาดูก่อนว่า MIT เขามีเกณฑ์คัดเลือกคนยังไง “พี่น้อง” รับรองว่าไม่ยากอย่างที่คิดแน่ๆ

Madcoverboy via en.wikipedia.org

MIT สอนอะไร?

        MIT นั้นแบ่งเป็น 5 คณะหลัก ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์, การจัดการ, สถาปัตยกรรมศาสตร์, และมนุษยศาสตร์ ศิลปะ และสังคมศาสตร์ ที่เด่นๆ ก็จะเป็นสาขาด้านวิทย์-คณิตมากกว่าด้านศิลป์ และเน้นการวิจัยและการปฏิบัติมากกว่านั่งเรียนทฤษฎีอย่างเดียว
 

การสมัครเรียน

        สำหรับระดับปริญญาตรี MIT มีโควตารับนักศึกษาต่างประเทศทั้งหมดไม่เกิน 150 คน จากผู้สมัครทั้งหมดราวๆ 18,000 คน (สถิติจากภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วงปี 2015) ที่ต้องจำกัดการรับเพราะที่นี่ให้สิทธินักศึกษาต่างชาติเท่ากับนักศึกษาอเมริกัน เมื่อเราเข้าเรียนที่นี่ได้แล้ว สิทธิการขอทุนสนับสนุนด้านการศึกษาต่างๆ เราขอได้เท่ากับคนอเมริกันเลย ไม่มีการแบ่งแยก ต่างจากสถาบันอื่นๆ ที่มักจะมีทุนให้เฉพาะนักศึกษาที่เป็นพลเมืองอเมริกันเท่านั้น
        การสมัครเรียนที่ MIT จะแบ่งเป็น 2 รอบ เรียกว่า
  • Early Action (EA) เริ่มเปิดรับสมัครเดือนตุลาคม
  • Regular Action (RA) เริ่มเปิดรับสมัครเดือนธันวาคม
        สองรอบนี้ไม่ได้ต่างกันค่ะ แค่แบ่งเพื่อที่กรรมการจะได้มีเวลาสแกนผู้สมัครเรียนเท่านั้นเอง ไม่ต้องกลัวว่ารอบไหนคนเยอะแล้วจะมีโอกาสน้อยกว่า ถ้าเราเจ๋งจริง ยังไงเขาก็รับเราไว้ค่ะ

ขั้นตอนการสมัครเรียน

  1. ให้เราสมัครเป็นสมาชิก MyMIT เอาไว้รอเลย MyMIT คือระบบการรับสมัครของสถาบันนี้โดยเฉพาะ (คล้ายๆ สมัครสมาชิกเว็บเด็กดี) โดยที่การเปิดบัญชีนี้จะเป็นการสมัครรับข่าวสารของสถาบันโดยอัตโนมัติ จึงไม่ต้องกลัวว่าจะตกข่าวใดๆ
     
  2. เมื่อเรามี MyMIT แล้ว จะมีการแจ้งในบัญชีของเราว่า EC หรือที่ปรึกษาด้านการศึกษาของเราคือใคร ให้เราติดต่อกับเขาเพื่อขอสัมภาษณ์ปากเปล่า การสัมภาษณ์นี้ไม่ได้บังคับ (แต่สัมภาษณ์ไว้จะดีกว่า) ถ้าอยู่ต่างประเทศ อาจมีอาสาสมัครมาติดต่อเพื่อขอคุยกันตามที่ต่างๆ หรือคุยผ่าน Skype แต่ถ้าไม่มีอาสาสมัครในพื้นที่ของเราจริงๆ ก็ไม่ต้องสัมภาษณ์ค่ะ
    *การสัมภาษณ์ไม่ได้จริงจังมาก เขาแค่อยากรู้จักตัวตนของเรามากกว่าในกระดาษเท่านั้น คำแนะนำจากเว็บไซต์ของ MIT คือ เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุดค่ะ
     
  3. หลังจากนี้จึงเป็นขั้นตอนการกรอกข้อมูลและส่งเอกสาร ตั้งแต่ประวัติส่วนตัวของเรา กิจกรรมที่เราเคยทำมา ความเรียงสั้นๆ ที่บอกความเป็นตัวเรามากที่สุด (ไม่จำเป็นต้องเขียนให้ดูดี เน้นให้แสดงตัวตนค่ะ) ซึ่งลำดับการกรอกข้อมูลนี้มีหมดเขตด้วย เราจึงต้องตรวจสอบให้ดีผ่านอีเมล์ที่ MIT ส่งมาให้ หรือเข้าไปดูได้ที่หน้านี้ค่ะ
     
  4. สำหรับนักเรียนต่างชาติ ที่จะเรียนต่อระดับปริญญาตรี จะต้องแสดง Transcript ม.ปลายของเรา เพื่อแสดงว่าเรามีความรู้ในวิชาอะไรเป็นพื้นฐานมาบ้าง ที่จำเป็นต้องมีคือ ภาษาอังกฤษอย่างน้อย 4 ปี คณิตศาสตร์ที่ต้องอยู่ในระดับแคลคูลัส สังคมศาสตร์หรือประวัติศาสตร์อย่างน้อย 2 ปี และฟิสิกส์ เคมี ชีวะ
    *ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายค่ะ เรายังสมัครเรียนได้อยู่ดี เขาก็จะพิจารณาจากส่วนอื่นแทน
     
  5. นักเรียนต่างชาติต้องมีผลการทดสอบภาษาอังกฤษ TOEFL ขั้นต่ำ 577 คะแนน สำหรับ Paper-Based และ 90 คะแนนสำหรับ Internet-Based อันนี้จำเป็นจริงๆ ค่ะ เพราะที่ MIT ไม่มีวิฃา ESL หรือวิชาสำหรับนักศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองโดยตรง ทุกคนต้องพร้อมมาเรียนที่นี่โดยไม่มีปัญหาด้านภาษาใดๆ
    *สำหรับผลสอบ TOEFL ให้แจ้งกับสถาบันสอบเลยว่าให้ส่งผลสอบไปที่ MIT โดยตรง
     

MIT ต้องการนักเรียนแบบไหน?

        สังเกตไหมคะว่าเงื่อนไขการสมัครที่พี่น้องเขียนไว้ มีหลายจุดเลยที่สถาบันเองบอกว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องมีก็ได้ ที่นี่ดีอย่างนี้นี่เอง เขาไม่ได้ต้องการคนที่เก่งที่สุด แต่ต้องการผู้สมัครที่มีความหลากหลายคละกันไป ขั้นตอนการคัดเลือกจึงไม่ได้เน้นที่การสอบวัดความรู้ แต่เป็นการวิเคราะห์ผู้สมัครผ่านโปรไฟล์และการสัมภาษณ์ เพื่อหาตัวตนที่แท้จริงของเรา
        ใบสมัครและข้อมูลทั้งหมดที่เราส่งไปจะผ่านมือคณะกรรมการหลายสิบคนจากคณะและภาควิชาต่างๆ เพื่อคัดเลือกคนที่เหมาะสมกับที่นี่จริงๆ โดย MIT บอกว่าคนที่จะเข้ากับที่นี่ได้นั้น ควรมีคุณสมบัติดังนี้
  • อยากสร้างโลกที่ดีกว่านี้ ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นการสอนเด็กบ้านไกลให้มีความรู้ หรืออยากผลิตยารักษาโรคเอดส์ให้หายขาดก็ถือเป็นเป้าหมายที่ทำให้โลกดีขึ้น เล็กใหญ่ไม่สำคัญ
  • มีสปิริตในการร่วมมือกับผู้อื่น งานวิจัยของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นงานกลุ่ม ถ้าเราชอบฉายเดี่ยว ก็ไม่เป็นไร แต่เราอาจไม่มีความสุขมากนัก เพราะเขาเน้นการช่วยเหลือกันมากกว่าเอาตัวรอดคนเดียว
  • ไขว่คว้าหาความรู้ ที่นี่ความรู้ไม่ได้เสิร์ฟใส่จานมา แต่เราต้องไขว่คว้าหาความรู้เอาเอง
  • ลงมือทำ ไม่ใช่คิดอย่างเดียว ที่นี่เน้นให้ทดลองทำจนได้ข้อสรุป เขาเรียกว่ายอมให้ “มือเปื้อน” บ้าง จะได้รู้ว่ามันผิดหรือถูก
  • มีความสนใจและความรักในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างจริงจัง เพราะเมื่อเราชอบสิ่งใด เราก็จะทำสิ่งนั้นได้ดีจริงๆ
  • มีบุคลิกชอบช่วยเหลือ เป็นแรงบันดาลใจให้สมาชิกในสถาบัน
  • อย่าเรียนอย่างเดียว เล่นด้วย เราอาจรู้สึกว่าที่ MIT มีแต่หัวกะทิ แต่คนพวกนี้แหละค่ะที่เวลาเล่นก็เล่นจริงจัง วีรกรรมนักศึกษาที่นี่เรียกได้ว่าเข้าขั้น “เกรียน” ทีเดียว
     

เรียนที่ MIT ต้องใช้เงินเท่าไร?

        มาถึงเรื่องขนหน้าแข้งกันบ้าง พี่น้องเชื่อว่าหลายคนที่เก่งๆ อยากไปเรียนต่างประเทศมักจะถอดใจกลางทางเพราะที่บ้านไม่มีฐานะพอจะส่งเราไปเรียนต่างประเทศได้ ต่อให้ได้ทุนเต็มจำนวนก็ยังขัดสนอยู่ดี แต่ที่ MIT เขาประกาศเลยว่าทุกคนที่ได้เข้าเรียนที่นี่ต้องได้เรียนแม้จะไม่มีเงินเลยสักแดง และจะไม่มีการคัดเลือกนักศึกษาจากฐานะทางการเงินเด็ดขาด
        ค่าเทอมของที่ MIT ตกปีละ 60,000 ดอลลาร์ รวมค่าที่พักและค่าอุปกรณ์การเรียนด้วยแล้ว นั่นคือราวๆ สองล้านบาทไทย อาจจะยังมากอยู่สำหรับบางคน ถ้าเราไม่มีเงินจริงๆ ที่นี่จะมีวิธีการช่วยเหลือให้เรา เช่น ให้ทุนสนับสนุนแบบให้เปล่า (ไม่ต้องใช้คืน) ให้กู้ยืมเงิน หรือมีงานพิเศษให้ทำ
        ทุนสนับสนุนเขาจะไม่ให้เต็มจำนวน แต่เราต้องช่วยตัวเองด้วย โดยมีหลักการคำนวณอัตราการให้ทุนดังนี้
        เพราะงั้นไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีเงินเรียนค่ะ ยังไงก็มี MIT จะหาทางช่วยเราให้ได้มากที่สุดนั่นเอง แถมเขาการันตีด้วยว่าจบจากที่นี่ ค่าแรงขั้นต่ำที่จะได้รับต่อปีเกินค่าเทอมที่จ่ายแน่นอน
 

ศิษย์เก่าของที่นี่มีใครบ้าง?

        แน่นอนว่าสถาบันชั้นนำแบบนี้ต้องมีคนดังเป็นศิษย์เก่ามากพอๆ กับสถาบันในไอวี่ลีกแน่นอน และส่วนใหญ่มักเป็นนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล หรือผู้บริหารของบริษัทชื่อดัง เช่น

Slide Show

ศิษย์เก่า MIT


        ที่พี่น้องเขียนมาทั้งหมดนี้เป็นสาระล้วนๆ สำหรับคนที่สนใจหรืออยากเรียนต่อสถาบันนี้โดยเฉพาะ แต่ยังมีอีกด้านของนักศึกษาใน MIT วีรกรรมหลุดโลกที่จะล้างภาพความซิเรียสของคนที่นี่ให้หมดไปอย่างแน่นอน
        อย่าลืมติดตามกันนะคะ ^^
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
mitadmissions.org
kmitl.ac.th
businessinsider.com.au
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nong

พี่น้อง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #แนะนำเที่เรียน #MIT #วิศวกรรมศาสตร์ #อเมริกา #USA

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป