/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน นโยบายคุกกี้ ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม

นี่คือ 4 ขั้นตอนเอาตัวรอดจาก "เหตุการณ์ก่อการร้าย" ที่ CIA แนะนำ!! []

วิว
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ตอนนี้มีเหตุการณ์ก่อการร้ายเกิดขึ้นไล่เลี่ยกันหลายที่ทั้งที่เบรุต ปารีส และแบกแดด แถมกลุ่มไอเอสก็โจมตีประเทศอื่นๆ อีก นอกจากนี้หน่วยข่าวกรองของอิรักเองก็ออกมาเตือนด้วยว่ากลุ่มก่อการร้ายในแบกแดดวางแผนจะโจมตีในอีกหลายประเทศ ตอนนี้จะเดินทางไปประเทศไหนก็ตรวจสอบข่าวสารให้ดีก่อนนะคะ ส่วนวันนี้ พี่พิซซ่า มีคำแนะนำจากสภากาชาดอเมริกาและอดีตเจ้าหน้าที่ CIA มาฝากเรื่องการเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่มีผู้ก่อการร้ายโจมตีค่ะ


การรับมือกับการก่อการร้าย

     ที่จริงเป็นเรื่องยากมากๆ เพราะลักษณะของการก่อการร้ายคือไม่บอกล่วงหน้า และมักจะเกิดขึ้นในเวลาและสถานที่ที่เราคาดไม่ถึงที่สุด ดังนั้นการที่เราไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่จึงกลายเป็นอาวุธอย่างหนึ่งของผู้ก่อการร้าย เพราะสิ่งหนึ่งที่ผู้ก่อการร้ายต้องการคือการสร้างความกลัวและความหวาดระแวงไปทั่ว เป็นกลยุทธ์ทางจิตวิทยาอย่างหนึ่ง
     เพราะฉะนั้นเราที่เป็นคนธรรมดาถึงไม่มีทางเตรียมพร้อมรับมือได้ 100% แน่ๆ แต่เราก็อย่าไปหวาดระแวงหรือกังวลตลอดเวลาจนไม่เป็นอันทำอะไรและกลัวไปหมด เพราะนั่นจะแปลว่าพวกเขาทำสำเร็จ ถ้าเราต้องเดินทางไปในพื้นที่ที่ไม่สงบหรือพื้นที่ที่ได้รับคำขู่จากกลุ่มก่อการร้าย เราก็แค่ต้องเปิดตาสังเกตอะไรเยอะๆ และมีสติพร้อมรับมือกับเรื่องไม่คาดฝัน แต่ถ้าถึงที่สุดแล้วอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เราไม่สามารถควบคุมได้ค่ะ
     ดังนั้นจึงไม่มีหลักสูตรตายตัวว่าถ้าทำแบบนั้นแบบนี้แล้วจะรอดแน่ๆ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ก่อการร้ายส่วนมากรอดมาได้เพราะดวงเป็นหลัก สติก็เป็นส่วนช่วยด้วยเช่นกันแต่ถ้าไม่มีดวงตั้งแต่แรกก็อาจไม่มีโอกาสได้ใช้สติ


แล้วถ้าไม่มีหลักสูตรรอดชีวิตชัวร์ๆ แล้วจะมีคู่มือเอาตัวรอดนี้ทำไม

     เทคนิคการเอาตัวรอดนี้มีขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอดค่ะ ไม่ได้การันตีว่าทำตามแล้วจะรอดแน่ๆ เพราะมันต้องอาศัยอะไรหลายๆ อย่าง แต่ถ้าสมมติว่าเราบังเอิญอยู่กลางเหตุการณ์ก่อการร้ายและรอดชีวิตจากการโจมตีแรกมาได้เทคนิคเหล่านี้ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เรารอดมาได้ในที่สุดค่ะ


1. ก้มตัวลงและหาที่กำบัง

     ทันทีที่ได้ยินเสียงปืนหรือระเบิดและเรายังมีชีวิตอยู่ให้รีบหาที่หลบค่ะ ไม่ใช่เกาะใต้โต๊ะเหมือนเวลาเกิดแผ่นดินไหวนะคะ แต่ให้หาที่กำบังที่จะปกป้องเราจากกระสุนหรือซากอาคารที่อาจถล่มลงมาเพราะแรงระเบิด เช่นเสาหินใหญ่ๆ หนาๆ หรือหาที่ซ่อนให้ผู้ก่อการร้ายมองไม่เห็นเช่นห้องใต้บันได ห้องแช่ของหลังครัวในร้านอาหาร ห้องน้ำ หรือถังขยะ เมื่อรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นก็ให้ประมวลผลเลยว่าควรซ่อนที่ไหน
     มิเชล ริกบี้ อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ฝ่ายป้องกันและรับมือการก่อการร้ายเล่าว่า ในเหตุการณ์ก่อการร้ายที่เคนย่าเมื่อเดือนกันยายนปี 2013 ที่กลุ่มอัลชาบับบุกโจมตีห้างสรรพสินค้าในกรุงไนโรบี ผู้บริสุทธิ์หลายคนไม่สามารถหนีออกมาจากห้างได้ แต่มีคนกลุ่มหนึ่งหนีเข้าไปซ่อนตัวเงียบๆ กันในห้องน้ำเป็นเวลาเกือบ 1 วันเต็ม พวกเขาต้องทนอยู่เงียบๆ ให้ได้ทั้งที่ได้ยินเสียงกลุ่มก่อการร้ายสังหารคนบริสุทธิ์ข้างนอกไปเรื่อยๆ แต่ในที่สุดพวกเขาก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยโดยกองกำลังของเคนย่า นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงอีกคนที่หนีรอดมาได้โดยคลานไปตามช่องแอร์ของห้าง ดังนั้นการเลือกที่ซ่อนตัวที่ดีก็เพิ่มโอกาสรอดให้ได้


2. ประเมินสถานการณ์และหาทางหนี

     หลังได้ที่ซ่อนแล้วให้ประเมินสถานการณ์ดีๆ ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ถ้าได้ยินเสียงประกาศของทางการผ่านทางวิทยุหรือโทรทัศน์บอกให้ทำอะไรก็ควรทำตาม หรือถ้าติดต่อกับภายนอกได้ก็ควรขอข้อมูลสถานการณ์ที่นี่เพื่อที่เราจะได้วางแผนถูกว่าควรทำอย่างไรต่อไป เพราะมีหลายครั้งแล้วที่ผู้บริสุทธิ์วิ่งตรงเข้าหาทางปืนของผู้ก่อการร้าย เพราะไม่ได้สังเกตจำนวนและตำแหน่งของผู้ก่อการร้ายก่อน แม้จะตกอยู่ภายใต้ความกลัวและความกดดัน แต่ก็ต้องพยายามมีสติและวิคราะห์ให้ดี
     ถ้าเราอยู่ในอาคารและเหตุการณ์เกิดนอกอาคาร ให้อยู่ให้ห่างจากหน้าต่างเผื่อเกิดการโจมตีครั้งที่สอง ปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท ปิดระบบปรับอากาศ ถ้าอาคารไม่ได้พังหรือไม่มีไฟไหม้ก็ให้หลบอยู่นิ่งๆ จนกว่าจะมีโอกาสหนี
     ในปี 2008 กลุ่มกองทัพแห่งความชอบธรรมโจมตีสถานที่หลายแห่งในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ติดๆ กันทั้งสถานีรถไฟกลาง ศูนย์กลางชาวยิว โรงพยาบาล โรงแรมสองแห่ง และสถานีตำรวจอีกหลายแห่ง โดยใช้แผนการสับเปลี่ยนและเวียนกำลังไปเรื่อยๆ เพื่อสร้างความสับสนเกี่ยวกับจำนวนและตำแหน่งของผู้ก่อการร้าย ทำให้มีผู้บริสุทธิ์หลายคนถูกยิงเสียชีวิตขณะหลบหนี เพราะวิ่งหนีไปเจอกับผู้ก่อการร้ายที่กำลังเวียนมาพอดี แต่นักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่พักในโรงแรมที่เกิดเหตุได้ยินเสียงความโกลาหลดังมาจากข้างนอก เขาจึงแง้มประตูไปดูและเห็นผู้ก่อการร้ายกำลังยิงแขกคนอื่นๆ ในโรงแรม เขาจึงค่อยๆ ปิดล็อกประตูและดันโต๊ะมายันประตูไว้ จากนั้นเขาได้ยินเสียงระเบิดและเสียงปืนที่เหมือนดังมาจากรอบทิศทาง เขาจึงโทรหาลูกสาวเพื่อขอข้อมูล และดูข่าว CNN เพื่อประเมินสถานการณ์ว่าเป็นยังไงก่อนวางแผนหนี เขาหนีออกมาสำเร็จในวันรุ่งขึ้นหลังแน่ใจแล้วว่าผู้ก่อการร้ายไม่ได้อยู่บริเวณนั้นแล้ว


3. เชื่อในสัญชาติญาณของตัวเอง

     บางครั้งสัญชาติญาณก็ช่วยชีวิตเราได้ จากเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ห้างในกรุงไนโรบี สตรีชาวอเมริกันคนหนึ่งรอดมาได้โดยใช้สัญชาติญาณ เธอเล่าว่าตอนเกิดเหตุทีแรกเธอก็วิ่งตามคนอื่นๆ ไปทางลานจอดรถเพื่อหนีออกจากอาคาร แล้วก็นึกได้ว่าไม่ควรไปกับฝูงชนเพราะฝูงชนมักจะดึงความสนใจได้ดี เธอจึงวิ่งหนีไปอีกทางและหลบอยู่หลังเคาน์เตอร์ในห้องครัว สัญชาติญาณของเธอช่วยชีวิตเธอไว้เพราะมีผู้ก่อการร้ายอีกส่วนมาจากทางลานจอดรถและฆ่าทุกคนที่วิ่งไปทางนั้น


4. ตั้งสติให้มั่น

     เฮเลน วิลสัน วัย 49 ปีจากอเมริกาคือหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ก่อการร้ายที่โรงละคร Bataclan กรุงปารีสเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เธอเล่าว่าขณะคุยอยู่กับแฟนเก่าอยู่ในคอนเสิร์ตก็มีผู้ชายถือปืนบุกเข้ามากราดยิง และดูเหมือนจะยิงทุกคนที่ขยับตัวหรือส่งเสียง เธอและแฟนเก่าจึงทิ้งตัวลงนอนกับพื้นแกล้งทำเป็นตายเพื่อที่ผู้ก่อการร้ายจะได้ไม่เห็น แต่โชคร้ายที่คนแถวนั้นพยายามขยับตัวทำให้ผู้ก่อการร้ายยิงกราดมาทางพวกเธอ แฟนเก่าเธอถูกยิงเข้าตรงลำตัว ส่วนตัวเฮเลนเองก็ถูกยิงที่ขาทั้งสองข้าง แต่เธอก็ยังควบคุมสติแกล้งทำเป็นตายต่อจนผู้ก่อการร้ายเดินไปทางอื่น จากนั้นเธอก็พยายามช่วยชีวิตแฟนเก่าเอาไว้แต่ก็สายไปแล้ว ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมงตำรวจก็บุกเข้ามาในอาคารได้สำเร็จและเจอเฮเลนนอนอยู่กับพื้นข้างร่างแฟนเก่า การคุมสติดีของเฮเลนทำให้เธอรอดชีวิตมาได้


ข้อควรรู้อื่นๆ


     - ถ้าไม่ใช่อาวุธหนัก เสียงปืนทั่วไปจะคล้ายเสียงประทัด ไม่เหมือนเสียงปืนในหนังหรือละคร
     - ถ้าเห็นผู้คนสำลักและล้มลงให้คิดไว้ว่าอาจมีแก๊สพิษบางอย่าง ให้หาผ้ามาปิดปากและจมูกทันที จะฉีกเสื้อมาก็ได้ แม้เป็นผ้าบางๆ ก็อาจทำให้เกิดความต่างระหว่างความเป็นกับความตายได้ นอกจากนี้เวลามีระเบิดมักมีฝุ่นฟุ้งเต็มไปหมด การใช้ผ้าปิดจมูกและปากจะช่วยได้บ้าง
     - หลีกเลี่ยงการสู้กับผู้ก่อการร้าย เพราะแม้เราจะเป็นปรมาจารย์ด้านการต่อสู้แต่ผู้ก่อการร้ายก็เป็นนักรบที่ฝึกมาอย่างดี มีหลายคน และมีอาวุธร้ายแรงมากมาย ซ่อนหรือหนีจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ดีไม่ดีการพยายามต่อสู้ของเราอาจทำให้อีกหลายคนต้องมาตายด้วย
     - ความกลัวเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็มีในสถานการณ์นั้น แต่อย่าให้ความกลัวครอบงำจนเราสติแตกหรือกลัวตัวแข็งจนวิ่งไปหลบไม่ได้
     - ถ้าต้องไปในพื้นที่ที่ไม่สงบ มีความเสี่ยงสูง หรือเป็นที่ที่โดนขู่อยู่ ให้เปิดหูเปิดตาฟังและสังเกตอะไรมากๆ เผื่อจะเห็นอะไรผิดสังเกตบ้าง
     - จะไปไหนก็ต้องมองหาทางเข้าทางออกว่ามีกี่จุดตรงไหนบ้าง จะได้เป็นทางหนีทีไล่ อย่างน้อยก็เผื่อเกิดไฟไหม้ขึ้นมา
     - ผู้ก่อการร้ายที่ปฏิบัติการมักมีจำนวนน้อยกว่าที่คิด กลุ่มผู้ก่อการร้ายจะวางแผนมาอย่างดีเพื่อทำให้ดูเหมือนมีผู้ปฏิบัติการเยอะเพื่อทำให้ผู้คนเกรงกลัว และเป็นการหลอกเจ้าหน้าที่


     นี่เป็นเรื่องควรรู้เกี่ยวกับการเอาตัวรอดในเหตุการณ์การก่อการร้ายค่ะ แต่อย่างที่บอกไปว่าจริงๆ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับดวงเป็นหลัก เราไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่ไหนเมื่อไหร่ ดังนั้นดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทและมีสติอยู่เสมอนะคะ ไปไหนมาไหนก็อย่าเอาแต่เดินก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ เพราะแม้ไม่ใช่การก่อการร้าย แต่ก็อาจเกิดอุบัติเหตุ หรือเราอาจกลายเป็นเป้าหมายของการวิ่งราวได้ ต้องคอยสังเกตสิ่งรอบตัวอยู่เสมอค่ะ


https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pizza

พี่พิซซ่า - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ฝ่ายเรียนต่อนอก

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ก่อการร้าย #รับมือ #เอาชีวิตรอด #survival #paris #lebanon

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?