/>

หดหู่จนพูดไม่ออก! เรื่องราวของ "พ่อ" ที่ข่มขืนลูกสาวและขังไว้ใต้ดินจนมีลูกด้วยกันถึง 7 คน []

วิว
    สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com วันนี้ พี่นิทาน มีเรื่องจริงที่แทบไม่น่าเชื่อมาเล่าให้ฟัง อาจไม่ใช่เรื่องราวที่สวยงามเท่าไหร่นัก ใครจะไปคิดว่าโลกนี้จะมีคนที่จิตใจโหดเหี้ยมและเลือดเย็นได้ถึงขนาดนี้ เนื่องจากเรื่องที่จะเล่านี้เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูก "พ่อ" แท้ๆ ของตัวเองทำร้าย ข่มขืน และกักขังอยู่ในห้องใต้ดินเป็นเวลา 24 ปี และปล่อยให้เธอท้องจนมีลูกกับเขาถึง 7 คน ไม่อยากจะเชื่อว่าคนเราจะทำร้ายกันได้ถึงขนาดนี้เลย เรามาดูรายละเอียดของเรื่องราวกันเลยค่ะ 

 

    หลายคนอาจเคยอ่านหรือเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเอลิซาเบธ (Elisabeth Fritzl) มาก่อน เป็นเรื่องราวของหญิงชาวออสเตรียที่ถูกทำร้ายและกักขัง รวมไปถึงโดนข่มขืนโดยพ่อแท้ๆ ของเธอเองเป็นเวลาถึง 24 ปี และการข่มขืนที่เกิดขึ้นมายาวนานขนาดนั้นก็ทำให้เธอมีลูกกับพ่อแท้ๆ ของตัวเองถึง 7 คน เรื่องราวสุดโหดและหดหู่ต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงที่เอลิซาเบธออกมาเปิดโปงหลังจากที่มีคนช่วยเธอออกมาจากห้องใต้ดินอันแสนเศร้านั้นได้สำเร็จ เราจะย้อนรอยไปตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์กันค่ะ 

    โศกนาฏกรรมครั้งนี้ถูกเปิดเผยตั้งแต่ปี 2008 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายโจเซฟ (Josef Fritzl) ชาวออสเตรียที่ต้องคดีข่มขืนลูกสาวตัวเองมาตั้งแต่เธออายุ 11 ปี กว่า 3,000 ครั้ง เป็นเวลา 24 ปี โดยขังเธอไว้ในห้องใต้ดินมาตลอด แต่พ่อใจเหี้ยมคนนี้คือใครกันแน่? แล้วอะไรถึงทำให้เขาทำแบบนี้กับลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองได้..

โฉมหน้าของพ่อใจโหด Josef Fritzl

    นายโจเซฟ (Josef Fritzl) หรือพ่อของเอลิซาเบธเติบโตมาจากเมือง Amstetten ประเทศออสเตรียและเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ตลอดชีวิตวัยเด็กเขามีแต่แม่ที่เพียงคนเดียวที่คอยดูแลเขาและทำงานหนักทุกวัน โจเซฟเลยเป็นเด็กที่ไม่มีผู้ชายหรือพ่อที่เป็นแบบอย่างให้เขา จนกระทั่งอายุ 21 เขาก็ได้แต่งงานกับผู้หญิงชื่อโรสแมรี่ (Rosemarie) อายุ 17 และกลายมาเป็นภรรยาของเขาจนถึงปัจจุบัน ทั้งคู่มีลูกด้วยกันทั้งหมด 7 คน คือลูกชาย 2 คน และลูกสาว 5 คน โดยใช้ชีวิตอยู่กันอย่างเรียบง่าย แต่ภายใต้ความเรียบง่ายนั้นโจเซฟก็มีด้านมืดในตัวที่ไม่น้อยเลยค่ะ เนื่องจากเขาเป็นคนที่มีอารมณ์ร้ายมาตั้งแต่เด็ก และเมื่อมีลูกก็ทำให้เขากลายเป็นคุณพ่อที่เข้มงวดและดุมาก

    ลูกๆ ทั้งหมด 7 คนของเขาทั้งชายและหญิงต่างกันเกรงกลัวโจเซฟ เวลาที่โจเซฟอยู่ที่บ้าน หรือโดยเฉพาะเวลาเขาอารมณ์ไม่ดี ลูกทุกคนจะต้องเงียบปากไว้และห้ามพูดห้ามเถียงอะไรแม้แต่คำเดียว และหากใครคนหนึ่งทำผิดก็จะโดนลงโทษอย่างหนัก ว่ากันว่าเอลิซาเบธคือลูกคนเดียวที่มักโดนทำโทษแบบโหดร้ายต่างๆ มากกว่าลูกคนอื่น และที่แย่ไปกว่านั้นคือนอกจากทำโทษแล้ว โจเซฟยัง "ข่มขืน" เอลิซาเบธอีกด้วย แต่นั่นก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่โจเซฟข่มขืนผู้หญิงค่ะ เพราะก่อนหน้านั้นโจเซฟเคยถูกตัดสินจำคุกในคดีข่มขืนผู้หญิงในปี 1965 ซึ่งเป็นปีก่อนหน้าเอลิซาเบธจะเกิดแค่ปีเดียว ตอนนั้นศาลตัดสินให้เขาจำคุก 18 เดือนในข้อหาบุกรุกเข้าบ้านผู้หญิงและข่มขืน แต่ในที่สุดเขาก็ติดคุกอยู่แค่ 12 เดือนเท่านั้น และหลังจากนั้นคดีนี้ก็ถูกลบล้างออกจากประวัติของเขาภายใน 15 ปี ตามกฎหมายของออสเตรีย 

 
รูปของเอลิซาเบธสมัยยังสาว

     ความโชคร้ายของเอลิซาเบธคือ เธอถูกโจเซฟทำร้ายมาตั้งแต่อายุเพียง 11 ปีเท่านั้น และหลังจากเรียนจบที่โรงเรียน เธอก็ตั้งใจไปฝึกอาชีพเป็นพนักงานเสิร์ฟเพื่อหวังหาทางออกจากบ้านและหลีกหนีพ่อร้ายๆ ของเธอ แต่ความฝันนั้นก็ไม่เป็นจริงสักที เพราะเวลาเธอพยายามหนีออกจากบ้านหลายครั้ง ก็ถูกตำรวจตามตัวกลับมาได้ทุกครั้ง

     และในช่วงเวลาเดียวกันโจเซฟก็ทารุณเธอหนักขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นลวนลามทางเพศ ในที่สุดเมื่อหลักสูตรพนักงานเสิร์ฟจบลง เธอก็มีงานรอเธออยู่ เป็นงานที่ร้านอาหารอยู่ห่างจากบ้านเธอประมาณ 40 นาที แน่นอนว่าโจเซฟคุณพ่อสุดโหดของเธอไม่ยอมปล่อยให้เธอละสายตาไปง่ายๆ แน่นอน เขาจึงวางแผนกักขังเอลิซาเบธ จนกระทั่งวันที่ 29 สิงหาคม 1984 เมื่อแผนการทุกอย่างพร้อม โจเซฟจึงหลอกให้เอลิซาเบธช่วยยกของลงไปยังห้องใต้ดิน และเมื่อเธอลงไป โจเซฟจึงล็อคเธอไว้ใต้นั้น น่าสงสารเอลิซาเบธ เพราะเธอคงไม่รู้ว่าวันนั้นคือวันสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นแสงสว่างไปอีกตลอด 24 ปีให้หลัง 

    หลังจากโจเซฟล็อคเอลิซาเบธอยู่หลังประตูห้องใต้ดินที่ปิดแน่นสนิทหลายวันเข้า คนในครอบครัวก็เริ่มสงสัยว่าเธอหายไปไหน แม่ของเอลิซาเบธจึงแจ้งตำรวจว่าลูกสาวของเธอหายไป เมื่อเป็นอย่างนี้โจเซฟเลยต้องกุเรื่องขึ้นมาหลอกทุกๆ คนในครอบครัวว่าเอลิซาเบธหนีออกจากบ้าน พร้อมบังคับให้เธอเขียนจดหมายโกหกขึ้นตามที่เขาสั่ง เนื้อความในจดหมายบอกประมาณว่าเธอขอหนีไปกับเพื่อนๆ และไม่ต้องตามหา จากนั้นจึงอธิบายให้ตำรวจฟังอีกทีว่าเธอหนีไปกับกลุ่มเพื่อนในลัทธิคลั่งศาสนาแปลกๆ คดีของเอลิซาเบธเลยจบลงอย่างเงียบๆ ....


    เมื่อถูกขังอยู่ในห้องใต้ดิน ชีวิตความเป็นอยู่ของเอลิซาเบธก็มีแต่แย่ลงเรื่อยๆ เพราะโจเซฟมัดเธอไว้กับเสาและจะนำอาหารมาให้ทุกๆ 3 วันและข่มขืนเธอ แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เปลี่ยนจากมัดเธอเป็นผูกเธอเอาไว้ด้วยเชือกที่ยาวขึ้น เพื่อให้เธอได้เคลื่อนไหวและเดินไปไหนมาไหนได้มากขึ้นนิดหน่อย เอลิซาเบธเองก็ไม่มีแรงจะขัดขืนหรือวางแผนทำร้ายโจเซฟเพื่อหลบหนีได้เลย เพราะโจเซฟเคยบอกเธอไว้ว่าถ้าเธอคิดจะทำร้ายหรือหลบหนี เขาจะรมควันเธอด้วยแก๊สพิษจนเธอเสียชีวิต แค่ฟังคำแบบนี้จากปากพ่อแท้ๆ ก็ว่าแย่แล้ว แต่เรื่องที่แย่ที่สุดที่ไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์จะทำร้ายกันได้ก็คือผลของการข่มขืนเอลิซาเบธนับครั้งไม่ถ้วนนั้น ทำให้เอลิซาเบธท้อง แต่ก็ต้องแท้งไปในปี 1986 จากนั้นในปี 1988 เธอก็คลอด "ลูกคนแรก" หรือจะให้เรียกอีกอย่างก็คือ "น้องสาว" ของเธอออกมาชื่อว่า เคิร์สติน (Kerstin) ถัดมาเป็นสเตฟานในปี 1990 และลิซ่าในปี 1992 

    เมื่อมีลูกออกมาติดๆ หลายคน โจเซฟเลยรู้สึกว่าห้องใต้ดินมีคนเยอะเกินไปแล้ว เขาจึงวางแผนสร้างเรื่องขึ้นมาและเอาลิซ่าใส่ในกล่องวางไว้หน้าบ้าน แล้วบอกกับภรรยาว่า เอลิซาเบธแวะมาทิ้งลูกไว้ เพราะเธอเลี้ยงไม่ไหว ครอบครัวโจเซฟจึงรับลิซ่าเลี้ยงไปอย่างงงๆ แต่แค่นี้ยังไม่พอค่ะ หลังจากนั้นโจเซฟก็ยังข่มขืนเอลิซาเบธอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเธอมีลูกกับเขาเพิ่มอีก 4 คน พอคนเยอะขึ้นอีก เอลิซาเบธจึงจำเป็นต้องวอนขอพ่อเธอให้หาพื้นที่เพิ่มเพื่อเด็กๆ แต่โจเซฟก็ดูเหมือนจะไม่แคร์ เพราะเขาบอกให้เอลิซาเบธและลูกๆ ใช้มือขุดดินเพื่อขยายพื้นที่กันเอง... ช่างเป็นพ่อที่โหดร้ายเกินกว่าจะเรียกว่าพ่อได้อีกต่อไปแล้วค่ะ 

    ต่อมาในปี 1997 เอลิซาเบธคลอดลูกแฝดออกมาชื่อว่าไมเคิลกับอเล็กซานเดอร์ แต่ไมเคิลต้องเสียชีวิตด้วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ความโหดเหี้ยมของโจเซฟก็ยังคงไม่มีที่สิ้นสุดเพราะเมื่อเขารู้ว่าไมเคิลตาย เขาก็เอาศพทารกนั้นไปเผาในเตาผิงที่ใช้ทำความร้อนภายในบ้าน ส่วนอเล็กซานเดอร์กับโมนิกา (ลูกสาวที่เกิดก่อนเด็กแฝดไม่กี่ปี) จึงถูกโจเซฟนำไปเลี้ยงดูที่บ้านและหลอกภรรยาอีกเช่นเคยว่าเด็กพวกนี้ต้องการคนเลี้ยงดู ดังนั้นเรื่องนี้จึงฟังดูแปลกประหลาดมากที่ภรรยาเขาหรือแม่ของเอลิซาเบธไม่เคยสงสัยหรือระแคะระคายอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ทั้งที่เอลิซาเบธหายตัวไป แถมมีเด็กโผล่มาให้เลี้ยงดูเยอะขึ้นๆ แบบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เด็กๆ 3 คนที่ถูกโจเซฟนำขึ้นมาเลี้ยงแบบปกติในบ้านก็ถือว่าโชคดีกว่าเด็กคนอื่นๆ ที่เกิดมาแล้วต้องอยู่แต่ในห้องใต้ดินไม่เคยเห็นแสงสว่างมาก่อนเลยด้วยซ้ำ 

    ชีวิตในห้องใต้ดินของเอลิซาเบธและลูกๆ นั้นช่างหดหู่เกินจะบรรยายเลยค่ะ เพราะข้างใต้นั้นไม่มีแม้แต่หน้าต่างสักบานเดียว ทำให้ทุกคนไม่เคยรู้ว่าเมื่อไหร่คือตอนเช้าหรือตอนกลางคืน ไม่มีฮีทเตอร์และไม่มีทั้งแอร์ ถึงใต้ดินนั้นจะไม่ใช่แค่ห้องแคบๆ ห้องเดียวก็ตาม แต่ด้วยสภาพแวดล้อมรวมๆ ก็ทำให้ทุกคนสุขภาพกายและใจย่ำแย่ไปตามๆ กัน โชคดีที่หลังจากนั้นโจเซฟสร้างห้องน้ำเล็กๆ ขึ้นภายหลังเพื่อการขับถ่ายและอาบน้ำที่สะดวกขึ้น รวมทั้งมีตู้เย็น อาหารต่างๆ เพื่อเลี้ยงดูลูกๆ และเอลิซาเบธ

      ส่วนเอลิซาเบธเองก็คอยสอนลูกๆ ให้หัดอ่านเขียนตามแบบที่เธอจะสอนให้ได้ รวมไปถึงสอนให้เด็กๆ รู้จักโลกและธรรมชาติภายนอกที่พวกเขาไม่เคยเห็นอีกด้วย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าพวกเขาจะมีวันได้เห็นมันหรือเปล่า จนกระทั่งในปี 2008 เคิร์สติน ลูกสาวคนโตของเอลิซาเบธป่วยเป็นโรคไตวาย และดูเหมือนอาการจะยิ่งแย่ลงๆ เรื่อยๆ จนเอลิซาเบธต้องร้องขอโจเซฟหลายต่อหลายครั้ง เมื่อเขาทนไม่ไหวจึงยินยอมจะพาตัวเคิร์สตินไปรักษา แต่ก่อนหน้าที่รถพยาบาลจะมารับ เอลิซาเบธกับเคิร์สตินก็แอบวางแผนกันลับๆ โดยการเขียนข้อความสั้นๆ ในกระดาษและซ่อนไว้ในตัวเคิร์สตินเพื่อให้หมอหรือพยาบาล หรือใครก็ได้ที่เห็นและช่วยเหลือพวกเขาให้ออกจากนรกใต้ดินนี้สักที 

    ภายหลังเมื่อโจเซฟรู้ว่า เอลิซาเบธผู้เป็นแม่จะต้องไปที่โรงพยาบาลกับลูกด้วย เขาจึงวางแผนสำหรับตัวเขาเองเพื่อกันไม่ให้คนจับได้ โจเซฟจึงบังคับให้เธอเขียนจดหมายหลอกๆ ขึ้นมาอีกว่าเธอหนีไปกับลัทธิคลั่งศาสนา และอาศัยอยู่ในเมืองใกล้ๆ อีกไม่นานจะกลับมา เมื่อตำรวจเห็นจดหมายดังกล่าว จึงยืดเยื้อเวลาให้โจเซฟคิดแผนต่อๆ ไปได้ง่ายขึ้น และจะได้แอบนำเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ใต้ดินออกมาก่อนจะโดนสงสัย

     แต่เรื่องราวก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่โจเซฟคิด เพราะหลังจากสืบสวนเพิ่มเติม ตำรวจก็จับผิดได้ว่าจดหมายที่เอลิซาเบธเขียนมีเนื้อความที่ดูน่าสงสัยและเหมือนถูกบังคับให้เขียน เพราะคนที่จะหนีไปจริงๆ จะไม่มานั่งเขียนจดหมายบอกใครแบบนี้แน่นอน ต่อมาตำรวจจึงไปสืบค้นและตามหา "ลัทธิ" คลั่งศาสนาที่เมืองใกล้ๆ ตามที่เอลิซาเบธเขียนบอกในจดหมาย แต่ก็ไม่พบเจอร่องรอยหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามนั้นเลยแม้แต่น้อย ตำรวจเลยยิ่งสงสัยในคดีนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

    เมื่อเอลิซาเบธ เคิร์สติน และโจเซฟมาถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รับแจ้งว่าพบบุคคลต้องสงสัยและเดินทางไปยังโรงพยาบาลทันทีเพื่อนำตัวทุกคนไปสอบสวน แรกเริ่มเอลิซาเบธเองก็ไม่กล้าพูดอะไรมากด้วยความกลัวและระแวงพ่อของเธอ แต่เมื่อตำรวจยืนยันกับเธอว่าเธอจะไม่ได้พบกับโจเซฟอีกแล้ว เธอก็วางใจและกล้าที่จะเปิดโปงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเล่าเรื่องราวที่น่าหดหู่ของเธอ ทั้งที่โดนกักขังอยู่ในห้องใต้ดินเป็นเวลานานกว่า 24 ปี และโดนข่มขืนจนมีลูกกับพ่อแท้ๆ ถึง 7 คนด้วยกัน ทางด้านโจเซฟก็โดนจับกุมตัวทันทีในวันที่ 26 เมษายน 2008 ด้วยข้อหาก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อสมาชิกในครอบครัว และเอลิซาเบธกับลูกๆ รวมถึงโรสแมรี่ - แม่ของเธอก็ถูกนำตัวไปบำบัดรักษาจิตใจที่สถานบำบัดในเวลาเดียวกัน แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าสงสัยอยู่ดีว่าแม่ของเธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยจริงๆ เหรอ? 


    การอาศัยอยู่ในห้องใต้ดินเล็กๆ แคบๆ และเหตุการณ์ต่างๆ นานาที่เคยเกิดขึ้นมีผลต่อจิตใจเอลิซาเบธและลูกๆ มาก รวมไปถึงสุขภาพร่างกายด้วย ทุกๆ คนที่อยู่ในนั้นมีผิวสีซีดเนื่องจากไม่เคยได้รับแสงแดดเป็นระยะเวลานาน นอกจากนั้นยังมีสุขภาพฟันที่ไม่ดี สายตาแย่เนื่องจากออกซิเจนและแสงไม่พอต่อการใช้ชีวิตและมองสิ่งต่างๆ หนึ่งในลูกชายของเธอชื่อสเตฟานเป็นเด็กที่สูงมาก แต่เมื่อต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่เพดานต่ำใต้ดินทำให้เขามีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ส่วนเด็กๆ 3 คน ที่โจเซฟนำมาเลี้ยงในบ้านอย่างปกติก็เกิดผลกระทบทางจิตใจเช่นกันหลังรับรู้ความจริงทั้งหมด 

    ทางด้านโจเซฟเอง หลังจากถูกจับตัวและนำมาขึ้นศาล เขารับสารภาพความผิดทั้งหมดทั้งเรื่องที่ขังเอลิซาเบธ, ข่มขืนเธอ และมีลูกกับเธอ และเมื่อพิสูจน์ DNA ของลูกๆ ทั้งหมดผลก็ออกมาตรงกับโจเซฟทุกคน แต่มีอีก 2 เรื่องที่เขาไม่ยอมรับผิดคือการฆาตกรรมลูกชายคนล่าสุดและการขู่ฆ่าทุกคนด้วยแก๊สรมควันหากมีใครพยายามจะหลบหนีจากห้องใต้ดิน ขณะเดียวกันทนายฝั่งจำเลยก็พยายามหาเหตุผลมาปกป้องโจเซฟด้วยการบอกว่า โจเซฟน่ะไม่ได้เป็นปีศาจร้ายอย่างที่คิดหรอก เพราะตอนคริสต์มาสเขายังหาต้นคริสต์มาสมาให้เด็กๆ ในห้องใต้ดินเลย (อันนี้ไม่น่าบอกได้นะคะว่าเป็นคนดี) แต่ถึงจะหาเหตุผลหรือหลักฐานอะไรมาอ้างก็คงไม่รอดแน่ๆ ค่ะ เพราะเมื่อเอลิซาเบธให้การในศาลและเล่าเรื่องราวทั้งหมด โจเซฟก็ถึงกับจำนน หน้ามืดจะเป็นลมเมื่อรู้ว่าเธอยืนอยู่ในศาลเดียวกัน

     ที่สุดแล้ว อัยการก็ตัดสินให้โจเซฟ "จำคุกตลอดชีวิต" ในคุกสำหรับผู้ป่วยทางจิต พร้อมเปิดเผยหลักฐานต่างๆ เช่นรูปและสิ่งของต่างๆ จากห้องใต้ดินที่เอลิซาเบธและลูกๆ เคยอยู่ ทุกคนเห็นแล้วหดหู่ตกใจไปตามๆกัน ดังนั้นต่อให้โจเซฟเคยทำความดีแค่ไหน ก็ไม่น่าจะมาลบล้างความเลวร้ายทั้งหมดที่เคยทำได้แน่นอนค่ะ 

    แน่นอนว่าโจเซฟเป็นคนที่มีปัญหาทางจิตใจอย่างหนักและสมควรได้รับการบำบัด เพราะนอกจากเรื่องเลวร้ายต่างๆ ที่เขาเคยทำจะเป็นเรื่องที่รับไม่ได้แล้ว เมื่อศาลตั้งคำถามว่าเหตุใดเขาถึงจับตัวเอลิซาเบธไปกักขังไว้และข่มขืนเธอ คำตอบที่ได้มาก็มีแค่ว่า "เพราะผมเกิดมาเพื่อข่มขืนยังไงล่ะ" และเมื่อได้เข้ารับการรักษาอย่างจริงจังแล้ว เขาบอกกับจิตแพทย์ว่า "ผมควบคุมตัวเองมานานมากแล้ว รู้ไหมว่าผมสามารถทำชั่วได้มากกว่าเอาลูกสาวมาขังซะอีก" นอกจากคำพูดที่น่ากลัวเหล่านี้แล้ว จิตแพทย์ก็ประติดประต่อเรื่องราวจนสรุปได้ว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้โจเซฟมีปัญหาทางจิตนั้นมาจากความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีของเขากับแม่ตั้งแต่เด็กนั่นเอง


    หลังจากโจเซฟถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เอลิซาเบธและลูกๆ ของเธอก็ได้รับการบำบัดจิตใจหลังจากเรื่องราวร้ายแรงที่ทุกคนเจอมาเกือบทั้งชีวิต เมื่อเริ่มดีขึ้นพวกเขาจึงเขียนจดหมายออกมาขอบคุณผู้คนที่ช่วยเหลือและเป็นกำลังใจมาตลอด ในจดหมายมีเนื้อความว่า "พวกเราทั้งหมดขอขอบคุณทุกความเห็นอกเห็นใจและความช่วยเหลือจากพวกคุณ กำลังใจต่างๆ ของคุณทำให้พวกเรากล้าที่จะก้าวผ่านวันเวลาอันโหดร้ายเหล่านั้นมาได้ และขอบคุณที่ยังทำให้พวกเรารู้ว่าบนโลกนี้ยังมีคนที่ดีและพร้อมจะช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอีกมากมาย" 

    

    ถึงเรื่องราวจะผ่านไปแล้ว แต่สิ่งที่โจเซฟทำมาทั้งหมดก็ยังคงเป็นแผลในใจและเป็นความทรงจำที่หลอกหลอนทั้งเอลิซาเบธและลูกๆ หลังจากที่เขาเข้าคุกไปแล้ว เอลิซาเบธกับลูกๆ จ้างให้ทนายฟ้องร้องโจเซฟเป็นเงินหลายล้าน และครอบครัวเธอก็ได้รับการช่วยเหลือทางการเงินสำหรับค่าเสียหายและค่ารักษาทั้งกายและใจ นักกฎหมายยังบอกอีกว่าความจริงพวกเขาอาจได้เงินมากถึงวันละ 200 ยูโรเพื่อทดแทนกับช่วงเวลาแย่ๆ ในแต่ละวันที่ผ่านมาในห้องใต้ดิน ปัจจุบันเอลิซาเบธและลูกๆ มีชีวิตใหม่ในแบบของพวกเขา ทั้งเปลี่ยนชื่อและย้ายไปอยู่ในสถานที่ๆ ปลอดภัย ห่างจากผู้คนเพื่อรักษาสภาพจิตใจและอยู่กันอย่างสงบสุขค่ะ 

อ้างอิง
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nitan

พี่นิทาน - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #พ่อ #ทารุน #ข่มขืน #ลูกสาว #คดี #สะเทือนใจ #Fritzl #ออสเตรีย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?