/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

4 ที่เรียน Data Science: สาขาน่าเรียนที่กำลังมาแรงสุดๆ ในยุคนี้ []

วิว
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com อาชีพที่เรารู้จักกันสมัยก่อนก็เช่นอาชีพทนายความ นักบิน แพทย์ พยาบาล ครู ศิลปิน แอร์โฮสเตส ชาวสวน ช่างก่อสร้าง เป็นต้น แต่ยุคนี้มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายที่สมัยก่อนยังไม่เคยมีมาก่อนค่ะ Data Scientist ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เพิ่งพูดถึงกันไม่กี่ปีมานี้ แล้วก็บูมมากๆ เลยด้วย ฉะนั้นลองไปทำความรู้จักสาขานี้กันดีกว่าค่ะ



Data Science คืออะไร


     น้องๆ น่าจะเคยได้ยินอาชีพนักวิเคราะห์มาบ้าง ถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญตำแหน่งหนึ่งขององค์กร เพราะต้องวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ และนำผลวิเคราะห์นั้นไปคาดการณ์หรือสร้างประโยชน์เพื่อองค์กรต่อไป แต่ทีนี้จากเดิมที่ข้อมูล (data) มีอยู่แค่ไม่กี่แหล่ง เช่น สมมติจะทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้า ก็ดูจากสถิติการซื้อของผู้บริโภคว่าอะไรขายดีอะไรขายไม่ดี เพื่อจะได้ทำโปรโมชั่นถูก

     แต่แล้ววันนึงข้อมูลก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มีแค่สถิติจากเครื่องคิดเงินแล้ว แต่ตอนนี้มีทั้งการที่ผู้บริโภคซื้อแล้วแชร์บอกต่อเพื่อนในโซเชียล บางคนก็ทำคลิปรีวิว บางคนยังไม่ซื้อก็จริงแต่คลิกดูสินค้านั้นทุกวัน บางคนส่งข้อความให้แฟนดูแล้วพูดลอยๆ ว่าอยากได้เป็นของขวัญ และอีกมากมาย จะเห็นว่าข้อมูลมาในหลากหลายรูปแบบ และค่อนข้างกระจัดกระจายอยู่หลายที่ ไม่ได้สรุปมาง่ายๆ แบบเมื่อก่อนแล้ว


     ฉะนั้นถ้ามีคนที่จับเจ้าข้อมูลเยอะแยะเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ก็น่าเป็นเรื่องดี อย่างถ้าจะทำโปรโมชั่นสินค้าอีก การจับข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ได้ ก็จะทำให้สร้างแผนธุรกิจใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประมาณว่าถ้าจัดโปรโมชั่นแบบนี้ต้องขายดีถล่มทลายกว่าเมื่อก่อนแน่นอน ทั้งหมดนี้แหละคือภาพกว้างๆ ของ Data Science ค่ะ

     แต่ Data Science ไม่ได้มีประโยชน์แค่การทำโปรโมชั่นช้อปปิ้งนะคะ มันสามารถใช้ได้กับทุกเรื่อง ทุกองค์กรเลย แม้ไม่ใช่การทำธุรกิจค้าขาย ก็สามารถนำ Data Science มาใช้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับตัวเองได้เช่นกัน

     แต่ถ้าจะเอาให้เห็นภาพชัดๆ Data Science จะเหมือนศาสตร์ที่บูรณาการระหว่างคณิตศาสตร์, สถิติ, สารสนเทศ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ แล้วบวกทักษะการคิดวิเคราะห์เข้าไปอีก



ทักษะที่ต้องมีในการเป็น Data Scientist


     อย่างแรกเลย ก็ต้องเป็นคนที่มีทักษะในการคิดวิเคราะห์สูงมากค่ะ เพราะนี่ถือเป็นสกิลหลักและจำเป็นของตำแหน่งนี้เลย ถัดมาก็ต้องเป็นคนที่มีความอยากรู้อยากลอง มีความสงสัย แบบว่าเห็นข้อมูลมหาศาลแล้วก็รู้สึกว่าอยากจะค้นหาอะไรในข้อมูลพวกนี้ไม่ใช่แค่อ่านๆ เอาแล้วก็ผ่านไป

     นอกจากนี้ก็ต้องมีหัวทางธุรกิจด้วยค่ะ เข้าใจว่าการทำธุรกิจเป็นยังไง ธุรกิจที่ตัวเองทำอยู่กำลังเจอปัญหาอะไรแล้วจะแก้ด้วยวิธีไหน และควรมีทักษะในการสื่อสารที่ดี เพราะถ้าวิเคราะห์ข้อมูลจนได้แนวคิดเจ๋งๆ มาให้บริษัทแล้ว แต่อธิบายวิธีการต่างๆ ให้คนแผนกต่างๆ ที่ต้องนำไปปฏิบัติเข้าใจไม่ได้ คนอื่นก็ไม่สามารถทำวิธีนั้นได้ตามอย่างที่วิเคราะห์มาค่ะ

     อีกเรื่องก็จะเป็นเรื่องของความรู้จากการศึกษาค่ะ Data Scientist หลักๆ ก็คือมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ รู้ภาษาคอม เขียนโค้ดได้ มีความรู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์มและดาต้าเบสต่างๆ

 

     จริงๆ แล้ว Data Scientist ที่มีอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่มักไม่ใช่คนที่พร้อมมาเป็น Data Scientist ตั้งแต่ต้นค่ะ ส่วนมากจะเรียนจบด้านใดด้านหนึ่งมา แล้วทำงานไปเรื่อยๆ ได้แก้ปัญหาต่างๆ มากมายจนเหมือนกับได้พัฒนาสกิลด้านต่างๆ ของตัวเอง เลยกลายเป็น Data Scientist ไปในที่สุด หรือไม่ก็เป็นคนที่เรียนตรีด้านหนึ่ง แล้วเรียนโทอีกด้านหนึ่ง จากนั้นก็นำความรู้มาประยุกต์ตอนทำงานจริงอีกที เช่น บางคนจบตรีคอมพิวเตอร์ ตอนทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ก็ได้ฝึกวิเคราะห์ข้อมูลและช่วยแผนกการตลาดในการวางแผนงาน จากนั้นก็ต่อโทด้านการวิเคราะห์ แล้วค่อยเป็น Data Scientist ในที่สุด

     แต่ปัจจุบันสถาบันหลายแห่งเปิดสอนด้าน Data Science โดยเฉพาะเลยค่ะ ตัวหลักสูตรก็จะนำทักษะและความรู้ต่างๆ ที่บอกไปมาบูรณาการไว้ให้แล้ว ทำให้ช่วยย่นระยะเวลาที่ปกติต้องสั่งสมจากการทำงานไปได้ระยะนึงอยู่ค่ะ เราลองไปดูที่เรียน Data Science ที่น่าเรียนกัน




MS in Data Science จาก New York University



Photo Credit: www.facebook.com/NYU

     มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เป็นมหาวิทยาลัยแรกในโลกที่เปิดหลักสูตรปริญญาโท Data Science และยังได้รับความเชื่อถือเป็นอันดับต้นๆ จนถึงปัจจุบัน ตัวหลักสูตรก็มีการพัฒนาทุกปีเพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่พัฒนาไปเร็วมากในทุกวันนี้

     หลักสูตรนี้ใช้เวลาเรียน 2 ปีเต็ม พร้อมฝึกงานเพื่อทำโปรเจ็คต์แก้ปัญหาให้กับหน่วยงานจริงๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมีสาขาเฉพาะทางให้เลือกถึง 6 สาขา ได้แก่ Data Science Track, Data Science Big Data Track, Data Science Mathematics and Data Track, Data Science Natural Language Processing Track, Data Science Physics Track, และ Data Science Biology Track

     ผู้ที่สนใจเรียนหลักสูตรนี้จะต้องจบปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถิติ, คอมพิวเตอร์, คณิตศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์, เศรษฐศาสตร์, ธุรกิจ, ชีววิทยา, ฟิสิกส์ และจิตวิทยา โดยมีเกรดแต่ละวิชาที่ A หรือ B เท่านั้น ต้องมีผลสอบ GRE และผลสอบ TOEFL 100 ขึ้นไปด้วย ค่าเล่าเรียนปีละ 32,676 ดอลลาร์ ผู้สมัครสามารถชิงทุนของมหาวิทยาลัยได้ แต่จะเป็นทุนค่าเล่าเรียนบางส่วนเท่านั้น

     ดูรายละเอียดที่ cds.nyu.edu/academics/ms-in-data-science/



MSc in Data Science จาก London School of Economics (LSE)



Photo Credit: www.facebook.com/lseps

     LSE เป็นหนึ่งในสถาบันด้านเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก แถมตอนนี้ยังเปิดศูนย์วิจัยด้าน Data Science โดยเฉพาะ (Social and Economic Data Science: SEDS) ที่ได้อาจารย์และนักวิจัยจากภาควิชาสถิติ, วิธีวิทยา และคณิตศาสตร์ มาช่วยดูแลด้วย ถือเป็นสถาบันแรกๆ ที่วางใจได้เลยว่าออกแบบหลักสูตรมาเพื่อสร้างคนทำงานสายนี้แบบมีประสิทธิภาพจริงๆ ไม่ใช่แค่เอาชื่อ Data Science มาตั้งเป็นชื่อหลักสูตรเพื่อหาเงินเฉยๆ

     ปริญญาโทหลักสูตรนี้จะพาลงลึกตั้งแต่เรื่องทฤษฎี มาจนถึงทักษะที่ต้องใช้จริงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์ชั้นสูง, หลักการทางสถิติ, แมชชีนเลิร์นนิง, การทำเหมืองข้อมูล รวมถึงทักษะการวิเคราะห์ นอกจากนี้นักศึกษายังเลือกวิชาเอกได้ด้วยว่าจะไปทางสถิติลึกๆ เลยหรือจะไปทางคอมพิวเตอร์แบบจริงจัง แถมยังต้องฝึกงานโดยใช้ทักษะ Data Science ในการแก้ปัญหาของบริษัทจริงๆ ด้วย ซึ่งบริษัทที่ไปฝึกงานก็มีให้เลือกทั้ง Facebook, Google, Microsoft และอีกมากมาย

     ใครสนใจเรียนที่นี่ จะต้องจบปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์หนึ่งในหลักสูตรนี้ค่ะ โดยจะต้องมีวิชาคณิตศาสตร์ระดับสูงหลายตัวด้วย เกรดเฉลี่ย 3.3 ขึ้นไป และมีผลสอบ IELTS 7.0 ขึ้นไปโดยไม่มีพาร์ทใดต่ำกว่า 6.5 ค่ะ ค่าเล่าเรียนอยู่ที่ 27,504 ปอนด์ ไม่มีทุนเฉพาะสาขา แต่สามารถสมัครชิงทุนรวมของมหาวิทยาลัยได้นะคะ

     ดูรายละเอียดที่ www.lse.ac.uk/study-at-lse/Graduate/Degree-programmes-2018/MSc-Data-Science



M.S. in Statistics: Data Science จาก Stanford University



Photo Credit: www.stanford.edu

     หลักสูตรนี้นอกจากจะมีชื่อเสียงทั้งตัวหลักสูตรและตัวมหาวิทยาลัยแล้ว อีกเหตุผลที่เลือกมาก็เพราะมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ใน Silicon Valley เลยค่ะ ถือเป็นแหล่งข้อมูลชั้นยอดเลยเพราะเป็นศูนย์รวมบริษัทใหญ่ด้านเทคโนโลยีของโลก แถมสถานที่ที่จะได้ฝึกงานก็คือบริษัทต่างๆ ในนี้นี่แหละค่ะ หลายคนเรียนจบแล้วก็ทำงานในซิลิคอนวัลเลย์ต่อเลยด้วย

     หลักสูตร Data Science ของที่นี่เป็นสาขาเฉพาะทางพิเศษภายในหลักสูตรปริญญาโทสถิติอีกทีค่ะ ฉะนั้นก็จะได้เรียนสถิติแน่นแบบเดียวกับคนเรียนโทสถิติโดยเฉพาะเลย แต่ก็จะมีวิชาเสริมด้านคอมพิวเตอร์เข้ามา เพื่อสร้างทักษะที่ดีสู่การเป็น Data Scientist ใช้เวลาเรียน 2 ปีครึ่ง (5 เทอม) ค่ะ

     ผู้ที่สนใจเรียนจะต้องจบปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีผลสอบ TOEFL 100 คะแนนขึ้นไป ค่าเล่าเรียนเทอมละ 10,620 - 16,329 ดอลลาร์ ผู้สนใจสามารถขอทุน Fulbright สำหรับการมาเรียนหลักสูตรนี้ได้ค่ะ

     ดูรายละเอียดที่ statistics.stanford.edu/academics/ms-statistics-data-science



Master of Business Analytics จาก MIT



Photo Credit: www.stanford.edu

     แม้ในชื่อหลักสูตรจะไม่มีคำว่า Data Science อยู่เลย แต่เนื้อหาที่เรียนและทักษะต่างๆ ที่ต้องใช้ไม่ต่างอะไรกับสาขา Data Science ตรงๆ ของที่อื่นเลยค่ะ เพราะเน้นทั้งสถิติและคอมพิวเตอร์ แถมเน้นให้แก้ปัญหาทางธุรกิจด้วยกระบวนการของ Data Science ด้วย

     หลักสูตรนี้ใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปีการศึกษาค่ะ แต่เป็นปีการศึกษาที่แน่นเต็มปีจริงๆ แบบไม่มีช่วงให้หายใจเลย ตอนซัมเมอร์ก็ต้องฝึกงานกับบริษัทใหญ่ต่างๆ ที่มาเป็นสปอนเซอร์ให้ เช่น GE Appliances, McKinsey & Company, Nordstrom และ Walmart เป็นต้น

     ผู้สนใจสมัครเรียนจะต้องจบปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีผลสอบ TOEFL และผลสอบ GRE หรือ GMAT ด้วยค่ะ ทาง MIT ไม่กำหนดคะแนนขั้นต่ำใดๆ เลย แต่ถ้าไปแอบดูค่าเฉลี่ยของคนที่สอบติดรุ่นที่แล้ว พบว่า GPA โดยเฉลี่ยของทั้งรุ่นอยู่ที่ 3.9 ส่วนคะแนนสอบ GRE โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 168 คะแนนจาก 170 คะแนนเต็มค่ะ แต่นักศึกษาส่วนมากเป็นชาวต่างชาติมากกว่าชาวอเมริกันนะคะ ค่าเล่าเรียนอยู่ที่ปีการศึกษาละ 57,350 ดอลลาร์ค่ะ แต่ก็มีทุนแบบไม่เต็มจำนวนให้เยอะนะคะ

     ดูรายละเอียดที่ mitsloan.mit.edu/master-of-business-analytics/


     ตอนนี้มีหลายสถาบันเปิดหลักสูตร Data Science แต่น้องๆ อย่าลืมพิจารณาให้ดีก่อนสมัครเรียนนะคะ เพราะหลายที่ตัวหลักสูตรไม่ได้ Data Science มาก แต่เป็นแค่สาขาใกล้เคียงที่ตั้งชื่อใหม่ให้ทันกระแส ยังไงก็ลองเปรียบเทียบจากตัวรายละเอียดของวิชาในหลักสูตร ชื่อเสียงสถาบัน รวมถึงโปรไฟล์ศิษย์เก่ากันด้วยนะคะ


อ้างอิง
เว็บสาขาวิชาจากมหาวิทยาลัยทั้ง 4 แห่ง
www.forbes.com/sites/metabrown
www.kdnuggets.com
www.burtchworks.com
www.analyticsvidhya.com
www.forbes.com/sites/bernardmarr
blog.stitchdata.com
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pizza

พี่พิซซ่า - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ฝ่ายเรียนต่อนอก

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #data science #data scientist #ข้อมูล #mit #stanford #New York University #LSE

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?