Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต []

วิว
 
Review : หนังสือนิยาย 3 เล่มสุดสนุกของ Penguin Readers

     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.comลายคนน่าจะได้ยินข่าวของงาน “Harry Potter : Christmas in The Wizarding World” ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2017 ที่ผ่านมานะคะ งานนี้โปรโมตกันใหญ่โตเลยทีเดียว แต่พอเปิดจริงแล้วกลับมีแต่เสียงในแง่ลบ บอกว่างานเล็กบ้าง จัดการคิวไม่ดีบ้าง แพงบ้าง ฉะนั้นเรามาดูกันค่ะว่ามันจริงอย่างที่เขาว่ากันมั้ย แล้วเราควรใช้อะไรมาเป็นมาตรฐานในการเปรียบเทียบว่าดีหรือไม่ดี


Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
Credit: www.siamparagon.co.th


Harry Potter : Christmas in The Wizarding World คืองานอะไร

     อธิบายง่ายๆ ได้ว่า เป็นงาน "ช้อปปิ้ง" ในธีมพิเศษ ซึ่งงานนี้ก็มาในธีมของเรื่อง "แฮร์รี่ พอตเตอร์" ค่ะ โดยจัดเป็นหมู่บ้านฮอกส์มี้ดในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุมไปทั่ว (หลังคา) แฟนๆ ของวรรณกรรมชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็จะได้เลือกซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง พร้อมได้เดินดูของท่ามกลางร้านรวงต่างๆ ในหมู่บ้านค่ะ ไม่ว่าจะร้านเดอร์วิชแอนด์แบนเจส ที่เป็นร้านขายและซ่อมแซมอุปกรณ์เวทมนตร์ ร้านน้ำชามาดามพุดดิฟุตสุดหวานแหวว นอกจากนี้ยังมีร้านไม้กายสิทธิ์ของโอลลิแวนเดอร์ด้วย (แฟนพันธุ์แท้แฮร์รี่ทุกคนต้องรู้ว่าร้านของคุณโอลลิแวนเดอร์มีสาขาที่ฮอกส์มี้ดด้วยนะ)

     งานนี้ที่ไทยจัดเป็นงานที่ 2 ของโลกค่ะ ถือว่าเป็นที่แรกนอกอเมริกาเลย ซึ่งที่แรกที่จัดนั้น ก็จัดในปีนี้เช่นกันค่ะ เพิ่งเริ่มจัดไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2017 นี้เอง งานแรกมีขึ้นที่ห้าง The Shops at South Town เมืองแซนดี้ มลรัฐยูทาห์ ส่วนรายละเอียดงานที่ห้างนี้จะเหมือนหรือต่างกับที่ไทยแค่ไหน เดี๋ยวจะพูดให้ฟังอีกทีค่ะ

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
ตอนเดินวนรอบนอกก่อนเข้ามาด้านใน อย่าลืมแวะถ่ายรูปกับร้านค้าต่างๆ ตามทางนะคะ เพราะจะย้อนไปอีกไม่ได้แล้ว


มันเล็กจริงๆ หรอ


     ดูแค่ขนาดพื้นที่ ก็ถือว่าเล็กจริงๆ ค่ะ เพราะจัดที่ลาน Fashion Hall ของพารากอน ก็ไม่ได้ใหญ่ระดับพารากอนฮอลล์อยู่แล้ว แต่ถ้ามองให้ยุติธรรม ตัวงาน "Christmas in The Wizarding World" ออกแบบมาให้จัดในพื้นที่ประมาณนี้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้วค่ะ แต่ด้วยการโปรโมต และภาพมุมกล้องต่างๆ ทำให้คนคิดว่ามันน่าจะใหญ่กว่านี้ เอาจริงๆ ตอนแรกพี่เห็นการโปรโมตแล้วก็คิดว่า "น่าจะจัดในพารากอนฮอลล์นะ จัดที่ลานตรงนี้มันจะไปพอได้ไง" สรุปว่าเข้าใจผิดไปเอง 555555

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
วงกลมสีแดงคือพื้นที่จัดงานในสยามพารากอน
Credit: www.siamparagon.co.th

     นอกจากนี้หลายคนยังติดภาพเอาไปเทียบกับงานสตูดิโอทัวร์ที่อังกฤษ หรือไม่ก็เป็นฮอกส์มี้ดในสวนสนุกยูนิเวอร์แซลเลย ซึ่งจริงๆ มันคนละงานเลยค่ะ งานนี้ถือเป็นงานที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ ไม่ได้จะยกสวนสนุกมาทั้งก้อนนะคะ เขาตั้งใจให้เป็นงานแค่เท่านี้เลย


ใครเป็นคนจัดงาน


     งานนี้จัดโดยความร่วมมือของ Warner Bros. Condumer Products (WBCA) และ GES ค่ะ แฟนๆ แฮร์รี่น่าจะรู้จักฝั่งวอร์เนอร์กันดีอยู่แล้ว เพราะภาพยนตร์แฮร์รี่ทั้งหมดเป็นของค่ายวอร์เนอร์ ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรใช่มั้ยคะ แต่ GES ล่ะเป็นใคร

     GES เป็นเอเจนซี่จัดอีเวนต์โดยเฉพาะที่ถือว่าใหญ่มาก ดังมาก จัดมาหลายงานทั่วโลก แต่ละงานก็ใหญ่ๆ ทั้งนั้น เจ้านี้เป็นผู้จัดงาน Avatar: Discover Pandora ที่เพิ่งมีที่ไทยไปช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาด้วย นอกจากนี้ก็จัดงานนิทรรศการในธีมของภาพยนตร์ชุดนาร์เนีย เชอร์ล็อค โฮมส์ และภาพยนตร์ดังอีกหลายเรื่องไปทั่วโลกด้วยค่ะ

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
Avatar: Discover Pandora
Credit: www.ges.com

     งานเกี่ยวกับแฮร์รี่ก็เคยจัดนะคะ นั่นคืองาน Harry Potter: The Exhibition ที่มีมาตั้งแต่ปี 2009 ค่ะ งานนี้บอกเลยว่าใหญ่ กินพื้นที่กว่า 15,000 ตารางฟุต เพราะเป็นนิทรรศการที่จำลองบางส่วนจากสตูดิโอทัวร์ที่อังกฤษมาให้ชมกัน มีฉากและเสื้อผ้านักแสดงมาโชว์ด้วย นิทรรศการนี้เคยจัดแล้วที่ชิคาโก้, บอสตัน, โทรอนโต้, ซีแอตเทิล, นิวยอร์กซิตี้, ซิดนีย์, สิงคโปร์ และโตเกียว (นี่ยังไม่ครบนะ) คิดว่าหลายคนอาจจะคาดหวังว่างานที่พารากอนน่าจะเหมือนงาน Harry Potter: The Exhibition ด้วย

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
Harry Potter: The Exhibition
Credit: www.ges.com


     คราวนี้เห็นสเกลงานคร่าวๆ แล้วว่างานที่ไทยจะเอาไปเทียบกับสวนสนุกยูนิเวอร์แซล หรือว่าที่สตูดิโอทัวร์ที่อังกฤษไม่ได้ เพราะเป็นคนละประเภทงานค่ะ ที่เดียวที่จะนำมาเปรียบเทียบกันได้คือ Harry Potter : Christmas in The Wizarding World ที่ The Shops at South Town มลรัฐยูทาห์เท่านั้น พี่พิซซ่าไม่ได้บินไปร่วมงานที่โน่นด้วยก็จริง แต่ก็ไปแฝงตัวเก็บข้อมูลในกลุ่มออนไลน์ของแฟนคลับที่นั่นมาแล้วค่ะ วันนี้เลยจะมาเปรียบเทียบให้เห็นกันจะๆ ไปเลยว่างานที่ไทยถือว่าโอเคมั้ย


สถานที่จัดงาน


     ที่ยูทาห์ก็จัดที่ห้างเหมือนกันค่ะ แต่ห้าง The Shops at South Town จะออกแนวกว้างๆ ยาวๆ ไม่เน้นสูง ต่างจากสยามพารากอนที่นอกจากจะกว้างแล้ว ยังสูงกว่าด้วย ซึ่งตัวสถานที่จัดงานของทั้ง 2 แห่งถือว่าพอๆ กันเลยค่ะ เพราะจัดที่ลานกิจกรรมปกติทั่วไปของห้าง ไม่ได้เป็นฮอลล์ใหญ่ๆ ของที่ยูทาห์จะดูเก๋กว่านิดนึงตรงที่บริเวณจัดงานมีบันไดสวยๆ อยู่พอดี พี่พิซซ่าไม่มีข้อมูลพื้นที่จัดงานเป๊ะๆ ว่าใช้กันกี่ตารางเมตร แต่จากที่ดูหลายๆ คลิปแล้วเทียบกับของไทย รวมถึงดูการจัดงานอื่นในพื้นที่นั้น พี่คิดว่าพอๆ กันค่ะ

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
งาน Harry Potter : Christmas in The Wizarding World ที่มลรัฐยูทาห์
Credit: www.youtube.com/watch?v=11ECDUNI19k


Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
งาน Harry Potter : Christmas in The Wizarding World ที่กรุงเทพ

     ตอนที่เปิดจริงวันแรก ก็มีหลายคอมเมนต์ในเพจหลักของห้างเลยค่ะที่เขียนว่า "ฉันคิดว่ามันจะใหญ่กว่านี้" แต่พอเข้าใจคอนเซ็ปต์ของงานว่าตั้งใจมาให้ช้อปปิ้งแบบมีธีมเฉยๆ ส่วนมากก็โอเคค่ะ แต่ก็มีบางส่วนที่บ้านอยู่ไกลยูทาห์อยู่แล้ว ก็บอกว่าเก็บเงินไปยูนิเวอร์แซลที่ออร์แลนโดเลยน่าจะดีกว่าค่ะ อันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกนะคะ

     ส่วนเรื่องโลเคชั่นของห้าง ของไทยถือว่าเลือกห้างได้เดินทางค่อนข้างสะดวก เพราะมีรถไฟฟ้าผ่าน แถมปกติแถวสยามก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวของวัยรุ่นอยู่แล้วด้วย แต่สำหรับที่อเมริกา เรื่องนี้ค่อนข้างโดนกระแสอยู่เหมือนกันค่ะ เพราะมลรัฐยูทาห์ก็ไม่ใช่มลรัฐใหญ่หรือว่าชื่อดังเลย ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของชาวอเมริกันเท่าไหร่ด้วย จริงอยู่ว่าห้างนี้มีคนเดินเยอะมาก แต่ก็เป็นคนในมลรัฐเป็นหลักค่ะ ไม่ได้ติดอันดับของประเทศ ช่วงที่โปรโมตว่าจะมาจัดที่นี่ ก็เลยมีคอมเมนต์ในทำนองว่าเลือกสถานที่จัดได้แบบ "middle of nowhere" มาก ซึ่งก็คือไกลปืนเที่ยงแถมยังไม่มีอะไรน่าสนใจรอบๆ อีก

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
ตำแหน่งของเมืองแซนดี้ ในมลรัฐยูทาห์
Credit: www.google.com/maps


ระยะเวลาการจัดงาน


     ทั้งที่ไทยและที่อเมริกาเป็นงานแค่ช่วงเทศกาลเหมือนกันค่ะ ของอเมริกาจัดตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2017 - 31 มกราคม 2018 ค่ะ เกือบ 3 เดือนเต็ม ส่วนของไทยจัดตั้งแต่ 17 ธันวาคม 2017 - 2 มีนาคม 2018 ค่ะ ก็สองเดือนครึ่งได้ค่ะ ไม่ต่างกันมาก

     ส่วนเวลาเปิดปิดงานจะต่างกันค่ะ เพราะขึ้นกับเวลาทำการของห้าง อย่างของพารากอน งานจะเปิด 10.00 - 22.00 น. ค่ะ สอดคล้องกับเวลาเปิดห้าง ส่วนที่อเมริกาจะอินดี้นิดนึง เพราะห้างเปิดทำการแต่ละวันไม่เหมือนกัน ตัวงานยิ่งเปิดน้อยกว่าเวลาทำการของห้างเข้าไปใหญ่อีกค่ะ
 
เวลาเปิดของงานที่ยูทาห์
วันจันทร์ - พฤหัสบดี 11.00 - 19.00 น.
วันศุกร์ - เสาร์ 11.00 - 20.00 น.
วันอาทิตย์ 12.00 - 17.00 น.
(ช่วงวันหยุดจะเพิ่มเวลาวันพุธและพฤหัสบดีให้อีกชั่วโมง)

     เรื่องนี้ทำให้คนจากมลรัฐอื่นบ่นเหมือนกันค่ะว่าแต่ละวันจะรีบปิดงานไปไหน ต่อคิวก็นานกว่าจะได้เข้า แล้วยังปิดเร็วอีก


การจัดการคิว


     เรื่องนี้ของไทยเป็นข่าวดังมากๆ ในช่วงสองวันแรกที่เปิดค่ะ เพราะวันแรกที่เปิดให้เข้างานอย่างเป็นทางการ (17 ธันวาคม) ผู้คนไปรอต่อคิวเข้าตั้งแต่มืดเลย หลายคนจองคิวล่วงหน้าก็ไม่ได้เข้าตามเวลาที่จองมา บางคนเล่าว่าเจอคนที่มาแบบไม่จองคิวมายืนออๆ แล้วก็โดนตัดแถวจนคนที่ไม่ได้จองล่วงหน้าได้เข้าก่อน ข่าวเรื่องการจัดคิวที่แย่มีพูดถึงกันทุกเพจเลยทีเดียว

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
คอมเมนต์ส่วนหนึ่งจากแฟนเพจหลักของสยามพารากอน
Credit: www.facebook.com/siamparagonshopping

     ที่อเมริกาตอนวันแรกที่เปิดก็มีปัญหาเรื่องคิวเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ได้เยอะแบบของเรา อาจจะเพราะคนไปงานในวันแรกไม่ได้เยอะขนาดนั้น และเพราะทางห้างจัดงานที่ต้องมีคนมารุมเยอะๆ มาแล้วหลายงาน (เช่นงานถ่ายภาพกับคุณซานต้า) ซึ่งก็เคยใช้พื้นที่ตรงนั้นจัดเหมือนกัน สต๊าฟของห้างเลยรับมือกับคิวได้ดีกว่าตั้งแต่วันแรกค่ะ อีกเหตุผลที่ทำให้การต่อคิวเป็นไปได้ด้วยดีก็เพราะในห้างมีพื้นที่ให้ต่อคิวได้เยอะ แถวขดไปขดมาหลายรอบก็พอ แถมออกแบบแถวคิวได้ดี ไม่รบกวนร้านค้าอื่นๆ

     อีกเรื่องที่น่าสนใจคือการจองคิวค่ะ ที่อเมริกาไม่มีระบบจองคิว ไม่ว่าจะออนไลน์หรือหน้างาน แต่จะให้ต่อแถวไปเรื่อยๆ มาเมื่อไหร่ก็ยืนต่อได้เลย แต่จะมีป้ายแจ้งเวลารอเป็นระยะค่ะ เช่น จุดนี้ของแถวคืออีก 45 นาทีได้เข้า หรือ จุดนี้ของแถวคืออีก 60 นาทีได้เข้า ก็จะมีแจ้งแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทำให้คนรอรู้ระยะเวลารอของตัวเองค่ะ

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
มีป้ายแจ้งเวลารอเป็นระยะเหมือนที่สวนสนุกใหญ่ๆ เลยค่ะ
Credit: www.youtube.com/watch?v=J87lZ7OYXNs

     ส่วนที่ไทย น่าจะได้ข่าวกันแล้วว่าที่ไทยก็เข้าฟรีเหมือนอเมริกานะคะ แต่มี "ค่าธรรมเนียมในการจอง" ค่ะ ค่าธรรมเนียมนี้คือ 100 บาทค่ะ แม้ในเว็บจะเขียนว่ากิจกรรมนี้เข้าฟรี แต่ "แนะนำ" ให้จองรอบเวลาเข้า โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เป็น peak hours (วันหยุดหรือหลังเวลางาน) ซึ่งตอนแรกพี่อ่านก็รู้สึกว่าแบบนี้ถ้าเราไม่ได้ไปช่วงพีค ก็ไม่จำเป็นต้องจองออนไลน์สิ เดินดุ่มๆ ไปเลยก็น่าจะได้เพราะคนน้อย

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
เมื่อเจอทางที่เหมือนเป็นทางเข้า ให้เดินไปทางขวาค่ะ เพราะนี่คือทางออกต่างหาก

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
ไม่ว่าจะจองออนไลน์หรือมาหน้างานเลยก็ต้องมาเข้าทางนี้ค่ะ
จองออนไลน์ให้เข้าช่องที่พี่ชี้ลูกศรสีแดง แล้วโชว์ QR Code เพื่อแลกเป็นบัตรคิวแข็งๆ สำหรับเข้างานอีกที
ส่วนใครที่มาหน้างานเลย ให้เข้าช่องที่ทำลูกศรสีน้ำเงินไว้ค่ะ ไปถึงก็ชำระค่าคิว 100 บาทที่เคาน์เตอร์

     ปรากฎว่าถึงเป็นเวลาคนน้อยและไม่มีคิวใดๆ ก็ต้องไป "เสียค่าธรรมเนียมจองคิวหน้างาน" อยู่ดีค่ะ 100 บาทเหมือนกัน เสียทุกคน แบบนี้เรียกว่า "ค่าเข้าชมงาน" ไปเลยจะดีกว่านะคะ เพราะพี่ไปมาช่วงบ่ายๆ วันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมานี้เองค่ะ คนน้อยมาก คิวก็ไม่มี แต่คนที่ไม่ได้จองออนไลน์ก็ต้องมาจ่าย 100 บาทหน้างานอยู่ดี แต่ก็เข้าใจค่ะว่าทำไมถึงใช้ว่า "ค่าเข้าชมงาน" โดยตรงเลยไม่ได้ เพราะทางต้นสังกัดระบุมาแต่ต้นว่างานนี้ "เข้าฟรี" เอาล่ะสิ

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
พี่จองคิวออนไลน์ แต่นัดเพื่อนให้มาหน้างานเลย สรุปว่าเพื่อนก็ต้องจ่ายหน้างานเหมือนกันค่ะ


กิจกรรมในงาน


     ส่วนมากจะเหมือนกันเลยค่ะ ตัวกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟหลักๆ คือการเข้าร้านไม้กายสิทธิ์ของคุณโอลลิแวนเดอร์สาขาฮอกส์มี้ดค่ะ ผู้ช่วยของคุณโอลลิแวนเดอร์จะมาพูดคุยกับเราเรื่องไม้กายสิทธิ์ ที่ "ไม้เลือกพ่อมด" แล้วก็มีทดลองเสกคาถาต่างๆ เพื่อทดสอบว่าไม้เลือกเรามั้ย เท่าที่ดูในคลิปของอเมริกา แพทเทิร์นการพูดของสต๊าฟที่เป็นผู้ช่วยของคุณโอลลิแวนเดอร์เหมือนกันเป๊ะเลยนะคะ ไม่แน่ใจว่าของที่ไทยพูดกี่ภาษา แต่รอบที่พี่เข้าสต๊าฟคนไทยพูดภาษาอังกฤษค่ะ พี่ก็เลยคุยด้วยเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกัน 5555

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
ผู้ช่วยของคุณโอลลิแวนเดอร์น่ารักมากๆ เลยค่ะ

     การเข้าร้านคุณโอลลิแวนเดอร์ รอบที่พี่เข้าคือเข้าได้ครั้งละ 20 คนค่ะ ที่อเมริกาก็จะแล้วแต่จำนวนคนในขณะนั้นๆ แต่ก็ไม่เห็นเกิน 20 เลยเหมือนกันค่ะ ห้องก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก ถ้าเป็นผู้ใหญ่หมดเลยทั้งรอบก็จะยืนแบบใกล้ชิดกันเลยค่ะ

     อีกกิจกรรมคือเกมโยนลูกควัฟเฟิลค่ะ พี่ไปเล่นมา เข้าห่วงทุกลูก ไม่อยากจะอวด 55555 ที่อเมริกาก็มีเกมนี้เช่นกันค่ะ

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต

     นอกจากนี้สต๊าฟในงานก็จะพูดคุย เชียร์ของ แบบมีความรู้เรื่องแฮร์รี่ด้วยนะคะ แนะนำของชิ้นนี้ชิ้นนั้นได้คล่องแคล่ว เท่าที่แอบสังเกตมาคือพนักงานแทบทุกคนในไทยสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ด้วยค่ะ สื่อสารกับลูกค้าต่างชาติได้โอเคเลย พนักงานเฟรนด์ลี่ดีทั้งที่ไทยและที่อเมริกาเลยค่ะ


สินค้า


     อันนี้ไม่แน่ใจค่ะว่าของหมดตั้งแต่วันแรก หรือว่าของยังไม่เข้า แต่วันที่พี่ไปไม่มีกบช็อคโกแลตหรือเยลลี่เม็ดทุกรสของเบอร์ตี้บอตต์เลยค่ะ ฮืออออ อยากกิน แต่อันที่ของหมดชัวร์ๆ เลยคือผ้าพันคอประจำบ้านค่ะ ล่าสุดคือเหลือแต่ของเรเวนคลอว์ แล้วก็ผ้าพันคอสีบ้านฮัฟเฟิลพัฟฟ์แบบที่นิวท์ใส่ค่ะ อ้อ ผ้าพันคอสีดำตราฮอกวอตส์ก็ยังเหลือนะคะ ส่วนบ้านอื่นเกลี้ยงเลย

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต

     ตัวเสื้อคลุมนักเรียนก็เหมือนกันกับของยูทาห์ค่ะ คือเป็นสีดำล้วน ไม่มีซับในสีแต่ละบ้านข้างในค่ะ ถ้าใครทันสมัยวอร์เนอร์เคยมาจัดงานขายของแฮร์รี่ที่ไทยเมื่อสิบกว่าปีก่อน น่าจะเคยเห็นเสื้อคลุมนักเรียนแบบดำล้วน อันนี้ก็จะคล้ายๆ กับของยุคนั้นค่ะ (ตอนนั้นจำได้ว่าเซ็นทรัลปิ่นเกล้ามั้ง) ใครอยากได้เสื้อคลุมนักเรียนแบบของยูนิเวอร์แซลที่เป็นสีแต่ละบ้านก็อดนะคะ

     ส่วนสินค้าโดยรวมก็เหมือนกันค่ะ มีบ้างบางชิ้นที่อเมริกามีแต่เราไม่มี (หรือของยังไม่เข้าก็ไม่รู้) และบางชิ้นที่เรามีแต่อเมริกาไม่มี (หรือของเขาหมดไวมากก็ไม่รู้) เช่น ขวดน้ำโลหะที่ทำเป็นลายธีมควิดดิช และตัวต่อ 3 มิติเป็นสิ่งของและฉากต่างๆ จากในเรื่องค่ะ ซึ่งอันนี้พี่อยากได้มากกกกกกก

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
ตัวต่อสามมิติที่อยากได้มาก
Credit: www.youtube.com/watch?v=J87lZ7OYXNs

     ส่วนสิ่งที่เรามีแต่ที่อเมริกาไม่มีคือ "คาเฟ่" ในธีมสถานีรถไฟค่ะ ส่วนนี้จะอยู่ชั้น 2 เหนือพื้นที่จัดงานมาอีกชั้นนึง มีคาเฟ่ของร้านค้าต่างๆ ที่คิดเมนูในธีมแฮร์รี่ พอตเตอร์ นอกจากนี้ก็มีบูธขาย "บัตเตอร์เบียร์" ราคาแก้วละ 150 บาทค่ะ ได้หนึ่งแก้วเต็มแบบไม่ใส่น้ำแข็ง

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
คาเฟ่ที่อยู่เหนือพื้นที่จัดงานไปอีกหนึ่งชั้น ทำเป็นสถานีรถไฟ

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต
ใครอยากดื่มบัตเตอร์เบียร์ให้เดินไปด้านในสุดเลยค่ะ


ราคาสินค้า


     ก่อนอื่นให้ท่องไว้ก่อนว่า สินค้าส่วนมากหน้าตาไม่เหมือนเวอร์ชั่นที่สวนสนุกยูนิเวอร์แซลนะ แต่ก็เป็นสินค้าลิขสิทธิ์แท้เหมือนกันนะคะ แค่มาจากพาร์ทเนอร์คนละฝั่งค่ะ ฉะนั้นราคาก็ไม่ควรเอาไปเทียบกับของยูนิเวอร์แซลไม่ว่าจะที่ญี่ปุ่นหรือที่อเมริกานะคะ ฉะนั้นพี่จะเทียบเฉพาะงาน Harry Potter : Christmas in The Wizarding World ของที่ยูทาห์ กับที่ไทยค่ะ ขอยกมาแค่บางอย่างนะคะ
 
สินค้า ราคาป้าย
ที่ยูทาห์ ($)
แปลงเป็นเงินไทย
(อัตรา 33 บาท)
ราคาป้าย
ที่เมืองไทย
   เสื้อคลุมนักเรียนฮอกวอตส์ 110 3,630 2,500
   เซ็ตปากกาขนนกและหมึก 40 1,320 1,250
   สมุดจดขอบทอง 18 594 500
   เสื้อฮู้ดดี้ตราโรงเรียน 49 1,617 1,500
   ผ้าพันคอประจำแต่ละบ้าน 25 825 750
   ตุ๊กตาเดมิไกส์ 42 1,386 1,300
   ตุ๊กตาเฮ็ดวิก 42 1,386 1,000
   ตุ๊กตานิฟเฟลอร์ 42 1,386 900
   จี้สำหรับร้อยในสร้อยข้อมือ 10 330 350
   เข็มกลัดติดเสื้อ 8 264 250
   พวงกุญแจ 10 330 350

     โดยรวมแล้วราคาที่ไทยถือว่าถูกกว่าของงานนี้ที่ยูทาห์นะคะ ตอนนี้ของอาจจะน้อยอยู่ แต่คิดว่าน่าจะมีทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ค่ะ (แต่คิดว่าไม่น่าจะมีของหลากหลายเท่ายูนิเวอร์แซลนะคะ)

Review: 'Harry Potter: Christmas in The Wizarding World' เทียบของไทยกับอเมริกาแบบช็อตต่อช็อต


ความต่างที่ชัดเจน


     เท่าที่สอบถามมา ของไทยจะเป็นแบ่งรอบเข้าได้ชั่วโมงละ 200 คนค่ะ เนี่ยแหละที่ต้องมาแลกบัตรคิวหน้างานอีกรอบ ส่วนของอเมริกาจะเป็นแบบไหลเรื่อยๆ พอคนข้างในออก ข้างนอกก็ทยอยเข้ามากันค่ะ ไม่ได้ตัดรอบ

     อีกเรื่องคือทางห้าง The Shops at South Town มีกิจกรรมให้คนที่มาลงภาพในอินสตาแกรมพร้อมติดแฮชแท็กของงาน แล้วทางห้างจะสุ่มมารีโพสต์ค่ะ ใครได้รับเลือกก็จะได้ถุง VIP ของที่ระลึกจากงานอีกถุงนึงค่ะ

     ส่วนเรื่องการเข้าถึง ที่ยูทาห์จะห้ามรถเข็นเด็กทุกชนิดเข้าค่ะ แต่ที่ไทยเข้าได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะรถเข็นเด็กหรือว่าวีลแชร์ค่ะ อันนี้ดี

     และที่สำคัญที่สุดเลยคือ ที่ยูทาห์ไม่ต้องเสีย "ค่าธรรมเนียม" ก่อนเข้าค่ะ ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนก็ตาม (เรื่องนี้ย้ำบ่อยเพราะรู้สึกเคืองเบาๆ 55555)


     เป็นยังไงบ้างคะ อ่านรีวิวนี้แล้วพอจะเห็นภาพรวมของงานรึยัง โดยส่วนตัวพี่ก็เสียใจนิดๆ ที่งานค่อนข้างเล็ก เดินแป๊บๆ ก็ทั่วละ จนเกือบจะเผลอเดินออกเพราะนึกว่ามีทางไปต่อค่ะ ดีที่พนักงานทักว่าถ้าออกแล้วจะเข้าไม่ได้อีกแล้วก็เลยรู้ตัวทัน แต่พนักงานน่ารักทั้งนั้นเลยนะคะ พนักงานดูอินกับเรื่องราว เราก็อิน พนักงานก็อิน พากันเล่นเลยทีเดียวค่ะ 55555 หลังปีใหม่พี่ว่าจะไปอีกรอบค่ะ เพราะคิดว่าของน่าจะเข้ามาเยอะขึ้นแล้ว

     ใครไปมาแล้วมาคุยกันได้นะคะ หรือใครจะสอบถามอะไรเพิ่มเติมก็คอมเมนต์มาได้เลยค่ะ

     ส่วนใครที่อยากมางานนี้ แนะนำให้มาวันธรรมดาช่วงกลางวันค่ะ คนน้อยมากเลย หรือถ้าจะมาหลังเวลาเลิกเรียน เท่าที่แอบเดินสำรวจมาพบว่าเวลาหกโมงเย็นเป็นต้นไป คนเยอะวันพุธกับศุกร์ค่ะ ส่วนวันทำงานอื่นๆ ตอนเย็นยังโล่งอยู่ ส่วนวันหยุดน่าจะคนเยอะทั้งวันนะคะ
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pizza

พี่พิซซ่า - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ฝ่ายเรียนต่อนอก

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #Global Review #รีวิว #harry potter #พารากอน #paragon #Christmas in The Wizarding World

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?