อยากฉลาดมาทางนี้! 8 งานอดิเรกที่ยิ่งทำยิ่งฉลาด! []

วิว
    สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ทุกคน เด็กในวัยเรียนอย่างน้องๆ ก็ต้องใช้สมองกันอย่างหนักเลยใช่ไหมคะ ซึ่งการพัฒนาสมองนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เลย ยิ่งเราพัฒนาสมองของเราอย่างต่อเนื่องเราก็จะฉลาดขึ้นและทำให้เรียนได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งวิธีพัฒนาสมองก็มีมากมายหลายวิธี แต่ส่วนมากจะเป็นอะไรที่เครียดๆ ทั้งนั้น วันนี้ พี่กี้ เลยนำวิธีพัฒนาสมองที่สนุกและไม่น่าเบื่อมาฝากค่ะ บอกเลยว่าต้องถูกใจแน่ๆ 


 

การเล่นเกมยิงปืนแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

   
อยากฉลาดมาทางนี้! 8 งานอดิเรกที่ยิ่งทำยิ่งฉลาด!
Photo credit : pixabay.com
 
    เกมยิงปืนแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง หรือ First person shooters คือวิดิโอเกมประเภทหนึ่งที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่อาวุธในมือโดยผู้เล่นจะเห็นสิ่งต่างๆ ในเกมผ่านมุมของตัวละครที่เราเล่นนั่นเองค่ะ เหมือนเราถือปืนอยู่ในเกมจริงๆ เลย ถึงแม้ว่าฉากการต่อสู้ในเกมนั้นอาจจะดูรุนแรง หรือมีความไม่เหมาะสมอยู่บ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารูปแบบของวิดิโอเกมประเภทนี้นั้นช่วยพัฒนาสมองเราได้ 

    จากผลการศึกษาในปี 2015 ของสถาบัน Max Planck Institute for Human Development แสดงให้เห็นว่า เมื่อคนเล่นเกมสามมิติอย่างการเล่นเกมแบบมุมมองของบุคคลที่หนึ่งแล้วนั้น สมองจะได้รับการพัฒนาบริเวณคอร์เทกซ์กลีบหน้าผากส่วนหน้า ฮิปโปแคมปัสซีกขวา และ ซีรีเบลลัม ซึ่งสมองทั้งสามส่วนที่กล่าวมานี้เป็นส่วนที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่ซับซ้อนของมนุษย์

    ตัวอย่างเช่น การนำทาง และการทำงานที่สัมพันธ์กันของมือและตา ในอีกงานวิจัยหนึ่งได้แบ่งกลุ่มคนออกเป็นสองกลุ่ม โดยให้กลุ่มแรกนั้นเล่นเกมแก้ปริศนา ส่วนอีกกลุ่มเล่นเกมยิงแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง จากผลการศึกษาค้นพบว่ากลุ่มของคนที่เล่นวิดิโอเกมนั้นมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้เสียสมาธิและสามารถจำกัดการมองเห็นเฉพาะสิ่งที่ต้องการโฟกัสได้ดีกว่าคนอีกกลุ่ม ซึ่งหมายความว่า พวกเขาสามารถประมวลผลจากสิ่งที่มองเห็นนั่นเองค่ะ 

    แต่ถึงอย่างนั้น ทุกอย่างก็มีระดับของมันนะคะ ไม่ควรเลือกเกมที่มีความรุนแรงมากเกินไป หรือเล่นเกมหนักเกินไปจนไม่ได้ทำอย่างอื่น หรือไม่ตั้งใจเรียนในเวลาที่ควร เพราะวิธีนี้คือการเล่นเกมบางเวลาเพื่อช่วยพัฒนาสมองและพัฒนาทักษะที่ใช้เพื่อการเรียนค่ะ เรียนเป็นเรียนเล่นเป็นเล่นนะคะ


 

เล่นเกมต่อคำศัพท์


อยากฉลาดมาทางนี้! 8 งานอดิเรกที่ยิ่งทำยิ่งฉลาด!   
Photo credit : pixabay.com
 
    เกมต่อคำศัพท์ หรือที่เราชาวไทยรู้จักกันดีในชื่อ Crossword แต่เมืองนอกเรียกว่า Scrabble ถูกคิดค้นขึ้นมาในปี 1938 Alfred Mosher Butts สถาปนิกตกงานคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์ค อย่างที่เรารู้กันว่าการที่เล่นเกมต่อคำศัพท์ให้เก่งได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ไหนจะต้องจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษมากมาย ไหนจะต้องต้องสังเกตวิธีและตำแหน่งของการวางคำเพื่อที่จะให้ได้คะแนนมากๆ  เพราะการวางลงไปในแต่ละตำแหน่งนั้นสำคัญมากกว่าจะวางคำไหนลงไปเสียอีก บางช่องก็มีคะแนนคูณสอง บางช่องก็คูณสาม จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เกมนี้จะเป็นเกมที่ช่วยพัฒนาสมองให้กับผู้ที่เล่นได้เป็นอย่างดี 

    นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Calgary  พบว่า การจำคำศัพท์เป็นภาพ ซึ่งเป็นการจำคำศัพท์ที่มีประสิทธิภาพและเคยเชื่อกันว่าพัฒนาได้ในช่วงก่อนที่จะโตเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น จริงๆ แล้วยังสามารถทำได้ในวัยผู้ใหญ่แถมยังสามารถพัฒนาความสามารถนั้นได้ด้วยการฝึกฝน ซึ่งหนึ่งในการฝึกฝนนั้นก็คือการเล่นเกมต่อคำศัพท์ ในระหว่างการวิจัย นักวิจัยพบว่าผู้ที่เล่นเกมต่อคำศัพท์อย่างจริงจังสามารถแยกคำที่มีความจริงๆ ออกจากคำที่ไม่มีความหมายได้อย่างรวดเร็ว แถมยังสามารถอ่านคำศัพท์ที่เขียนในแนวตั้งได้ดีมากด้วย เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าเราจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว แต่เราก็ยังคงสามารถพัฒนาคลังคำศัพท์ของเราได้อยู่นะคะ   


 

อ่านนิยาย


อยากฉลาดมาทางนี้! 8 งานอดิเรกที่ยิ่งทำยิ่งฉลาด! 
Photo credit : pixabay.com
 
    แน่นอนอยู่แล้วว่าการอ่านงานเขียนที่เขียนที่ไม่ใช่เรื่องแต่งทำให้เราฉลาดขึ้น เพราะว่าเมื่อเราอ่านเราก็ได้เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ไปด้วย แล้วการอ่านนิยายที่มาจากเรื่องแต่งล่ะ มันไม่มีประโยชน์เลยหรอ? อันที่จริงมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทักษะการอ่านตั้งแต่เกิดค่ะ ไม่เหมือนกับการที่มนุษย์เราสามารถเข้าใจภาษาได้ตั้งแต่เด็กตามธรรมชาติ แต่ทุกคนที่จะอ่านหนังสือออกจำเป็นที่จะต้องสร้าง “วงจรการอ่าน” ขึ้นมาในสมอง ซึ่งวงจรการอ่านนี้จะแข็งแรงหรืออ่อนแอก็ขึ้นอยู่กับว่าเราได้อ่านมากน้อยแค่ไหน

    นักศึกษาสองคนจาก York University  ค้นพบว่าคนที่อ่านนิยายบ่อยๆ นั้นจะมีทักษะทางอารมณ์ที่ดีกว่า สามารถเข้าใจผู้อื่นได้มากกว่าคนที่ไม่อ่าน และมองโลกในหลายแง่มุมมากกว่า ทั้งนี้ก็เพราะว่า เมื่อไหร่ที่เราได้จมอยู่กับการอ่านหนังสืออย่างจริงจัง ได้ใช้สมองจินตนาการถึงสิ่งต่างๆ ในนิยายที่กำลังอ่านอยู่ ส่วนต่างๆ ของสมองก็จะทำงานตามไปด้วยเสมือนว่าตัวเรากำลังเจอเหตุการณ์เหล่านั้นจริงๆ  ฉะนั้นการอ่านนิยายที่มีคุณภาพจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่เราจะได้พัฒนา EQ ไปด้วย 


 

เล่นเกมตัวต่อ

   
อยากฉลาดมาทางนี้! 8 งานอดิเรกที่ยิ่งทำยิ่งฉลาด!
Photo credit : https://www.youtube.com/watch?v=AMR99EoIZow
 
    เกมตัวต่อ หรือ Tetris เป็นวิดิโอเกมยอดฮิตเกมหนึ่งของโลกที่ถ้าเริ่มแล้วจะเลิกเล่นได้ยากมาก เกมนี้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี 1984 ที่สหภาพโซเวียต เมื่อเกมนี้ได้กระแสตอบรับดี ทางโซเวียตก็ขายลิขสิทธิ์เกมนี้ให้กับบริษัทนินเทนโดในปี 1987 และเมื่อเกมบอยได้ออกสู่ตลาด เกมตัวต่อนี้ก็เป็นเกมแรกของเกมบอยเลย หลังจากนั้นก็ได้รับความนิยมถล่มทลาย จนทำยอดขายได้สูงถึง 180 ล้านก็อปปี้เลยค่ะ

    จากผลการศึกษาในปี 2009 โดยมหาวิทยาลัย Oxford พบว่าตอนแรกที่เริ่มเล่นเกมนี้ สมองจะใช้กลูโคสที่เป็นแหล่งพลังงานของสมองเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากฝึกเล่นไปได้สักพัก สมองของเราจะใช้กลูโคสน้อยลง และน้อยลงทุกครั้งที่เราเล่น ทั้งนี้ก็เพราะว่ากลูโคสจะเข้มข้นขึ้นเนื่องจากนิวรอนในเนื้อเทาของสมองเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น ถ้าใครเล่นเกมตัวต่อนี้วันละ 30 นาทีต่อเนื่องกันทุกวัน ก็จะเห็นว่าสมองพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ


 

เล่นหมากรุก

   
อยากฉลาดมาทางนี้! 8 งานอดิเรกที่ยิ่งทำยิ่งฉลาด!
Photo credit : pixabay.com
 
    การเล่นหมากรุกนั้นดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่คนฉลาดมักจะเล่นกัน ในหนังหรือละครมักจะให้ตัวละครที่ฉลาดมีฉากเล่นหมากรุกหรือพูดถึงหมากรุกอยู่เสมอ การเล่นหมากรุกต้องใช้ทักษะทางจิตใจหลายอย่างพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นทักษะการมองเห็น การวางแผน การปรับประยุกต์ใช้สิ่งต่างๆ รวมไปถึงความสามารถในการอ่านความคิดของคู่ต่อสู้  ฉะนั้นที่คนเล่นหมากรุกดูเป็นคนฉลาด ก็เพราะการเล่นหมากรุกทำให้พวกเขาฉลาดขึ้นด้วยเช่นกันนั่นเอง

    การวิจัยในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านหมากรุกในจีนหลายฉบับพบว่าสมองของพวกเขามีการเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งช่วยพัฒนาทั้งทักษะการเรียนรู้ และทักษะการจดจำ แม้กระทั่งในช่วงที่พัก ไม่ได้เล่นหมากรุก สมองของเซียนหมากรุกนั้นก็ยังทำงานมากกว่าสมองของมือใหม่หัดเล่นเสียอีก นอกจากนั้น หมากรุกยังช่วยพัฒนาในเรื่องทักษะการแก้ปัญหาและการทำความเข้าใจแบบเป็นเหตุเป็นผลอีกด้วย ถ้าหมั่นฝึกฝนบ่อยๆ จนเป็นกิจวัตรก็จะช่วยพัฒนาสมองเราได้เช่นกัน


 

ออกกำลังกายและเล่นกีฬา

   
อยากฉลาดมาทางนี้! 8 งานอดิเรกที่ยิ่งทำยิ่งฉลาด!
Photo credit : pixabay.com
 
    การออกกำลังกายนั้นมีประโยชน์กับเราเป็นอย่างมากเลยค่ะ การออกกำลังกายช่วยพัฒนาสมองและความเฉียบแหลม และการเล่นกีฬาประเภททีมก็จะช่วยให้สมองของเราสุขภาพดีขึ้นด้วยค่ะ   

    นักวิจัยจากโรงเรียนแพทย์ฮาวาร์ดค้นพบว่า การออกกำลังกายที่ค่อนข้างท้าทายจะไปกระตุ้นโมเลกุลที่มีชื่อว่า Irisin ที่มีหน้าที่กระตุ้นยีนที่เกี่ยวกับการเรียนรู้และความทรงจำ และนอกจากนี้การออกกำลังกายก็ยังไปกระตุ้นสมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บความทรงจำระยะยาวอีกด้วย ซึ่งประกอบไปด้วยการเรียนรู้และประสบการณ์ของเราทั้งหมด รวมถึงการระลึกถึงเหตุการณ์และข้อมูลต่างๆ ที่เคยได้มาในอดีต

    ส่วนการเล่นกีฬาเป็นทีมก็มีประโยชน์กับสมองเช่นกัน จากผลการศึกษาหลายฉบับพบว่า นักกีฬาที่เล่นกีฬาประเภททีมจะได้พัฒนาสมองในส่วนที่ติดตามการเคลื่อนไหว แถมยังมีความจำที่ดีขึ้น มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ดีกว่าเดิม 


 

การเต้น

   
อยากฉลาดมาทางนี้! 8 งานอดิเรกที่ยิ่งทำยิ่งฉลาด!
Photo credit : pixabay.com
 
    การวิจัยของสถาบัน Albert Einstein College of Medicine ได้แบ่งกลุ่มของผู้สูงอายุที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มๆ แล้วให้ทำกิจกรรมที่แตกต่างกันไปเพื่อที่จะดูว่ากิจกรรมเหล่านั้นจะช่วยกระตุ้นความเฉียบแหลมของกลุ่มผู้ทดสอบอย่างไร ซึ่งกิจกรรมนั้นประกอบไปด้วย การเล่นอักษรไขว้ เล่นไพ่ เล่นเทนนิส ตีกอล์ฟ ว่ายน้ำ และเต้น และในที่สุดก็ค้นพบว่าจากกิจกรรมทั้งหมดนั้น การเต้น เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ดีที่สุดที่ช่วยพัฒนาในด้านทักษะกระบวนการคิดและการรับรู้ แถมไม่ได้ช่วยแค่ในกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยได้ในทุกกลุ่มอายุ  นอกจากนี้ การเต้นยังเป็นการออกกำลังกายทางกายภาพชนิดเดียวที่ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมอีกด้วยค่ะ. 

    นักวิจัยเชื่อว่าการเต้นช่วยพัฒนาสมองเพราะ การเต้นต้องอาศัยการรับรู้ในเรื่องทิศทางรวมไปถึงการจดจำรูปแบบต่างๆ และการกระทำทั้งหมดนี้ทำให้เกิดการประสานงานกันระหว่างเซรีบรัลคอร์เทกซ์และฮิปโปแคมปัส ซึ่งทำให้สมองแข็งแรงขึ้นด้วย 


 

เล่นดนตรี

   
อยากฉลาดมาทางนี้! 8 งานอดิเรกที่ยิ่งทำยิ่งฉลาด!
Photo credit : pixabay.com
 
    โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเรากำลังทำงานอะไรที่สักอย่างที่ต้องใช้สมาธิสูง เช่นการอ่านหนังสือ หรือการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ เราจะใช้สมองบางส่วนเท่านั้น แต่เวลาเราฟังดนตรีนั้นสมองหลายส่วนจะได้ทำงานพร้อมๆ กัน ทั้งนี้ก็เพราะว่า เมื่อเราได้ยินเสียงดนตรี สมองแต่ละส่วนก็จะแปลความในส่วนต่างๆ ของดนตรีแยกกันไป เช่นทำนอง และจังหวะ จากนั้นก็จะเอาส่วนต่างๆ ที่แยกไปแปลความมารวมกันเป็นดนตรีที่สำเร็จอีกที แค่ฟังยังได้ประโยชน์ขนาดนี้ ถ้าเป็นคนเล่นเองก็จะยิ่งเห็นการพัฒนาของสมองมากขึ้นไปอีกค่ะ 

    ในการเล่นดนตรีหนึ่งครั้งนั้นต้องผ่านกระบวนการคิดหลายส่วนด้วยกัน ซึ่งก็คือเราจะได้ใช้สมองหลายๆ ส่วนในการเล่นเพียงครั้งเดียว ดนตรีจึงมีประโยชน์อย่างมากกับสมอง โดยเฉพาะสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น การฟัง และการเคลื่อนไหว นอกจากนี้การจะเรียนดนตรีได้นั้นต้องใช้การฝึกฝนที่มีโครงสร้างที่ดีและมีระเบียบแบบแผน และการฝึกแบบนี้เป็นประจำยิ่งช่วยให้สมองแข็งแรงมากขึ้นด้วย  



    หลังจากนี้แล้วการฝึกฝนพัฒนาสมองก็คงจะเป็นสิ่งที่สนุกขึ้นสำหรับน้องๆ แน่ๆ เลย แต่นอกจากการทำกิจกรรมพวกนี้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่น้องๆ ต้องมีคือความตั้งใจและวินัยในการฝึกนะคะ เพราะทุกๆ อย่างล้วนต้องอาศัยเวลาและการฝึกฝน รับรองเลยว่าถ้าน้องๆ ตั้งใจแล้ว การพัฒนาสมองของน้องๆ ต้องได้ผลลัพธ์ที่ดีมากแน่ๆ เลยค่ะ ^^



 
ขอบคุณข้อมูล
https://www.youtube.com/watch?v=i6JjcOq77QU
http://www.ucalgary.ca/news/utoday/august18-2011/scrabble
http://ideas.time.com/2013/06/03/why-we-should-read-literature/
http://archive.boston.com/bostonglobe/ideas/brainiac/2011/06/how_tetris_make.html
http://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371/journal.pone.0032532
http://www.mensfitness.com/sports/can-playing-sports-make-you-smarter
http://socialdance.stanford.edu/syllabi/smarter.htm
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kie

พี่กี้ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #กิจกรรมฝึกสมอง #ฝึกสมองด้วยตัวเอง #งานอดิเรก #พัฒนาสมอง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ส่วนตัวเราชอบเรียนภาษาอื่นๆแบบจับฉ่ายออกไปทางงานอดิเรกที่ชอบทำมาก

    ชอบดนตรีนะแต่เล่นไม่เป็นสักอย่างแต่ยังฝึกการแปลเพลงจากต่างภาษาเป็นเนื้อไทยพยายามให้ภาษาสวยความหมายดีมาพร้อมความสละสลวยทำอย่างนี้มาได้เกือบ 1 ปีแล้วล่ะ ประมาณฟังแบบทั้งInstrumentalและมีเสียงคนร้อง ...

    ความยากอยู่ตรงที่ภาษาไทยมีข้อจำกัดที่ค่อนข้างจะข้ามยากมากไปหน่อย

    เราคิดทั้งทีปาไปเป็นชั่วโมงเลยเพียงแค่ในเพลง 3 นาทีแต่ก็ยังชอบที่จะทำอยู่ดีนะ



    ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?