/>

ย้อนรอยคดี "เจมส์ บัลเกอร์" คดีสุดสะเทือนใจในอังกฤษ...เมื่อฆาตกรเป็นเด็กชายวัยแค่ 10 ขวบ []

วิว
    สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com วันนี้ พี่นิทาน นำเรื่องราวคดีปริศนาของสองฆาตกรเด็กวัย 10 ปีที่ลวงเด็กชายวัย 2 ขวบมาจากผู้ปกครอง ก่อนจะทำร้ายจนเสียชีวิต หลายคนน่าจะเคยอ่านเรื่องนี้มาบ้าง เป็นเรื่องที่สะเทือนขวัญและชวนสงสัยมากเลยค่ะว่า เพราะอะไรเด็กอายุแค่สิบขวบถึงกระทำทารุนกับเด็กเล็กๆ ได้ถึงขนาดนี้?


    เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1993 ที่ห้างสรรพสินค้า The New Strand Shopping Centre ซึ่งเป็นห้างประจำเมือง Bootle เขตเมอร์ซีย์ไซด์ในประเทศอังกฤษ (ห่างจากเมืองลิเวอร์พูลประมาณ 6 กม. เท่านั้น) และเป็นวันธรรมดาที่คนไม่ได้พลุกพล่านเหมือนวันหยุด แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงมีเด็กชายวัย 10 ขวบสองคนมาเดินเล่นในห้าง และกำลังสนใจเด็กผู้ชายตัวเล็กวัย 2 ขวบที่กำลังอยู่กับครอบครัวที่มาช้อปปิ้งกันในห้างเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป 

    เด็กชายเจมส์ บัลเกอร์ (James Bulger) วัย 2 ขวบอยู่ในความดูแลของคุณแม่ (เดนิส บัลเกอร์) ที่กำลังยืนต่อคิวล้างรูปในห้าง โดยมีคู่หมั้นของพี่ชายเดนิสกับลูกสาวของเธอมาด้วย หลังจากร้านล้างรูป พวกเขาก็ไปช้อปปิ้งกันต่อที่ร้านต่างๆ จนกระทั่งย้ายจากห้างเพื่อไปต่อที่ย่าน Kirkby ที่ไม่ไกลกันมากนัก แต่ใครจะไปรู้ว่าระหว่างการเดินทางจากห้างมานั้น เด็กชายวัย 10 ขวบสองคนนั้นก็ตามมาด้วย เพราะหลังจากที่ทั้งหนีเรียนและแอบขโมยข้าวของต่างๆ จากห้างมาจนพอใจแล้ว ดูเหมือนพวกเขาจะอยากขโมยเด็กชายเจมส์วัย 2 ขวบคนนี้ไปด้วยเช่นกัน 


    ระหว่างที่เดนิส แม่ของเด็กชายเจมส์กำลังซื้อของอยู่ที่ร้านในห้าง T.J. Hughes เด็กชายสองคนก็พยายามหลอกล่อให้เจมส์เดินออกมาโดยที่แม่ไม่ทันรู้ตัว และแค่เวลาเพียงไม่กี่นาทีที่เดนิสกำลังหยิบเงินออกมาจ่ายพนักงานที่กำลังวุ่นกับสินค้าของเธออยู่ที่เคาน์เตอร์ เจมส์น้อยก็ได้หายตัวไปแล้ว หารู้ไม่ว่าเจมส์ถูกเด็กชายวัยเพียง 10 ขวบ 2 คนหลอกล่อจูงมือพาเดินไปไกลกว่า 4 กิโลเมตร และถูกฆาตกรรมโดยปริศนา หลังจากนั้น 2 วันให้หลังจึงมีกลุ่มเด็กผู้ชายไปพบศพของเขาบนรางรถไฟในสภาพที่น่ากลัวมากๆ คือลำตัวขาดออกจากกันเป็น 2 ท่อนเนื่องจากถูกรถไฟชนและวิ่งทับ กลุ่มเด็กชายที่เจอศพให้การว่าตอนแรกนึกว่าเป็นตุ๊กตาเด็ก แต่พอเข้ามาดูใกล้ๆ ที่ต้องตกใจ เพราะเป็นศพเด็กจริงๆ 

    แต่หลังจากคดีถูกเปิดขึ้นก็พบว่า ความจริงแล้วเด็กชายเจมส์ไม่ได้โดนรถไฟชนจนเสียชีวิต แต่เสียชีวิตก่อนที่จะถูกนำศพมาวางบนรางรถไฟเสียอีกค่ะ โดยจากการชันสูตรพบว่าเจมส์ถูกฟาดด้วยอิฐ, หิน และชิ้นส่วนของเหล็ก บนศีรษะมีบาดแผลอย่างหนัก และทั้งหมดเป็นฝีมือของเด็กชายวัย 10 ขวบสองคนที่ลักพาตัวเจมส์ไป ที่มีชื่อว่าโจน (Jon Venables) และโรเบิร์ต (Robert Thompson) นั่นเองค่ะ 

 

    ยังโชคดีที่ขณะเกิดเหตุและตอนที่แม่ของเจมส์กำลังตื่นตกใจหาลูกไปทั่วห้างสรรพสินค้า กล้องวงจรปิดกว่า 16 ตัวของห้างก็จับภาพทั้งหมดไว้ได้ ทั้งภาพของแม่เจมส์เอง และภาพของเจมส์ที่กำลังเดินอยู่กับเด็กผู้ต้องสงสัย 2 คนอยู่ในชั้นบนของห้างในเวลาที่ต่างกันเพียงไม่กี่นาที แต่คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดนั้นมีความยาวเพียง 1.39 นาทีเท่านั้น เพราะเด็กสองคนนั้นรีบพาเจมส์หลบหนีออกจากห้างให้เร็วที่สุดก่อนจะถูกจับ แต่นอกจากกล้องวงจรปิดแล้วก็ยังมีพยานให้ข้อสงสัยอีกหลายคนเลยค่ะที่บอกว่าเห็นเด็กชายตัวเล็กมากับเด็กสองคน และดูเศร้าๆ แต่ทุกคนก็เข้าใจว่าพวกเขาน่าจะเป็นพี่น้องกัน เลยไม่มีใครเอะใจอะไร พยานบางคนก็บอกว่าเห็นเจมส์เดินร้องไห้มากับเด็กชายสองคน บางคนก็บอกว่าเจมส์หัวเราะ มีความสุข และหลายๆ คนบอกว่าเห็นเจมส์มีบาดแผลบนศีรษะ, มีรอยแผลที่หน้าผากและแก้ม, รอยขีดข่วนบนใบหน้า และรอยเป็นจ้ำแดงๆ บนแก้ม บางคนบอกเห็นเจมส์ถูกเด็กชายสองคนจูงมือ ถูกลาก บางคนบอกว่าเด็กชายสองคนนั้นเล่นกับเจมส์แรงมาก แต่ละความเห็นของพยานแต่ละคนก็แตกต่างกัน แต่ภาพรวมก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง


    และนอกจากพยานที่กล่าวมาแล้ว ยังมีพยานที่พบเห็นเหตุการณ์ตอนที่เด็กๆ 3 คนอยู่ในเขตรางรถไฟอีกด้วย พยานคนหนึ่งบอกว่า ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายที่โตกว่าคนหนึ่งพูดประมาณว่า "ฉันเบื่อเต็มทีแล้วกับการมีน้องชาย เขาทำตัวน่าเบื่อไม่มีวันเปลี่ยน ฉันจะไม่พาเขามาอีกแล้ว" ซึ่งก็เป็นปริศนา เพราะไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นหมายถึงเจมส์ หรือพูดถึงน้องชายที่มีอยู่จริงๆ กันแน่ พยานอีกคนเป็นเด็กผู้หญิงวัย 14 ปีบอกว่าเห็นเด็กผู้ชายสองคนกำลังอุ้มเด็กผู้ชายตัวเล็กอยู่แถวๆ รางรถไฟ โดยเด็กชายตัวเล็ก (เจมส์) กำลังหัวเราะอยู่ และนั่นน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่มีพยานเห็นเจมส์ตอนมีชีวิตอยู่ 

    ศพของเจมส์ที่พบตรงรางรถไฟนั้นก็มีสภาพที่ไม่น่ามองและชวนหดหู่มาก และนอกจากการชันสูตรแล้วยังพบหลักฐานคือ อิฐเปื้อนเลือดที่ตกอยู่แถวๆ รางรถไฟ ยิ่งบอกชัดเจนเลยว่าเขาโดนทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยมก่อนจะเสียชีวิตและโดนรถไฟชน จากนั้นเมื่อเด็กชายสองคนผู้ต้องสงสัยโดนจับตัว เจ้าหน้าที่จึงตรวจพบว่าดีเอ็นเอของเลือดที่อยู่ใต้รองเท้าพวกเขาตรงกับของเจมส์ รวมไปถึงคราบเลือดบนเสื้อผ้าพวกเขาอีกด้วย ด็อกเตอร์วิลเลียมส์ (Dr. Alan Williams) กล่าวว่า แผลต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนร่างกายของเจมส์นั้นน่ากลัวและคาดไม่ถึงว่าจะเป็นฝีมือของเด็กชายวัยเพียง 10 ขวบทำ เพราะบาดแผลที่ถูกทุบอย่างแรงนั้นทำให้กระโหลกศีรษะแตกและกระทบกระเทือนไปถึงส่วนหลัง และสมองถูกทำลาย นอกจากนั้นยังมีหลักฐานว่าเจมส์ถูกถอดกางเกงออก และมีรอยแผลที่อวัยวะเพศ รวมทั้งถูกยัดแบตเตอรี่ (ถ่านก้อนเล็ก) ลงไปในรูทวารด้วยค่ะ 


    การจับกุมเด็กชายสองคนนี้ (Jon Venables และ Robert Thompson) สำเร็จใน 3 วันหลังจากพบศพเจมส์ เนื่องจากมีผู้หญิงคนหนึ่งพบเห็นเด็กชายโจน จากนั้นตำรวจก็ตามจับเด็กชายโรเบิร์ตอีกคน และทั้งสองก็ถูกนำไปสอบสวนคนละที่กัน แต่ก็ต้องให้ปากคำเยอะมากประมาณวันละ 20 กว่ารอบได้ค่ะ ในคดีนี้ทุกคนต่างสงสัยว่าเพราะเหตุใดเด็กชายวัยเพียง 10 ขวบถึงตัดสินใจทำอะไรโหดเหี้ยมขนาดนี้ ทั้งทารุณเด็กเล็กต่างๆ นานา จนไปถึงขั้นเสียชีวิต และประวัติของเด็กทั้งสองก็ไม่เคยมีคดีร้ายแรงอะไรมาก่อนหรือสิ่งที่น่าจะเป็นสาเหตุของการฆาตกรรมนี้เลย

     หลายๆ คนตั้งข้อสงสัยว่าความจริงแล้วโรเบิร์ตอาจเป็นตัวตั้งตัวตีในการก่อเหตุนี้ก็ได้ เพราะดูจากลักษณะแล้วโรเบิร์ตเป็นเด็กที่ดูมีความกล้า ไม่เกรงกลัวใคร และชอบก่อเรื่องที่โรงเรียนเป็นประจำ เรียกง่ายๆ ว่าอยู่ที่โรงเรียนน่าจะเป็นพวกหัวโจก แต่ในขณะเดียวกัน โจนมีลักษณะดูอ่อนแอกว่า ผอมกว่า และดูไม่เข้มแข็งแบบโรเบิร์ต และเมื่อถูกตำรวจจับ โจนก็เป็นคนเดียวที่ร้องไห้จะเป็นจะตาย ในขณะที่โรเบิร์ตจะมีมาดและนิ่งกว่าเยอะ

 

    แต่ระหว่างการสอบปากคำที่สถานีตำรวจนั้น ทั้งคู่ (ที่ไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน) ก็พยายามโทษกันไปมา โรเบิร์ตที่ถูกมองว่าเป็นฝ่ายกระทำก็ย้ำอยู่อย่างเดียวว่าเขาไม่ได้แตะต้องเจมส์เลย และรูปจากกล้องวงจรปิดนั้นเป็นรูปโจนจูงมือเจมส์อยู่ และตลอดการสอบปากคำ แม่ของโรเบิร์ตก็นั่งอยู่ด้วย โรเบิร์ตพยายามเล่าเรื่องทั้งหมดออกมาโดยพยายามสารภาพกับแม่ เขาบอกว่าในเหตุการณ์นั้น โจนพยายามทำร้ายเจมส์ ทั้งใช้อิฐ ใช้แท่งเหล็กและหินทุบตีเจมส์ไม่หยุดยั้ง และนี่ก็คือเหหตุผลเดียวกับที่เขาเอาดอกไม้ไปวางไว้ในวันไว้อาลัยเจมส์ เพราะเขาไม่ได้ทำร้ายเจมส์ เขาพยายามจะช่วยเจมส์ และเจมส์ก็รู้ดี แต่เรื่องก็กลายเป็นแย่ลงเมื่อตำรวจถามคำถามเรื่องที่เจมส์ถูกถอดกางเกงและถูกใช้แบตเตอรี่ก้อนเล็กใส่เข้าไปในรูทวาร โรเบิร์ตร้องไห้ทันทีเมื่อฟังคำถามนั้น พร้อมกับตะโกนออกมาว่า “ผมไม่ใช่พวกโรคจิตวิตถารนะ" และมีอาการกระวนกระวาย จนเจ้าหน้าที่ตำรวจถามต่อว่า "อยากรู้จังว่าโจนจะให้ปากคำเรื่องนี้ว่ายังไงบ้าง" โรเบิร์ตจึงพูดไม่ออก 


    ส่วนฝั่งโจนนั้นไม่เหมือนโรเบิร์ต เพราะระหว่างการสอบปากคำเขาก็แทบจะคุมสติตัวเองไม่ได้ ด้วยความที่ยังเป็นเด็ก และก็ยังผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาจึงกลัวมากถึงขนาดที่เจ้าหน้าที่ต้องหยุดพักการสอบสวนชั่วคราวหลายครั้งเพื่อให้โจนเรียกสติกลับคืนมาก่อน แต่ตลอดการให้ปากคำ โจนไม่ได้มีท่าทีว่าโกหกมากเท่าไหร่ แต่เขาใช้วิธีการเลี่ยงที่จะพูดความจริง แต่พอสงบสติอารมณ์ได้ โจนก็ค่อนข้างจะให้ความร่วมมือและอยากพูดความจริงออกมา (ไม่เหมือนกับโรเบิร์ตที่พยายามปฏิเสธทุกอย่าง) และเมื่อพูดถึงโรเบิร์ต โจนบอกว่าโรเบิร์ตเป็นหัวโจกที่โรงเรียน ชอบทำเรื่องแย่ๆ และชอบเล่นกับผู้หญิง แต่ขณะเดียวกันการคบกับโรเบิร์ตก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและได้ทำอะไรแปลกๆ แบบที่ไม่เคยทำคนเดียว โจนยังสารภาพอีกว่า “หากไม่มีโรเบิร์ต ผมก็คงไม่กล้าทำอะไรแย่ๆ เพราะผมขี้กลัว” 

    แต่พอเจ้าหน้าที่ตำรวจนำคำพูดของโรเบิร์ตมาถามโจนบ้าง เรื่องที่โรเบิร์ตบอกว่าโจนเป็นคนทำร้ายเด็กชายเจมส์ โจนได้ยินดังนั้นจึงกระโดดออกจากเก้าอี้อย่างตกใจและกะโกนใส่ทั้งตำรวจและแม่ของเขาว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเจมส์เลยแม้แต่นิด “ผมไม้ได้ฆ่าเด็กคนนั้น! แม่ฮะ ฟังผมสิ แม่ ผมกับโรเบิร์ตแค่พาเด็กคนนั้นไปและปล่อยไว้แถวๆ คลอง แค่นั้นเอง แม่!” เขาร้องไห้และตะโกนอย่างควบคุมสติไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับเท็จได้ว่าโจนไม่ได้พูดความจริงซะทีเดียว และเมื่อไหร่ที่ถูกถามต้อนจนต้องพูดอะไรออกมาใกล้เคียงความจริงที่สุด เขาจะยิ่งตื่นตระหนกและกลัว แต่ตำรวจก็พอจะดูออกว่าจริงๆ โจนก็อยากพูดความจริง แต่ที่ไม่กล้าทำอย่างเต็มที่ก็เพราะเขากลัวว่าแม่จะรับไม่ได้และไม่รักเขา และเมื่อพ่อแม่ของเขาพยายามเกลี้ยกล่อมและบอกเขาไปว่าไม่ว่าเขาจะทำไม่ดีขนาดไหน พวกเขาก็ยังจะรักโจนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แค่ขอให้พูดความจริงเท่านั้น 

    และแล้วเด็กชายโจนก็พูดความจริงออกมาว่า “ผมฆ่าเขาเองครับ.. แม่ช่วยไปบอกแม่ของเด็กคนนั้นได้มั้ยว่าผมเสียใจ?”

    แต่ถึงจะสารภาพออกมาแบบนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมโจนถึงใช้คำว่า “ผม” แทนที่จะเป็นคำว่า “ผมกับโรเบิร์ต” เพราะโรเบิร์ตมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเต็มๆ นี่นา


    หลังจากถูกสอบปากคำ ทั้งสองโดนจับกุมและถูกกักตัวไว้เพื่อทำการพิจารณาในศาลขั้นต่อไป รวมไปถึงต้องได้รับการตรวจประเมินจิตเวชด้วย และเมื่อถึงวันที่ต้องขึ้นศาลก็ดันมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งไปถ่ายรูปเด็กชายกำลังถืออมยิ้มเดินเข้าศาลอยู่ เลยยิ่งทำให้ประชาชนโกรธจัด จากที่มีคนมาประท้วงตั้งม็อบและคอยจะด่าทอครอบครัวของเด็กๆ ฆาตกรอยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้คนโกรธเข้าไปใหญ่ ที่สุดแล้วศาลก็ตัดสินให้ทั้งคู่ถูกจำคุกอย่างน้อย 10 ปี แต่ด้วยความที่อายุยังน้อยอยู่ และเป็นฆาตกรที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ พวกเขาจึงต้องถูกนำตัวไปคุมขังอยู่ในการดูแลของศาลก่อน 

    ตลอดระยะเวลาการถูกคุมขังนั้น โจนและโรเบิร์ตอยู่ในสถานพินิจคนละที่กัน แต่ทั้งคู่ก็ต้องจมทุกข์อยู่กับอาการเครียดหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง (Post-traumatic stress disorder หรือ PTSD) โดยเฉพาะโจนที่ถูกฝันร้ายและความทรงจำในเหตุการณ์นั้นตามหลอกหลอนตลอดเวลา จนกระทั่งระยะเวลาผ่านไป 8 ปี ทั้งคู่จึงถูกปล่อยตัวออกมาในปี 2001 โดยอยู่ภายใต้การคุ้มครองของศาล และจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ นามสกุลใหม่หมดเพื่อการใช้ชีวิตใหม่ และไม่ให้คนจำได้ นอกจากนั้นยังห้ามไม่ได้ทั้งคู่ติดต่อกันหรือติดต่อกับครอบครัวของผู้เสียหาย (ครอบครัวเจมส์) และถ้าหากมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสมหรือเสี่ยงต่อผู้คน ทั้งคู่ก็มีสิทธิ์โดนส่งตัวกลับเข้าคุกอีกได้

    แต่หลังจากนั้น ในปี 2010 โจนก็ถูกจับเข้าคุกอีกเนื่องจากคดีต้องสงสัยเกี่ยวกับภาพเปลือยเด็ก และคดีพรากผู้เยาว์ และมีวีรกรรมอื่นๆ มากมายที่เกี่ยวกับการลวนลามทางเพศผู้หญิง ภายหลังโจนถูกปล่อยตัวออกมาในปี 2013 และยินดีที่จะใช้ชื่อเต็มจริงๆ Jon Venables อย่างไม่เกรงกลัวใดๆ แต่ปริศนาที่ยังคงคาใจทุกคนมาตั้งแต่วันเกิดเหตุการณ์จนถึงทุกวันนี้และไม่มีวันคลี่คลายก็คือ “ทำไมสองคนนั้นถึงฆ่าเจมส์?” 


    เป็นคดีที่น่าสะเทือนใจมากเลยนะคะ ถึงแม้ว่าข่าวจะเน้นนำเสนอแต่มุมมองของผู้ต้องหาอย่างเดียว แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าทางครอบครัวของผู้ตาย ทั้งพ่อและแม่ และญาติๆ คนอื่นๆ ของเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานกับบาดแผลจิตใจมากขนาดไหน ที่แน่ๆ คือโศกนาฏกรรมนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครลืมได้ตลอดชีวิต น่าเสียใจแทนครอบครัวของเจมส์มากๆ เลยนะคะ

อ้างอิง
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nitan

พี่นิทาน - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ฆาตกรรม #ฆาตกร #เด็ก #คดี

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?