/>

รวมเหตุการณ์เซลฟี่ถึงตายที่เกิดในปี 2015! (พร้อมสถานที่ที่แบนไม้เซลฟี่) []

วิว
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com มีน้องๆ คนไหนชอบการเซลฟี่บ้างคะ ยุคนี้การถ่ายภาพเซลฟี่ทุกสถานที่ทุกโอกาสกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปซะแล้ว แต่การเซลฟี่โดยไม่คิดให้ดีก่อนก็อาจทำให้เสียชีวิตได้นะคะ ตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้จนมาถึงเดือนกันยายนมีผู้เสียชีวิตระหว่างเซลฟี่ถึง 12 คนแล้วเท่าที่เป็นข่าว ซึ่งมากกว่าผู้เสียชีวิตเพราะโดนฉลามทำร้ายในปีนี้ซะอีก (8 คน) วันนี้ พี่พิซซ่า เลยจะพาน้องๆ มาย้อนดูแต่ละเหตุการณ์เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าเราต้องรู้จักดูสถานการณ์ก่อนเซลฟี่ค่ะ


มกราคม 2015


     เจมส์ นิโคลส์ วัย 23 ปีและชายแอน ฮอลโลเวย์ วัย 21 ปี เป็นคู่รักที่คบแบบทางไกลกันมานาน ในที่สุดเจมส์ก็สามารถบินจากอังกฤษมาเยี่ยมแฟนสาวที่เซ้าธ์แอฟริกาได้แล้ว ทั้งคู่จึงชวนกันไปเดทที่เขานอร์ธคลิฟฟ์ฮิลล์ ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของเมืองโจฮันเนสเบิร์ก เมื่อดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ทั้งคู่ก็ตกลงว่าจะถ่ายรูปเซลฟี่คู่กันโดยมีดวงอาทิตย์เป็นฉากหลัง ฝ่ายหญิงถอยไปยืนบนก้อนหินริมหน้าผาในขณะที่ฝ่ายชายกำลังตั้งกล้อง ทันใดนั้นก้อนหินก็ร่วงลงไปด้านล่างพร้อมกับตัวชายแอน แม้เจมส์จะรีบลงไปช่วยและผายปอดอยู่นานเกือบ 20 นาที เมื่อหน่วยกู้ภัยมาถึงก็พบว่าชายแอนเสียชีวิตตั้งแต่ตกลงมากระแทกแล้ว


ชายแอน ฮอลโลเวย์ (Photo: FACEBOOK/BURNING BLUE)

     ชายหนุ่มสองคนออกไปเดินเขาบริเวณเทือกเขาอูราล จากนั้นทั้งคู่ก็ตัดสินใจถ่ายรูปเซลฟี่ร่วมกับระเบิดมือที่ถืออยู่ในมือ ซึ่งระเบิดลูกนั้นถูกถอดสลักออกไปแล้วด้วย โทรศัพท์มือถือรอดจากแรงระเบิดทำให้ทางการทราบสาเหตุการเสียชีวิตของทั้งคู่

     ด้วยความคึกคะนองที่อยากได้ภาพถ่ายสุดเจ๋ง กลุ่มนักศึกษา 4 คนในอินเดียที่กำลังเดินทางไปทัจมาฮาลตัดสินใจหยุดรถเพื่อจะถ่ายรูปกับรถไฟ โดยต้องการภาพที่แสดงให้เห็นว่าอยู่ใกล้กับรถไฟที่กำลังวิ่งมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งหมดจึงลงไปยืนบนรางรถไฟ และกะว่าพอรถไฟเข้าใกล้มากพอก็จะรีบกระโดดหลบออกไป ทว่ารถไฟเร็วเกินไป ทำให้สามในสี่ถูกทับเสียชีวิตคาที่ ส่วนคนที่สี่ที่เป็นเจ้าของกล้องที่จะใช้ถ่ายเซลฟี่กระโดดออกมาทันคนเดียว


ภาพประกอบไม่ใช่รถไฟที่เกิดเหตุ (Photo: www.thebetterindia.com)


เดือนพฤษภาคม 2015


     สาวน้อยชาวโรมาเนียวัย 18 ปี กับเพื่อนวัย 17 ปี อยากได้ภาพเซลฟี่ที่แนวสุดๆ ขณะกำลังโดยสารรถไฟ ทั้งคู่จึงปีนขึ้นไปบนหลังคาโบกี้รถไฟเพื่อถ่ายภาพ แม้ผู้โดยสารคนอื่นจะเตือนว่าอย่าขึ้นไป และให้ระวังพวกสายไฟฟ้าด้านบนก็ไม่ฟัง ทันใดนั้นขาของสาวคนนี้ก็บังเอิญไปถูกสายไฟเข้า กระแสไฟฟ้า 27,000 โวลต์จึงพุ่งเข้าตัวเธอทันที คนในรถได้ยินเสียงดังปัง ก่อนร่างของเธอจะร่วงลงมาพร้อมไฟครอก ส่วนเพื่อนของเธอแม้ไม่โดนไฟช็อตโดยตรง แต่ก็โดนสนามพลังกระแทกจนกระเด็นตกรถไฟไป เพื่อนของเธอพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนตัวเธอเองนั้นเสียชีวิตโดยร่างกายไหม้เกือบทุกส่วน

     ชายชาวสิงคโปร์คนหนึ่งพยายามถ่ายภาพเซลฟี่ริมหน้าผาที่สูงจากน้ำทะเลสองเมตร แต่เกิดเสียการทรงตัว ทำให้ตกทะเลเสียชีวิตระหว่างการเที่ยวบาหลีกับกลุ่มเพื่อน 8 คน


Nusa Lembongan ใกล้ที่เกิดเหตุ (Photo: yeowatzup)

     วัยรุ่นคนหนึ่งในเมือง Ryazan ประเทศรัสเซียคิดแผลงๆ อยากขึ้นไปถ่ายภาพเซลฟี่ในที่สูง เขาจึงปีนขึ้นไปบนสะพานทางรถไฟ แต่พลาดไปโดนสายไฟแรงสูงบนนั้นเข้า ทำให้ถูกไฟช็อตและไหม้จนเสียชีวิต

     เคสต่อมานี้ไม่ถึงกับเสียชีวิตค่ะ แต่ก็บาดเจ็บสาหัสเลย เมื่อผู้หญิงชาวรัสเซียคนหนึ่งขอยืมปืนกระสุนยางขนาด 9 ม.ม.จากยามที่บริษัทมาใช้ถ่ายรูปเซลฟี่ แล้วพลาดปืนลั่นใส่ศีรษะตัวเอง ตัวยามเจ้าของปืนก็ต้องติดคุก 6 เดือนสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้องๆ จะเห็นได้ว่าปีนี้มีเหตุร้ายจากเซลฟี่เกิดบ่อยเหลือเกินในรัสเซีย ทางการเองก็สังเกตเห็นเหมือนกันค่ะ หลังเจอข่าวนี้เข้าไปรัสเซีลเลยจัดแคมเปญรณรงค์ให้คิดก่อนเซลฟี่ และบอกด้วยว่าการพยายามถ่ายภาพเจ๋งๆ แนวๆ อาจทำให้เสียชีวิต หรืออาจกลายเป็นภาพสุดท้ายของชีวิตไปเลยก็ได้


เดือนมิถุนายน 2015

     บัณฑิตสาวชาวรัสเซีย (อีกละ) อยากถายภาพเซลฟี่คู่กับย่านการเงินของกรุงมอสโค จึงปีนขึ้นไปบนสะพานเพื่อเก็บภาพมุมสูงให้ได้ครบทั้งเมือง แต่พลาดตกจากสะพานจนเสียชีวิต


ย่านการเงินกรุงมอสโค (Photo: RIA Novosti / Vladimir Sergeev)


เดือนกันยายน 2015

     วัยรุ่นอายุ 19 ปีจากรัฐเท็กซัส ถ่ายภาพเซลฟี่โดยจ่อปืนพกที่เพิ่งเจอเข้าที่ศีรษะ และปืนลั่นจนกระสุนทะลุคอของเขา ทำให้เสียชีวิตในทันที

     และสุดท้ายคือเคสล่าสุดที่เพิ่งเกิดไม่กี่วันค่ะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นวัย 66 ปี ที่พยายามถ่ายภาพเซลฟี่กับทัจมาฮาลพร้อมเพื่อน แต่ลื่นพลัดตกบันไดลงมาพร้อมกัน เขาสลบไปทันทีที่ถึงพื้น และเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ส่วนเพื่อนของเขาขาหัก


ทัจมาฮาล (Photo: wikimedia)

     นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเคสที่บาดเจ็บสาหัส ซึ่งทั้งหมดล้วนเกิดจากการถ่ายเซลฟี่โดยไม่ระมัดระวังให้ดีก่อน คาดว่าการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายเซลฟี่น่าจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีค่ะ ถ้าเรายังขาดความรอบคอบกันแบบนี้อยู่

     ตอนนี้หลายสถานที่หลายแห่งทั่วโลกก็แบนการถ่ายภาพเซลฟี่หรือการใช้ไม้เซลฟี่แล้ว เพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง เช่น


สถานที่ท่องเที่ยวที่แบนการเซลฟี่หรือไม้เซลฟี่


     - สวนสนุกในเครือดิสนีย์ทั้งหมดแบนการใช้ไม้เซลฟี่ทุกที่ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา จากที่ก่อนหน้านี้แบนการใช้แค่เฉพาะบนเครื่องเล่นเท่านั้น
     - เทศกาลดนตรีขนาดใหญ่หลายแห่งก็แบนการใช้ไม้เซลฟี่หรืออุปกรณ์ช่วยถ่ายภาพอื่นๆ ที่ใกล้เคียง นอกเหนือจากแบนอาวุธ ยาเสพติด และสเกตบอร์ด
     - เมืองต้องห้ามที่ประเทศจีน แบนไม้เซลฟี่เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับโบราณวัตถุต่างๆ ในวัง
     - ทะเลสาบทาโฮที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกาเนื่องจากมีประชากรหมีเป็นจำนวนมาก ขอความร่วมมือห้ามถ่ายภาพเซลฟี่กับหมีที่เจอในอุทยานนี้ เพื่อป้องกันการถูกหมีทำร้าย


ส่วนอุทยานแห่งชาติที่รัฐโคโลราโตถึงกับต้องปิดอุทยาน เพราะห้ามคนถ่ายเซลฟี่กับหมีไม่ได้ เลยห้ามเข้าแทน (Photo: Twitter)

     - นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ขอร้องให้ผู้แสวงบุญทุกคนอย่าถ่ายภาพเซลฟี่ขณะมาประกอบพิธีฮัจญ์
     - วิหารน้อยซิสทีน นครวาติกัน มีกฎห้ามถ่ายภาพมาตั้งแต่ปี 1980 แล้ว แม้จะไม่ได้เคร่งครัดอะไรมากมายนัก และหลายคนก็แอบถ่ายออกมาได้บ่อยๆ แต่ปัจจุบันเริ่มขอความร่วมมืองดถ่ายภาพเซลฟี่คู่กับภาพวาดสำคัญภายในวิหาร
     - ชายหาด Garoupe ในประเทศฝรั่งเศสแบนการถ่ายภาพเซลฟี่ โดยอ้างว่าอยากให้คนมีความสุขกับการได้มาใช้เวลาที่หาดอันงดงามนี้ และดื่มด่ำกับปัจจุบันมากกว่าจะต้องมาเซลฟี่อวดเพื่อนในโซเชียล
     - เทศกาลวิ่งกระทิงที่สเปนห้ามการถ่ายภาพเซลฟี่ขณะร่วมในเทศกาล เพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้และอาจถูกกระทิงขวิดหรือวิ่งทับ และถ้าใครฝ่าฝืนจะโดนปรับประมาณ 130,000 บาท ซึ่งมีคนโดนปรับไปแล้วจริงๆ ด้วย


ขนาดสมัยไม่มีเซลฟี่ ยังเกิดอุบัติเหตุได้เรื่อยๆ เลย (Photo: Emilio Enguix)

     - รัฐนิวยอร์กออกกฎหมายห้ามเซลฟี่กับสัตว์ตระกูลแมวที่อันตรายอย่างสิงโต หรือเสือ หากฝ่าฝืนจะโดนปรับตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป
     - พิพิธภัณฑ์ใหญ่หลายแห่งในสหรัฐอเมริกาอย่าง The Met, Smithsonian หรือหอศิลป์ใหญ่ๆ สั่งห้ามใช้ไม้เซลฟี่แล้ว โดยอ้างว่ามีเหตุการณ์ที่ไม้เซลฟี่ไปทำลายงานที่จัดแสดงมาก่อน แต่ยังสามารถถ่ายภาพตามปกติได้อยู่ พิพิธภัณฑ์หลายแห่งในอังกฤษก็ห้ามใช้ไม้เซลฟี่เช่นกัน
     - การแข่งขันเทนนิสระดับโลกอย่างวิมเบิลดันเริ่มแบนการใช้ไม้เซลฟี่ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะใช้บนพื้นหรือบนอัฒจรรย์ก็ตาม
     - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอาร์เซนอลคอนเฟิร์มแล้วว่าห้ามใช้ไม้เซลฟี่ขณะชมการแข่งขัน และถือว่าการพกไม้เซลฟี่เข้ามามีความร้ายแรงเท่าพกพลุไฟหรือมีดมาเลย
     - พระราชวังแวร์ซายล์ ประเทศฝรั่งเศส แบนการใช้ไม้เซลฟี่ ในขณะที่โคลอสเซียม ประเทศอิตาลี ขอความร่วมมืองดใช้ไม้เซลฟี่



     เห็นมาตรการเกี่ยวกับการเซลฟี่และไม้เซลฟี่มากขนาดนี้ ก็น่าจะเป็นหลักฐานที่ดีว่าปัจจุบันมีผู้เซลฟี่แล้วสร้างความเสียหายให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นอยู่ไม่น้อยเลย ดังนั้นถ้าเราไปสถานที่ที่ห้ามเซลฟี่ก็ต้องร่วมมือนะคะ ส่วนสถานที่ที่สามารถถ่ายเซลฟี่ได้ก็ควรโพสท่าด้วยความระมัดระวังและอย่าประมาท เพราะคนที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากการถ่ายเซลฟี่ตอนแรกก็คิดเหมือนกันแหละว่า "แค่นี้เอง ไม่เห็นต้องห่วงเลย" แต่สุดท้ายก็เกิดเรื่องน่าเศร้าจนได้ ต้องระวังสุดๆ ไปเลยนะคะ



 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pizza

พี่พิซซ่า - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ฝ่ายเรียนต่อนอก

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เทรนด์ฮิต #เซลฟี่ #เซลฟี #selfie #อุบัติเหตุ #ไม้เซลฟี่

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?