/>

‘การสัก’ ถึงแม้จะฮิต แต่ยังไม่ค่อยได้รับการยอมรับใน 7 ประเทศนี้! []

วิว
     การสักถือว่าเป็นอีกค่านิยมหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามการสักก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมสักเท่าไหร่นัก และในบางประเทศก็ถึงกับออกกฎหมายเกี่ยวกับการสักแบบเป็นจริงเป็นจังเลยทีเดียว วันนี้ พี่วุฒิ เลยรวบรวมรายชื่อของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการสักมาให้น้องๆ ชาว Dek-D.com ได้ทราบกันครับ 



 
1. ประเทศเกาหลีใต้ 
 
เจย์ ปาร์ค ศิลปินไอดอลเกาหลีชื่อดัง ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของศิลปินที่มีรอยสัก  
 
     ถึงแม้ว่าเราจะเห็นศิลปินนักร้องที่มีชื่อเสียงหลายคนของประเทศเกาหลีใต้มีรอยสัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าประเทศนี้จะยอมรับในเรื่องของการสักเสมอไป ว่ากันว่าคนเกาหลีใต้ส่วนใหญ่จะมองว่าคนที่มีรอยสักนั้นเป็นพวกแก๊งอันธพาล ป่าเถื่อน และคนที่มีรอยสักนั้นจะถูกมองเป็นกลุ่มคนชนชั้นเดียวกันกับ ‘โสเภณี และบรรดาเพศที่ 3’ ที่มักไม่ได้การยอมรับจากสังคม หลายๆ ครอบครัวชาวโสมขาวจึงรับไม่ได้ถ้าเห็นบรรดาลูกๆ ของตัวเองมีรอยสัก บ้างก็อาจไล่ออกจากบ้านเลยทีเดียวถ้าจับได้ว่าลูกของเขาแอบไปสัก และถึงแม้ว่าคนที่มีรอยสักจะไม่ผิดกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม คนที่เปิดร้านสักหรือรับจ้างสักนั้นก็ถือว่าผิดกฎหมายอยู่ดี จึงไม่แปลกใจเลยว่า ร้านสักที่เกาหลีจะหายากมาก และมักเปิดร้านอยู่ในที่ที่คนไม่ค่อยรู้ หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็น ‘ร้านสักเถื่อน’ นั่นเอง แต่ในกฎหมายก็บอกไว้ว่า ‘ถ้าใครต้องการสักลาย ต้องไปสักกับหมอที่โรงพยาบาล หรือต้องมีใบรับรองแพทย์เท่านั้น’ ซึ่งหลายคนก็ต่างบอกว่ากฎบ้าอะไรเนี่ย มันช่างเหลวไหลสิ้นดี! 

 
2. ประเทศเกาหลีเหนือ  
 

Via Pixabay.com
 
     ไม่ใช่แค่เพียงเกาหลีใต้ที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการสัก แต่ที่ประเทศเกาหลีเหนือก็มีกฎหมายนี้เช่นกัน และถึงแม้ว่าการสักจะไม่ได้ผิดกฎหมายของประเทศ แต่การจะเลือกรอยสักนั้นก็มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับที่เข้มงวดเช่นกัน ซึ่งก็คงไม่พ้นเรื่อง ‘การเมือง’ นั่นเอง รอยสักที่จะได้รับอนุญาตนั้นจะต้องเป็นรอยสักที่เกี่ยวกับการสรรเสริญ เชิดชูประธานาธิบดีคิมของโสมแดงเท่านั้น บรรดารอยสักลายเกี่ยวกับศาสนาจะถือว่าไม่ได้รับอนุญาตเลยล่ะ ถ้าใครฝ่าฝืนอาจถูกจับเข้าคุกได้ และน้องๆ รู้มั้ยครับว่า การจะสักคำว่า ‘Love’ หรือคำพูดเกี่ยวกับความรัก แต่ก่อนนั้นถือว่าผิดกฎหมายอย่างมหันต์ แต่ก็เพิ่งจะได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ในกรณีที่สักคำพูดประมาณว่า ‘รักประเทศ’ หรือ ‘จะรักท่านผู้นำจนตาย’  

 
3. ประเทศอิหร่าน
 

Via Pixabay.com
 
     ประเทศอิหร่านเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เพิ่งจะออกกฎหมายเกี่ยวกับการสักเมื่อไม่นานมานี้ โดยเหตุผลหลักๆ ที่ต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้เกิดจาก “ประเด็นศาสนา” อย่างที่รู้ๆ กันว่าอิหร่านเป็นประเทศที่นับถืออิสลาม แต่การสักในประเทศนี้นั้นถูกตีความว่าคนๆ นั้นเป็นคน ‘นับถือผี’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวอิหร่านนั้นไม่ยอมรับ เพราะว่ามันขัดต่อหลักคัมภีร์อัลกุรอาน อีกทั้งการสักยังเป็นเครื่องหมายของความเป็นตะวันตกอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ชาวอิหร่านต่อต้านอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าใครคิดจะไปเที่ยวอิหร่าน ก็ต้องปกปิดรอยสักให้ดี ไม่งั้นอาจถูกทั้งจำทั้งปรับได้ 

 
4. ประเทศตุรกี
 

Via Pixabay.com
 
     ประเทศตุรกีก็เป็นอีกประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงต้องออกกฎหมายแบนการสัก เพราะว่ามันผิดต่อหลักของศาสนาอิสลามนั่นเอง ซึ่งใครที่มีรอยสักก็ต้องไปลบออกให้หมด แต่อย่างไรก็ตามถึงจะเป็นประเทศอิสลาม แต่ตุรกีก็ถือว่าเป็นประเทศที่รับอิทธิพลตะวันตกเข้ามาเยอะพอสมควร แต่ก็ยังมีการแบนวัฒนธรรมตะวันตกอีกหลายอย่างเหมือนกัน เช่น ห้ามแต่งหน้า ห้ามเจาะตามร่างกาย แบนการเล่น Twitter, Youtube และ Minecraft เป็นต้น

 
5. ประเทศเวียดนาม
 

Via Pixabay.com
 
     ข้ามมาที่ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของเราอย่างประเทศเวียดนาม ที่มีกฎหมายต่อต้านการสักเช่นกัน ใครก็ตามที่มีรอยสักนั้นมักจะถูกมองในแง่ลบจากรัฐบาลและรวมไปถึงคนเวียดนามด้วยกัน แม้แต่ร้านค้า ร้านอาหารทั่วไปก็ติดป้ายแบนคนที่มีรอยสัก ไม่ให้เข้ามาเหยียบร้านกันเลยทีเดียว เพราะว่ารอยสักนั้นเป็นสัญลักษณ์ของการอาชญากรรมและการกระทำอันผิดกฎหมายของประเทศ ดังนั้นใครก็ตามที่เดินทางไปประเทศเวียดนามก็ต้องระวังให้ดี เพราะว่าถ้าขืนโดนจับขึ้นมา ก็อาจจะเป็นเรื่องยุ่งเลย หรือถ้าใครคิดจะไปหาร้านลบรอยสักที่เวียดนามก็อาจจะยากหน่อย เพราะบางทีอาจจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ คนที่ประเทศเวียดนามจะไม่สักกัน เพราะมันผิดต่อหลักศีลธรรมที่พวกเขานับถือนั่นเอง  
        
6. ประเทศญี่ปุ่น
 
     ประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดแรกๆ ของศิลปะการสักเลยก็ว่าได้ ในอดีต ช่วงยุคเมจิ ก็เคยมีการการออกกฎหมายห้ามสัก แต่ปัจจุบันกฎหมายนี้ก็เลิกใช้ไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คนที่มีรอยสักก็มักจะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมสักเท่าไหร่นัก สังเกตได้เลยจากร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ท ยิม และห้องอาบน้ำสาธารณะทั้งหลายแหล่ มักจะติดป้ายไว้ว่า “คนที่มีรอยสักห้ามเข้าเด็ดขาด” ที่ต้องทำเช่นนี้เป็นเพราะว่า คนที่มีรอยสักส่วนใหญ่นั้นจะเป็นพวกแก๊งอันธพาล เช่น แก๊งซามูไร แก๊งยากูซ่าทั้งหลายแหล่นั่นเอง    

 
7. ประเทศศรีลังกา      
 

Via Pixabay.com
 
     ประเด็นเรื่องของศาสนามักเป็นสาเหตุทำให้เกิดกฎหมายห้ามสัก รวมไปถึงเมืองพุทธอย่างประเทศศรีลังกาเช่นเดียวกัน ศาสนาพุทธนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เคร่งครัดมากๆ และค่อนข้างจะ sensitive สำหรับชาวศรีลังกา ไม่ว่าใครก็ตามที่มีรอยสักหรือสัญลักษณ์บนเรือนร่างที่สื่อถึงศาสนาพุทธก็อาจถูกจับได้ โดยในช่วงสิบปีที่ผ่านมานั้นมีทั้งชาวต่างชาติและคนต่างด้าวถูกตำรวจจับไปจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว    



 
     แต่ละประเทศก็ล้วนมีจุดที่ค่อนข้างจะอ่อนไหวที่ทำให้เกิดกฎหมายสั่งห้ามการสัก ไม่ว่าจะเป็นประเด็นสังคม ศาสนาหรือวัฒนธรรม ว่ากันตามความจริงแล้ว การสักไม่ใช่สั่งห้ามแค่ในประเทศที่ยกมาเพียงเท่านั้น ยังคงมีอีกหลายประเทศที่อ่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องการสัก ซึ่งอาจะรวมถึง ‘ประเทศไทย’ ของเราด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีกฎหมายสั่งห้ามเป็นเรื่องเป็นราว แต่คนในสังคมส่วนใหญ่ก็มักมองคนที่มีรอยสักในแง่ลบอยู่ดี แต่สิ่งที่เราต้องจำใส่ไว้ในใจเสมอก็คือ ‘ไม่ใช่ทุกคนที่มีรอยสักจะไม่ใช่คนดี และไม่ใช่ทุกคนที่ไม่มีรอยสักจะเป็นคนดี’การเป็นคนดีนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราคิดและปฏิบัติมากกว่าครับ :)   



 
Source:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=wut_

พี่วุฒิ - ผู้เขียน

มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เรียนต่อนอก #สัก #รอยสัก #การสัก #กฎหมาย #Tattoo #เกาหลี #ญี่ปุ่น #ศรีลังกา #เวียดนาม #เกาหลีใต้ #เกาหลีเหนือ #อิหร่าน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?