ความคิดเห็น

10

จำนวนแชร์
1,170
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com พี่พิซซ่า เชื่อว่าน้องๆ ส่วนใหญ่น่าจะมีบัญชีเฟซบุ๊กกัน และคงใช้เฟซบุ๊กเป็น 1 ในช่องทางหลักในการอัพเดตข่าวคราวทั้งของตัวเองและของเพื่อนๆ คุณพ่อคุณแม่ของหลายๆ คนก็น่าจะเริ่มมีบัญชีเฟซบุ๊กเช่นกันเพื่อพูดคุยกับเพื่อนๆ ของพวกท่าน และสิ่งที่มักตามมาก็คือคำขอเป็นเพื่อนจากคุณพ่อคุณแม่ บางคนไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้ ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกกังวลที่จะต้องเป็นเพื่อนกับคุณพ่อคุณแม่ในเฟซบุ๊ก ลองมาดูเหตุผลหลักๆ ของคนที่ไม่อยากรับพ่อแม่เป็นเพื่อนในเฟซกันค่ะ


ได้มีเรื่องน่าอายมากกว่าเดิมแน่ๆ


     นี่เป็นความเห็นที่พบได้มากเมื่อถามเรื่องการรับพ่อแม่เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กค่ะ ส่วนมากจะบอกว่ากลัวพ่อแม่มาโพสต์อะไรให้ต้องอายเพื่อนๆ เช่นเอาภาพตอนเผลอน่าเกลียดๆ ของเรามาลง หรือมาคอมเมนต์อะไรที่ทำให้สเตตัสคุยกับเพื่อนแบบสนุกสนานต้องจบลง เช่น คุยเรื่องดารากันอย่างออกรสกับเพื่อนสนิท 2-3 คน แล้วอยู่ๆ แม่ก็มาเมนต์ถามว่าเพื่อน A สบายดีมั้ย ไม่เจอกันนานเลยนะลูก

     ลองมองมุมกลับสิ: ภาพหน้าเหวอๆ โก๊ะๆ ของเราเป็นภาพที่น่ารักในสายตาของพ่อแม่เสมอ ที่ท่านชอบเอามาลงก็เพราะอยากให้คนอื่นได้เห็นความน่ารักแบบธรรมชาติๆ ของเราที่ไม่ผ่านการดีไซน์มุมกล้องและแอพบิวตี้ 15 แอพ ส่วนคอมเมนต์ที่หลายคนมองว่าเชยก็โผล่มาถามอะไรที่ไม่เกี่ยวกับสเตตัสต้นเรื่อง ก็ต้องเข้าใจว่าพ่อแม่ท่านเล่นเฟซไม่ค่อยเป็นหรอก ถ้าเห็นชื่อเพื่อนเราคนไหนโผล่มาแล้วท่านรู้จักก็ต้องทักทายเป็นธรรมดา ท่านไม่ได้อยากทำให้เราหมดสนุกหรอก


ไม่อยากให้พ่อแม่รู้บางเรื่องของเรา


     หลายคนไม่ได้คุยทุกเรื่องกับที่บ้าน แต่นิยมคุยทุกเรื่องผ่านเฟซบุ๊กกับเพื่อนๆ ซะมากกว่า คนส่วนมากมักแสดงความเป็นตัวของตัวเองแบบสุดๆ ผ่านโลกออนไลน์ ฉะนั้นถ้าแอดพ่อแม่เข้ามา พ่อแม่ก็จะรู้ตัวตนหรือรสนิยมที่เราไม่อยากบอก เช่น ชอบอ่านนิยายวาย ชอบแต่งหญิง ชอบพูดจาหยาบคายลามกกับเพื่อน หรือชอบโกหกสร้างโปรไฟล์ในโลกออนไลน์

     ลองมองมุมกลับสิ: บางทีการแอดพ่อแม่เป็นเพื่อนก็เป็นหนึ่งในวิธีการบอกตัวตนเราให้พ่อแม่รู้ โดยเฉพาะในเรื่องที่พูดยาก เช่นถ้าเราชอบเพศเดียวกัน การพูดโพล่งขึ้นมาเลยกลางโต๊ะอาหารที่บ้านน่าจะเป็นเรื่องยากพอตัว แต่ถ้าพ่อแม่เห็นเราติดตามบุคคลในดวงใจหรือคนที่แอบชอบในเฟซอยู่เนืองๆ บางทีท่านก็พอจะเดาได้แล้ว และอาจจะยอมรับได้ง่ายขึ้น
     ส่วนเรื่องราวไม่ดีที่เราทำในเฟซแล้วไม่อยากให้พ่อแม่รู้ เช่นชอบถ่ายภาพเซลฟี่ที่ล่อแหลม ชอบพูดจาลามกหยาบคายใส่กัน หรือพูดจาข่มขู่ผู้อื่น ถ้าเราไม่อยากรับพ่อแม่เป็นเพื่อนในเฟซเพราะไม่อยากให้พวกท่านเห็นเรื่องเหล่านี้ ก็แปลว่าเราพอจะรู้ตัวอยู่แล้วว่ามันเป็นสิ่งไม่ดีและไม่ควรทำ การรับพ่อแม่เป็นเพื่อนจะทำให้เราโพสต์อะไรแบบนี้ลดลงเพราะต้องระวังมากขึ้น และนั่นจะเป็นผลดีกับโปรไฟล์เราค่ะ เดี๋ยวนี้เวลาสมัครเรียนหรืองาน หลายๆ คณะและบริษัทจะแอบตามไปดูในเฟซบุ๊กของผู้สมัครด้วย และถ้าเข้าไปแล้วเห็นเราโพสต์แต่อะไรแบบนี้ ก็มีโอกาสถูกปฏิเสธสูง

ทำยังไงดี? เมื่อพ่อแม่มาแอดเฟรนด์ใน Facebook
คงไม่มีใครอยากให้คุณพ่อมาโพสต์บนไทม์ไลน์เล่าเรื่องคุณย่าท้องเสีย
แบบที่ให้เพื่อน 500 คนของเราเห็นหรอก
Photo: http://manmadediy.com/users/chris/posts/984-your-parents-on-facebook-24-hilarious-embarrassing-examples


ไม่อยากให้พ่อแม่แอดเฟซบุ๊กของเพื่อนเรา


     บางครั้งนอกจากพ่อแม่จะแอดเฟซบุ๊กเราแล้ว ยังลามไปถึงแอดเพื่อนๆ เราด้วย สำหรับบางคนคงรู้สึกอึดอัดมากถ้าเห็นว่าพ่อแม่ตัวเองแอดเฟรนด์กับเพื่อนในกลุ่มเรา บางคนอาจจะรู้สึกว่าเวลาจะโกหกพ่อแม่ว่าไปไหนก็ต้องไปเตี๊ยมกับเพื่อนๆ ในกลุ่มก่อนด้วย เพื่อที่เวลาพ่อแม่มาถามเพื่อน มันจะได้ตอบถูก หรือเผื่อเราโกหกว่าไปเที่ยวกับเพื่อน A แต่จริงๆ ไปกับเพื่อน B แล้วอยู่ๆ เพื่อน A ดันเช็คอินที่ประเทศอื่นแล้วจะความแตก

     ลองมองมุมกลับสิ: พ่อแม่หลายคนเอ็นดูเพื่อนลูกเหมือนเป็นลูกอีกคน คุณแม่พี่ก็สนิทสนมกับเพื่อนในกลุ่มพี่ระดับนึงเลยและเป็นเพื่อนในเฟซกับเพื่อนพี่ด้วย ซึ่งก็น่ารักดี พ่อแม่ไม่ได้แอดเพื่อเข้าไปคุยกับเพื่อนของเราตลอดเวลาหรอกค่ะ นานๆ ทีท่านก็อยากรู้ความเป็นไปของเพื่อนๆ เราที่ท่านเอ็นดูด้วยว่าเป็นยังไงกันบ้าง นอกจากนี้บางครั้งพ่อแม่อาจจะเผลอกดแอดเพื่อนโดยไม่ได้ตั้งใจก็ได้ ถ้าเพื่อนมาถามว่าทำไมพ่อแม่เราไปแอดเฟรนด์เขา ก็ลองมาถามพ่อแม่เราก่อนก็ได้ค่ะว่ามือไปโดนรึเปล่า


ไม่อยากเห็นพ่อแม่แชร์อะไรที่ไม่ดี


     ที่เห็นกันเยอะๆ ในไทยตอนนี้ก็พวกแชร์ข้อมูลปลอมหรือข่าวปลอม อย่างโซดามะนาวรักษาโรคมะเร็ง หรือข่าวมั่วจากเว็บปลอมที่กดเข้าไปแล้วอาจติดไวรัสได้ บางคนเห็นพ่อแม่แชร์อะไรแบบนี้แล้วก็อายแทน แถมกลัวเพื่อนๆ จะมาเห็นว่าพ่อแม่งมงายเชื่ออะไรแบบนี้ ยิ่งถ้าพ่อแม่มาแชร์บนหน้าวอลล์เราด้วยนะ แย่แน่ๆ

     ลองมองมุมกลับสิ: ที่พ่อแม่แชร์อะไรแบบนี้ก็เพราะคิดว่าเป็นข้อมูลที่ดีและมีประโยชน์ต่อตัวเรา พ่อแม่เลยอยากให้เรารู้ค่ะ แต่ในเมื่อเรารู้แล้วว่ามันเป็นข้อมูลเท็จแถมอาจมีไวรัสติดมาด้วยก็ได้ การที่เราเป็นเฟรนด์กับพ่อแม่ก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะทำให้เรารู้อยู่ตลอดว่าพ่อแม่กำลังหลงเชื่ออะไรอยู่ และเราจะได้ช่วยอธิบายได้ในทันทีทันใด


     เห็นสิ่งที่หลายคนกังวลเมื่อพ่อแม่พยายามแอดเฟรนด์ตัวเองในเฟซบุ๊กไปแล้ว ทีนี้ก็มาดูวิธีรับมือค่ะ เป็นวิธีสำหรับคนที่ไม่ค่อยอยากรับแอดเท่าไหร่โดยเฉพาะ โดยส่วนตัวพี่คิดว่าการรับแอดพ่อแม่ในเฟซเป็นเรื่องดีนะคะ นอกจากท่านจะได้รับรู้ความเคลื่อนไหวของเราแล้วว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ที่ไหน โดยที่ท่านจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงและคอยตาม ในทางกลับกันเราก็จะรับรู้ความเคลื่อนไหวของท่านเช่นกัน และถึงไม่รับตอนนี้ ยังไงวันนึงก็ต้องรับอยู่ดีแหละ แต่ถ้าไม่อยากจะรับจริงๆ แต่จำเป็น ก็มีวิธีที่จำกัดข้อมูลที่พ่อแม่จะเห็นเฟซเรา และเราจะเห็นเฟซของพ่อแม่เช่นกัน นั่นคือ...


ทันทีที่รับแอด เข้าไปตั้งค่าพ่อแม่ (และญาติๆ) เป็นกลุ่ม "ครอบครัว"


     ปกติพอเรารับแอดใครคนนั้นก็จะเป็นเพื่อนโดยอัตโนมัติ แต่เราสามารถเข้าไปตั้งค่าระดับความเป็นเพื่อนได้ค่ะ จะให้เป็นเพื่อนสนิท คนรู้จัก เพื่อนม.ต้น เพื่อนม.ปลาย ก็ตั้งได้หมดเลย ตั้งเป็นกลุ่มว่า "ครอบครัว" ก็สามารถทำได้เช่นกัน ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะเวลาตั้งสเตตัสหรือแชร์อะไร เราสามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้ใครเห็นหรือไม่เห็นโพสต์นั้นได้บ้าง ถ้าเป็นโพสต์ที่คิดว่าพ่อแม่ต้องว่าแน่ๆ เวลาตั้งสเตตัสหรือแชร์ก็เลือกให้ "ครอบครัว" ไม่เห็นโพสต์นั้นค่ะ และที่ต้องทำแต่แรกก็เพราะไม่งั้นจะลืมแน่นอน
     นอกจากจะสะดวกเวลาตั้งค่าแต่ละสเตตัสว่าจะให้ใครเห็นแล้ว ยังสะดวกต่อการตั้งค่าว่าถ้าใครจะโพสต์อะไรลงหน้าเฟซเรา เราจะต้องกดอนุญาตทุกครั้งก่อนคนอื่นถึงจะเห็นโพสต์นั้นได้ รวมไปถึงระบบที่จะถามเราทุกครั้งเมื่อโดนแท็กภาพมาว่าเราอนุญาตหรือไม่ ลองไปฝึกใช้การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวหลายๆ แบบในเฟซบุ๊กดูนะคะ

ทำยังไงดี? เมื่อพ่อแม่มาแอดเฟรนด์ใน Facebook
ควร ตั้ง list แยกประเภทกลุ่มเพื่อนในเฟซไว้ว่าใครเป็นเพื่อนจากที่ไหนบ้าง เผื่อจะโพสต์อะไรที่อาจกระทบกระเทือนจิตใจบางกลุ่ม จะได้จำกัดสิทธิการเห็นโพสต์นั้นได้ง่ายๆ
Photo: http://www.gcflearnfree.org/facebook101/understanding-facebook-privacy/1/

     แต่พี่ว่าถ้าเรากับที่บ้านคุยกันแบบเปิดใจและสนิทสนมกันอยู่แล้ว ก็จะไม่มีความจำเป็นที่ต้องตั้งค่าพวกนี้เลย นอกจากนี้ถ้าเราคิดให้ดีก่อนโพสต์หรือแชร์อะไร ก็ไม่ต้องตั้งค่าแบบนี้เหมือนกัน


ทีนี้มาดูข้อดีของการรับพ่อแม่ (และญาติพี่น้อง) เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กกันค่ะ


1. ทำให้เราคิดก่อนโพสต์หรือแชร์มากขึ้น
     อย่างที่บอกไปแล้วว่าคณะกรรมการคัดเลือกนักศึกษาใหม่บางทีก็แอบมาส่องเฟซผู้สมัครก่อน (โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยต่างประเทศ) ถ้าเข้ามาเฟซเราแล้วเจอแต่ข้อความแย่ๆ และภาพไม่เหมาะสมมากมายก็มีสิทธิปิ๋วแน่นอน

2. ทำให้พ่อแม่ไม่ต้องคอยเป็นห่วง และไม่ต้องคอยโทรถามตลอดเวลา
     เมื่อพ่อแม่เห็นเราเช็คอินอยู่ร้านนู้น แล้วถ่ายภาพอยู่ร้านนี้ และโพสต์ข้อความเรียบร้อยแล้วว่าน่าจะกลับซักสี่ทุ่ม ท่านก็จะถือว่ารับรู้ความเคลื่อนไหวของเราเป็นระยะๆ แล้ว ไม่ต้องมาโทรถามโทรตามให้เสียเวลาหรือหงุดหงิดใส่กันอีก

3. ทำให้สนิทและเข้าใจกันมากขึ้น
     ถ้าพ่อแม่เห็นเราไลค์หรือแชร์อะไรมากเป็นพิเศษก็จะรู้เลยว่าเราน่าจะสนใจในเรื่องนั้น และนั่นก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการหาหัวข้อคุยกันที่ไปในทางเดียวกันมากขึ้น เราเองก็จะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ของพ่อแม่ในแบบที่ไม่เคยเห็นเวลาอยู่บ้านตามปกติเช่นกัน นอกจากนี้เมื่อพ่อแม่อยากจะเป็นเฟรนด์กับเราในเฟซ


     ก่อนจากกันก็ขอดูกระแสนิดนึงค่ะว่า น้องๆ รับหรือจะรับคุณพ่อคุณแม่เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กหรือไม่ กดเลือกผลโหวตแล้วไปคุยกันต่อในช่องแสดงความเห็นด้านล่างได้เลย

ถ้าพ่อแม่แอดเฟรนด์ใน Facebook มา จะรับหรือไม่

โหวดทั้งหมด 251 คน


 


     สุดท้ายนี้ก็ขอทิ้งท้ายว่าพี่สนับสนุนให้ทุกคนทุกครอบครัวคุยกันด้วยความเข้าใจนะคะ โลกออนไลน์ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่ครอบครัวจะอยู่กับเราเสมอ ขอให้น้องๆ เข้าใจคุณพ่อคุณแม่ และขอให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจน้องๆ เช่นเดียวกันค่ะ เอาใจเขามาใส่ใจเราเสมอนะคะ


ทำยังไงดี? เมื่อพ่อแม่มาแอดเฟรนด์ใน Facebook 

ค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกที่สุด

ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Studyabroad > วัฒนธรรมต่างประเทศ
ความคิดเห็น

10

จำนวนแชร์
1,170

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

  1. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    #10 ตั้งชื่อยากจริง
    9 ส.ค. 2559, 11:37 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    นี่รับแอดทั้งพ่อและแม่ ญาติสนิท ญาติห่างๆ เพื่อนแม่ที่รู้จักก็รับ555 มันทำให้เราคิดก่อนโพสจริงๆนะว่ามันสมควรโพสมั้ย โพสด้วยอารมณ์หรือเปล่า ล่าสุดใช้แอฟค้นหา hate speech ที่ตัวเองเคยโพสดู ค้นทุกคำที่คิดว่าเราจะด่าคนอื่นได้ ไม่มีเลยจ้าา แอบเป็นปลื้มม55
    #10

10 ความคิดเห็น

  1. 28 ก.ค. 2559, 15:07 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    เราแอดพ่อแม่ไม่ได้ เพราะเราแอบเล่น 5555555 ถ้าแอดเมื่อไรถึงฆาตแน่ หวาา

    #1
  2. 28 ก.ค. 2559, 19:24 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ลองให้แม่ใช้ชื่อจริงเล่นแล้วแท็กเราสิ วันต่อมาเพื่อนล้อแน่นอน อุตส่าปิดชื่อแม่มาหลายปี 55555

    #2
  3. 29 ก.ค. 2559, 12:55 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    1 กะ 3 น่ะ จริงสำหรับเรานะ

    แต่ข้อ2 เราไม่ค่อยโพสอะไร แม่มักถามว่า มีอะไรหมกเม็ดแม่รึเปล่า แล้วก็โทรตามทุกวัน คือไม่โพสแม้แต่จะเช็คอินเสียใจ

    #3
  4. #4 ผู้ผ่านมา
    29 ก.ค. 2559, 22:37 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    กล้าแอดมาก็กล้ารับ แต่บล็อก... เพราะแม่ชอบเอาเรื่องที่เห็นในเฟสบุ๊คเรามาด่า
    ร้องไห้
    #4
  5. 1 ส.ค. 2559, 10:19 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ชอบคำถามนี้มากคะ 555 เขิล

    #5
  6. 1 ส.ค. 2559, 19:17 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    เราไม่เคยโดนสักข้อเลย เพราะว่า... เราไม่มีพ่อแม่ให้แอดแล้วค่ะ อยากมีโมเมนแบบนั้นบ้างจังร้องไห้เสียใจ

    #6
  7. #7 โอยชีวิต
    1 ส.ค. 2559, 21:11 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    เพิ่งโดนมาสดๆร้อนๆเลยค่า ตอนสอบอ่านนิยายแล้วอัพตัสในเฟซ พ่อเราก็ไม่เคยมากวนเราอ่ะ แต่เขามาเมนท์ใต้โพสเราว่าเยี่ยมมาก ฮึ่ม อ่านหนังสือเรียนทันทีเลยค่ะ ร้องไห้
    #7
  8. 8 ส.ค. 2559, 22:57 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    เรามีทั้งคู่เลยพ่อแม่ เคยโพสต์อะไรทะลึ่งๆไป พ่อมาเม้นต์ !!!ช็อค

    #8
  9. #9 เด็กติดทวิต
    9 ส.ค. 2559, 00:05 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    เราเป็นคนนึงที่ไม่มีปัญหาเลยถ้าพ่อแม่จะแอดเฟรนด์มา เพราะก็แอดมานานแล้วแหละ บางทีมันก็มีบางเรื่องที่ไม่อยากให้พ่อแม่รู้นั่นแหละ เราเลยเปลี่ยนไปเล่นทวิตเตอร์แทนเพราะพ่อแม่ก็คงไม่เล่น เช่นตอนนี้บ้าหนุ่ม2Dมาก แต่ไม่อยากให้พ่อแม่รู้ พอจะแชร์อะไรในเฟซฯเนี่ย เลยไม่แชร์ไปรีทวิตในทวิตเตอร์แทน ตอนนี้เฟซเลยร้างไปเลย แต่ก็เข้ามาดูฟีดข่าวอยู่
    #9
  10. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    #10 ตั้งชื่อยากจริง
    9 ส.ค. 2559, 11:37 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    นี่รับแอดทั้งพ่อและแม่ ญาติสนิท ญาติห่างๆ เพื่อนแม่ที่รู้จักก็รับ555 มันทำให้เราคิดก่อนโพสจริงๆนะว่ามันสมควรโพสมั้ย โพสด้วยอารมณ์หรือเปล่า ล่าสุดใช้แอฟค้นหา hate speech ที่ตัวเองเคยโพสดู ค้นทุกคำที่คิดว่าเราจะด่าคนอื่นได้ ไม่มีเลยจ้าา แอบเป็นปลื้มม55
    #10

แสดงความคิดเห็น

โยโย่อยากจะเดินไปทางซ้าย, ซ้ายคือทางไหน ? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .