/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

How to สมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่เกาหลี เริ่มต้นยังไง? (เล่าละเอียดทุกขั้นตอน) []

วิว
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com พี่เชื่อว่ามีน้องๆ หลายคนที่มีความชื่นชอบในประเทศเกาหลีใต้และอยากมาเรียนต่อปริญญาตรีที่นี่ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดีหรือสงสัยว่าขั้นตอนจะวุ่นวายมั้ย วันนี้ พี่โปร จะขอมาแนะนำวิธีการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยสตรีอีฮวาจากประสบการณ์ส่วนตัวกันของตัวพี่เอง ให้น้องๆ ได้ลองศึกษากันค่ะ โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้เช่นกันค่ะ


     
     ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ พี่ชื่อโปร ตอนนี้กำลังศึกษาชั้นปีที่สี่ คณะ Media Studies เอก Television & Films ที่มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวาค่ะ
   
    จุดเริ่มต้นที่ทำให้สมัครเรียนที่นี่ก็เพราะว่า ตอนนั้นคือช่วงม.6 กำลังเตรียมตัวสอบมหาวิทยาลัย และตอนนั้นพี่มีความรู้สึกว่าอยากเรียนที่เกาหลีใต้ เพราะชื่นชอบศิลปินเกาหลี แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลหลัก สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจเรียนที่นี่ก็คือ สายวิชาที่อยากเรียน นั่นก็คือนิเทศศาสตร์ เนื่องด้วยตอนนี้สายนี้ที่เกาหลีกำลังมาแรงและ น่าสนใจมากๆ ด้วยความที่ปัจจุบันนี้สื่อเกาหลีกำลังดังไปทั่วโลก เลยทำให้อยากรู้ว่า ที่เกาหลีเขาสอน และทำงานกันอย่างไร เลยตัดสินใจลองหาทุน และมหาวิทยาลัยที่เปิดรับนักเรียนต่างชาติดู ตอนนั้นส่งไปสองมหาวิทยาลัย ก็คือยอนเซกับอีฮวา แต่ว่าที่นี่ประกาศผลก่อน ก็เลยเอาที่นี่เลย ตอนนั้นดีใจมากๆ ที่ติดเพราะไม่คิดเลยว่าจะติด และด้วยความที่เป็นการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยต่างประเทศเป็นครั้งแรกในชีวิต
 
วันนี้เป็นโอกาสดีเลยจะมาแชร์ประสบการณ์กันค่ะ ว่าตอนนั้นทำอะไร เตรียมอะไรบ้าง
 
     เริ่มจาก การติดตามข่าวสารการเปิดรับสมัครของมหาวิทยาลัยกันก่อนค่ะ เว็บไซต์ admission.ewha.ac.kr คือเว็บไซต์ที่รวบรวมข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวก้บการสอบเข้ามหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา ตอนนั้นพี่ก็ตามจากทางเว็บ Dek-D นี่ล่ะค่ะ หลังจากนั้นก็ดูระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้ว่าวันไหนอะไร ต้องทำยังไงบ้าง ที่ต้องดูเวลาก่อนเพราะมันคือสิ่งสำคัญมากในการวางแผนว่าเราจะสามารถทำอะไรก่อนหลังได้บ้าง

 

ระยะเวลา 

     โดยปกติแล้วมหาวิทยาลัยที่เกาหลีจะแบ่งเทอมเป็นสองเทอมหลักคือ Spring & Fall เราสามารถเลือกได้เลยว่า อยากสมัครเรียนเข้าเทอมไหน โดยที่เทอม Spring จะเปิดช่วงระหว่างเดือนกันยายน ถึง ตุลาคม และเทอม Fall จะเปิดช่วงระหว่างเดือนมกราคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์และ เดือนเมษายน *ส่วนใหญ่สำหรับเทอม Spring จะเปิดเพียงรอบเดียว แต่เทอม Fall จะเปิด 2 รอบ เพราะฉะนั้น ติดตามกันดีๆ นะคะ
   
     หลังจากดูระยะเวลาเสร็จก็มาเช็คค่ะว่าในระยะเวลานั้นเราต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งขั้นตอนหลักๆ ก็จะมีดังนี้ค่ะ

ขั้นตอนในการเตรียมเอกสาร

     ขั้นตอนที่ 1 เมื่อเรารู้แล้วว่าเราต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ก็ถึงขั้นตอนในการเตรียมเอกสาร เอกสารมีอะไรกันบ้างมาดูกันค่ะ

เอกสารมีอะไรบ้าง
  1. ใบสมัคร ทั้งแบบออนไลน์และ hard copy
  2. เอกสารการสมัครเพิ่มเติม ในเอกสารก็จะมีให้เขียนเลือกคณะที่จะเข้า, จดหมายแนะนำตัว, Study Plan, ผลงานต่างๆและ ผลสอบทางภาษา (อธิบายแบบคร่าวๆ)
  3. จดหมายแนะนำจากอาจารย์ 2 ท่าน
  4. ใบแสดงผลการเรียน
  5. ใบยืนยันการเป็นนักเรียน นักศึกษาของสถาบันศึกษาเดิม (ใบที่ระบุว่าเรากำลังศึกษาชั้นอะไร และจะจบภายในวันไหน)
  6. ใบประกาศผลคะแนนสอบทางภาษา (TOEFL, IELTS หรือ TOPIK)
  7. สำเนาพาสปอร์ตทั้งผู้สมัคร บิดา มารดาของผู้สมัคร
  8. สูติบัตร หรือ เอกสารยืนยันความสัมพันธ์กับบิดาและ มารดา
  9. แฟ้มสะสมผลงาน Portfolio
 

     จากประสบการณ์ของพี่นะคะ ตอนนั้นเกรดมัธยมตอนนั้นได้ประมาณสี่ จดหมายแนะนำจากอาจารย์ตอนนั้นพี่ให้อาจารย์ประจำชั้นกับอาจารย์สอนภาษาอังกฤษเป็นคนเขียนให้ค่ะ  แล้วก็ทำแฟ้มสะสมผลงานส่งไปด้วย ตรงเรียงความเขียนตามความรู้สึกของตัวเองที่อยากถ่ายทอดไปเลยตรงๆค่ะ  แต่ก็เน้นด้วยว่าไปเรียนแล้วจะนำกลับมาปรับใช้กับที่ประเทศไทยได้อย่างไร ตอนนั้นพี่เล่าปัญหาของสื่อไทยไปค่ะ และก็บอกว่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนไปปรับใช้ตรงไหน อย่างไร และก็ใส่ข้อมูลของมหาวิทยาลัย(อันนี้สำคัญมาก) ทั้งข้อมูลมหาวิทยาลัย คณะ รวมทั้งวิชาที่จะได้เรียน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราพร้อมแค่ไหนกับการที่จะมาเรียนที่นี่ ส่วนคะแนนภาษาเกาหลีตอนนั้นไม่ได้ส่งไปค่ะ เพราะว่าเพิ่งเริ่มเรียนภาษาเกาหลีแบบจริงๆ จังเอง แต่ได้ส่งใบcertificate ของสถาบันภาษาเกาหลีตอนที่เรียนที่ไทยไปด้วยค่ะ แล้วก็มีส่งคะแนนโทอิคด้วย คะแนนขอเป็นความลับนะคะ แต่บอกก่อนเลยว่าคะแนนออกมาไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ค่ะ T^T

     
     สำหรับน้องๆ ที่จะสมัครเรียนพี่แนะนำเลยว่ามีผลคะแนนสอบทั้งเกาหลีกับอังกฤษไว้ดีที่สุดค่ะ เราจะได้เปรียบกว่าคนอื่น ส่วนตัวแล้วพี่คิดว่าที่พี่ได้เข้าเรียน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแฟ้มสะสมผลงานด้วยค่ะ ยิ่งถ้าเราจะเข้าเรียนสายศิลปะ มีเดีย กีฬา หรือดนตรี แฟ้มสะสมผลงานสำคัญมากเพราะทางมหาวิทยาลัยจะได้พิจารณาด้วยว่าเราพร้อมจะเรียนสาขานี้มากน้อยแค่ไหน ตอนนั้นพี่มีผลงานอะไรตั้งแต่อนุบาลพี่จับใส่แฟ้มหมดเลยค่ะ เกียรติบัตรนี่ก็ต้องเก็บไว้ดีๆ นะคะ มีประโยชน์มากๆ ตอนทำแฟ้ม
 

ขั้นตอนในการสมัคร 

     ขั้นตอนที่ 1 เราก็เริ่มกับขั้นตอนการสมัครแรก ด้วยการสมัครออนไลน์และจ่ายค่าสมัครค่ะ ทางมหาวิทยาลัยจะบอกวิธีการสมัครตั้งแต่วิธีสมัครเป็นสมาชิกของเว็บจนกระทั่งวิธีสมัครออนไลน์เลยค่ะ สามารถติดตามได้ที่ Announcement ในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย http://admission.ewha.ac.kr/admission/html/international/notice.asp
 
 
 
   
     ทางมหาวิทยาลัยเน้นมาด้วยนะคะว่า การกรอกใบสมัครนั้นต้องระบุประเภทของทุนกับ เรื่องหอพักเพื่อเป็นการพิจารณาการเข้าเรียนต่อไปด้วยค่ะ และในเวลานี้ก็จะต้องจ่ายค่าสมัครไปพร้อมๆ กันเลย ซึ่งจะต้องจ่ายด้วยบัตรเครดิตเท่านั้นนะคะ เพราะว่าต้องจ่ายแบบออนไลน์ น้องๆ ลองถามคุณพ่อคุณแม่ได้เลยนะคะ เรื่องการจ่ายค่าสมัคร ตอนนั้นพี่ก็รบกวนบัตรเครดิตของคุณพ่อค่ะ  
 
     ขั้นตอนที่ 
2 ก็คือการส่งเอกสารสำคัญทั้งหมดให้กับทางมหาวิทยาลัย โดยเราสามารถเลือกได้ค่ะว่าจะส่งแบบไหน คือ ไปส่งเองถึงที่มหาวิทยาลัยหรือ ส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องกะเวลาเผื่อด้วยนะคะ ว่าเอกสารเราจะไปถึงเกาหลีวันไหน ส่วนใหญ่ถ้าส่งแบบ EMS ก็น่าจะประมาณ 3 วันถึงจะถึงที่เกาหลี หลังจากนั้นเราก็รอการประกาศผลสอบได้เลยค่ะ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนในการคัดเลือกค่ะ

     ซึ่งในระยะเวลานี้ทางมหาวิทยาลัยอาจจะมีการขอสัมภาษณ์น้องๆ เพื่อพิจารณาทุนได้นะคะ เพราะฉะนั้นในช่วงนี้หมั่นเช็คเมลและเตรียมตัวให้สัมภาษณ์ไว้ด้วยนะคะ พอมาถึงวันประกาศผล ทางมหาวิทยาลัยก็จะส่งผลการคัดเลือกมาทางอีเมลค่ะ ถ้าใครไม่ได้รับอีเมลประกาศผลสามารถส่งอีเมลไปถามได้เลยค่ะ วิธีการดูผลก็คือในอีเมลนั้นทางมหาวิทยาลัยจะระบุสองอย่างค่ะ คือ สอบติดหรือไม่ติด กับประเภทของทุนที่เราได้ แม้ว่าเราจะไม่ได้ทุนอย่างที่เราตั้งใจไว้ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้เข้าเรียนนะคะ ทางมหาวิทยาลัยจะระบุไว้ให้ค่ะ ว่าติด แต่ไม่ได้ทุน หรือติด แต่ได้ทุนประเภทอื่นแทน ซึ่งประเภทของทุนก็จะมีดังนี้ค่ะ


 
  1.  
    EGPP (Ewha Global Partnership Program) ทุนจำนวนเต็ม ที่รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ด้วย
  2. ISS (International Students Scholarship) อันนี้จะเป็นทุนรับผิดชอบเฉพาะค่าเทอม กับค่าแรกเข้านะคะ ทุนนี้ก็จะแบ่งได้ตามนี้ค่ะ
    - ISS F ก็คือ ทุนค่าเทอมเต็มจำนวนพร้อม ค่าแรกเข้า ทุนนี้จะมี 3 ประเภทค่ะคือ
    - ISS F4 ทุนค่าเทอมเต็มสี่ปี
    - ISS F2 ทุนค่าเทอมสองปี
    - ISS F1 ทุนค่าเทอมปีเดียว
    - ISS H ก็คือ ทุนค่าเทอมครึ่งนึง ซึ่งปัจจุบันจะเหลืออยู่แค่ประเภทเดียวคือ
    - ISS H1 ทุนค่าเทอมครึ่งนึง หนึ่งปี
    - ISS E ทุนค่าแรกเข้า
 
3. Ewha Language Center Scholarship in Excellence in Korean Language  ทุนจากศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัย ซึ่งก็จะให้ส่วนหนึ่งของค่าเทอมเทอมแรก
   
     ขั้นตอนที่
3 ทางมหาวิทยาลัยจะมีเอกสารยืนยันสิทธิให้เรามากรอก เพื่อยืนยันสิทธิว่าเราจะเข้าเรียนที่นี่ เอกสารนั้นเรียกว่า Letter of Affidavit ค่ะ เมื่อเรากรอกเสร็จแล้วก็เมลส่งกลับไป หรือจะส่งเองให้กับมหาวิทยาลัยได้เลยค่ะ และในขั้นตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยก็จะส่งรายละเอียดการจ่ายค่าเทอมมาด้วยค่ะ เพราะว่าการจ่ายค่าเทอมก็ถือเป็นอีกการยืนยันว่าเราจะเข้าเรียนที่นี่
     ขั้นตอนที่ 4 ทางมหาวิทยาลัยก็จะออกเอกสารยืนยันการเข้าเรียน เพื่อที่เราจะสามารถนำเอกสารพวกนี้มายื่นขอวีซ่าได้ค่ะ
     ขั้นตอนที่ 5 เราก็นำเอกสารต่างๆ รวมทั้งเอกสารยืนยันการเข้าเรียนไปยื่นที่สถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยเพื่อขอวีซ่านักเรียนได้เลยค่ะ

         
      หลังจากที่เราได้รับวีซ่าแล้ว เตรียมตัวก่อนเปิดเทอมได้เลยค่ะ ทั้งการติดต่อหอพัก การซื้อตั๋วเครื่องบิน และการลงวิชาเรียนเป็นต้น


การลงวิชาเรียน

     ในส่วนของการลงวิชาเรียนเราต้องตามให้ดีๆ นะคะ เพราะแต่ละชั้นปีจะลงไม่พร้อมกัน โดยเฉพาะนักเรียนใหม่จะได้ลงเป็นกลุ่มสุดท้ายเลยค่ะ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีวิชาลงนะคะ เพราะบางตัวเขาก็จะเก็บที่ไว้ให้นักเรียนใหม่ด้วยค่ะ

http://www.ewha.ac.kr/mbs/ewhakr/jsp/album/
   
     ในส่วนวิชาที่มหาวิทยาลัยเปิดสอน มีทั้งภาษาเกาหลีกับอังกฤษค่ะ และอิสระมากกกกกกกก ในการลงเรียน เราจะลงวิชาเรียนไหนก็ได้ค่ะ วิชาส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยจะอิสระมากๆ ลงข้ามคณะ ข้ามเอกได้เลย ดังนั้นหากเอกที่น้องๆ เรียนยังไม่ค่อยเปิดเป็นภาษาอังกฤษ แล้วน้องๆ ยังไม่แข็งภาษาเกาหลีพอที่จะลงเรียนเป็นภาษาเกาหลีทั้งหมด ก็ไปลงวิชาที่เปิดสอนเป็นภาษาอังกฤษในเอกอื่นก่อนได้ค่ะ แต่ น้องๆต้องดูดีๆ นะคะว่าเอกของน้องๆ มหาวิทยาลัยกำหนดเกณฑ์ในการลงวิชาไว้ยังไง เช่น น้องๆ ต้องลงวิชาเอกกี่ตัว วิชาบังคับของมหาวิทยาลัยกี่ตัว ถ้าลงเพลินน้องๆ อาจจะไม่จบได้นะคะ วันนี้พี่ก็จะมาอธิบายประเภทวิชาที่มหาวิทยาลัยเปิดสอนให้ได้อ่านและทำความเข้าใจกันคร่าวๆ 

 
 
   
     ก่อนอื่นเลย เริ่มต้นที่ วิชาคณะ อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าทางคณะมีระเบียบการยังไงแบบไหน เพราะแน่นอนว่าแต่ละคณะจะมีเกณฑ์ที่ต่างกันค่ะ
     
     ต่อมา วิชาประเภทนี้สำคัญพอๆ กับวิชาคณะเลยค่ะ และยังเป็นกลุ่มวิชาที่ช่วยน้องๆได้ดีเลย หากน้องๆ ยังไม่เก่งภาษาเกาหลี นั่นก็คือวิชาบังคับของมหาวิทยาลัยที่น้องๆ จำเป็นจะต้องลงอยู่แล้ว เช่น วิชาภาษาอังกฤษ วิชาหลักภาษาเกาหลี วิชาศาสนาคริสต์เป็นต้น จริงๆ แล้ววิชาบังคับเปิดเป็นตัวอังกฤษเยอะมากค่ะ ช่วงปีแรกๆ น้องสามารถเก็บตัวพวกนี้ก่อนได้เลย พี่และเพื่อนคนต่างชาติส่วนใหญ่ก็จะลงวิชาเหล่านี้เป็นภาษาอังกฤษกันค่ะ เพราะนอกจากนับหน่วยกิตเป็นตัวบังคับแล้ว เรายังไม่ต้องไปลงวิชาที่สอนเป็นภาษาอังกฤษข้ามคณะให้เสียเวลาอีกด้วยค่ะ ส่วนใหญ่แล้ววิชาบังคับจะเป็นวิชาทั่วไปที่ครอบคลุมทุกคณะเลยค่ะ เพื่อที่จะให้นักเรียนทุกคนมีสิทธิลงเรียนได้เท่ากัน
 

 
     และวิชาสุดท้ายที่สำคัญ ก็คือ วิชาแชเพิลค่ะ จริงๆ แล้วตัวนี้ดูไม่ค่อยเหมือนวิชาเท่าไหร่ แต่เป็นการเข้าหอประชุมเพื่อฟังการบรรยายต่างๆ คล้ายๆ การเข้าโบสถ์ค่ะ ด้วยความที่ว่ามหาวิทยาลัยนี้เป็นมหาวิทยาลัยคริสต์ ดังนั้นวิชาแชเพิลจึงเป็นวิชาที่สำคัญอีกวิชาค่ะ
   
      อ้อ สำหรับนักศึกษาต่างชาติเข้าใหม่จะมีการสอบวัดระดับภาษาเกาหลีและอังกฤษด้วยค่ะ เพื่อที่เราจะสามารถลงวิชาภาษาเกาหลีและอังกฤษที่เหมาะสมกับทักษะทางภาษาของเรา หรือไม่ น้องๆสามารถยื่นคะแนนภาษาให้ทางมหาวิทยาลัยโดยตรง เพื่อที่ทางมหาวิทยาลัยจะได้พิจารณาระดับภาษาของน้องๆ โดยที่ไม่ต้องสอบวัดระดับกับทางมหาวิทยาลัยอีกรอบค่ะ เมื่อเรารู้แล้วว่าเราอยู่ในระดับไหน เราก็สามารถที่จะลงวิชาภาษาเกาหลีและอังกฤษตามระดับที่น้องได้เลยค่ะ
 
http://cms.ewha.ac.kr/
   
     *สำหรับภาษาเกาหลี หากน้องๆ มีคะแนนไม่ถึงระดับ 4 จาก 6 ระดับ หรือถึงแล้วก็ตาม น้องๆ สามารถเรียนเพิ่มกับทางมหาวิทยาลัยได้ค่ะ วิชาภาษาเกาหลีสำหรับนักศึกษาต่างชาตินั้นคือวิชาหนึ่งของทางมหาวิทยาลัยเลย ไม่ได้เป็นวิชาแยกของศูนย์ภาษา เพราะว่าวิชาภาษาเกาหลีของทางมหาวิทยาลัยนั้นจะนับหน่วยกิตด้วยค่ะ แต่แค่ไม่ออกเกรด (ยกเว้นระดับ ที่ออกเกรด) และก็จะรวมกับค่าเทอมไปเลย
     *ทางมหาวิทยาลัยค่อนข้างจะให้อิสระกับการลงเรียนภาษาเกาหลีนะคะ เราสามารถเลือกเรียนกับที่มหาวิทยาลัย หรือลงเรียนที่ศูนย์ภาษาของมหาวทยาลัย หรือที่อื่นก็ได้ค่ะตามที่เราสะดวก แต่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดมาว่า น้องๆ จะต้องมีผลสอบ TOPIK ระดับ 4 ขึ้นไปก่อนจบการศึกษาด้วยนะคะ ไม่งั้นทางมหาวิทยาลัยจะไม่ให้น้องๆ เรียนจบจนกว่าน้องๆ จะมีผลคะแนนสอบ!

 
      ทั้งหมดนี้คือ วิธีการเตรียมตัวและสมัครเข้าเรียนที่อีฮวาค่ะ น้องๆคนไหนยังมีข้อสงสัยสามารถติดตามและสอบถามได้ที่ทาง http://admission.ewha.ac.kr/ หรือ ienter@ewha.ac.kr / admission@ewha.ac.kr และเมื่อน้องๆ สอบติดและเข้ามาเป็นนักศึกษาของที่มหาวิทยาลัยแล้ว จะมีสำนักงานที่คอยดูแลน้องๆ อยู่ค่ะ นั่นก็คือ OIA (Office of International Affairs) ถ้าน้องๆ มีปัญหาอะไรก็ตามเกี่ยวกับทางมหาวิทยาลัยหรือการใช้ชีวิตที่เกาหลี เช่น การเข้าเรียน หอพัก ทำเอเลี่ยนการ์ด หรือบัตรนักเรียน เป็นต้น สามารถสอบถามได้ที่ http://oia.ewha.ac.kr/ หรือ gsc@ewha.ac.kr
  
 
   
     สำหรับพี่แล้ว พี่ถือเป็นเกียรติมากๆ เลยที่ได้มีโอกาสได้ศึกษาที่นี่ พี่ได้เรียนรู้อะไรมากมายไม่ใช่แค่ในมหาวิทยาลัย แม้แต่การสมัครเรียนก็ได้ให้อะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องการตรงต่อเวลา ทำงานเป็นระบบ เป็นต้น เพราะฉะนั้นพี่อยากฝากถึงน้องๆ ที่กำลังเตรีมสมัครเรียนเมืองนอกไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ขอให้วางแผนดีๆ นะคะ ถึงแม้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ในทุกๆ เทอม แต่เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เพราะฉะนั้นวางแผนและเตรียมตัวดีๆ พี่ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ 화이팅!!!

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pro

พี่โปร - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ประสบการณ์เด็กนอก #เกาหลีใต้ #อีฮวา #สอบเข้า

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป