เคยสงสัยมั้ย!? ใครเป็นคนสร้าง "อีโมจิ" สัญลักษณ์บอกอารมณ์บนสมาร์ทโฟน []

วิว
    สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com สมัยก่อนตอนเรายังใช้มือถือแบบขาวดำอยู่ เวลาจะส่งข้อความหาเพื่อนๆ หรือใครก็ตามและต้องการบอกอารมณ์เรามักจะใช้ :) หรือไม่ก็ :( กันใช่มั้ยคะ เพราะตอนนั้นยังไม่มีรูปภาพแสดงความรู้สึกมากมายนัก (น้องๆ ทันกันรึเปล่าเนี่ย หรือพี่แก่แล้ว 555) ไม่เหมือนกับยุคปัจจุบันที่สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่จะมี "อีโมจิ" สัญลักษณ์สื่ออารมณ์ที่มีให้เลือกมากกว่า 400 ตัว เลือกกันตาลายกันเลยทีเดียว แต่มีใครเคยรู้บ้างมั้ยว่าใครกันนะที่เป็นคนสร้างอีโมจิเหล่านี้มา? วันนี้ พี่นิทาน จะมาไขปริศนาให้น้องๆ ค่ะ 

เคยสงสัยมั้ย!? ใครเป็นคนสร้าง "อีโมจิ" สัญลักษณ์บอกอารมณ์บนสมาร์ทโฟน
   
    อิโมติค่อน, สไมลี่, อีโมจิ ต่างกันยังไง? หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องมีชื่อเรียกหลายชื่อ และทำไมต้องมีหลายแบบ แต่ในยุคนี้พวกอิโมติค่อนที่เคยใช้ในเว็บหรือใน msn messenger (ถ้าคนเกิดทัน) มักไม่ได้ใช้กันแล้วเพราะอีโมจิมาแรงแซงทางโค้งมากๆ และแรงที่สุดในยุคนี้ก็ว่าได้ เพราะอีโมจิมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ iOS ของเหล่าผลิตภัณฑ์ Apple ต่าง เช่น ไอโฟน, ไอแพด หรือแมคบุ๊คต่างๆ นอกจากนั้นยังสามารถใช้ได้กับระบบ Android ของเหล่าซัมซุง และยี่ห้ออื่นๆ ที่เหลือก็จะเป็น Windows และ OS X ค่ะ ซึ่งอีโมจิเหล่านี้จะมีหน้าตาไม่เหมือนกันในแต่ละระบบปฏิบัติการดังที่เราเคยสังเกตได้จากโทรศัพท์เพื่อนๆ ว่า เอ๊ะ.. ทำไมอีโมจิหน้าแมวของแกถึงมุ้งมิ้งกว่าแมวชั้นนะ เหตุนี้เป็นเพราะว่าในแต่ละระบบปฏิบัติการมีการใช้ฟอนต์ที่ต่างกันทั้งขนาดและรูปแบบ ดังนั้นอีโมจิจึงต้องเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับแต่ละระบบด้วยค่ะ 
 

ผู้ให้กำเนิดอีโมจิคือใคร?

เคยสงสัยมั้ย!? ใครเป็นคนสร้าง "อีโมจิ" สัญลักษณ์บอกอารมณ์บนสมาร์ทโฟน 
   
    บุคคลที่เป็นคนออกแบบต้นคิดเหล่าอีโมจิที่น่ารักทั้งหลายที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็คือนาย Shigetaku Kurita วิศวกรคอมพิวเตอร์ของบริษัท NTT Docomo (บริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของญี่ปุ่น) โดยแรกเริ่มนั้นคือทางบริษัทมีไอเดียที่จะผลิตไอค่อนแสดงอารมณ์ออกมาทดลองใช้ เพราะโทรศัพท์มือถือในสมัยปี 1990 ตอนปลายนั้นยังเป็นจอขาว-ดำ ที่มีแต่ตัวอักษรที่ใช้สื่อสารเท่านั้น พอมีแต่ตัวอักษรทำให้ทีมงานรู้สึกถึงปัญหาในการสื่อสารบางอย่างที่ยัง "ขาด" การแสดงอารมณ์และภาพบางอย่าง เลยอาจทำให้เกิดปัญหาความเข้าใจผิดระหว่างกันหรือการรับสารที่คลาดเคลื่อนได้ พอคิดได้ดังนั้นจึงมีการทำโปรเจคต์ขึ้นมาใหม่ก็คือการผลิตอีโมจิขึ้นมานั่นเองค่ะ 


แล้วคำว่า "อีโมจิ" มาจากไหน?

    คำว่าอีโมจินั้นมีมานานแล้วตั้งแต่สมัยเอโดะของประเทศญี่ปุ่น ในช่วงยุคนั้นจะมีการใช้อีโมจิเพื่อการสอนนักบวชหรือผู้แสวงบุญต่างๆ ที่อ่านไม่ออกและเขียนไม่เป็นให้เข้าใจบทสวดมนต์ด้วยการใช้รูปวาดหรือสัญลักษณ์เพื่อสื่อความหมาย โดยคำว่าอีโมจิมีที่มาจาก อี = รูปภาพ และ โมจิ = ตัวอักษร นั่นเองค่ะ 

เคยสงสัยมั้ย!? ใครเป็นคนสร้าง "อีโมจิ" สัญลักษณ์บอกอารมณ์บนสมาร์ทโฟน

อีโมจิมาสู่ไอโฟน

    ในช่วงปี 2007 ซึ่งเป็นปีที่ไอโฟนเครื่องแรกออกมา บริษัท Apple จึงมีแผนอยากตีตลาดในประเทศญี่ปุ่นเลยคิดไอเดียได้ว่าไอโฟนน่าจะมีอีโมจิเพื่อตอบรับกับความนิยมของสังคมคนญี่ปุ่นซะหน่อย เพราะการใช้อีโมจิเป็นเสมือนอีกหนึ่งวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ต่อจากนั้นเลยมีการใส่อีโมจิเข้าไปในระบบของไอโฟนรุ่นแรกๆ ใครที่ทันยุคนั้นน่าจะรู้ดีว่าการจะใช้อีโมจิได้นั้นเราจะต้องเปิดใช้งานคีย์บอร์ดภาษาญี่ปุ่นก่อนค่ะ ดังนั้นในยุคนั้นคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นก็จะไม่รู้เลยว่ามีอีโมจิอยู่ด้วย แต่ภายหลังเมื่อคนเริ่มรู้กันมากขึ้น อีโมจิจึงยิ่งดังและเป็นที่ใช้งานกันแพร่หลายกันทั่วโลก 
 
    จนในปี 2011 ในที่สุดบริษัท Apple ก็ต้องยอมใส่อีโมจิลงไปในคีย์บอร์ดสากลให้ทุกคนได้ใช้งานอย่างง่ายขึ้น ตั้งแต่นั้นมาการใช้อีโมจิก็แพร่หลายไปสุดๆ จนปัจจุบันคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักอีโมจิแล้วแน่นอน แถมรูปแบบหน้าตาของอีโมจิที่ใช้กันในไอโฟนก็ดูจะเป็นอีโมจิแบบออริจินัลดั้งเดิมที่ไม่ว่าจะไปปรากฏที่ไหนใครก็คุ้นตาและจำได้ และต่อมาระบบปฏิบัตการอื่นๆ ก็มีใช้มาตามๆ กันเหมือนในปัจจุบันที่มีอยู่ในทั้งระบบ iOS, Android, Windows และอื่นๆ ค่ะ 
เคยสงสัยมั้ย!? ใครเป็นคนสร้าง "อีโมจิ" สัญลักษณ์บอกอารมณ์บนสมาร์ทโฟน
   
    แต่การที่อีโมจิจะใช้งานง่ายดายเหมือนตอนนี้ก็มีเบื้องหลังที่ไม่ง่ายเท่าไหร่เลยนะคะ ภายใต้ความน่ารักมุ้งมิ้งของอีโมจินี้ยังมีระบบการใช้ Unicode Standard ที่อาจจะอธิบายยากนิดนึงเพราะพี่เองก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องคอมพิวเตอร์ยากๆ สักเท่าไหร่ 555 เอาเป็นว่าถ้าจะอธิบายง่ายๆ ก็คือ มันเป็นการทำให้อีโมจิจากระบบปฏิบัติการต่างกันส่งหากันได้โดยไม่งงและไม่เบลอ เช่น เราจะส่งอีโมจิรูปอุนจิจากไอโฟนเราไปหาเพื่อนที่ใช้ซัมซุง (ระบบแอนดรอยด์) เจ้าตัว Unicode Standard นี้ก็จะเป็นคนทำให้อุนจิเราส่งไปถึงและปรากฏให้เห็นในมือถือซัมซุงของเพื่อนได้

    อย่างที่บอกในตอนแรกว่าพอระบบปฏิบัติการต่างกันก็จะมีความแตกต่างในหลายๆ อย่าง หากใครเคยสังเกตก็อาจเป็นช่วงที่อีโมจิรุ่นใหม่ออกมาจะมีรูปม้ายูนิคอร์นที่เวลาเราส่งไปหาเพื่อนที่ใช้แอนดรอยด์ (หรือระบบอื่นที่ต่างกับเรา) เพื่อนก็จะได้รับแต่รูปสี่เหลี่ยมแบบงงๆ ซึ่งก่อนหน้านี้สักปีสองปีนี่ก็ใช้เวลาพอสมควรกว่าที่แต่ละค่ายมือถือหรือบริษัทมือถือจะทำให้ต่างฝ่ายต่างรับอีโมจิตัวเดียวกันได้  

ความหลากหลายของอีโมจิ

เคยสงสัยมั้ย!? ใครเป็นคนสร้าง "อีโมจิ" สัญลักษณ์บอกอารมณ์บนสมาร์ทโฟน
   
    จากวันนั้นมาถึงวันนี้ อีโมจิได้อัพเดตเพิ่มเติมตัวละครใหม่ๆ มามากมายจนเรานับไม่ถ้วนแล้วว่ามีตัวอะไรออกมาใหม่บ้าง (เห็นว่าล่าสุดเพิ่งอัพไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมาด้วยค่ะ) และการอัพเดตในแต่ละครั้งของอีโมจินั้นมีความหมายบางอย่างที่หลายๆ คนอาจไม่เคยรู้มาก่อน..
 
-ปี 2012 
เคยสงสัยมั้ย!? ใครเป็นคนสร้าง "อีโมจิ" สัญลักษณ์บอกอารมณ์บนสมาร์ทโฟน
   
    Apple อัพเดตระบบปฏิบัติการ iOS 6 โดยเพิ่มอีโมจิที่เป็นมิตรและสนับสนุนคนรักเพศเดียวกันและเพศทางเลือกย่างที่เห็นว่ามีอีโมจิคู่เกย์และเลสเบี้ยน เป็นต้นค่ะ 
 
-ปี 2013 

เคยสงสัยมั้ย!? ใครเป็นคนสร้าง "อีโมจิ" สัญลักษณ์บอกอารมณ์บนสมาร์ทโฟน

เคยสงสัยมั้ย!? ใครเป็นคนสร้าง "อีโมจิ" สัญลักษณ์บอกอารมณ์บนสมาร์ทโฟน
   
    บริษัทกูเกิ้ลตัดสินใจนำอีโมจิเข้ามาใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบ Android OS ของตัวเอง โดยให้อีโมจิเข้ามาอยู่ใน official Google keyboard app 

-ปี 2015

เคยสงสัยมั้ย!? ใครเป็นคนสร้าง "อีโมจิ" สัญลักษณ์บอกอารมณ์บนสมาร์ทโฟน
   
    Apple เพิ่มอีโมจิที่มี "ความหลากหลายทางวัฒนธรรม" เข้ามา หลังจากที่มีกระแสคนทั่วโลกเริ่มบ่นว่าทำไมอีโมจิรูปคนถึงมีแต่คนผิวขาวเท่านั้นล่ะ? การอัพเดตครั้งนี้จึงทำให้ผู้ใช่สามารถเปลี่ยนสีผิวของอีโมจิรูปคนและรูปมือต่างๆ ได้ด้วยการกดค้างไว้ค่ะ (ชอบอันนี้มากๆ เลย) รวมไปถึงอีโมจิธงชาติอีกมากมาย และหลังจากนั้นไม่นาน Apple ก็เพิ่มอีโมจิอีกเซ็ทเข้ามาใหม่ ในเซ็ทนี้ก็มีบางตัวที่หลายคนจากทั่วโลกเรียกร้องมานานมากเช่นกัน คือ อีโมจินิ้วกลาง เป็นต้น จึงทำให้ผู้ใช้สามารถส่งอีโมจินี้ให้เพื่อนๆ หรือคนที่เราเกลียดได้อย่างสะดวกแล้วค่ะ 5555 

-ปี 2016  

เคยสงสัยมั้ย!? ใครเป็นคนสร้าง "อีโมจิ" สัญลักษณ์บอกอารมณ์บนสมาร์ทโฟน
   
    ล่าสุด Apple ก็ได้ตระหนักถึง "ความเท่าเทียมทางเพศ" ที่ทั่วโลกเรียกร้องมานาน โดยจะมีการเพิ่มอีโมจิที่เป็นรูปผู้หญิงในบทบาทต่างๆ ที่ส่วนมากเรามักเห็นว่าจะเป็นเพศชายซะส่วนใหญ่ และนอกจากนั้น Apple และบริษัทค่ายยักษ์ใหญ่อื่นๆ ที่รองรับอีโมจิก็ถูกโหวตให้เพิ่มอีโมจิรูปปืนไรเฟิลเพื่อต้อนรับโอลิมปิคยิงปืนฤดูร้อนในปีหน้า ซึ่งก็ดูจะเป็นตลกร้ายเหมือนกันนะคะเพราะก่อนหน้านี้ Apple เพิ่งจะเอาอีโมจิรูปปืนออกไปและแทนที่ด้วยปืนฉีดน้ำเพื่อลดความรุนแรงไป.. ก็รอดูกันไปว่าในอนาคตจะมีอีโมจิรูปปืนไรเฟิลรึเปล่าค่ะ

เคยสงสัยมั้ย!? ใครเป็นคนสร้าง "อีโมจิ" สัญลักษณ์บอกอารมณ์บนสมาร์ทโฟน
   
    

     ส่วนปี 2017 ก็มีข่าวลือมาว่าจะมีอีโมจิที่น่าสนใจอีกเยอะแยะที่อาจจะได้นำเข้ามาใช้เป็นเซ็ทใหม่ก็คือ อีโมจิยีราฟ, หนุ่มหนวดเครา, คุณแม่ให้นมลูก, ผู้หญิงสวมฮิญาบ, แวมไพร์ หรือจานบิน เป็นต้น ก็รอลุ้นกันไปนะคะว่าจะมีตัวอะไรออกมาใหม่ๆ บ้าง ส่วนตัวพี่เองอยากให้มีอีโมจิรูปไดโนเสาร์มากๆ เลยค่ะ ^^  
อ้างอิง
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nitan

พี่นิทาน - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #อีโมจิ #ไอโฟน #ซัมซุง #แอนดรอย #Apple #iPhone #Samsung #Android #emoji #สมาร์ทโฟน #โทรศัพท์ #มือถือ #อิโมติค่อน #อารมณ์ #ยิ้ม

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?