ความคิดเห็น

12

จำนวนแชร์
2,526

      สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกเช่นเคย^^ สำหรับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ อ่านประสบการณ์เรียนต่อกันมาเยอะ ลองมาอ่านประสบการณ์การทำงานกันบ้างดีกว่า ขอบอกว่าห้ามพลาด เพราะเป็นประสบการณ์การเป็นสถาปนิกที่ฝรั่งเศส!


ครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อไปเป็นสถาปนิกที่ "ปารีส" เมืองในฝัน

     สวัสดีค่ะชาวเด็กดี พี่ชื่อ 'ป้อ' ค่ะ พี่เรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาสถาปัตย์ฯ ที่จุฬาฯ หลังเรียนจบได้มีโอกาสทำ งานในบริษัทสถาปนิกชื่อดังในเมืองไทย พี่ทำงานอยู่ประมาณสองปีก็เริ่มเตรียมตัวเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อหาทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่โชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้

      พี่บังเอิญทราบข่าวการรับสมัครทุนของบริษัทสถาปนิกที่พี่ชื่นชอบ เรนโซ่ เปียโน (Renzo Piano) สถาปนิกชื่อดังชาวอิตาเลียน ผู้ออกแบบปอมปิดูเซนเตอร์ (Pompidou Center) ที่ปารีส โดยทุนนี้เปิดให้สถาปนิกจบใหม่จากทั่วโลกส่งพอร์ตโฟลิโอ (portfolio) ไม่เกินสิบแผ่นเอสี่เข้ามาสมัคร และจะมีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่จะถูกรับ!! วันที่พี่ทราบข่าวนี้คือเวลาห้าวันก่อนปิดรับสมัคร เวลาก็กระชั้น แต่ใจมันอยากลอง พี่ใช้เวลาหลังเลิกงานตั้งใจทำพอร์ตโฟลิโออย่างดีที่สุด เมื่อถึงวันปิดรับสมัคร ผลงานของพี่ก็ถูกส่งไปทันเวลาพร้อมด้วยความหวังลึกๆ ว่าพี่จะได้รับโอกาสนี้

ครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อไปเป็นสถาปนิกที่ "ปารีส" เมืองในฝัน
     
      เวลาผ่านไปไม่ถึงสองเดือน พี่ก็ได้รับข่าวอันยิ่งใหญ่ในชีวิต พี่ได้รับเลือกจากผู้สมัครมากกว่าพันคนทั่วโลก ให้ไปทำงานที่ปารีส พร้อมด้วยเงินทุนก้อนใหญ่ตรงหน้า วันที่พี่เห็นชื่อตัวเองในเว็บไซต์ของบริษัทเรนโซ่ เปียโน พร้อมด้วยคำพูดของครอบครัวที่ว่า “ป้อมาถูกทางแล้วล่ะลูก” วันนั้น...น้ำตาพี่ไหลออกมาอย่างกับนางงามจักรวาลได้มงกุฏอย่างไรอย่างนั้น พี่ถูกเลือกให้มาฝึกงานในบริษัทเรนโซ่ เปียโน สาขาปารีส เป็นเวลาหกเดือน พร้อมเงินทุน 10,000 ยูโร 
     
      เมื่อเราเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ เบื้องหน้า ก็ไม่ต้องกังวลว่าเราจะทำไม่ได้ ตั้งแต่เกิดมาพี่อยู่กับที่บ้านตลอด ไม่เคยอยู่หอ ไม่เคยอยู่คนเดียว และนี่เป็นครั้งแรกที่ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยตนเองโดยที่ไม่รู้จักใครเลยที่นั่น ก่อนเดินทางไปปารีส พี่มีเวลาเตรียมตัวไม่ถึงสี่เดือน และด้วยคำเตือนของคุณเลขาฯ จากบริษัทในปารีสว่าคนที่ฝรั่งเศสและพนักงานในบริษัทใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร พี่ก็เครียดเลยค่ะ รีบไปเข้าคอร์สเรียนภาษาฝรั่งเศสแบบเร่งรัดหนึ่งเดือนด้วยความหวังว่า อย่างน้อยก็น่าจะพอเอาตัวรอด พอสั่งข้าวกินได้บ้าง นอกจากความรู้ทางภาษาฝรั่งเศสที่เป็นศูนย์แล้ว เสื้อผ้าอาภรณ์ที่จะเอาไว้ใช้หน้าหนาวก็แทบไม่มีด้วยเช่นกัน ปฏิบัติการช้อปกระหน่ำจึงเกิดขึ้น เสื้อหนาวเอย ผ้าพันคอเอย อาหารการกินก็มา มาม่า อาหารแห้งต่างๆ แม้กระทั่งกระติกน้ำ ร้อนและหม้อหุงข้าวก็ถูกแพ็คมากับกระเป๋าเดินทางด้วย

ครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อไปเป็นสถาปนิกที่ "ปารีส" เมืองในฝัน
 
 
     ก้าวแรกที่เหยียบถึงสนามบิน ชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle) เป็นเวลาเช้ามืด คุณเลขาฯ ได้ส่งคนขับแท็กซี่มาถือป้ายชื่อยืนรอรับพี่หน้าทางออก เพื่อไปส่งยังโรงแรมใจกลางเมือง ซึ่งบริษัทจะออกค่าใช้จ่ายสำหรับโรงแรมให้พี่ทั้งหมดก่อนจะหาห้องพักได้ ไม่อยากจะคิดถึงชีวิตหกเดือนข้างหน้าเลยว่าจะเลิศหรูขนาดไหน พี่เปิดกระจกรถสูดอากาศเช้าในปารีส เสียงวิทยุภาษาฝรั่งเศสแว่วเข้ามาในหู พร้อมกับเสียงของคนขับที่หันมาพูดกับพี่ว่า “Bienvenue à Paris! ยินดีต้อนรับสู่ปารีสครับ”...

      ในข้อเสียส่วนใหญ่มักจะมีข้อดีให้เราได้เรียนรู้เสมอ เมื่อมาถึงปารีส สิ่งแรกที่พี่ทำอย่างแรกคือ เที่ยวค่ะ พี่เดินชมเมืองอย่างตะบี้ตะบันราวกับเป็นวันสุดท้ายที่จะมาอยู่ที่นี่ แต่ยังไม่กล้านั่งรถใต้ดินเพราะได้ยินคำร่ำลือมาเยอะว่า ถ้าเราทำท่าทางเงอะงะเหมือนนักท่องเที่ยว เราจะกลายเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ พี่จึงใช้วิธีเดินอย่างเดียว บรรยากาศเมืองอันน่าเดิน น่าชม น่ามอง วันแรกที่มาถึงทำเอาพี่เดินเพลินมากกว่าห้ากิโลเมตร ขาลากจนวันรุ่งขึ้นเดินแทบไม่ไหว ผู้คนในเมืองโดยรอบแต่งตัวเก๋ไก๋ ดูใช้ชีวิตแบบชิลล์ๆ นั่งตากแดด ต่อคิวซื้อขนม จิบกาแฟ แต่ความชิลล์ของคนฝรั่งเศสบางทีก็ทำให้หงุดหงิดได้โดยเฉพาะเวลาทำเอกสารต่างๆ ที่แสนจะล่าช้า ยิ่งกว่าเช้าชามเย็นชามซะอีก พี่ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมาอดทนกับความชิลล์นี้

ครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อไปเป็นสถาปนิกที่ "ปารีส" เมืองในฝัน

      ผ่านมาเป็นเดือนคุณเลขาฯ ยังหาที่พักให้พี่ไม่ได้ อยู่โรงแรมจนรากงอกแล้ว สบายมันก็สบายแต่มันไม่สะดวกกับชีวิตอย่างแรง ทำอาหารกินเองก็ไม่ได้ ต้องฝากท้องร้านข้างนอกตลอด ที่แย่ไปกว่านั้นคือพี่ยังเปิดบัญชีธนาคารไม่ได้ค่ะ เนื่องจากยังไม่ได้บัตรพำนักอาศัย (Carte de séjour) ที่นี่พอได้วีซ่าเข้าประเทศแล้ว ต้องต่อวีซ่าเป็นบัตรพำนักอาศัยถึงจะทำธุรกรรมต่างๆ ได้ เงินทุน 10,000 ยูโรที่จะโอนเข้ามาจากออฟฟิศที่อิตาลีเลยยังโอนมาไม่ได้ ทุกวันนี้ต้องยืมเงินที่บ้านมาประทังชีวิต หมดไปหลายหมื่นบาทแล้วจ้า  กว่าจะได้บัตรกว่าจะเปิดบัญชีได้ พี่ก็ก้าวพ้นขีดจำกัดของคำว่าอดทนไปแล้วค่ะ

ครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อไปเป็นสถาปนิกที่ "ปารีส" เมืองในฝัน
     
      ในบรรยากาศชิลล์ๆ นี้ก็ยังมีข้อดีอยู่หลายอย่าง ออฟฟิศที่นี่ตามสัญญาจ้างระบุเข้างานเก้าโมงเช้าเลิกงานหกโมงเย็น ไม่มีการตอกบัตร เขาถือว่าให้เกียรติพนักงานที่รู้ว่าควรจะจัดการตนเองยังไง เพราะฉะนั้นจะเข้างานเลิกงานกี่โมงก็ได้ เวลาพักกลางวันชั่วโมงครึ่ง ไม่รวมเวลาดื่มกาแฟพูดคุยกันหลังอาหาร และเนื่องจากเวลาพักที่ยาวนาน เพื่อนร่วมงานอิตาเลียนหลายคนจึงใช้เวลาพักกลางวันไปกับการว่ายน้ำ ชิลล์ไหมล่ะ ว่ายน้ำชั่วโมงนึง กินแซนด์วิซหลังว่ายอีกครึ่งชั่วโมง กลับมาออฟฟิศทำงานต่ออีกห้าหกชั่วโมง หลับสบายเลยวันนั้น

ครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อไปเป็นสถาปนิกที่ "ปารีส" เมืองในฝัน
      
      พนักงานที่นี่มีทั้งหมดราวๆ เจ็ดสิบคน แต่ไม่มีคนเอเชียหัวดำแบบพี่เลย คนเอเชียส่วนใหญ่ในออฟฟิศมาจากอเมริกา ที่เหลือก็เป็นคนแถบยุโรปทั้งนั้น บรรยากาศการทำงานต่างกับเมืองไทยพอสมควร ไม่มีระบบซีเนียร์จูเนียร์ รุ่นพี่รุ่นน้อง ทุกคนเท่าเทียมกัน สามารถออกความเห็นข้ามหัวกันได้ โดยไม่มีใครห้าม คนที่สั่งงานเราได้คือเจ้าของบริษัทและหัวหน้าทีมเท่านั้น ประกอบกับโต๊ะทำงานที่เป็นแบบเปิดโล่ง จัดกรุ๊ปที่นั่งตามโปรเจกต์งานที่ทำ ทุกคนมองเห็นกันหมด ไม่เข้าใจงานส่วนไหนก็ตะโกนเรียกกันได้เลย สะดวกต่อการคุยงานมาก

       เนื่องจากพี่เคยมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน พอมาทำงานที่นี่จึงสามารถปรับตัวได้สบาย โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับเขียนแบบรวมถึงระบบจัดเก็บไฟล์ต่างๆ ก็ใกล้เคียงกับออฟฟิศเก่าที่ไทย แต่ที่นี่เน้นการทำแบบด้วยมือมากกว่าใช้คอมพิวเตอร์ แบบตรงไหนมีปัญหาก็สเกตช์แบบ ตัดโมเดล มานั่งคุยกัน ทำให้การทำงานในแต่ละวันไม่น่าเบื่อเลย ภาษาฝรั่งเศสพี่ก็พัฒนาขึ้นมากใช้งานได้พอสมควร และด้วยความรู้สึกที่สนุกกับการทำงานในทุกๆ วัน พี่ก็ทุ่มเทตั้งใจทำ งานโชว์ฝีมือเต็มที่ จากเด็กที่หัวหน้าไม่ค่อยเห็นหัว ความสามารถของพี่ก็เริ่มเข้าตาหัวหน้า พี่เลยได้มีโอกาสคุยเรื่องการทำงานต่อหลังหมดสัญญาด้วยค่ะ

ครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อไปเป็นสถาปนิกที่ "ปารีส" เมืองในฝัน
 
     ทุกวันนี้ผ่านมาสิบปีแล้วจากเงินทุนในวันนั้น ทำให้พี่ได้เปิดโลกทัศน์ต่างๆ มากมายและยังคงมีความสุขสนุกในวิชาชีพสถาปนิก อาชีพที่สร้างความฝันให้กลายมาเป็นความจริง ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าเราทำอะไรด้วยใจรัก ความสุขและความสนุกมักจะตามมาเสมอ พี่ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนกล้าที่จะฝันและยืนหยัดในสิ่งที่ทำเพื่อไปให้ถึงฝัน เหมือนที่พี่มีโอกาสไปถึงค่ะ พี่มีเขียนเล่าเรื่องราวทั้งหมดไว้ในหนังสือชื่อ “ตึก ตึก โป๊ะ” จังหวะชีวิตสถาปนิก จากทุนเรนโซ เปียโน สู่แดนมังกร สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศค่ะ หรือใครอยากติดตามก็มาคุยกันได้ที่เพจนี้เลย
www.facebook.com/ArchLifeRhythm      

ครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อไปเป็นสถาปนิกที่ "ปารีส" เมืองในฝัน
     
   
      เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เลยค่ะ ถ้ามีโอกาสไปใช้ชีวิตแถมได้ทำงานที่ถนัดและรักในเมืองในฝันแบบนี้ คงเป็นอะไรที่ฟินมากกก ขอบคุณพี่ป้อด้วยที่มาเล่าเรื่องสนุกๆ ให้พวกเราได้ฟังกัน ^^
พี่ป้อฝากบอกด้วยว่า ใครอยากได้หนังสือของพี่ป้อล่ะก็ คอมเมนต์ได้เลย อย่าลืมใส่อีเมลด้วยนะคะ (เดี๋ยวพี่ป้อจะสุ่มอีเมลไปแจก) ส่วนใครมีประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ อยากแบ่งปันแบบนี้ ก็เขียนส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com เดี๋ยวนำมาลงแน่นอนจ้า

ค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกที่สุด

ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Studyabroad > ประสบการณ์เด็กนอก
ความคิดเห็น

12

จำนวนแชร์
2,526

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

  1. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    #5 ป้อ กุลธิดา
    30 ก.ค. 2559, 08:56 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    ประกาศจ้า...

    พี่ปิดรับการแจกหนังสือแล้วนะจ๊ะ ถ้าน้องๆ คนไหนสนใจสามารถไปตามหากันได้ตามร้านหนังสือ (คิโนะ เอเชียบุค ศูนย์หนังสือจุฬาฯ) หรือจะสั่งออนไลน์ที่สำนักพิมพ์โดยตรงก็ inbox ไปที่ลิงค์นี้เลยได้เลยจ๊ะ
    https://www.facebook.com/LiZennPublishing/photos/?tab=album&album_id=1323609014321564&__mref=message

    ลิงค์ตัวอย่างหนังสือจ้า
    https://issuu.com/li-zenn/docs/_________________________________si

    ขอให้เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ ช่วยผลักดันน้องๆ ให้มีกำลังใจที่จะสู้เพื่อความฝันนะจ๊ะ
    เยี่ยม
    #5
  2. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    27 ก.ค. 2559, 16:16 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    Oh!!!! Paris พี่เก่งมากเลย เคยคิดอยากจะเป็นสถาปนิกแต่เหมือนสมองจะไม่เข้า เสียใจ สู้ต่อไปๆๆ

    ป.ล. อยากได้หนังสือจัง เขิลจุง

    Thawoen.Somphob7@gmail.com 

    #1

12 ความคิดเห็น

  1. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    27 ก.ค. 2559, 16:16 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    Oh!!!! Paris พี่เก่งมากเลย เคยคิดอยากจะเป็นสถาปนิกแต่เหมือนสมองจะไม่เข้า เสียใจ สู้ต่อไปๆๆ

    ป.ล. อยากได้หนังสือจัง เขิลจุง

    Thawoen.Somphob7@gmail.com 

    #1
    • #1-1 ป้อ กุลธิดา
      30 ก.ค. 2559, 08:33 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
      อยากได้ก็ได้เลย เดี๋ยวติดต่อไปนะคะ เยี่ยม
      #1-1
    • #1-2 ป้อ กุุลธิดา
      30 ก.ค. 2559, 09:25 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
      อีเมลที่ให้มาติดต่อไม่ได้นะคะ มีอีเมลอื่นไหมคะ
      #1-2
  2. #2 Vipawan
    28 ก.ค. 2559, 22:40 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ขอบคุณค่า สำหรับประสบการณ์ดีคะๆ
    เป็นอาชีพที่ต้องอดหลับอดนอน แชะ เหนื่อยสุดๆ อาชีพหนึ่ง
    เป็นกำลังใจให้ค่าาเยี่ยมเยี่ยม

    Vipawan.prommijit@gmail.com
    #2
    • #2-1 ป้อ กุลธิดา
      30 ก.ค. 2559, 08:36 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ
      ในหนังสือยังมีอีกหลายประสบการณ์เลยค่ะ เดี๋ยวติดต่อกลับไปนะคะ
      #2-1
  3. #3 myylovekou
    29 ก.ค. 2559, 10:08 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ปารีสสสส เมืองที่ต้องได้ไปในตอนยังไม่แก่
    อยากอ่านประสบการณ์อยู่เมืองนี้ในมุมสถาปนิก^^
    ivory_blackcat@hotmail.com
    ว้าว
    #3
    • #3-1 ป้อ กุลธิดา
      30 ก.ค. 2559, 08:37 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
      ได้เลย เดี๋ยวติดต่อกลับไปนะจ๊ะ เยี่ยม
      #3-1
    • #3-2 ป้อ กุลธิดา
      6 ส.ค. 2559, 10:03 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
      ไม่ทราบว่าได้รับอีเมลที่ส่งไปหรือเปล่าคะ ถ้าอย่างไรติดต่อกลับมาด้วยนะคะ
      #3-2
  4. #4 Iwannabeaachitec
    29 ก.ค. 2559, 17:35 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    พี่เก่งมากๆเลยค่ะ หนูก็ตั้งใจอยากเป็นสถาปนิกเหมือนกับพี่ อ่านแล้วมีกำลังใจมากเลยค่ะ โกรธอ่านหนังสือ

    ปล. อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตพี่จัง ขอหนังสือนะคะ อิอิ
    Sai.ij1527@gmail.com
    #4
    • #4-1 ป้อ กุลธิดา
      30 ก.ค. 2559, 08:41 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
      สู้ๆ นะคะ พี่เป็นกำลังใจให้
      ขอให้เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันน้องให้ไปถึงฝันนะ
      ไว้จะติดต่อกลับไปจ้า เยี่ยม
      #4-1
  5. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    #5 ป้อ กุลธิดา
    30 ก.ค. 2559, 08:56 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    ประกาศจ้า...

    พี่ปิดรับการแจกหนังสือแล้วนะจ๊ะ ถ้าน้องๆ คนไหนสนใจสามารถไปตามหากันได้ตามร้านหนังสือ (คิโนะ เอเชียบุค ศูนย์หนังสือจุฬาฯ) หรือจะสั่งออนไลน์ที่สำนักพิมพ์โดยตรงก็ inbox ไปที่ลิงค์นี้เลยได้เลยจ๊ะ
    https://www.facebook.com/LiZennPublishing/photos/?tab=album&album_id=1323609014321564&__mref=message

    ลิงค์ตัวอย่างหนังสือจ้า
    https://issuu.com/li-zenn/docs/_________________________________si

    ขอให้เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ ช่วยผลักดันน้องๆ ให้มีกำลังใจที่จะสู้เพื่อความฝันนะจ๊ะ
    เยี่ยม
    #5

แสดงความคิดเห็น

แม่ไม่ให้เข้าบ้าน พ่อบอกบ้านล็อค, บอมบอมควรใช้อะไรไขประตูบ้านดี? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .