/>
ซ่อน
แสดง

ชีวิตสนุกๆ ของนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ 'ฮังการี' ประเทศที่มีอะไรมากกว่าที่เราคิด! []

วิว
    สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com วันนี้มาพบกับเรื่องราวสนุกๆ จากประสบการณ์ชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนในต่างประเทศกันอีกแล้วนะคะ เรื่องที่ พี่นิทาน นำมาฝากวันนี้เป็นเรื่องราวของชีวิตเด็กแลกเปลี่ยนในฮังการี ประเทศในฝันพี่เลยค่ะ อ่านแล้วอยากไปมากๆ เรามาดูกันเลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นั่นบ้าง! 

 

    สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เราชื่อ "ใบเฟิร์น" นะคะ ตอนนี้เรียนอยู่ ม.6 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี เราเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนรุ่นที่ 55 ประเทศฮังการี โครงการ AFS ค่ะ

    ตอนที่เราอยู่ที่ฮังการีนั่นก็เป็นช่วงที่เราอยู่ ม.5 ค่ะ ตอนแรกที่เราเลือกประเทศนี้ มีแต่คนถามว่าทำไมถึงเลือก บอกตามตรงตอนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ 5555 เราแทบจะไม่ได้รู้จักฮังการีเลย รู้แค่ว่ามันมีกรุงบูดาเบลส เอ้ย บูดาเปสต์! เป็นเมืองหลวง มีพริกปาปริก้าที่ขึ้นชื่อ เคธี่ เพอร์รี่เคยมาถ่ายทำ MV เพลง Fireworks รู้แค่นั้นจริงๆค่ะ 5555 สุดท้ายดันติดตัวจริงซะนี่ เราคิดหนักมากค่ะว่าจะไปจริงๆ เหรอ จะคุ้มค่าไหม ประเทศนี้จะเป็นยังไง ตื้อไปหมด แต่สุดท้ายคุณพ่อคุณแม่ก็บอกว่าอยากให้ไปค่ะ เพราะอยากให้เราได้มีประสบการณ์การใช้ชีวิต เราก็เลย เอาวะ! ไม่ลองไม่รู้ ก็เลยตัดสินใจไป 

 

    ฮังการีเป็นประเทศเล็กๆ ในยุโรปกลางค่ะ ติดกับออสเตรีย ซึ่งไม่มีทางออกติดทะเล ใช้ภาษาฮังกาเรียนเป็นภาษาแม่ รองลงมาคือภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษค่ะ เห็นประเทศเล็กๆ แบบนี้แต่เค้าอยู่ใน EU นะคะ แต่ยังคงใช้สกุลเงินโฟรินท์อยู่ โดย 1 บาทไทยจะประมาณ 8 โฟรินท์ค่ะ ค่าครองชีพที่นั่นพอๆ กับประเทศไทยเลยค่ะ เมืองหลวงคือบูดาเปสต์ มีแม่น้ำดานูบตัดผ่าน แบ่งเป็นฝั่งบูดา และเปสต์ ไฮไลท์ของบูดาเปสต์มีหลายที่เลยค่ะ ได้แก่อาคารรัฐสภา สะพานข้ามแม่น้ำดานูบ ฮีโรสแควร์ พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ป้อมชาวประมง นิวยอร์กคาเฟ่และอีกมากมายเลยค่ะ

    เมืองที่เราไปอยู่คือเมือง Debrecen ค่ะ เป็นเมืองใหญ่รองลงจากกรุงบูดาเปสต์ มีประชากรประมาณ 2 แสนคน เมืองนี้ค่อนข้างเจริญพอตัวเลยค่ะ มีห้างใหญ่ ไม่ติดทุ่งนา มีอะไรให้ทำเรื่อยๆ ตลอดทั้งปีค่ะ จุดเด่นของเขาคือโบสถ์ใจกลางเมือง The big church (Nagytemplom) ซึ่งตรงนั้นจะมีลานไว้รวมตัวชาวเมืองเวลามีเทศกาลต่างๆ ค่ะ 

 

    คนฮังกาเรียนจะนิสัยคล้ายๆ คนไทยนิดนึงค่ะ เค้าจะเคารพผู้ใหญ่ นอบน้อม และติดขี้อายนิดๆ ด้วยค่ะ แต่ส่วนใหญ่ก็จะกล้าแสดงออกนะคะ เหมือนลูกผสมระหว่างคนเอเชียกับยุโรปน่ะค่ะ555 เราไปอาศัยอยู่กับครอบครัว Bak ค่ะ ประกอบไปด้วยโฮสต์พ่อ ซึ่งเป็นตำรวจ โฮสต์แม่ซึ่งเป็นครู โฮสต์ซิส 2 คน คนนึงเด็กกว่าเรา 1 ปี อยู่โรงเรียนเดียวกัน และโฮสต์ซิสคนโตทำงานแล้วค่ะ เค้าอยู่ที่บูดาเปสต์ กลับมาเยี่ยมบ้างบางครั้ง เค้าจะมีของฝากติดไม้ติดมือให้เราตลอดค่ะ น่ารักมากๆ เลยค่ะ อ้อ แล้วก็มีโฮสต์ตายายด้วยค่ะ เค้ามักจะพาเราไปเยี่ยมตายายบ่อยๆ ซึ่งตายายจะอยู่ที่บ้านริมแม่น้ำ เราชอบมากๆเลยค่ะ เพราะซิสมักจะชวนเดินเล่นเลียบริมแม่น้ำ เค้าตั้งชื่อเราเป็นภาษาฮังกาเรียนว่า Napsi ค่ะ ซึ่งขึ้นด้วยตัว N ตามชื่อจริงเรา Napsi ย่อมาจาก Napsugár = พระอาทิตย์ค่ะ

 

    โรงเรียนที่เราไปอยู่ชื่อ Medgyessy Ferenc Gimnázium ค่ะ เป็นโรงเรียนศิลปะ มีกิจกรรมให้ทำตลอดปี เป็นโรงเรียนสำหรับเด็กติสท์ๆ รักศิลปะ การแสดง ร้องเล่นเต้นรำค่ะ ซึ่งนักเรียนที่นี่เค้ามีเอกลักษณ์ประจำตัวกันทุกคนค่ะ อย่างเพื่อนในห้องเราคนนึงผมนี่สีแดงมาเลยค่ะ ย้ำว่าแดงนะคะไม่ใช่น้ำตาลแดง บางคนผมสีฟ้าก็มีค่ะ บางคนใส่ชุดเหมือนเดิมทุกวัน บางคนใส่ชุดแม่มดมาเรียน บางคนใส่ชุดสีเดิมทุกวัน นี่เรื่องจริงนะคะ 

    วันแรกที่เราไปแนะนำตัวนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุกคนดูตื่นเต้นมากค่ะ พอกลับบ้านไปซิสเราเค้ามาบอกว่าเพื่อนเค้าชอบเรามาก เค้าบอกว่าเราน่ารักมากๆ เลย อาจจะด้วยนิสัยคนไทยสยามเมืองยิ้ม และพยายามจะตลกฝืดในแบบของเรามั้งคะ เค้าเลยแบบ คนนี้ดูร่าเริงดีนะ 5555 เราเข้าไปอยู่ห้องภาษาอังกฤษ - เยอรมันค่ะ เพื่อนๆ พอพูดอังกฤษได้บ้าง ส่วนที่พูดเก่งเทพๆ นั้นมีประมาณ 6-7 คนได้ค่ะ ซึ่งก็กลายเป็นเพื่อนสนิทเราเลยล่ะค่ะ ส่วนเพื่อนคนอื่นเค้าก็พยายามพูดอังกฤษกับเราค่ะ เราก็พยายามพูดฮังกาเรียนกับเค้า เค้าจะดีใจมากๆ เวลาเห็นเราพูดได้หรือฟังเค้าออกค่ะ 


    เราเลิกเรียนตอนประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสองค่ะ ทำให้มีเวลาเหลือเฟือก่อนกลับบ้าน เราก็มักจะไป town center ค่ะ ไปเดินห้างบ้าง นั่งคาเฟ่บ้าง ชิลๆ บ้าง เดินเล่นที่สวนสาธารณะของเมือง ส่วนใหญ่ตอนเย็นเราจะเจอกับเพื่อนคนไทยใน Debrecen อีก 2 คนค่ะ โชคดี (หรือโชคร้ายก็ไม่รู้5555) ที่บ้านของพวกเราทั้งสามอยู่ใกล้กันมากค่ะ เดินไป 5 นาทีก็ถึงแล้ว เราเลยมักนัดเจอกันคุย ปรึกษาเรื่องต่างๆ ทำให้พวกเราสนิทกันเร็วมาก ผ่านเรื่องดีเรื่องร้ายมาด้วยกัน 11 เดือนเต็มๆ เลยค่ะ 

    เรามีเพื่อนๆ ต่างชาติในเมืองเดียวกัน 20 กว่าคนเลยค่ะ จากเบลเยียม ตุรกี อิตาลี ญี่ปุ่น อาร์เจนติน่า เยอรมัน โคลัมเบีย และอีกมากมายค่ะ พวกเรามักจะออกทริปไปเมืองอื่นด้วยกัน เรียกว่ามีอะไรให้ทำตลอดทั้งปีเลยค่ะ ที่นี่จะมีเทศกาลต่างๆ คล้ายๆกับประเทศอื่นในยุโรปเลยค่ะ ที่สำคัญๆ ก็พวก Christmas, Easter และ Name Day ค่ะ Name Day เนี่ยคือวันที่จัดเหมือนวันเกิดค่ะ เค้าจะให้ของขวัญกัน โดยจะมีกำหนดว่าวันที่ 1 มกราคมเป็น Name day ของชื่ออะไรบ้างแบบนี้ค่ะ วัน Christmas ที่ผ่านมาโฮสต์เราพาไปเที่ยวเมือง Sopron และขับรถข้ามไปฝั่ง Austria ค่ะ เค้าพาเราไปตลาดคริสต์มาสที่ขึ้นชื่อใน Vienna ด้วยค่ะ อีกทั้งยังมี santa party ซึ่งเป็นปาร์ตี้รวมนักเรียนแลกเปลี่ยนของ AFS จากทุกๆ เมือง โฮสต์เรายังพาไปฉลองกับตายาย และญาติๆ เค้าอีกค่ะ ช่วงคริสต์มาสเลยไม่ว่างเลยค่ะ ต้องไปฉลองที่นั่นทีที่นู่นที ยิ่งใหญ่มากๆ ค่ะ


    วันสุดท้ายของโรงเรียน เพื่อนๆ ในห้องเซอร์ไพรส์เราค่ะ เค้าเรียกให้เราไปยืนหน้าห้องตอนเช้า แล้วก็เปิดเพลง See you again ที่จอโปรเจคเตอร์ แล้วทุกคนก็ยืนร้องเพลงคลอให้เราค่ะ พอร้องเสร็จเค้าให้ไวน์ปาลิงก้าซึ่งเป็นเหล้าขึ้นชื่อของที่นี่ค่ะ และให้กรอบรูปที่เป็นรูปถ่ายรวมของพวกเราตอน class trip สมุดที่ทุกคนในนั้นเซ็นชื่อไว้ เราร้องไห้เลยล่ะค่ะ หลังจากนั้นเราก็มีอำลาปาร์ตี้ค่ะ ซึ่งจัดที่บ้านเพื่อนคนนึง แล้วในปาร์ตี้ก็มีแค่เพื่อนสนิทเรา 6 คนค่ะ เค้าทำเค้กที่เขียนว่า Napsi ให้เราด้วยค่ะ น่ารักมากเลย แล้ววันก่อนกลับ 1 วัน โฮสต์น้องเราต้องไปแข่งเต้นที่บูดาเปสต์ เค้าเลยไปส่งเราที่สนามบินไม่ได้ เราเลยกอดลากันในห้องและร้องไห้กันหนักมากๆ ค่ะ ก่อนเก็บของออกจากห้องเราแอบเขียนจดหมายสอดไว้ในโต๊ะเราถึงทุกคนในบ้าน อยากเซอร์ไพรส์ เราเขียนเป็นภาษาฮังกาเรียนโดยให้เพื่อนช่วยค่ะ เขียนเอง อ่านเอง ร้องไห้เอง 5555


   ตลอดปีที่ผ่านมาเราได้ไปเที่ยวทั่วฮังการีเลยค่ะ เรียกได้ว่าแค่เรื่องเที่ยวก็คุ้มแล้ว ทั้งโฮสต์พาเที่ยว ทั้งกิจกรรมของ AFS แถมเราเป็นคนชอบเที่ยว หากมีเวลาว่างก็ตีตั๋วไปเมืองต่างๆ กับเพื่อนๆ เองเลยค่ะ แถมมีกำไรที่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศด้วย เช่น อิตาลี ออสเตรีย สโลวาเกีย ครอบครัวอุปถัมภ์เราก็ดีมากๆๆๆ เลยค่ะ เรียกได้ว่าแฮปปี้ ราบรื่นตลอดปี เพื่อนๆ ในโรงเรียนก็น่ารักมากค่ะ แถมเค้ายังรู้จักประเทศไทยกันด้วยนะคะส่วนใหญ่


    สุดท้ายนี้ขอฝากไว้สำหรับน้องๆ ที่กำลังลังเลว่าจะไปประเทศไหน อาจจะมีฮังการีอยู่ในตัวเลือก หรืออาจจะเป็นประเทศอื่นที่น้องๆ ยังไม่กล้าตัดสินใจ เราอยากบอกว่า ทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศเล็กๆ หรือประเทศใหญ่ๆ ย่อมมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวค่ะ อย่ากลัวที่จะเลือก อย่ากลัวที่จะเสี่ยง ขึ้นชื่อว่านักเรียนแลกเปลี่ยนเราต้องเปิดใจรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่มีถูกหรือผิดค่ะ อยู่ที่ว่าเราจะนำประสบการ์ณมามองในมุมไหนหรือปรับใช้ยังไงต่างหาก น้องๆ คนไหนมีข้อสงสัยหรืออยากปรึกษา (หรืออยากส่อง555) ตามเรามาได้ที่ instagram : Uqbaifern เลยค่ะ มาพูดคุยกันได้น้า เค้ารออยู่วว อิอิ

 

      พออ่านแล้วก็รู้สึกอยากมีช่วงเวลาสนุกๆ แบบน้องใบเฟิร์นบ้างเลยค่ะ พี่เคยไปเที่ยวฮังการีมาไม่กี่วัน เลยยังไม่ได้สัมผัสอะไรมากมายเท่าไหร่ แต่ถ้ามีโอกาสได้เรียนรู้ผู้คนและภาษาก็คงสนุกมากๆ เหมือนที่น้องใบเฟิร์นเล่ามาเลยค่ะ เชื่อว่าน้องๆ คนอื่นอ่านแล้วก็คงอยากไปบ้างแน่ๆ เลยใช่มั้ยคะ และสำหรับใครที่มีเรื่องราวสนุกๆ จากการไปตะลุยเมืองนอกมาและอยากเล่าให้เพื่อนๆ ฟังบ้าง ก็เขียนส่งมาได้ที่ nitan@dek-d.com เลยนะคะ ^^ 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nitan

พี่นิทาน - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ฮังการี #บูดาเปสต์ #AFS #ยุโรป

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?