อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ) []

วิว
        สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนค่ะ "พี่น้อง" เชื่อว่าทุกวันนี้ เราต่างก็เสพสื่อกันผ่านการ "บอกต่อ" จนกลายเป็น "กระแส" ให้เราแสดงความเห็นแบบเฮโลตามกันไป
        "เขาว่ากันว่า..."
        "เขาเล่ามาว่า..."
        "คนนั้นบอกว่า..."
        มันคือการเอาสิ่งที่คนหนึ่งพูดไปเล่าให้อีกคนฟัง ซึ่งบางทีก็เป็นเรื่องไม่ดี แต่เป็นไวยากรณ์ที่จำเป็นในการสื่อสารนะคะ ไวยากรณ์ตัวนี้ เราเรียกว่า Reported Speech จะตั้งชื่อให้มันว่าไวยากรณ์ช่างเม้าท์ หรือไวยากรณ์ขี้ฟ้องก็ตามสะดวกเลย
 

ทำไมต้อง Reported Speech

        สมมติว่าบอมบอมเป็นเพื่อนกับจีจี้และบังเอิญเหลือเกินว่าวันนี้จีจี้จะย้ายไปอยู่บ้านญาติที่ชลบุรีเพื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย จีจี้จึงพูดกับบอมบอมว่า
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
        จีจี้จะไปชลบุรีพรุ่งนี้แล้ว บอมบอมจึงอยากคาบข่าวนี้ไปบอกโยโย่ ซึ่งเป็นเพื่อนกันในกลุ่ม แต่จะให้บอมบอมพูดประโยคเดียวกับจีจี้เลย โยโย่ต้องเข้าใจผิดแน่ๆ
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
        อืม...
        บอมบอมจึงต้องเปลี่ยนรูปแบบประโยคนิดหน่อย เพื่อให้โยโย่เข้าใจว่าสิ่งที่บอมบอมพูดนั้นเป็นคำพูดของจีจี้อีกที ไม่ใช่ว่าบอมบอมอุปโลกน์ขึ้นมาเอง
        และนี่แหละค่ะ คือหน้าที่ของไวยากรณ์ที่ชื่อว่า Reported Speech
 

กฎข้อที่ 1 เกริ่นก่อนว่าสิ่งที่เราจะพูดต่อไปนี้ เป็นประโยคของคนอื่นนะ

        เราจะขึ้นต้น Reported Speech ด้วยการบอกว่าประโยคต่อไปนี้ ใครเป็นคนพูด
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
        ส่วนใหญ่เราจะใช้กริยาว่า said ซึ่งเป็นรูปอดีตของ say (พูด) เพราะการที่เราเอาคำพูดของคนอื่นมาบอกต่อได้ แปลว่าคนๆ นั้นต้องพูดไปแล้วใช่มั้ยคะ
 

กฎข้อที่ 2 ใส่ that เชื่อมก็ดี แต่ไม่มีก็ได้

        ทุกคนอาจจะอยากรีบใส่เลยว่าจีจี้พูดอะไร แต่เราจะเชื่อมระหว่าง Jeejee said กับประโยคที่จีจี้พูดด้วยคำว่า that ก็ได้
 
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
        หรือไม่ใส่ก็ได้เช่นกัน
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)

กฎข้อที่ 3 เปลี่ยนสรรพนามด้วย

        เวลาเราพูดกับคนอื่น เรามักแทนตัวเองว่า "ฉัน, ผม, เค้า" อะไรแบบนี้ แต่เมื่อเราเอาคำพูดของคนอื่นไปบอกต่อ เราจะใช้สรรพนามเดียวกับที่คนพูดต้นฉบับใช้ไม่ได้ เพราะคนฟังจะเข้าใจผิด
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
        เราจึงต้องเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวของคนพูดต้นฉบับ ให้เป็นสรรพนามแทนตัวแบบบุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นได้ทั้ง
  • he = ถ้าคนพูดเป็นผู้ชาย
  • she = ถ้าคนพูดเป็นผู้หญิง
    • we = ถ้าคนพูดพูดถึงตัวเองและคนอื่นด้วย
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
        แต่ถ้ากรณีที่คนพูดต้นฉบับไม่ได้กล่าวถึงตัวเองแต่กล่าวถึงคนอื่น ก็ให้ใช้สรรพนามแทนตัวเหมือนเดิม
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
        ดังนั้น กรณีนี้ บอมบอมต้องแทนจีจี้ด้วย she เพราะจีจี้เป็นผู้หญิง แล้วประโยคที่เหลือจึงจะตามมา
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
        อย่าลืมผันกริยาให้ตรงตามประธานที่เปลี่ยนไปด้วยสิ บอมบอม
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)

กฎข้อที่ 4 อย่าลืมผันกริยาให้เป็นอดีต

        แต่ยังมีอีกเรื่องที่เราต้องเปลี่ยนด้วย คือ tense ของกริยาในประโยคต้นฉบับ ต้องเปลี่ยน tense ให้เป็นรูปอดีตทั้งหมด
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
        ที่เราต้องเปลี่ยน tense เพราะ ณ วันที่จีจี้พูด จีจี้ใช้รูปปัจจุบัน (is going to) เนื่องจากตอนนั้นเธอกำลังจะไป แต่ ณ ตอนที่บอมบอมเอาไปบอกต่อ จีจี้ไม่ได้อยู่ในฐานะที่กำลังจะย้ายบ้าน แต่ย้ายไปเรียบร้อยแล้ว จึงต้องเปลี่ยนไปใช้รูปอดีตแทน
        หลักการเปลี่ยน tense มีดังนี้ค่ะ
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)

กฎข้อที่ 5 ถ้ามีคำบอกเวลาหรือสถานที่ในประโยคให้ระวัง

        สมมติให้จีจี้พูดกับบอมบอมวันเสาร์ แปลว่าจีจี้จะย้ายไปชลบุรีวันอาทิตย์ ถ้าบอมบอมไปบอกโยโย่วันจันทร์ แปลว่าจีจี้ย้ายบ้านไปแล้ว เราจึงใช้คำว่า tomorrow ไม่ได้ ไม่งั้นโยโย่จะเข้าใจผิดคิดว่าจีจี้จะย้ายบ้านวันอังคาร
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
        เราจึงต้องมีการเปลี่ยนคำบอกเวลาให้ตรงกับข้อมูลจริง ณ วันที่บอมบอมไปบอกโยโย่ จีจี้ได้ย้ายบ้านไปแล้วเมื่อวาน
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
        ถ้าเป็นการเรียนในห้องเรียน อาจารย์จะให้ตารางเรามาเลยว่า เจอคำไหน เปลี่ยนเป็นคำไหน
อธิบาย "ไวยากรณ์ขาเม้าท์ Reported Speech" ฉบับการ์ตูน (เข้าใจง่ายสุดๆ)
        แต่พี่น้องอยากอธิบายให้เข้าใจไปเลยว่าทำไมเราถึงต้องเปลี่ยน และไม่ได้หมายความว่าเรา "ต้องเปลี่ยนเสมอ"
        เพราะถ้าหากจีจี้พูดกับบอมบอมเช้าวันเสาร์ แล้วเย็นวันเดียวกันนั้น บอมบอมรีบโทรไปบอกโยโย่เลยว่าจีจี้จะย้ายบ้านแล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคำบอกเวลาของจีจี้เลยสักนิด
        ดังนั้นจำไว้ว่าไม่ใช่เปลี่ยนไปเสียหมดนะคะ
 
        ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราว "พื้นฐาน" ของการใช้ Reported Speech ไวยากรณ์สำหรับคนช่างเม้าท์ ยังมีเรื่องราวอีกเยอะเลยสำหรับไวยากรณ์ตัวนี้ แต่พื้นที่มีจำกัด
        ใครอยากให้อธิบายไวยากรณ์เรื่องไหนอีก ก็แจ้งได้ในกล่อง comment ด้านล่างนะคะ
        สำหรับวันนี้ "พี่น้อง" บอมบอม จีจี้ และโยโย่ (ผู้ไม่ได้รับค่าตัวเลยสักคน) ก็ต้องขอลาไปก่อน ใครชอบรูปบอมบอม จีจี้ โยโย่ที่พี่น้องใช้ มีขายใน store ของ LINE นะจ๊ะ
 

เวอร์ชั่นคิวบ์
เวอร์ชั่นครึ่งตัว

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nong

พี่น้อง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #English Issues #Reported Speech #จีจี้ #บอมบอม #โยโย่

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?