/>

"9 เรื่องน่ารู้ของประเทศอิหร่าน" ดินแดนแห่งอารยธรรมเปอร์เซียที่น่าค้นหา []

วิว
    สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com รู้สึกว่าประเทศอิหร่านจะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่คนไทยและคนทั่วโลกสนใจและไปเที่ยวกันมากขึ้นเลยทีเดียวนะคะ หลายคนอาจยังมีความคิดอยู่ว่า เฮ้ย.. ไปอิหร่านทำไม เขายังมีสงครามอยู่รึเปล่า จะอันตรายไหม? 

    ความจริงแล้วประเทศอิหร่านไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แถมยังมีวัฒนธรรมที่น่าหลงใหล แหล่งท่องเที่ยวที่น่าชม แถมผู้คนก็น่ารักและเป็นมิตรด้วยค่ะ วันนี้ พี่นิทาน เลยนำเรื่องราวที่น่าสนใจของประเทศอิหร่านที่พวกเราอาจไม่เคยรู้มาก่อนมาให้ได้อ่านกันค่ะ


1. ธงชาติของประเทศอิหร่าน



   หลายคนน่าจะเคยเห็นธงชาติของประเทศในแถบตะวันออกกลางมาบ้าง และส่วนมากมักมีสีแดงและเขียวอยู่เกือบจะทุกธงชาติ อย่างธงชาติประเทศอิหร่านนี้ก็มีทั้งสีเขียว ขาว และแดงเหมือนกัน แต่ความหมายและสัญลักษณ์ที่อยู่บนธงชาตินั้นมีที่มาที่ไปที่น่าสนใจอยู่เหมือนกันค่ะ คือสีเขียวนี้จะหมายถึงวัฒนธรรมของชาวอิหร่าน, ความก้าวหน้า, ความสุข, ธรรมชาติ รวมไปถึงภาษาเปอร์เซีย ส่วนสีขาวหมายถึงสันติภาพ สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ 

    ส่วนสัญลักษณ์สีแดงที่อยู่ตรงกลางในพื้นสีขาวนั้นคือสัญลักษณ์ของ "ดอกทิวลิป" ที่ถูกออกแบบดัดแปลงมาจากคำว่า "อัลเลาะห์" หรือพระเจ้า และดอกทิวลิปคือสัญลักษณ์ที่ระลึกถึงผู้ที่จากไปในช่วงของการปฏิวัติอิหร่านในช่วงปี ค.ศ. 1979 (ในช่วงหลังการปฏิวัติจบลง มีการปลูกดอกทิวลิปทั่วประเทศเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้สูญเสีย แต่ละดอกมีความหมายถึงชีวิตใหม่และความหวัง) 
 

2. พรมเปอร์เซีย



   เป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของประเทศเลยก็ว่าได้ ด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครและรายละเอียดที่ผ่านการผลิตด้วยมือมารุ่นต่อรุ่นทำให้พรมเปอร์เซียมีความสวยงาม น่าครอบครอง และมีตั้งแต่ราคาที่จับต้องได้จนไปถึงราคาแพงสุดโลกกันไปเลย พรมเปอร์เซียนี้มีมากว่า 2,500 ปีมาแล้ว เป็นเวลาที่นานมากเลยทีเดียวนะคะ และชาวอิหร่านที่มีอาชีพผลิตพรมกันนั้นก็เรียนวิชามาจากรุ่นพ่อมาสู่รุ่นลูก รุ่นลูกไปสู่รุ่นหลานต่อๆ กันไป โดยรายละเอียดและวิธีการทำนั้นก็ถือเป็นความลับเฉพาะในตระกูลที่ไม่สามารถบอกใครได้ จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้พรมเปอร์เซียสวยงามและหลากหลาย 

    อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือเวลาที่ชาวอิหร่านผลิตพรมนั้นจะมี "รอยผิดพลาดที่ตั้งใจ" อยู่ในพรมทุกผืนด้วยเหตุผลเพราะชาวอิหร่านนับถือศาสนาอิสลามที่มีอัลเลาะห์เป็นพระเจ้า และการจะผลิตพรมหรือสิ่งใดก็ตามให้ออกมาเพอร์เฟกต์หมดนั้นจะทำให้พระเจ้าไม่พอใจ เพราะพวกเขาเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยส่วนมากความผิดพลาดที่ตั้งใจเหล่านี้จะปรากฏอยู่ในลวดลายหรือแพทเทิร์นของพรมแต่ละผืนนั่นเองค่ะ 
 
    อีกหนึ่งเรื่องที่น่าทึ่งก็คือในปี 2007 อิหร่านได้ทอพรมผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นมา โดยใช้คนจำนวนกว่า 1,200 คนจาก 3 หมู่บ้านร่วมกันทอพรมด้วยมือยาวนานถึง 18 เดือนจนออกมาเป็นพรมขนาด 5,625 ตารางเมตร (ประมาณเท่าสนามฟุตบอล คิดดูว่าจะใหญ่ขาดไหนเนี่ย) เพื่อส่งให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่สั่งทำเพื่อใช้ในโบสถ์ใหญ่ในประเทศ
 

3. เชื้อชาติและภาษา



    อิหร่านเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพราะประชากรส่วนมากของประเทศอิหร่านจะมีทั้งชาวเปอร์เซียดั้งเดิมที่เป็นมุสลิมนิกายชีอะห์ (ประมาณ 85% ของประเทศ) รองลงมาจะเป็นชาวอาเซอร์ไบจานและชาวเคิร์ด จึงทำให้ในแต่ละภูมิภาคของอิหร่านมีการใช้ภาษาที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นภาษาเปอร์เซียหรือภาษาอิหร่าน และภาษาตุรกี-อาเซอร์ไบจาน ส่วนคำว่า "อิหร่าน" และ "เปอร์เซีย" นั้นจะมีความหมายเหมือนกัน แต่จะใช้กันในโอกาสที่แตกต่างกัน เช่นคำว่าอิหร่านมักจะใช้ในเชิงการเมืองหรือเกี่ยวกับประเทศ และเปอร์เซียนั้นจะใช้เรียกชื่อของภาษา (รวมถึงคำว่าฟาร์ซี - ภาษาฟาร์ซี = ภาษาอิหร่าน)
 

4. ผู้คนที่เป็นมิตร 



    ชาวอิหร่านส่วนมากอาจไม่ได้สื่อสารภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่หากใครได้มีโอกาสไปเที่ยว พวกเขาจะต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดีด้วยรอยยิ้มและน้ำใจ หรือใครที่โชคดีได้พบเจอชาวอิหร่านแล้วกลายเป็นเพื่อนกัน พวกเขาจะดูแลเราอย่างอบอุ่นประหนึ่งเราเป็นสมาชิกในครอบครัวเลยค่ะ 
 

5. ความบันเทิงและเครื่องแต่งกาย



   ในยุคที่พระเจ้าชาห์ (ชาห์องค์สุดท้ายที่ปกครองอิหร่าน) ยังครองราชย์นั้นวัฒนธรรมในประเทศอิหร่านค่อนข้างหลากหลายและมีความตะวันตกมาก ผู้หญิงมีอิสรภาพกับทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายหรือแฟชั่นต่างๆ ค่านิยมต่างๆ ค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียวค่ะ 

    แต่ปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงหลังจากที่มีการปฏิวัติอิหร่าน และค่านิยมที่เกี่ยวกับตะวันตกล้วนถูกแบนไปหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นหนัง, เพลง, สิ่งบันเทิงต่างๆ แม้ว่าในยุคปัจจุบันทุกอย่างจะเข้าถึงง่ายขึ้นโดยอินเตอร์เน็ต แต่ยังไงสิ่งเหล่านี้ก็ยังถูกจำกัดในสื่อหลักของประเทศ เช่น รายการวิทยุหรือรายการทีวี เป็นต้น นอกจากนั้นยังรวมมาถึงเรื่องของการแต่งกายที่ถูกจำกัดให้อยู่ในกฏของหลักศาสนาด้วย คือผู้ชายห้ามใส่กางเกงขาสั้นและเนคไท ส่วนผู้หญิงไม่สามารถใส่ชุดว่ายน้ำต่อหน้าผู้ชายได้ และผู้หญิงทุกคนไม่ว่าจะเป็นชาวอิหร่านหรืชาต่างชาติจะต้องสวมผ้าคลุมศีรษะหรือฮิญาบตลอดเวลาเมื่ออยู่นอกบ้าน


6. ห้ามดื่ม, ขาย และซื้อแอลกอฮอล์



     ถึงแม้ว่าที่ประเทศอิหร่านจะมีกฏเข้มงวดเพื่อห้ามดื่ม ห้ามขาย และห้ามซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด แต่ก็ยังมีการลักลอบนำเข้าแอลกอฮอล์เข้าประเทศมากถึง 60-80 ล้านลิตรต่อปี แถมทำกำไรเข้าประเทศได้กว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี หรือประมาณ 24 ล้านกว่าบาทเลยทีเดียวค่ะ แถมที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือจำนวนประชากรที่ติดเหล้าในประเทศอิหร่านนั้นมีเยอะมาก และส่วนใหญ่จะเป็นหมู่วัยรุ่นและวัยกลางคน ภายหลังจึงมีการก่อตั้งศูนย์บำบัดแอลกอฮอล์หลายแห่งในประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาส่วนหนึ่ง แต่ไม่ว่ายังไงกฏก็ยังคงเป็นกฏ และประชาชนก็ไม่สามารถดื่มอย่างโจ่งแจ้งหรือซื้อขายได้ ถึงยังไงก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่หาทางดื่มกันได้อยู่ดี 
 

7. อาหารสุดอร่อย



     อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าอาหารของประเทศแถบตะวันออกกลางจะมีแต่เครื่องเทศหรือรสชาติไม่น่าลิ้มลอง แต่ขอบอกเลยว่าอาหารอิหร่านอร่อยมาก ใครที่ชอบทานเนื้อสัตว์หรือเมนูสลัดเปรี้ยวๆ อาหารอิหร่านต้องถูกปากแน่นอน นอกจากอาหารจะอร่อยและน่าลิ้มลองแล้ว อิหร่านยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกไข่ปลาคาเวียร์มากที่สุดในโลก เรียกได้ว่าส่งออกมากกว่าน้ำมันเลยด้วยซ้ำ (ปกติคนจะคิดว่าประเทศรัสเซียดังเรื่องไข่ปลาคาเวียร์ แต่อิหร่านก็ดังและอร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ) แต่ถ้าใครไม่ชอบไข่ปลาคาเวียร์อิหร่านก็ยังมีอาหารและวัตถุดิบอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงและคุณภาพเยี่ยมเช่นกัน เช่น โยเกิร์ต, ถั่วพิสตาชิโอ และหญ้าฝรั่น (เครื่องเทศที่สำคัญและมีประโยชน์มาก) เป็นต้นค่ะ 
 

8. สิทธิที่แตกต่างกันของเพศชาย-หญิง



     ด้วยกฏหมายของประเทศอิหร่านทำให้ผู้หญิงทุกคนมีข้อจำกัดในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายออกไปตามที่สาธารณะที่จำเป็นจะต้องสวมฮิญาบเพื่อการปกปิดและชุดยาวเต็มตัวที่ส่วนมากจะเป็นสีดำ แต่ปัจจุบันแฟชั่นก็เข้ามาเปลี่ยนแปลงการแต่งกายไปเยอะ แต่ถึงยังไงก็ยังอยู่ในข้อจำกัดของการแต่งตัวอยู่ดี ส่วนในมหาวิทยาลัยนั้นวิชาที่เลือกเรียนก็จะมีจำกัดสำหรับผู้หญิง นอกจากนั้นยังรวมถึงอาชีพที่มีให้เลือกจำกัดและอยู่ในพื้นที่จำกัดอีกด้วยค่ะ ซึ่งขณะเดียวกันมีหลายสิบอาชีพในอิหร่านที่จำกัดสิทธิ์ให้เฉพาะเพศชายทำด้วย อีกอย่างนึ่งคือผู้หญิงทุกคนไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไรจะต้องได้รับอนุญาตจากสามีหรือชายที่คอยดูแลอยู่ (เช่น พ่อ) 
 

9. แมวเปอร์เซีย



   ใครเป็นสาวกแมวเหมียวคงมีแมวหลายๆ พันธุ์อยู่ในดวงใจ และแมวเปอร์เซียก็เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ใครๆ ก็ชอบ แถมยังโด่งดังไปทั่วโลกด้วยหน้าตาน่ารักเป็นเอกลักษณ์และขนฟูสวย แถมแพงอีกต่างหาก แต่เคยรู้กันหรือเปล่าว่าแมวเปอร์เซียเนี่ยมีดั้งเดิมมาจากประเทศอิหร่านเพราะจากชื่อ "เปอร์เซีย" ก็น่าจะบอกได้อยู่แล้ว โดยแมวเปอร์เซียเป็นหนึ่งในสายพันธุ์แมวที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและถูกนำเข้าไปที่ยุโรปในปี ค.ศ. 1620 ที่อิตาลีและอีกหลายๆ ประเทศจนเป็นที่แพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

  

     ถ้ามีโอกาสพี่ก็อยากไปเที่ยวประเทศอิหร่านเหมือนกันนะคะ ได้ยินมาว่าค่าครองชีพไม่แพง แถมตั๋วเครื่องบินก็ราคาโอเคด้วย แต่ถ้าใครจะไปเที่ยวก็หาเพื่อนไปสัก 2-3 คนน่าจะกำลังดีค่ะ รับรองสนุกไม่แพ้ประเทศอื่นแน่ๆ ใครเคยไปมาแล้วก็เล่าให้ฟังบ้างนะคะ ^^

อ้างอิง
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nitan

พี่นิทาน - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #อิหร่าน #เปอร์เซีย #แมว #อาหรับ #มุสลิม #อิสลาม #เตหะราน #ตะวันออกกลาง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    Iranlover
    Guest IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    เคยไปมาครั้งนึงค่ะ ต้องใส่ผ้าคลุมตั้งแต่ออกจากเครื่องบิน อาหารสุดๆ เค้าบอก ร้านนี้ best of iran พอไปกินนี่สุดยอดมากกกกกก ได้ทั้งขาตั้งไว้ล้ะเอาข้าวขาวมากอง และเอาข้าวเหลืองทอดมากองทับอีกชั้น ราดด้วยเครื่องเทศ2ชนิด และโยเกิร์ต... แต่คนที่นั่น nice มากกกค่ะ เดินมาคุยด้วยตลอด ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายด้วยเนี่ย ฮอตสุดๆว้าว
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เราเพิ่งแบกเป้ไปเที่ยวอิหร่านมา 18 วัน เมื่อเดือนธันวา ไปเกือบทั่วประเทศเลยคนเฟรนด์ลี่ที่สุดของที่สุด คือมีคนชวนไปนอนบ้าน เราก็ไปเฉย นอนบ้านเค้าตั้งหลายคืน มีวันนึงคุณแม่เจ้าของบ้านเค้าบอกว่าจะไปเยี่ยมลุง 2-3 วันนะ เดี๋ยวเตรียมอาหารกับทิ้งกุญแจไว้ให้ ใจดีมากจนไม่รู้จะพูดยังไง

    บางทีก็มีคนจ่ายค่าแท็กซี่ให้ ไปเดินเขาท่ามกลางหิมะ ก็เจอคนใจดีเอาไวน์ให้ชิม(ผิดกฏหมายนะต้องซ่อน) แต่ตำรวจไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เกย์อิหร่านกรี๊ดกร๊าดข้างๆตำรวจ เค้าก็ไม่สนใจ มีเด็กวัยรุ่นนั่งกอดกันข้างสถานีตำรวจด้วย เห็นกับตา บางวันเราไม่คลุมผมเดินตามถนน ก็ไม่มีปัญหาอะไร(แต่ไม่ควรทำตาม)

    ผู้ชายที่นั่น 90% สุภาพ บางทีทักทายกัน เค้าก็ดูไม่ค่อยชัวร์ว่าจะเช็ดแฮนด์ดีมั๊ย เวลาขึ้นรถไฟฟ้า ทั้งที่คนแน่นมาก แต่ผู้ชายก็ช่วยกันเขยิบเหลือที่ให้เรายืนคนเดียวไม่ต้องเบียดใคร นั่งรถสาธารณะถ้ามีผู้ชายมานั่งใกล้ คนขับก็บอกให้เค้าไปนั่งที่อื่น ให้เรานั่งกับผู้หญิงเท่านั้น

    เรื่องเล่าเยอะมากกกกก เพราะเราไปเที่ยวที่ๆนักท่องเที่ยวไม่ค่อยไปกัน เลยได้สัมผัสอิหร่านอีกแบบ :)

    ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?