/>

9 วิธีใช้คอมม่าในภาษาอังกฤษแบบเบื้องต้น เจอทุกข้อสอบแน่นอน! []

วิว
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com วันนี้เรามาเรียนแกรมมาร์ง่ายๆ ตัวนึงที่เราคุ้นเคยกันมากๆ ดีกว่าค่ะ นั่นคือการใช้เครื่องหมายจุลภาคหรือคอมม่า (comma) นั่นเอง มาดูกันว่าวิธีใช้ขั้นพื้นฐานของคอมม่ามีอะไรกันบ้าง



1. ใช้คั่นคำหรือกลุ่มคำที่เรียงต่อกันตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไปในความหมายว่า "และ" หรือ"หรือ"

     เห็นชื่อแล้วอาจจะงงๆ ว่ามันใช้ยังไงนะ จริงๆ มันก็คือใช้คั่น cat, dog, bird, and rat นั่นแหละค่ะ แต่ทีนี้จะเป็น and หรือว่า or รั้งท้ายก็ได้ ที่สำคัญคือต้องมี 3 อย่างขึ้นไปจะ cat, dog เฉยๆ ไม่ได้ ถ้ามีแค่ 2 ก็ใช้ cat and dog ได้เลย
     อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ บางคนจะเขียนคอมม่าไว้หน้า and หรือว่า or แต่บางคนก็ไม่เขียนเช่น
     I have 2 cats, 3 dogs, and 5 birds. กับ I have 2 cats, 3 dogs and 5 birds.
     ซึ่งถือว่าถูกทั้งคู่ค่ะ จะใช้แบบมีคอมม่าตัวสุดท้ายหรือไม่ก็ได้ แต่พี่อยากให้ใช้แบบมีมากกว่าค่ะ ส่วนสาเหตุที่อยากให้ใช้ก็คือมันช่วยให้สับสนน้อยลงได้เมื่อเจอกลุ่มคำก้อนใหญ่ขึ้นมา เช่น
 
   I have coffee, hot chocolate and milk and tea.
   ถ้าเจอแค่นี้ เราแปลความได้หลายอย่างค่ะ
    - มีของ 4 อย่าง 1) กาแฟ 2) ช็อคโกแลตร้อน 3) นม 4) ชา
    - มีของ 3 อย่าง 1) กาแฟ 2) ช็อคโกแลตร้อน 3) นมกับชา
    - มีของ 3 อย่าง 1) กาแฟ 2) ช็อคโกแลตร้อนกับนม 3) ชา

     ทีนี้ก็จะงงได้ว่าตกลงเมนูไหนที่เป็นของผสมกันแน่ ดังนั้นการใส่คอมม่าไปช่วยก็จะทำให้เราเข้าใจว่ามันคือ I have coffee, hot chocolate and milk, and tea. มี 3 อย่างนะ 1) กาแฟ 2) ช็อคโกแลตร้อนกับนม 3) ชา ซึ่งเจ้าคอมม่าตัวสุดท้ายนี้มีชื่อว่า Oxford comma ค่ะ มันมีประโยชน์ในหลายสถานการณ์จริงๆ นะ ยิ่งถ้าเขียนเรียงความก็ควรใส่ทุกครั้ง เพราะจะช่วยให้คนอ่านเข้าใจงานเขียนของเราได้ง่ายขึ้นค่ะ
     นอกจากคั่นคำและกลุ่มคำแล้ว จะคั่นการกระทำก็ได้เช่นกัน เช่น I had dinner, washed the dishes, and went to bed. ฉันกินอาหารเย็น ล้างจาน และขึ้นนอน ก็ใช้คั่นได้เช่นกัน


2. ใช้คั่นประโยคเมื่อใช้คำเชื่อมจิ๋วๆ มาเชื่อมให้เป็นประโยคความรวม

     คำเชื่อมจิ๋วๆ ก็คือพวก and, or, but, for, nor, yet, so ที่เป็นคำสั้นๆ นี่แหละค่ะ เวลาเชียนเราก็จะใส่คอมม่าหลังจบประโยคแรก เช่น I really want to go to school, but I am too sick to go. ฉันอยากไปโรงเรียนจริงๆ แต่ฉันป่วยเกินจะไปได้ แต่ถ้าเป็นประโยคที่สั้นมากๆ อย่าง I come and you go. ก็สามารถละคอมม่าได้ค่ะ
     นอกจากนี้ถ้าประโยคหลังไม่มีประธาน ก็สามารถละคอมม่าได้เช่นกัน เช่น I thought for a while but still did not answer correctly. (ฉันคิดเป็นระยะเวลาหนึ่งแต่ก็ตอบไม่ถูกอยู่ดี) ประโยคนี้เราละประธานของ did not answer เพราะประธานคือ I เหมือนประโยคหน้า จึงสามารถละคอมม่าได้ค่ะ แต่ก็นั่นแหละ มันต้องมีบางประโยคที่ละแล้วทำให้สับสนยิ่งกว่าช็อคโกแลตร้อนอยู่แน่ๆ อย่างเช่นตัวอย่างนี้


     I saw that he was busy and prepared to leave. ถ้าไม่มีคอมม่าแบบนี้ผู้อ่านจะตีความว่ามันคือ
I saw that he was busy. He was prepared to leave.
     แต่ถ้าความหมายจริงๆ ที่เราต้องการคือ I saw that he was busy. I prepared to leave. แบบนี้ต้องมีคอมม่าเข้าไปช่วยทำให้กระจ่างค่ะ โดยเขียนเป็น I saw that he was busy, and prepared to leave. แบบนี้ผู้อ่านก็เข้าใจได้ว่าตัว I เป็นคน prepared เอง


3. ใช้คั่นเมื่อมีอนุประโยคนำหน้าในประโยค

     ภาษาทางการดูยากอีกแล้ว อนุประโยคที่ใช้ขึ้นต้นประโยคก็เช่น V.ing หรือคำบุพบทหรืออะไรที่มันไม่ใช่ประธานกริยากรรมแบบธรรมดาทั่วไป ตัวอย่างเช่น
     If you are not sure about this, let me know now. (ถ้าคุณไม่แน่ใจก็บอกฉันมาเลย)
     After his long nap in the backyard, he felt better. (หลังงีบในสวนหลังบ้านเป็นเวลานาน เขาก็รู้สึกดีขึ้น)
     นอกจากนี้พวกประโยคที่ขึ้นด้วย Adverb ก็ใช้คอมม่าตามหลังเพื่อคั่นเช่นกัน
     Sadly, our old school was completely destroyed. (น่าเศร้าที่โรงเรียนเก่าของเราถูกทำลายจนสิ้น)
     เช่นเดียวกับวิธีใช้ข้ออื่นๆ ที่บอกไป ถ้าอนุประโยคข้างหน้าสั้นๆ เข้าใจง่าย เราจะไม่ใส่คอมม่าก็ได้ค่ะ แต่ต้องสังเกตดีๆ ด้วยว่าถ้าไม่ใส่แล้วจะทำให้ความหมายกำกวมมั้ย
 
   เช่น Last Friday evening classes were canceled.
   เวลาคือก้อนไหนระหว่าง Last Friday evening กับ Last Friday
     Last Friday, evening classes were canceled.
     (เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ชั้นเรียนตอนเย็นถูกยกเลิก)
     Last Friday evening, classes were canceled.
     (เมื่อเย็นวันศุกร์ที่แล้ว ชั้นเรียนถูกยกเลิก)


4. ใช้คอมม่าคร่อมส่วนขยายที่สามารถตัดทิ้งได้

     ข้อนี้น่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะเจออยู่บ่อยๆ เช่น
     My big sister, Rita, is coming. ประโยคนี้เราสามารถตัดริต้าออกไปได้ ให้เหลือแค่ My big sister is coming. ก็เข้าใจได้อยู่
     Jimmy, who is a president of this club, cannot be here today. เราก็ตัดท่อนในคอมม่าออกไปได้เช่นกัน ความหมายยังเหมือนเดิมคือจิมมี่ไม่สามารถมาได้


5. ใช้คั่นชื่อที่ตั้งเมืองเช่น เมืองกับรัฐ หรือจังหวัดกับประเทศ หรือเมืองกับประเทศ

     Bangkok, Thailand, is "The City of Angels."
     I went to London, England, last year.

     ไม่ว่าจะเป็นชื่อถนน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด รัฐ แคว้น หรือประเทศ และไม่ว่าจะอยู่ต้าประโยค กลางประโยค หรือท้ายประโยคก็สามารถใช้คอมม่าคั่นได้ทุกตำแหน่งเลยค่ะ


6. ใช้คั่นเวลาเรียกใคร หรือเวลาอุทาน เช่น

     Hello, sir.
     I need your help, Lisa.
     Yes, I did.
     Well, it could be.
     Let's eat, Mom!

     ลองนึกภาพเราไม่ใส่คอมม่าสิ ประโยคก็จะออกมาเป็น Let's eat Mom! (กินแม่กันเถอะ)



7. ใช้คั่นสิ่งที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูดกับสิ่งที่อยู่ข้างนอก

     อ่านแล้วต้องงงแน่ๆ ลองมาดูตัวอย่างแบบต่างๆ นะคะ
     "I thought," said Dan, "you were going out with him."
     "How could you," she cried. "How could you do that to me?"
     "I love you," she said.
     She said, "I love you."

     **อ่านเรื่องการใช้เครื่องหมายคำพูดเพิ่มเติมได้ที่ www.dek-d.com/studyabroad/37997/


8. ใช้คั่น question tag

     I can go, can't I? (ฉันไปได้ใช่มั้ย)
     That's your book, isn't it? (นั่นคือหนังสือของคุณใช่มั้ย)
     I am a student, aren't I? (ฉันเป็นนักเรียนใช่มั้ย)


9. ใช้คั่นวันที่กับปี

     It was in the in that magazine's August 5, 2015, edition. (มันอยู่ในนิตยสารเล่มนั้นฉบับวันที่ 5 สิงหาคม 2015
     แต่ถ้าไม่มีวันที่มาให้ มีแค่เดือนกับปีก็ไม่ต้องใส่คอมม่าค่ะ นี่ไม่ได้ให้เลือกว่าจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้นะคะ แต่กฎนี้คือห้ามใส่เลย เช่น It was in the in that magazine's August 2015 edition.


     ทั้งหมดนี้เป็นวิธีใช้คอมม่าแบบเบื้องต้นค่ะ จริงๆ ยังมีกฎอีกหลายข้อและรายละเอียดอีกมากมายแต่จะลึกเกินไป แม้อาจจะดูเหมือนกฎเยอะและจุกจิก แถมยังมีตัวที่ใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้ แต่ถ้าเจอแบบนั้นพี่แนะนำให้ใส่ไว้จะดีกว่าค่ะ เพราะมันช่วยชีวิตเราได้จริงๆ แถมยังช่วยชีวิตโยโย่ไว้ไม่ให้ถูกเรากินด้วย 555 แล้วพบกับ English Issues ได้ใหม่เสาร์หน้านะคะ


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pizza

พี่พิซซ่า - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ฝ่ายเรียนต่อนอก

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#English Issues #ภาษาอังกฤษ #ไวยากรณ์ #แกรมมาร์ #เครื่องหมายวรรคตอน #punctuation #comma

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?