/>

GAP YEAR วัฒนธรรมตะวันตกที่เด็กๆ หยุดเรียน 1 ปีและออกไปค้นหาตัวเอง []

วิว

       สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... ช่วงนี้น้อง #dek59 ก็จบมัธยมปลายแล้ว หลายคนก็ติดรับตรงไปแล้ว อีกหลายคนก็รอยื่นผลแอดมิชชั่นกันอยู่ ซึ่งปกติแล้วเด็กๆ ในบ้านเราพอเรียนจบ ม.6 ปุ๊บ ก็จะเข้ามหาวิทยาลัยปั๊บ แต่สำหรับเด็กในแถบประเทศตะวันตกหลายๆ คนเค้าจะเว้นช่วงก่อนปีนึง เรียกว่า GAP YEAR ... มันคืออะไร? พี่เป้ จะบอกให้ฟัง



 
    GAP YEAR คือช่วงเวลา 1 ปี หลังจบมัธยมปลาย ที่เด็กๆ จะไม่สมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเลยทันที และใช้เวลา 1 ปีนี้ในการทำอะไรที่อยากทำ หรือจะใช้เรียกช่วงเวลา 1 ปีหลังจบปริญญาตรี และยังไม่เรียนปริญญาโทหรือเข้าทำงานเลยทันทีว่า GAP YEAR ก็ได้เหมือนกันค่ะ

      แล้วเขานิยมทำอะไรกัน? บอกเลยค่ะว่า นานาจิตตังมากกกก แต่กิจกรรมที่ยอดฮิตมาก ก็ได้แก่

- เรียนอะไรที่อยากเรียน เช่น เรียนภาษาเพิ่ม หรือเรียนอะไรที่อยากเรียนโดยไม่ใช่เรื่องวิชาการ เรียนวาดการ์ตูน เรียนทำอาหาร เรียนกีฬา อะไรก็ว่าไปค่ะ

- เดินทางท่องเที่ยว ต้องบอกก่อนว่าเด็กในแถบประเทศตะวันตกอย่างอเมริกา เค้าเดินทางไปไหนมาไหนง่ายมากค่ะ ด้วยค่าเงินบ้านเค้าที่พอเอามาเทียบกับอีกหลายประเทศก็ถือว่าถูกมาก (เงินที่ซื้อข้าวบ้านเค้าได้ 1 จาน มาซื้อที่บ้านเราได้เกือบ 10 จานแน่ะ) แถมไปไหนในโลกส่วนมากก็ไม่ต้องเสียเวลาขอวีซ่าอีก ดี๊ดี เรียกว่าอยากไปไหนก็กดจองตั๋วแล้วแพ็คกระเป๋าได้เลยทันที


- ทำงานอาสาสมัคร งานอาสาสมัครก็มีหลายประเภทค่ะ ที่ฮิตๆ ก็เป็นงานสอนภาษา งานฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม งานปรับปรุงสถานที่ ซึ่งสิ่งที่เราทำนั้นสามารถนำไปใส่ในพอร์ตฟอลิโอไว้ยื่นตอนสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้อีกค่ะ บอกเลยว่าจะทำให้เราดูโดดเด่นมากๆๆๆ

- ฝึกงาน มีหลายที่ค่ะที่รับเด็กมัธยมปลายมาฝึกงาน แต่สำหรับบ้านเราอาจจะยากหน่อยเพราะส่วนมากจะรับเฉพาะนิสิตนักศึกษาที่เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ถ้าน้องคนไหนอยากฝึกงานบ้างจริงๆ ขอแนะนำให้ลองฝากพ่อแม่ญาติพี่น้องไปถามที่บริษัทค่ะ บางทีเขาอาจจะมีงานที่พอให้เด็กมัธยมอย่างเราทำได้เหมือนกันนะ แต่อย่าลืมดูเงื่อนไขด้วยนะคะว่าเค้าให้เงินค่าจ้างหรือไม่ให้ บางที่อาจไม่ให้เลย บางที่อาจให้เล็กๆ น้อยๆ เป็นค่าเดินทางหรือค่าอาหารก็มีค่ะ


ประโยชน์ของ GAP YEAR

- ได้ค้นหาตัวเอง ทำให้รู้ว่าตัวเราชอบอะไร เหมือนที่เขาบอกว่าสิบตาเห็นไม่เท่าลงมือทำ บางทีตำราที่เราอ่านมาเป็นสิบปีและคิดไปว่าเราชอบวิชานี้ อาจจะกลายเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบไปเลยพอได้ทำงานที่เกี่ยวข้อง
- ได้โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ได้ฝึกความรับผิดชอบ
- สร้างโพรไฟล์เก๋ๆ ใส่ไว้ในพอร์ตฟอลิโอไว้ใช้สมัครเข้าเรียนหรือสมัครทำงาน
- ได้เปลี่ยนบรรยากาศการใช้ชีวิต เพราะเรียนแต่ในห้องเรียนมาตลอด ลองมาสัมผัสความจริงของโลกกันบ้าง


GAP YEAR ในต่างประเทศ

       ประเทศที่ดูจะให้ความสำคัญกับ GAP YEAR มากที่สุดคือ อเมริกา หลายๆ มหาวิทยาลัยพยายามกระตุ้นให้ผู้สมัครลองไปใช้ชีวิตผ่าน GAP YEAR ก่อนมาสมัครเรียน หรือหลายๆ มหาวิทยาลัยก็อนุญาตให้นักเรียนที่สมัครเรียนและได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนแล้ว เข้าเรียนปี 1 ได้ช้าลงโดยไม่ต้องดร็อปเพื่อให้ไปใช้ชีวิตกับ GAP YEAR เสียก่อน หรือแม้แต่โรงเรียนมัธยมหลายๆ แห่งก็มีครูแนะแนวที่มีความรู้เรื่อง GAP YEAR โดยเฉพาะเพื่อให้คำปรึกษาแก่นักเรียนที่สนใจ

        ล่าสุด มาเลีย โอบาม่า ลูกสาวของประธานาธิบดีโอบาม่าที่เพิ่งจบมัธยมปลายและได้รับการตอบรับเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก็เป็นนักเรียนอีกคนที่ตัดสินใจจะมี GAP YEAR โดยเธอจะเข้าเรียนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2017 และจะใช้เวลาปีกว่าๆ นี้ในการไปทำสิ่งที่อยากทำค่ะ

 


 




"เพียงคอมเม้นท์ว่า หากน้องๆ มีโอกาสได้ใช้ชีวิตผ่าน GAP YEAR บ้าง จะเลือกทำอะไรและเพราะอะไร? จะเป็นตอนจบมัธยมปลายหรือจบมหา'ลัยก็ได้"

โพสต์ตอบคำถามที่ช่องคอมเม้นท์พร้อมโพสต์อีเมลติดต่อกลับเพื่อรับของรางวัล สุ่มผู้โชคดีเพียง 1 คนจะได้รับรางวัลจ้า (เฉพาะคนที่ล็อกอินมาตอบเท่านั้นนะ) หมดเขตโพสท์คำตอบ 8 พฤษภาคม 2559
 
ของรางวัล : หนังสือ ล้วงคอสำนวนอเมริกัน โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์




 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pay

พี่เป้ - ผู้เขียน

มนุษย์บ้างานและบ้านวด ผู้ตกหลุมรักปลาแซลมอน การนอน และและออฟฟิศ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เรียนนอก #อเมริกา #ต่างประเทศ #อาสาสมัคร #gap year

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?